LOGINจางเลี่ยงหวงหลานสาวของฮองเฮา มุ่งมั่นจะเป็นพระชายาของจวิ้นอ๋อง ทว่านางถูกรองแม่ทัพมู่ลักพาตัวไปขัง เอาไว้ที่เรือนหลังป่าไผ่เพราะต้องการ กีดกันมิให้นางทำลายความรักของท่านอ๋อง สุดท้าย...เขากลับตกหลุมรักนางเอง
View More‘เอ๊ะ! นี่มันเนื้อคนมิใช่หรือ’
จางเลี่ยงหวงลืมตาขึ้นเห็นแผ่นอกสีคร้ามแดดก็รู้สึกตื่นตะลึง ร่างกายของนางรู้สึกถึงความเย็นที่อยู่แถวไหล่ ทว่าทรวงอกไร้เอี๊ยมปกปิดแนบชิดกับกล้ามท้องแกร่งของชายหนุ่มดูเหมือนจะอบอุ่นยิ่ง
“ตื่นเดี๋ยวนี้! เจ้าหมีป่านี่เจ้าข่มเหงข้าหรือไร”
รองแม่ทัพมู่ดีดตัวขึ้นอย่างว่องไว เมื่อเห็นคุณหนูคนงามกอดผ้าห่มปกปิดร่างกายทำตาเขียวปั๊ดใส่ เขาก็แสยะยิ้ม รีบบอกให้นางรู้ตัวว่าเมื่อคืนเป็นเขาต่างหากที่โดนนางพยายามจะรังแกให้ได้
“เมื่อคืนเจ้าทั้งดึงทั้งทึ้งเสื้อผ้า ทั้งขอร้องข้าให้ช่วยร่วมเตียงกับเจ้า หรือเจ้าจำไม่ได้ว่าตนเองทำท่ายั่วยวนเพียงใด ทั้งยังปล้นจูบข้าไปตั้งหลายครั้ง”
“หา! ข้านี่นะ” คุณหนูจางผู้เย่อหยิ่งได้ยินพูดของเขาก็ราวกับถูกค้อนใหญ่ทุบหัว มึนงงไปชั่วครู่จึงค่อยนึกขึ้นได้
เมื่อวานนางดื่มสุราเข้าไปหลายจอกแล้วพยายามจะเดินไปปัสสาวะที่สุขาท้ายจวนทว่าเหมือนจะไปไม่ถึงวูบลงไปเสียก่อน
“ขะ ข้าโดนคนถ่อยวางยา หวังถือโอกาสรังแกข้า!”
“เรื่องนั้นข้าไม่รู้ แต่ข้าไม่ได้ทำแน่ๆ เพราะข้าไม่สนใจคุณหนูเรื่องมากอย่างเจ้า”
จางเลี่ยงหวงได้ยินก็แทบจะกรีดร้องแต่เพราะเขาชี้หน้านางพร้อมกับทำท่าทางข่มขู่เอาไว้นางไม่กล้า หันไปมองซ้ายมองขวา เรียกร้องจะกลับจวนแม่ทัพทันที
“เจ้ามองหาเสื้อผ้าตนเองให้เจอก่อนเถอะ ไม่รู้ว่าขว้างทิ้งไว้ที่ใดบ้าง ”
คุณหนูจางออกฤทธิ์ออกเดชจนมู่หลี่เฉียงทนไม่ได้ ยิ่งนางเรียกเขาว่า ‘เจ้าหมีป่า’ ชายหนุ่มรู้สึกราวกับมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงบนหัว
“เจ้ากล้าเรียกข้าว่าหมีป่างั้นหรือ ”
“เจ้าห้ามพูดเรื่องที่ข้ากับเจ้าร่วมเตียงคืนนี้ให้ผู้ใดรู้เด็ดขาด!”
