เข้าสู่ระบบทั้งชีวิตและจิตใจ มอบให้ไว้ เพียงผู้เดียว... ความรักระหว่างเจ้านายกับบอดี้การ์ด มันจะเป็นไปได้จริง ๆ นะเหรอ?
ดูเพิ่มเติมหลังจากฝังตัวอ่อนด้วยวิทยาการทางการแพทย์เรียบร้อยแล้วนี่ก็ผ่านมาสองเดือนได้ เอสขอกลับมาทำงานเหมือนเดิมแม้ตินภพจะค้านยังไงก็ไม่ฟัง เพราะไม่อยากอยู่เฉย ๆ กับบ้าน“ไม่ต้องจ้องผมขนาดนั้นก็ได้ครับ” เอสว่า เพราะไม่ว่าจะทำอะไรตินภพก็จะมองตามไม่ให้คาดสายตาเลย“เฮ้อ…ก็พี่เป็นห่วง” ตินภพบอกแล้วลุกไปหาเอสที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะอีกตัวในห้อง“ผมแข็งแรงออก ไม่เป็นอะไรหรอกครับ อย่ากังวลเลยนะ” เอสจับมือหนาที่มายืนข้าง ๆ แล้วสอดผสานนิ้วเข้ากับมือตินภพ“แต่เราไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ” ตินภพท้าวมืออีกข้างกับโต๊ะแล้วโน้มหน้าลงไปหาเอส“ผมรู้ครับ แต่ผมสัญญาจะไม่ทำอะไรที่มันเสี่ยงต่อการเสียเขาไปโอเคไหมครับ” เอสเงยหน้าขึ้นสบกับตาคมดุพร้อมบอกเสียงหนักแน่น“เฮ้อ โอเค งั้นไปทานข้าวกันจะเที่ยงแล้ว”“ก็ได้ครับ” ตินภพจูงมือเอสให้เดินตามไปช้า ๆ เอสยิ้มอ่อนให้กับการดูแลเอาใจใส่ของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มตามอายุครรภ์ของเขา“เดินเร็วกว่านี้ก็ได้ครับ ผมไม่เป็นไร”“ไม่ได้” ตินภพเอ่ยเสียงดุเล็กน้อยตอนนี้ทั้งคู่มาอยู่ที่ร้านอาหารให้ห้างไม่ไกลจากบริษัท จนกระทั่งอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟ“อึก” เอสรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาทันทีเ
ช่วงสายของวันรุ่งขึ้นทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่ที่บ้านของนนท์และออกเดินทางทันทีโดยรถตู้ของบ้านนนท์นอกจากนี้ยังมีรถของการ์ดอีกสองคันหลังจากนั่งรถมาเกือบสิบเอ็ดชั่วโมงในที่สุดก็มาถึงบ้านพักของนนท์ที่กระบี่“เดี๋ยวเอาของเข้าไปไว้ในบ้านก่อนแล้วเราออกไปหาอะไรทานกันครับ นี่ก็จะสองทุ่มแล้วทุกคนน่าจะหิวกันแล้ว” นนท์บอก บอดี้การ์ดสัมภาระทุกอย่างที่นำมาเข้าไปไว้ในบ้านก่อนที่ทั้งหมดจะออกไปหาอะไรทานไม่ไกลจากที่พักเท่าไรนัก“จะกินอะไรสั่งเลยนะครับ” นนท์บอกหลังจากได้โต๊ะแล้ว ทั้งหมดสองโต๊ะเป็นของการ์ดที่มาด้วยโต๊ะหนึ่ง หลังจากนั่งรอสักพักอาหารก็มาเสิร์ฟทุกคนก็เริ่มลงมือกินกันทันที เอสค่อยดูแลตินภพทุกอย่างเหมือนที่ทำประจำ ตินภพเองก็ดูแลเอสกลับบ้าง แกะกุ้งให้บ้าง ตักอาหารให้บ้างจนทุกคนในโต๊ะมองกันเป็นตาเดียว แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจจนทุกคนทานอาหารเสร็จก็กลับมาที่บ้านพักแล้วแยกย้ายกันไปพักผ่อนเนื่องจากเหนื่อยกับการเดินทาง โดยตินภพนอนกับเอส อรันกับแม็ค ส่วนแอลกับนนท์นอนกันคนละห้องและบ้านพักอีกหลังเป็นของบอกดี้การ์ด“สำหรับอาหารเช้าจะมีแม่บ้านมาทำให้ทุกคนพักได้เต็มที่ไม่ต้องห่วง” นนท์บอก“อืม งั้นแยกย้ายกันไ
เอสตื่นมาอีกครั้งก็บ่ายโมงแล้วหันมองคนที่กอดตัวเองอยู่ก็ยกยิ้มออกมาทันที มันเป็นเหมือนฝันจริง ๆ นิ้วเรียวลูบแก้มสากของชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะไล้ตามสันจมูกโด่งลงมาที่ริมฝีปากหนาก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกขบเข้าที่นิ้ว ตินภพกระซับกอดให้แน่นขึ้นแต่ยังไม่ยอมลืมตา ร่างโปร่งอมยิ้มอย่างมีความสุขปล่อยให้อีกคนกอดอยู่อย่างนั้นจนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเอสคิดว่าตินภพคงหลับไปอีกครั้งจึงค่อย ๆ แกะมืออีกคนออกแต่แกะยังไงก็ไม่ออกจึงเงยหน้ามองอีกคน“นายครับผมหิว” เอสบอกเพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยมาเกือบทั้งวันแล้ว“กินฉันไปก่อนสิ แล้วก็เรียกใหม่ด้วย” น้ำเสียงออดอ้อนหยอกเย้าแฝงความไม่พอใจอยู่ในทีก่อนที่แขนแกร่งจะกอดรัดอีกคนจนแน่น“เอ่อ เรียกตอนอยู่สองคนได้ไหมครับ ถ้าอยู่ต่อหน้าลูกน้องมันจะเสียการปกครองเอา” เอสเอ่ยต่อรองเสียงแผ่ว“ก็ได้ แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าลูกน้องให้เรียกคุณตินโอเคไหม” ชายหนุ่มยอมรับคำขอของอีกคนแต่โดยดีเมื่อคิดตามที่ร่างโปร่งพูด“ครับ…พี่ติน” ตินภพยกยิ้มอย่างพอใจที่อีกคนเรียกชื่อแบบนั้น“งั้นปล่อยก่อนนะครับผมหิวแล้ว” เอสบอก ชายหนุ่มยอมคายแขนออกหลวม ๆ ก่อนจะหอมแก้มอีกคนไปฟอดใหญ่หลังจากอาบน้ำเสร็จเอส
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าเช้าวันใหม่แม็คเดินออกมาด้วยใบหน้าอิดโรย ตินภพรีบเข้าไปหาเพื่อนทันที“โชคดีลูกปืนไม่โดนหัวใจ แต่ถูกเส้นเลือดใหญ่ทำให้คุณเอสเกิดภาวะช็อกจากการเสียเลือดมากแล้วก็หัวใจหยุดเต้นไปครั้งหนึ่ง แต่ต้องบอกว่าคุณเอสใจสู้จริง ๆ” แม็คบอกเสียงเนือง ๆ ด้วยความล้า ชายหนุ่มยกยิ้มบางสีหน้าดีขึ้นทันที“แสดงว่าปลอดภัยแล้ว” แอลถามขึ้นอย่างใจชื้น“ยัง” แม็คบอก“อ้าว” แอลกับนนท์ร้องออกมาพร้อมกัน รอยยิ้มเมื่อครู่หายไปทันที ตินภพถึงกับมองหน้าเพื่อนนิ่งค้างไป“ถ้าภายในสองวันนี้อาการไม่ทรุดลงนั้นถึงจะถือพ้นขีดอันตราย”แม็คบอกพร้อมกับมองหน้าตินภพไปด้วย“ไม่ต้องห่วงคุณเอสเขาไม่ไปจากมึงหรอก เขารักมึงมากขนาดนั้น” แม็คบอกให้กำลังใจเพื่อน“มึงเองก็อย่ารอจนถึงวันที่มันสายนะแม็ค มึงรู้ดีว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนโดยเฉพาะคนที่ทำงานอย่างพวกกู” ตินภพบอกพร้อมกับมองไปยังห้องข้าง ๆ ที่มีอรันนอนอยู่ แม็คเม้นปากเข้าหากันแน่นทันทีเมื่อรู้ว่าตินภพต้องการจะบอกอะไร“อืม” แม็คตอบรับเสียงเบา“ไปพักกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” นนท์บอก ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปเพื่อไปพักผ่อน ตินภพมองเข้าไปในห้องที่เอสนอนอยู
นี้ก็ผ่านมาสามวันแล้ว เอสออกจากโรงพยาบาลมาพักพื้นที่บ้านแทน ช่วงนี้ผู้เป็นนายยังไม่ยอมให้ไปทำงานเขาจึงได้อยู่แต่ในคฤหาสน์ จะไปฝึกลูกน้องก็ไม่ยอมให้ฝึก ตอนนี้เอสเลยมาอยู่ในครัวทำขนมกับพวกแม่บ้านที่จะมาเช้าเย็นกลับ“หอมจังเลยค่ะคุณเอส” ป้าบัวแม่บ้านที่ดูแลที่นี่มานานแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมาเช้าเย็นกลับ
“มานานแล้วเหรอ” ตินภพถามขึ้น“สักพักแล้วครับนาย” ตินภพพยักหน้ารับแล้วขยับลุกนั่ง“ผมว่านายไปล้างหน้าก่อนเถอะครับเดี๋ยวผมเตรียมอาหารให้” อรันบอกเมื่อเห็นว่าเลยเวลาอาหารของผู้เป็นนายมากแล้ว ตินภพลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการทำธุระส่วนตัวอรันเตรียมอาหารง่าย ๆ อย่างข้าวผัดกับแกงจืดเอาไว้ให้ผู้เป็นนาย“ข
“กรี๊ดดด”“อึก/อึก”“เอส! /นาย!!!”“เอส” ตินภพเรียกร่างโปร่งพร้อมกับรับร่างอีกคนไว้ไม่ให้ล้มลงกับพื้น แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังทรุดลงไปอยู่ดี อรันรีบเข้ามาหาผู้เป็นนายกับรุ่นพี่ทันทีเมื่อเอสกับตินภพดึงปืนออกมาไว้ในมือแล้ว อรันก็เข้าไปชาร์จตัวเหมยหลินทำให้เธอตกใจจนปืนลั่น แต่อรันจับยกมือเธอขึ้นทำ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก“คุณตินค่ะ มีนักข่าวโทร เข้าเต็มเลยค่ะ แล้วก็ฝ่ายการตลาดโทรเข้ามาว่ามีการยกเลิกออเดอร์การสั่งทำเครื่องเพชรจากเราเป็นจำนวนมากค่ะ”ผู้ช่วยเลขาสาวประจำหน้าห้องของตินภพรายงานเสียงเครียด ผิดกับหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในห้องกลับยิ้มอย่างสะใจกับผลงานของตัวเอง ชายหนุ่มกำมือแน่นเพื่อระงับความโกรธท