Masukบทที่39 ใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากที่เรื่องของบลูจบลงแล้ว คิงก็ตรงมาที่มหาลัยทันที เพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้วเสียงรถสปอร์ตคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะ สายตาของนักศึกษาหลายคนจับจ้องมาที่รถทันที เพราะเห็นทุก ๆ วันจนจำได้แล้วว่าคนขับคือใคร แล้วมารับใคร“พี่คิงมาอีกแล้ว...”“แฟนพี่คิงนี่ดวงดีชะมัดเลยว่ะ”“แหม ก็เขารักกันนี่นา”เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระลอก ๆ ก่อนที่เจ้าของรถจะเปิดประตูลงมาอย่างสง่างาม ใบหน้าคมเรียบนิ่ง แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากกลับทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นขึ้นในทันทีคิงพิงรถ รอเพียงครู่เดียว ร่างเล็กในชุดนักศึกษาก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าใบโต ใบหน้าเธอยังมีเหงื่อบาง ๆ จากการพรีเซนต์งานเมื่อบ่าย แต่พอเห็นเขา เธอก็ยิ้มกว้างทันที“พี่คิง~” เสียงเรียกสดใสทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้“เหนื่อยไหมครับวันนี้”“เหนื่อยมากเลยค่ะ พรีเซนต์ตั้งแต่เที่ยงยันบ่าย”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“ผ่านฉลุยค่ะ” จูนยิ้มจนตาหยี “แต่เหนื่อยจนอยากกลับไปนอนแล้วเนี่ย”“ไม่ได้สิ วันนี้พี่จะพาไปกินข้าว”“แต่หนู...”“ไม่มีแต่” เขาพูดแทรกเสียงเรียบ แววตาอบอุ่น “วันนี้พี่มีอะไรจะบอก”จูนชะงักไปเล็กน้อย มองหน้า
บทที่38 วันแห่งรอยยิ้มหลังจากที่คิงเคลียร์เสร็จแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย แล้วหยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปมองที่บลูที่มันกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นมือถืออยู่บนโซฟา“ไปได้ยัง” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ๆ“ไปดิ รอนานจนรากงอกอยู่แล้ว” บลูลุกขึ้นทันทีทั้งคู่เดินออกจากคลับแล้วขึ้นรถสปอร์ตคันเดิม เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของคิง ขณะขับรถออกไปยังห้างดังใจกลางเมืองห้างสรรพสินค้าชื่อดังเสียงเพลงเบา ๆ ลอยคลอไปทั่วบริเวณภายในห้างดัง ชั้นสองของห้างเป็นโซนร้านดอกไม้หรูที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ และดอกไฮเดรนเยียอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่“โห... ร้านนี้แม่งอย่างหรูอะ ดอกไม้แต่ละช่อเหมือนจะซื้อได้แค่เศรษฐี” บลูพูดพลางยักไหล่ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงแถวช่อดอกไม้คิงไม่ตอบ เขาแค่ยกมือขยับข้อมือดูนาฬิกา ก่อนจะเดินตามเข้าไปภายในร้านอย่างเงียบ ๆพนักงานหญิงในร้านรีบเข้ามาต้อนรับทันที“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าต้องการดอกไม้แบบไหนคะ?”“มึงเลือกเลย กูไม่รู้รสนิยมผู้หญิงมึงหรอก”“กูกะจะเลือกกุหลาบขาวผสมทิวลิปว่ะ สื่อว่าขอโทษกับความจริงใ
บทที่37 เธอแม่งดื้อหลายอาทิตย์ผ่านไปทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น คลับบ้านเลขที่ 0 ก็กลับมาตามปกติ ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอีก ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีไปหมด ทั้งธุรกิจ ชีวิต และความสัมพันธ์ของเขากับจูนบ้านหลังใหม่ของคิงที่เพิ่งซื้อไปได้ไม่นาน ตอนนี้มันเข้าที่เข้าทางแล้ว ของทุกอย่างถูกย้ายเข้ามาหมดแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ก็ถูกย้ายถูกซื้อเข้ามาติดตั้งจนครบทุกอย่างเช้าวันนี้...แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน กระทบเข้ากับปลายเท้าของคนที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไม่ใช่ใคร เขาคืนเจ้าของบ้านที่ตอนนี้กำลังนอนกอดหมอนข้างอย่างสบายใจเหมือนคนไม่มีธุระ ไม่มีอะไรให้ทำในชีวิตแล้วสภาวะทิ้งตัวเว่อร์ในขณะที่อีกฝั่งของเตียง กำลังวุ่นวายสุดชีวิตกับการรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไปมหาลัย“ตาย! ตายแน่! สายแล้วด้วย จะทันไหม”เธอพูดพลางวิ่งวุ่นรอบห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าเสียงดังปัง แล้วหยิบผ้าขนหนูออกมาทันที เสียงตู้ดังจนคิงขมวดคิ้วในขณะที่ยังนอนหลับตาอยู่“ทำไมเสียงดังแต่เช้าเลยครับ...” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่คว้าหมอนมากอดแน่นกว่าเดิม“พี่
