Mag-log in“แหม! คนอย่างคุณคงต้องการหว่านเสน่ห์เสน่ห์เพื่อหักอกผู้หญิงมากกว่า” เธอยกกาแฟขึ้นจิบ ทว่าสายตาไม่อาจละจากใบหน้าคมสันนั้นได้
“ถ้าอย่างนั้นผมอยากใช้เสน่ห์ของผมที่มีมัดใจคุณให้อยู่มัด” อ็องตวนยกมือบางที่วางไว้บนตักขึ้น จรดจมูกสูดกลิ่นกายหอม ธิรักษ์ถึงกลับตาค้าง ตัวเกร็ง ทำอะไรไม่ถูกเมื่อโดนจู่โจมในคราเดียวกัน ทั้งการกระทำและคำพูด “ฉันว่าเท่าที่คุณมีก็ทำให้ฉันหวั่นไหวแล้วนะคะ” เธอรีบดึงมือออกจากการเกาะกุม แก้มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง “ผมคงต้องเลื่อนการเดินไปฝรั่งเศสออกไปก่อน” เขาอมยิ้ม มองหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาดื่มกาแฟ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ดูน่ารักน่าใคร่ไปเสียหมด ก่อนยกกาแฟขึ้นจิบบ้าง “หมดแล้วค่ะ” เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะหน้าโซฟา เป็นการยืนยันว่าเธอดื่มกาแฟหมดแล้วจริงๆ อ็องตวนยกยิ้มมุมปาก “จะดื่มอีกแก้วไหมครับ หรือจะเอาอย่างอื่นอีก” เขาจงใจย้ำคำพูดสุดท้ายเป็นพิเศษ “ไม่หรอกค่ะ ฉันอิ่มแล้ว” เธออ้อมแอ้มตอบ “ผมว่าเรามาทำความรู้จักกันให้ถึงแก่นดีกว่านะครับ” อ็องตวนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม “เอ่อ ฉันว่าเรารู้จักกันดีแล้วนะคะ” ธิรักษ์รู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมาทันที เมื่อน้ำเสียงที่เย้ายวนเต็มไปด้วยเล่ห์กลกล่าวขึ้น บวกกับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความแพรวพราวราวกับหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ แผนที่วางไว้ในหัวเริ่มเลือนหายไปทันควัน และเธอเริ่มกลัวมากขึ้นเมื่อเขาวางแก้วกาแฟไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะขยับมาใกล้เธอเรื่อยๆ โดยที่สายตาจับจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ผมคงเสียใจถ้าปล่อยให้คุณจากไป โดยที่ผมไม่ทำอะไรเลย” น้ำเสียงสั้นห้วนในตอนท้าย ทำให้เธอหวั่นกลัว “คุณจะทำอะไรเหรอคะ” เธอย่นถอยติดขอบโซฟา ใบหน้าของเขาขยับเขามาใกล้เรื่อยๆในใจหวั่นกลัว ทั้งๆที่รู้ว่ายังไงก็ต้องเจอแบบนี้ อ็องตวนยิ้ม หญิงสาวหลับตาปี๋ ศีรษะเอียงกับขอบโซฟา เข้ามาห้องของผู้ชายแล้วจะยอมปล่อยออกไปดีๆได้ยังไง แล้วยิ่งเป็นผู้หญิงที่ถูกตาต้องใจเขาขนาดนี้คิดหรือว่าจะปล่อยไปง่ายๆ จุ๊บ! เธอรับรู้สัมผัสบางเบาบริเวณหน้าผาก ก่อนค่อยๆเคลื่อนมาจดที่ริมฝีปากอวบอิ่ม เขาสัมผัสเพียงแผ่วเบา