ไม่เพียงแต่คิดจะข่มขู่รองแม่ทัพมู่แต่คุณหนูจางผู้เป็นบุตรีเสนาบดีฝ่ายขวาเคยใช้อำนาจจนเคยตัว นางมักจะด่าทอมู่หลี่เฉียงหาว่าเขารู้จักแต่การใช้กำลัง เป็นคนเถื่อนถ่อย
“ดี! เช่นนั้นคนถ่อยเช่นข้าจะประกาศให้เจ้าต้องอยู่ที่นี่จนกว่าข้าจะพอใจ หากเจ้าคิดหลบหนีข้าจะประกาศให้ทั่วเมืองว่าเจ้ากับข้า...เคยเปลือยกายร่วมเตียงกันมาแล้ว ให้มันรู้ไปว่าผู้ใดจะกล้ายุ่งกับสตรีของข้า!”
มู่หลี่เฉียงมองเห็นเอี๊ยมสีชมพูกลีบบัวปักลายดอกโบตั๋นหล่นอยู่ที่พื้นห้องจึงเก็บขึ้นมายัดใส่สาบเสื้อนอน
“จะ เจ้า เก็บเสื้อข้าไปทำไมกัน ”
“หากวันใดเจ้าไม่ฟังคำพูดข้า เสื้อตัวนี้จะถูกนำมาอวดผู้อื่นในทันที เป็นหลักฐานว่าเจ้ากับข้า...เป็น.....”
“พอแล้ว! ข้ายอม! ข้าอยู่ที่นี่ก็ได้” นางผิวหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห
มู่หลี่เฉียงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อจวิ้นอ๋องซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่สอบถามเขาว่าพบเห็นคุณหนูจางหรือไม่ คืนนั้นจะว่าไปก็น่าแปลกนักที่ไม่มีผู้ใดเห็นเขาแบกนางออกจากงานเลี้ยงสักคน
คุณชายจางพี่ชายของจางเลี่ยงหวงเป็นเดือดเป็นร้อนตามหาน้องสาว ทั้งวัน แม้คนมากมายจะออกสอบถามหานางไปทั่วเมืองพยัคฆ์เหินก็ไม่มีผู้ใดพบ
รองแม่ทัพมู่กลับเรือนท้ายจวนด้วยความพออกพอใจ คราวแรกที่เขาได้เห็นจางเลี่ยวหวงเขาก็ตื่นตะลึงในความงดงามอ่อนหวานของนาง แต่พอได้เห็นกริยามารยาทที่ย่ำแย่ก็เลิกชอบในทันที ยิ่งภายหลังเขารู้ว่านางจงใจเดินทางมาเมืองหลวงเพื่อหวังจะรวบรัดให้จวิ้นอ๋องทรงยอมรับนางเป็นพระชายาเอกก็ยิ่งรู้สึกรังเกียจ
ครั้งนี้เขาเอานางมาซ่อนไว้เขาคิดจะดัดนิสัยนางสักหน่อยค่อยปล่อยกลับ
“เจ้าจะให้ข้านอนร่วมห้องจริงๆ หรือ”
“ทำไมเล่า ยามนี้คนทั้งจวนก็คิดว่าเจ้าเป็นสาวใช้อุ่นเตียงของข้า ให้เจ้านอนในห้องนี้ข้าจึงจะรู้สึกสบายใจว่าเจ้าจะไม่คิดหลบหนี หรือเจ้าอยากข้าเอาเจ้าไปขังที่ห้องเก็บฟืน”
“ไม่! ข้านอนห้องนี้ก็ได้”
เขาเรียกให้คนเอาเตียงเล็กเข้ามาวางใกล้ๆ และบังคับให้นางนอนร่วมห้องกับตนเอง
แม่นมเจียงที่ถูกส่งมาจากสกุลมู่เพื่อดูแลรองแม่ทัพหนุ่มยิ้มกริ่มด้วยความพอใจ นางคิดว่ามู่หลี่เฉียงคงพึงใจในตัวสาวใช้สกุลจางมากจึงได้ยอมให้นอนด้วยเช่นนี้
....อีกไม่นาน ความหวังของนายท่านคงเป็นจริง!