บทที่36 ถิ่นกูปัง!!เสียงปืนดังสนั่นจนทุกคนในคลับแทบหยุดหายใจ เสียงกรีดร้องของสาว ๆ แทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะตามมาด้วยความเงียบงันที่ชวนขนลุกทุกคนต่างย่อตัวลงกับพื้นตามสัญชาตญาณ มีเพียงคิงที่รีบหันกลับไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนร่างเล็กแทบจมหายไปกับอกของเขา“ไม่เป็นไรนะ… พี่อยู่นี่” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆทว่าเธอกลับไม่พูดอะไรเลย คนตัวเล็กสั่นทั้งตัว มือเย็นเฉียบจนเขารู้สึกได้ คิงกอดเธออยู่นานจนเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง“เห้ย! กอดพอได้แล้วมั้งมึง จะกอดกันจนเช้าเลยไง!”เสียงแซวที่เต็มไปด้วยความโล่งอกดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง ทำให้คิงรีบหันกลับไปมองที่ผู้ชายคนนั้นที่มีปัญหาทันทีไอ้สัส! ไอ้ไรอัน!คิงเหลือบตาขึ้นมองเพื่อน ก่อนสายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปเห็นร่างของชายที่ล้มลงไม่ไหวติง กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผาก หนึ่งนัดจอดสนิทเลือดแดงสดไหลนองพื้นจนกลิ่นคาวตีขึ้นจมูก แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะแม้แต่เพียงปลายนิ้วพวกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของหลายคนที่ยังไม่หายตกใจ“อยู่ตรงนี้ อย่าขยับนะ” คิงหันกลับมาเอ่ยก
บทที่35 รักนะครับกลางคืนค่อยๆ คลี่คลายตัวลง เบื้องนอกถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท แต่แสงไฟนวลจากโคมไฟระย้ากลางห้องสะท้อนบนพื้นเงางาม สร้างเงารูปทรงประหลาดที่กระจายไปทั่วห้อง ทำให้บรรยากาศอบอุ่นและชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังแผ่วผสมกับเสียงดนตรีเบา ๆ ทำให้ความรู้สึกทั้งหรูหราและเป็นกันเองผสมผสานกันอย่างลงตัวกลางโต๊ะยาว ถูกจัดวางด้วยจานชามและถ้วยแก้วอย่างเรียบร้อย แต่ละจานล้นไปด้วยอาหารหลากหลาย ทั้งสลัดสดสีเขียวสลับแดง ปลาย่างหนังกรอบร้อน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ข้าวอบหม้อดินร้อนฉ่า และเมนูเนื้อที่นุ่มจนแทบละลายในปาก น้ำจิ้มรสจัดจ้านวางอยู่ข้าง ๆ เติมเต็มกลิ่นอายของมื้อค่ำให้สมบูรณ์แบบ“กินกันเยอะ ๆ นะ แม่ทำสุดฝีมือเลยนะเด็ก ๆ” แม่ของจูนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มสดใส“วันนี้หนูจะกินให้อิ่มจนลุกไม่ขึ้นเลยค่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยน้ำเสียงติดเล่นเล็กน้อย“ถ้าเป็นแบบนั้น พี่ก็ต้องอุ้มหนูกลับบ้านใช่ไหม” คิงเอ่ยถามน้ำเสียงอ่อนโยน“บ้า! จูนหมายถึงอิ่มแบบแน่นพุงเฉย ๆ ไม่ได้จะให้พี่คิงมาอุ้มกลับสักหน่อย” เธอเอ่ยเถียงเสียงอ่อน“ยังไงพี่ก็อุ้มกลับอยู่แล้วครับ” คิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก
บทที่34 ป๋ามาก18:25 น.แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำ เส้นขอบฟ้าแต้มด้วยสีส้มอมชมพู สะท้อนบนกระจกของรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่หน้าคลับ คิงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเข้ม กางเกงขายาวเข้ารูป ดูเรียบแต่เท่จนใครเห็นก็ต้องเหลียวมองส่วนจูนอยู่ในเดรสผ้าพลิ้วสีครีมอ่อนที่เขาเลือกให้เองตั้งแต่บ่าย รอยยิ้มบางแต้มอยู่บนใบหน้าเธอขณะยืนเช็คตัวเองหน้ากระจกรถ“สวยมากครับ” เสียงทุ้มของคิงดังขึ้นจากด้านหลัง“พี่คิงพูดแบบนี้ทุกครั้งเลยนะคะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบา ๆ“ก็เพราะมันเป็นความจริงทุกครั้งไงครับ” เขายื่นมือมาจับมือเธอ“พร้อมหรือยังครับ”“พี่คิงจะพาหนูไปไหนเหรอคะ” เธอถามเสียงเบา แอบมีแววกังวล“ความลับครับ”“ตลอดเลยนะคะ ความลับตลอดเลย” คนตัวเล็กมุ่ยหน้าน้อย“ฮ่า ๆ ความลับก็คือความลับครับ” เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงรอยยิ้มในแววตา“แต่หนูอยากรู้...”“อดทนเอานะครับ”“ชิ!”คิงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูรถให้กับคนตัวเล็ก แล้วเขาก็เดินมาขึ้นรถฝั่งคนขับทันที ทันทีที่คิงขึ้นมานั่งอยู่บนรถ เขาก็เอื้อมมือมาหยิบอะไรบางอย่างจากที่เบาะข้างหลัง เป็นผ้าบาง ๆ ผืนหนึ่ง สีแดงสด“พี่คิง... จะทำอะไรค