เพราะเธออาจจะกลัวเขาจนทำให้เสียบรรยากาศ เขาคงต้องคอยเล้าโลมมากกว่าการกระทำที่จาบจ้วง “ผมถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับกาแฟแก้วนี้แล้วกัน” ธิรักษ์ยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากกับการกระทำชวนสั่นสะท้านหวั่นหัวใจ แถมเขายังเป็นคนปล้นจูบแรกของเธอไป ถึงจะเป็นสัมผัสเพียงแผ่วเบาก็เถอะ เมื่อเงยหน้ามองใบหน้าคมสันที่จ้องมองเธอด้วยแววตาเสน่หาอย่างเปิดเผย นั่นทำให้เธอขวยเขิน “คุณเจนอยากดื่มอะไรอีกไหมครับ” “ไม่ค่ะ ไม่!” เธอรีบปฏิเสธเพราะถ้าขอมากกว่านี้คงต้องแลกกับจุมพิตที่เร่าร้อนกว่าเดิม ต่างกับชายหนุ่มที่หัวเราะเบาๆ มองเธออาย หน้าแดงอีกรอบ “คุณเจนคงอยากกลับบ้านให้ผมไปส่งนะครับ” เธอไม่ตอบ แต่เลือกพยักหน้าแทน ธิรักษ์อายแสนอาย ไม่สำคัญเท่าหัวใจดวงน้อยของเธอเต้นรัว หวั่นไหวเพียงแค่เขาส่งยิ้ม ผู้ชายคนนี้ช่างมีอิทธิพลต่อหัวใจที่แสนบอบบางของเธอเหลือเกิน“อะไรนะ! แกยังไม่ได้เจาะไข่แดงคุณอ็องตวนเหรอ?” สุดาอุทานพร้อมกับคำพูดที่ทำให้เธออาย หลังจากที่เธอกลับมาก็รีบขอตัวกลับห้อง ถึงแม้เขาจะขออาสาขึ้นมาส่งเธอที่ห้อง เธอบ่ายเบี่ยงไม่ต้องการให้เขารู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากไป
เธอพยักหน้า “แถมเขายังมาส่งฉันถึงคอนโดฯด้วย” เธอพึมพำ “ทำไมแกไม่วางยาเสน่ห์ที่ฉันให้ล่ะ” สุดาเท้าส่ายเอวมองธิรักษ์ “ก็...ฉัน...” “ฉันจะพยายามเข้าใจความรู้สึกแกก็แล้วกัน เวลาอยู่ใกล้ผู้ชายหล่อๆ แถมยังสุขภาพบุรุษอย่างคุณอ็องตวนแกคงหวั่นไหว แถมคงจะละลายในอ้อมอกของเขาด้วยมั่ง” สุดาเหน็บเพื่อน ธิรักษ์หน้าแดง แก้มร้อน คำพูดที่ออกมาจากปากของสุดานั้นถูกทุกอย่าง เธอหวั่นไหวเวลาอยู่กับเขา โดยเฉพาะแววตาที่สามารถแผดเผาเธอให้มอดไหม้ “พูดแค่นี้ก็หน้าแดง ฉันว่าแกคงตกหลุมรักคุณอ็องตวนไปแล้วก็ได้” “บ้า ฉันเพิ่งเจอจะ แล้วชอบเขาได้ยังไงล่ะ” เธอพยายามกลบเกลื่อน “ตอนนี้ที่ฉันห่วงคือลุงวิทูรคนเดียวเท่านั้น ฉันต้องทำตามแผนให้สำเร็จ” “แต่แกก็ทำไม่สำเร็จ” สุดาสรุป ส่ายหน้ามองธิรักษ์ที่ให้คำมั่นเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ก็มาแพ้เสน่ห์ความเป็นสุภาพบุรุษของชายหนุ่มที่เป็นเป้าหมาย “ฉันต้องทำให้สำเร็จ แกคอยดูคราวนี้ฉันจะไม่หวั่นไหวแน่” “จ้า แม่คนเก่ง อย่าหวั่นไหวจนลงเสน่ห์เขาแล้วกัน” ธิรักษ์ไม่สนใจสุดา เพราะภายในจิตใจคิดถึงแต่สายตาคมกริบจดจ้องมองเธอ แต่เธอก็ต้องสลัดความคิดที่มีต่อชายหนุ่มออกไป