แม่นมเจียงลงมือเขียนจดหมายไปถึงนายท่านและนายหญิงที่อยู่จวนในเมืองหลวงเพื่อรายงานงานข่าวดีนี้ในทันที
เพื่อข่มขู่มิให้จางเลี่ยงหวงคิดจะหนีออกจากจวนรองแม่ทัพแห่งนี้ไป ชายหนุ่มจึงเอาดาบใหญ่แสร้งออกมาเช็ดขณะที่นั่งให้นางทำความสะอาดปัดฝุ่นในห้องนอนไปด้วย
จางเลี่ยงหวงหน้าเผือดสี นางกลัวรูปร่างและความดุดันของเขาอยู่เป็นทุน ก่อนหน้านี้นางเคยเห็นมู่หลี่เฉียงฆ่าคนกับตาตนเองมาแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้ทั้งดุร้ายและป่าเถื่อนยิ่ง
มิน่า! พี่ชายของนางจึงได้บอกว่าคนของจวิ้นอ๋องล้วนแล้วเป็นทหารที่ผ่านศึกสงครามมาอย่างโชกโชน ไม่ควรจะไปยั่วยุโทสะอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มปรายตามองหญิงงามที่นั่งก้มหน้ามือกำที่เท้าแขนบนเก้าอี้นิ่ง เขาจึงคิดอยากจะให้นางลองลำบากดูสักครั้ง
“เจ้าไปหุงข้าวที” เขาสั่งแล้วก็หรี่ตามองนาง “ทำเป็นหรือไม่”
“ไม่เป็น!” นางแหว
“ไม่เป็นก็ต้องหัด ตอนนี้ข้ามอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้า”
เขาให้คนเตรียมครัวเล็กๆ ไว้ด้านหลังเรือนท้ายจวน แล้วบังคับให้นางไปลองหุงข้าวเอง วันแรกนางหุงข้าวไม่สุก
แต่เขากลับนั่งกินอาหารที่สาวใช้นำมาให้อย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นก็ยื่นผัดผักให้นางเพียงจานเดียว
“เจ้าเอากับข้าวไปกินกับข้าวที่เจ้าหุงเองก็แล้วกัน”
จางเลี่ยงหวงจำยอมไปเขี่ยข้าวในหม้อที่ตนเองหุงสุกๆ ดิบๆ หาส่วนที่สุกออกมากินกับผัดผักจานนั้น ในใจนางนึกแช่งชักหักกระดูกเขาอยู่นานสองนาน
กินเสร็จแล้วชายหนุ่มก็บังคับให้นางไปต้มน้ำอาบแล้วหิ้วมาอาบที่หลังฉากด้านหนึ่งในห้องนอน นางทั้งอาบทั้งระแวงเกรงว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายกับตน
ร่างกายของมู่หลี่เฉียงใหญ่โตและแข็งแรงกว่านางมากนัก จางเลี่ยงหวงรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงในตัวชายหนุ่มเหลือเกิน
‘ข้าอยากกลับจวนแม่ทัพแล้ว เมื่อใดพวกเขาจะตามหาข้าพบเสียที’