ร่างกายของเธอเหมือนจะประท้วงขึ้นมาต้องการพักผ่อน ถึงคำพูดของสุดาจะน่าคิดแค่ไหน อย่างน้อยเธอต้องเตือนตัวเองไม่ให้ตกหลุมรักชายหนุ่มที่มากเสน่ห์อย่างอ็องตวนธิรักษ์ถูกปลุกตั้งแต่เช้า ก่อนถูกพาไปสถานที่จัดงานแต่งงาน คงจะเป็นที่ไหนไม่ได้นอกจากโรงแรมเอ็มธารา เธอเหมือนนอนไม่เต็มอิ่มพอถูกปลุกขึ้นมา รู้สึกเบลอ ๆ โดยตั้งแต่เมื่อวานเธอยังไม่มีโอกาสเจอกับเจ้าบ่าวของเธอเลยสักนิด ไม่ใช่แค่เธอที่ถูกกีดกั้น ชายหนุ่มคงถูกห้ามอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน “เหม่อแบบนี้คงกำลังคิดถึงคุณอ็องตวนอยู่ละซิ” สุดาทัก ก่อนพาเพื่อนสาวมาที่ห้องแต่งหน้าที่มีช่างแต่งหน้ารออยู่แล้ว “แล้วจะให้ฉันคิดถึงใครล่ะนอกจากพ่อของลูก” “ฉันล่ะอิจฉาคนกำลังจะแต่งงานจริง ๆ เห็นแล้วคนโสดอิจฉา” สุดาออกอาการอิจฉาดันหลังธิรักษ์ให้นั่งเก้าอี้ ก่อนจะถูกจับแต่งหน้าแต่งตัว “ดา แกจะไปไหนอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ” ธิรักษ์เหลียวหลังมองเพื่อน กำลังออกจากห้อง “เออ แกก็แต่งตัวรอฉันก่อนนะเว้ย รู้สึกปวดท้องขึ้นมากะทันหัน ไม่ไหวแล้วว่ะแก” สุดาที่เผลดดื่มอะไรผิดสำแดง ปวดท้องมา ทิ้งให้เธออยู่กับช่างแต่งหน้ากันเพียงตามลำพัง หญิงสาวหลับตานิ่งเมื่อช่างเริ่มทำผมให้เธอ จนเธอเกือบเผลอหลับถ้าไม่ได้ยินเสียงร้องโวยวายจากด้านหลัง เธอเหลียว
เปรี้ยง! แจกันที่วางอยู่โต๊ะ ตอนนี้แตกของเป็นเสี่ยง ๆ กระจัดกระจายเต็มพื้นเกลื้อนกาน สร้างความตกใจชายร่างใหญ่แต่ใจหญิง “ว้าย! เอมมี่ โวยวายอะไรฮึ ถึงกลับทำลายข้าวของขนาดนี้” นนท์ร้องตะโกนด้วยความตกใจ มองใบหน้าของเพื่อนแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ “ทำไมมันต้องแย่ทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉัน” มือของเอมมิกากำแน่น ดวงตาฉายแววคลุกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “แนนซี่ว่าเอมมี่ใจเย็นๆก่อนนะ” นนท์ที่มีสติมากกว่าห้ามปรามเพื่อนก่อนจะเสียสติไปมากกว่านี้ “ทำไมล่ะแนนซี่ พี่อ็องตวนถึงไม่รักฉันบ้าง ฉันสวยสู้ธิรักษ์ไม่ได้เหรอ เขาถึงไม่เลือกฉัน” เอมมิกาคร่ำครวญ น้ำตาไหลรินอาบแก้ม จนคนมองส่ายหน้า “ฟังนะเอมมี่ ความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอก ถึงไม่มีคุณธิรักษ์ พี่อ็องตวนก็ไม่ได้ชอบเอมมี่” พูดจบ สายตาแดงก่ำกลับมองมาที่นนท์ “แล้วแนนซี่รู้ได้ไงว่าถ้าไม่มีนางนั่น แล้วพี่อ็องตวนจะไม่ได้สนใจเอมมี่” เอมมิกาตระวาดถามเพื่อน “แนนซี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น คือถ้าคนเกิดมาเป็นเนื้อคู่ ยังไงเขาต้องคู่กันอยู่ดี” นนท์ยกเหตุผลที่ทำให้เพื่อนเข้า
“อือ ผมไม่ได้เสียใจเลยสักนิดเลยที่รัก” เขาบอกพร้อมยิ้มกริ่ม “แล้วข้าวของ เสื้อผ้าเด็กมีแต่สีชมพูทั้งนั้น คุณจะทำยังไง” ธิรักษ์ถาม เธอเคยเตือนเขาเรื่องเสื้อผ้าว่าควรซื้อที่เหมาะสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เขาดันเลือกเฉพาะสีชมพูซะงั้น “ไม่ต้องทำยังไง” “ถ้าลูกเป็นเด็กไม่ดี รักษ์จะโทษคุณ” เธอต่อชายหนุ่มอย่างไม่จริงจังนัก ไม่ว่าลูกน้อยจะเป็นอย่างไร สำหรับเธอแล้วเขาคือของขวัญที่พิเศษที่สุดเลยล่ะ อ็องตวนหัวเราะกับการคาดโทษของหญิงสาว ถึงจะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เขาไม่เสียใจถึงยังไงสบายใจไปเปาะหนึ่ง เขาไม่ต้องตามห่วงลูกสาว หรือถ้ามีลูกสาว ยังมีพี่ชายไว้กั้นท่าหนุ่ม ๆไม่ให้เข้าใกล้น้องสาวคนสวย “เป็นไงบ้างลูก” เสียงของกรองแก้วดังขึ้นถามเป็นทัพหน้า หลังจากอ็องตวนพาครอบครัวมาทำความรู้จักกับครอบครัวของหญิงสาวก็ถูกชะตากันเป็นพิเศษถือโอกาสพักอาศัยที่นี่เป็นการชั่วคราว “ปลอดภัยดีค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง “หลานของแม่เป็นผู้ชายด้วยน่า” คนเห่อลูกชายอวด “ว้าย ตายจริง หนูธิรักษ์คงหาวิธีปราบลูกชายไว้แล้วเ
ถึงสัปดาห์ที่ต้องจัดการแต่งงาน ธิรักษ์สำหรับการเป็นเจ้าสาวอย่างดี แม้จะตื่นเต้นเล็กน้อย ธิรักษ์ไม่ลืมว่าถึงกำหนดนัดตรวจครรภ์อีกครั้ง คนที่อาสาเป็นคนขับรถให้ก็คืออ็องตวนเช่นเคย แถมเจ้าตัวทำท่าดีใจนักหนาเพราะอาจจะทราบเพศของลูกน้อยในครรภ์ เขาไม่คิดไปเองว่าเป็นลูกสาวเสียที ราวครึ่งชั่วโมงรถเบนซ์คู่ใจชายหนุ่มเข้าจอดในโรงจอดรถของโรงพยาบาลทันที ธิรักษ์หยิบกระเป๋าเปิดประตูรถออกมาอย่างรวดเร็ว แต่คนที่ตื่นเต้นจนตัวสั่นนี่สิยังไม่ออกมาจากรถ “คุณอ็องตวนเป็นอะไรไปคะ” เธอเคาะกระจกเบาๆ เรียกสติชายหนุ่ม “เปล่าจ๊ะ ที่รัก ผมแค่ตื่นเต้นนิดหน่อย” อ็องตวนตอบ ลุกรี้ลุกรนออกมาหาหญิงสาวที่รออยู่ด้านนอกอย่างรวดเร็ว รู้ถึงไหนอายถึงนั่น อ็องตวนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง มาตื่นเต้นกับการที่จะรู้เพศของลูกน้อย ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเอาเฉย ๆ “ไม่เป็นไรนะคะ” ธิรักษ์ถามเขาอีกครั้ง “ครับ” อ็องตวนตอบอย่างหนักแน่นเช่นกัน ก่อนสวมกอดเอวบางแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเด่นชัด “สวัสดีค่ะ คุณหมอ” ธิรักษ์ทักทายคุณหมอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจากต่างจากคนยื