ชายหนุ่มฝากบุตรชายไว้กับแม่นมเจียงและแม่นมคนใหม่“แม่นมเจียง ข้าฝากลูกข้าด้วย ข้าจะเร่งมือมีบุตรสาวอีกสักคน”แม่นมเจียงยิ้มกว้าง “คุณชาย ต้องรอให้ร่างกายนางพักฟื้นฟูเสียก่อนนะเจ้าคะ”“ไม่ต้องห่วง ผ่านเข้าเดือนที่สี่แล้ว ข้าบำรุงร่างกายของนางอย่างเต็มที่ เหมาะที่จะลงมือแล้ว”มู่หลี่เฉียงพาภรรยาหายขึ้นเขาไปเป็นระยะๆ ส่วนวันที่เหลือก็คอยแย่งเวลากับบุตรชายคนโต ผ่านไปหกเดือน นางก็ตั้งครรภ์อีกครั้งหนึ่ง จางเลี่ยงหวงบ่นกระปอดกระแปดที่ต้องท้องติดๆ กัน นางขอร้องให้สามีเว้นช่วงระยะไปสักปี แต่มู่หลี่เฉียงกลับไม่ยอม บังเอิญเกิดเหตุกบฏอ๋องสี่ขึ้นเสียก่อนเขาจึงต้องเดินทางไปเมืองฉู่จิ้งภารกิจการปราบปรามอ๋องสีหนักหนาสาหัสยิ่งนัก หลังจาปราบกบฎลงได้ หมิงฮ่องเต้จึงทรงดำรงให้ตั้งค่ายทหารที่นอกเมืองฉู่จิ้งเพื่อป้องกันการซ่องสุมกำลังพลของผู้มีอิทธิพลในภาคตะวันตกซึ่งเป็นดินแดนที่กว้างไกล ต่อไปกับแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งมีชนเผ่าในทะเลทรายมากมายอาศัยอยู่ กว่าจะเสร็จภารกิจการจัดตั้งค่ายทหารเมืองฉู่จิ้งได้ก็ปาไปครึ่งปีมู่หลี่เฉียงกลับมาถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกครั้งก็พบว่า บุตรชายคนโตก็เรียกท่านพ่อได้อ้อแอ้แ
แม้จะแต่งงานผ่านมาหลายเดือนแล้ว ทั้งมู่หลี่เฉียงยังขยันขันแข็งร่วมรักกับนางอยู่ไม่เว้นวาย จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งครรภ์เสียทีจนนางนึกกังวล“ท่านพี่หรือว่าร่างกายของข้าจะไม่ดี”“เจ้าอย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวข้าจะหาหมอเก่งๆ มาตรวจร่างกายของเราสองคน ดูไปแล้ว เจ้ากับข้าก็ร่างกายปกติทุกอย่าง หมอสี่ห้าคนที่เคยตรวจมาก็ไม่เคยทักเรื่องร้ายเลยสักครั้ง”จางเลี่ยงหวงกังวลอย่างมาก นางเขียนจดหมายขอให้ทางครอบครัวเดิมส่งยาชั้นดีมาให้หลายขนานเจ้าหมีป่าเองก็เสาะหาท่านหมอที่เก่งกาจในละแวกนั่นมาตรวจร่างกายทั้งตนและภรรยาหลายคนแล้วก็พบว่าปกติ แต่จางเลี่ยงหวงก็ยังไม่ตั้งท้องเสียทีสุดท้ายจึงได้เรียกหมอทหารมาตรวจอาการของจางเลี่ยงหวงพบว่าร่างกายของนางต้องบำรุงเพิ่มธาตุหยินให้มากขึ้นเพื่อให้สมดุลมู่หลี่เฉียงจึงคอยประคบประหงมภรรยาเป็นอย่างดี จากนั้นอีกหลายเดือนเขาก็ได้มีโอกาสเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าเฝ้าพระชายาฟ่านซิ่วอิงที่เพิ่งคลอดแฝดสี่มู่หลี่เฉียงเห็นเด็กทารกทั้งสี่ก็รู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก เขาเก็บเอาไว้นั่งฝันนอนฝันอยากจะมีบุตรธิดากับจางเลี่ยงหวงเยอะๆ เช่นนี้บ้างเมื่อกลับถึงเมืองพยัคฆ์เหินอีกคร