“ถ้าผมเป็นลูกสาว ผมคงต้องปวดหัวน่าดูนะสิ แม่ของลูกน่ารักขนาดนี้แล้วเจ้าตัวจะเหลือเรอะ” ไม่พูดเปล่า มือหนาบีบปลายจมูกรั้นของหญิงสาวเบา ๆ “อือ... ถ้าเป็นลูกชาย คุณจะไม่แกอย่างนั้นแหละ” ธิรักษ์ขมวดคิ้ว “รักครับ ถ้าเป็นลูกชายผมก็เบาใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้คอยขัดขว้างผู้ชายที่มาจีบลูกสาวเรา ผมว่านะ เรามีลูกสักห้าหกคนดีไหมครับ บ้านเราจะได้ไม่เหงา ดูลุงวิทูรกับป้ารตีคงจะชอบเด็กเหมือนกัน ไหนจะแม่ผมอีก” อ็องตวนสาธยัยความต้องการของตัว ไม่นำพาหญิงสาวที่เบิกตาโตราวไข่จ้องมองเขาอย่างอึ้ง ๆ “อะ...เออ” ธิรักษ์กลืนน้ำลายเฮือก ไม่คิดว่าอ็องตวนจะคาดฝันไปไกลขนาดนั้น แค่คนเดียวเธอก็จะแย่อยู่แล้ว ดีเท่าไหร่แล้วที่เธอมีอาการแพ้ท้องไม่มาก จากที่คิดว่าจะต้องการแค่มีลูก เพื่อไม่ให้ลุงกับป้าไม่จำเธอแต่งงาน เรื่องทั้งหมดกลับตาลปัตรไปกันใหญ่ ตอนนี้เธอได้ทั้งสามีและลูกน้อย “ดีใจ...ขนาดนั้นเลยเหรอที่รัก ผมยังแข็งแรง แล้วคุณก็ยังสาวขนาดนี้รับรอง โอ้...แค่คิดก็...โอ๊ย..” เขาพูดอย่างดีอกดีใจ ก่อนจะเริ่มร้องครางด้วยความสำอ่อยมากกว่าเจ็บปวด เธอก็แค่บิดเนื้อส่วนสะโพกแกร
“อือ คนบ้า ฉันจะไม่เชื่ออีกแล้วว่าคุณงอนฉันจริงๆ” หญิงสาวปัดไม้ปัดมือยุ่มย่ามตามหน้าอกหยุ่นก่อนจะสร้างความเสียวซ่านให้เธอยิ่งกว่านี้ “ปล่อยก่อนค่ะ อย่าลืมสิว่าต้องตามใจฉัน” ธิรักษ์ยกข้อนี้ขึ้นมาขู่บ้าง “รอให้คุณคลอดเจ้าตัวน้อยเมื่อไหร่ ผมไม่ยอมอยู่เฉยแบบนี้แน่” ว่าพลางยอมนอนลงบนเตียงอย่างช้า แม้จะอิดโอดอยู่บ้าง แต่เมื่อเธออยากง้อเขาด้วยบทรักที่นุ่มนวลเขาต้องยอม ธิรักษ์ตัวสั่นเล็กน้อย สายตาเหลือบมองให้หนุ่มหื่นที่นอนทอดกายเปลือยอยู่บนเตียง โดยมีเธอนั่งทับขาสองข้างเขาไว้ในท่วงท่าที่แสนเซ็กซี่ คิดก็ยิ่งสะท้านอาย หลายครั้งหลายคราที่เธอต้องเป็นฝ่ายยั่วยวนราวกับผู้หญิงร่านรัก แต่ทำไงได้อยากให้เขารักก็ต้องมั่นยั่วให้เขาหลงเสน่ห์เธอหน่อย “ขยับเข้ามาใกล้ผมอีกนิดสิครับ อ็องตวนน้อยรอความอบอุ่นอยู่นะ” อ็องตวนส่งเสียงกระเซ้าให้เธอเข้ามาใกล้ ส่วนนั่นของเขาก็แข็งขื่นพร้อมรบจะเหลือเกิน “คุณอยากให้ฉันง้อนักใช่ไหมคะ” พูดจบหญิงสาวขยับตัวไปใกล้ชิดส่วนความเป็นชายที่พร้อมรบ สายตาเธอหวั่นระริกเล็กน้อย ก่อนจะทำการครอบครองเขาอย่างสมบูรณ์ เหลือบเห