เกาหลินเจี๋ยสีหน้าไม่สู้ดีนัก นับตั้งแต่เขาจูบซ่งไป๋หลานในคืนนั้น นางก็หายหน้าหายตาไป แม้ท่านพ่อท่านแม่ของเขาจะส่งแม่สื่อไปทาบทามและทำสัญญาหมั้นหมายกันเรียบร้อยตามขั้นตอนแต่นางก็ไม่มาปรากฏตัวให้เห็น นายกองเกาผู้เอะอะโผงผางอยู่เป็นนิจถึงกับต้องบากหน้าไปปรึกษารองแม่ทัพมู่ผู้เป็นนาย “นี่เจ้าดูเหมือนคนอดนอนมาหลายคืนแล้ว มีทุกข์ใดนักหรือ ” มู่หลี่เฉียงประหลาดใจที่คนจะได้แต่งงานอย่างนายกองเกากลับไม่รื่นเริงสักนิด “หรือว่าเจ้าเองก็ถูกซ่งไป๋หลานข่มเหงด้วยเหมือนกัน” เรื่องของเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังคนซื่อกลายเป็นที่ขบขันของคนทั้งค่ายทหาร เพราะเกาเฉี่ยนคนงามปล้ำจูบเสี่ยวหวังในคืนเทศกาลบูชาเทพธิดาปฐพี ทำให้นางเสนอตัวรับผิดชอบเสี่ยวหวัง ทั้งคู่กำลังจะแต่งงานในไม่ช้า “มิได้ๆ เป็นข้านั่นล่ะที่ข่มเหงนาง ท่านมู่ แม้นางจะยอมแต่งงานกับข้าแต่ท่านดู! นางไม่ยอมออกมาให้ข้าได้พบหน้าสักนิด ตั้งแต่คืนนั้นนางก็เงียบหายไปเลย ข้าให้เกาเฉี่ยนไปหลอกล่อนางออกมาแล้วนางก็ไม่มา” มู่หลี่เฉียงยกยิ้มมุมปาก “จะพูดให้ยากไปทำไม ไหนๆ เจ้ากับนางก็จะแต่งงานกันแล้ว ทำแทนพูดจะตกลงกัน
“ถ้าหากเขาไม่ยอมมาขอโทษข้า ก็แสดงว่าเขาเป็นบุรุษที่ใช้ไม่ได้เจ้าค่ะ” จางเลี่ยงหวงพยักหน้า “จริงของเจ้า หากว่าเขาไม่ยอมมาขอโทษเจ้า วันหน้าก็คงจะเป็นสามีภรรยาที่เคารพกันและกันไม่ได้” นางหยิบน้ำชาขึ้นมาจิบแล้วพลันนึกถึงเกาเฉี่ยนขึ้นมา “พูดเรื่องแม่นางเกา ข้าคิดว่านางมาชอบท่านพี่ของข้าเสียอีก แต่เจ้าบอกว่านางไปกับเสี่ยวหวัง” “เจ้าค่ะ นางชอบเสี่ยวหวังมาตั้งแต่แรกแล้ว หาได้เคยคิดจะชอบท่านรองแม่ทัพไม่”จางเลี่ยงหวงชะงัก เกาเฉี่ยนรูปร่างหน้าตางดงามหากอยากจะคิดเป็นอนุภรรยาของ มู่หลี่เฉียงก็ไม่แปลกแต่กลับไปฝังใจชอบเสี่ยวหวังที่วันๆ ไม่พูดไม่จา “เรื่องในโลกนี้ บางอย่างเกินคาดจริงๆ” จางเลี่ยงหวงเอ่ยออกมา “เจ้าค่ะนายหญิง ข้าได้ยินทีแรกยังแทบไม่เชื่อหู แต่เรื่องนี้นายกองเกาเองก็ได้ยินเช่นกัน” ซ่งไป๋หลานเล่าเรื่องราวระหว่างเกาเฉี่ยนกับเสี่ยวหวังให้นายหญิงของตนฟังจนหมดสิ้น “เจ้าช่วยนางก็ถูกแล้ว ว่าแต่เสี่ยวหวังยอมรับนางหรือไม่เล่า” จางเลี่ยงหวงรู้สึกเห็นใจเกาเฉี่ยนขึ้นมา “ไม่ทราบเจ้าค่ะ เพราะข้ามัวแต่ทะเลาะกับนายกองเกา ดังนั้นจึ