INICIAR SESIÓN“ค่ะป้า เดี๋ยวรักษ์ขออาบน้ำสักสิบนาทีนะคะ” เธอส่งยิ้มให้รตี พยายามทำหน้าให้สดใสที่สุด
“งั้นป้าลงไปรอข้างล่างนะ” รตีบอก พลางมองสีหน้าของหลานสาวที่แสร้งทำยิ้มแย้ม คิดแล้วก็เธอต้องโทษสามีอยู่ภายในใจที่คิดแผนทำให้ธิรักษ์ต้องเสียใจ คิดมากเรื่องอาการป่วยปลอมๆของวิทูร แล้วยังต้องเครียดเรื่องต้องการให้ธิรักษ์สร้างครอบครัว หลังจากคุยกับรตีเสร็จ ธิรักษ์ไม่อยากเสียเวลานึกถึงอะไรที่มันไร้สาระ เธอรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว กลัวว่าคนอื่นจะรอ อีกอย่างท้องของเธอก็เริ่มประท้วงมาแล้วบ้าง สิบนาทีตามที่ให้ไว้กับรตีตรงเป๊ะ เธอลงมาทานข้าวเย็น และต้องตกใจเมื่อเห็นลุงวิทูรลงมาทานข้าวที่นั่งหัวโต๊ะ “ลุงลงมาได้ยังไงคะ” เธอถามระคนสงสัย แต่พอมาคิดอีกทีลุงเธอเป็นมะเร็งไม่ได้เป็นหงอยเสียหน่อยถึงเดินไม่ได้ “อ้าว ยัยรักษ์ลุงเป็นมะเร็ง เท้าของลุงยังทำงานได้” “อ้อ ค่ะ” ธิรักษ์ยิ้มขึ้นมาบ้าง เมื่อวิทูรเย้าแหย่เธอเช่นเดิม “มาทานข้าวดีกว่ารักษ์ ร้อนๆอยู่เลย” ธิรักษ์รีบนั่ง เด็กรับใช้ก็รีบตักข้าว บริการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง “รักษ์มาคิดๆดูว่าลุงควรทำการบำบัดด้วยสมาธิ รักษ์เคยอ่านในนิตยสารสุขภาพว่ามะเร็งสามารถหายขาดได้ ถ้าเราบำบัดอย่างถูกวิธี” พอมานั่งเธอก็รีบเสนอความเห็นของเธอที่เพิ่งคิดได้ขณะที่ลงบันได “เชื่อลุง หมอบอกยังไงก็ไม่หาย” วิทูรบอกเสียงเข้ม พลางแอบไขว้นิ้วไว้ด้านหลัง “แต่ว่าเราควรลองไม่เหรอคะ” ธิรักษ์พยายามแนะนำ “งั้นลุงจะยอมทำสมาธิบำบัดตามคำแนะนำของรักษ์ แต่รักษ์ต้องมีแฟนมีเหลนให้ลุงกับป้า” เมื่อธิรักษ์ไม่ยอมล้มเลิกหาทางรักษาเขา วิทูรที่ไม่ชอบยอมแพ้ใครถึงกลับตั้งเงื่อนไขขึ้นมา “ลุงจะกินยาให้ตรงเวลาพยายามรักษาตัว ถ้ารักษ์สามารถหาแฟนได้” ธิรักษ์ตาโต กลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ แล้วเธอจะหาแฟนและเหลนมาได้อย่างไรกัน ทั้งชีวิตนี้ยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคนเดียว “เลิกถกกันได้แล้ว หยุดทั้งลุงทั้งหลานเลย รักษ์อย่ายั่วโมโหลุงเยอะเดี๋ยวอาการหนักเข้าไปอีก” รตีที่เป็นฝ่ายเอ่ยหันหาวิทูร และหันมาหาธิรักษ์บ้าง “ไหงเป็นความผิดของรักษ์ได้ค่ะ” ธิรักษ์ทำปากยื่นน้อยๆ ก่อนหันมาสนใจกับข้าวตรงหน้า พร้อมตักอาหารให้วิทูร ถึงจะทะเลาะกันเธอก็ไม่ลืมว่าวิทูรป่วยอยู่ ต้องการการเอาใจใส่มากๆหลังจากทานอาหารเรียบร้อย ธิรักษ์คิดว่าใครที่ควรจะมาเป็นพ่อของลูก หรือเธอว่าไปขอบริจาคอสุจิจากใคร ยิ่งคิดยิ่งพิลึกกับความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัว ถ้าไม่ทำก็อดห่วงวิทูรอาจจะประชดเธอด้วยการไม่ดูแลตัวเองอย่างที่พูด พอนึกมาเรื่อยๆก็นึกถึงชายหนุ่มที่ช่วยเธอเมื่อหลายคืนก่อน
“คุณอ็องตวน” ชื่อของชายหนุ่มต่างชาติหลุดออกจากปากของเธอ เขาเคยบอกว่าเคยอยู่ที่ประเทศไทยก่อนไปบริหารงานต่อที่ต่างประเทศ แสดงว่าบางทีเขาอาจมีธุรกิจที่เมืองไทยด้วยเช่นกัน ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอาจช่วยเธอได้ ไม่รอช้าธิรักษ์รีบมาเปิดคอมพิวเตอร์ พิมพ์ค้นหาชื่อชายหนุ่ม ทว่าข้อมูลที่ค้นหากลับมีข้อมูลเกี่ยวกับอ็องตวนอีกหลายเว็บไซต์ “อ็องตวนคนไหนล่ะเนี่ยที่ช่วยเราเมื่อวันก่อน” เธอพึมพำ ก่อนเลือกคิดรูปภาพ ในที่สุดก็เจอภาพของเขา ถ่ายอยู่กับรถคันหรู ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา สายตาคมกริบทอดมองตรงหน้า เหมือนแววตาคู่นั่นของเขากำลังจ้องมาที่เธอไม่วางตา มือไม้เริ่มสั่นขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว กำลังจะคลิกข้อมูลของเขา ในพริบตาข้อมูลของนายอ็องตวนก็ปรากฏบนคอมพิวเตอร์ของเธอ นักธุรกิจในเครือเอ็มธารา กรุ๊ป และธุรกิจในต่างประเทศอีกมากมาย เป็นลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส มารดาเป็นชาวไทย บิดาเป็นชาวฝรั่งเศส อายุสามสิบเอ็ดปี “ช่างเพอร์เฟกต์อะไรขนาดเนี่ย” เธอลองเลื่อนหาข้อมูล แต่ก็ต้องหมดหวังเมื่อข้อมูลมีเพียงน้อยนิด “ฉันจะเจอคุณได้ดีไหนนะคุณอ็องตวน” “เรากำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย” เมื่อภาพความคิดของตัวเองในหัว เหมือนปรากฏขึ้นตรงหน้า เมื่อเธอต้องการเพียงแค่การตั้งครรภ์กับชายหนุ่ม โดยไม่ต้องการเรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ ซึ่งเขาก็มีที่อยู่ในไทย แต่ส่วนมากเขาก็ต้องไปบริหารงานที่ต่างประเทศไม่ใช่เหรอ ดูจากสายตาของเขาที่มองเธอในผับคงสนใจเธออยู่เหมือนกัน คิดมาถึงตรงนี้ก็ต้องหน้าแดงซ่าน เธอต้องหลบตาคมกริบจากคอมพ์ที่เหมือนกำลังมองมาที่เธอก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ธิรักษ์ขมวดคิ้วสงสัย ก่อนรีบเดินไปเปิดประตูโดยลืมเก็บข้าวของที่เธอเพิ่งซื้อมา “ยัยรักษ์มาเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องเรียก ทำให้ธิรักษ์รู้ว่าเป็นใคร “ร้องตะโกนอยู่ได้ เดี๋ยวข้างห้องก็ว่าเอาหรอก” ธิรักษ์ดุเพื่อน และเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามา “วันนี้ฉันจะมาฝากท้องกับแกหน่อย ก็เลยไม่ได้โทร.บอก” สุดาชี้แจงเหตุผล เป็นประจำที่เธอมาทานข้าวเย็น และห้องเธออยู่ไม่ไกล แค่ขึ้นลิฟต์ไม่กี่ชั้นก็มาถึงห้องของธิรักษ์แล้ว “แหม! จะทานอะไรล่ะ” ธิรักษ์ถามแกมประชด “ยัยรักษ์...กะ..แก..ท้องเหรอวะ” สุดาร้องเสียงหลง ธิรักษ์หันมองสุดาที่มีสีหน้าตกใจ ถือคู่มือแม่และเด็กอยู่ในมืออย่างตะลึง เธอควรจะเก็บของก่อนที่จะไปเปิดห้องสุดาให้เข้ามา ธิรักษ์พยักหน้าเบาๆ ที่ไม่สามารถปฏิเสธเธอก็ต้องยอมรับ หลักฐานทุกอย่างอยู่ตรงหน้าทำให้เธอดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว “แกกำลังจะเป็นแม่คน ฉันดีใจด้วยนะเว้ย และฉันก็จะได้เป็นป้าแล้ว” สุดาตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะมีลูกน้อยที่
2 เดือนผ่านไป.... ธิรักษ์ถอนหายใจเบาๆ อยู่หน้าห้องฝากครรภ์ กำลังรอคุณหมอเรียก มือบางลูบหน้าท้องที่นู่นขึ้นเล็กน้อย เรียกรอยยิ้มสำหรับคนที่กำลังเป็นคุณแม่ได้อย่างดี เธอทราบเรื่องตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว ประจำเดือนของเธอขาดหายไป เธอคิดว่าอาจเป็นเพราะเธอเครียดเลยทำมาล่าช้ากว่าปกติ เธอลองซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านสะดวกซื้อใกล้คอนโดมิเนียมของเธอ โชคดีที่เธอไม่อยู่บ้านไม่งั้นเธอคงไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่ปราศจากคำถามจากวิทูร เธอย้ายมาอยู่คอนโดฯตามเดิมหลังที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ส่วนวิทูรกับรตี ไปปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัดซึ่งพวกเขายอมทำตามคำขอร้องของเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะกลอมให้วิทูรทำตามที่พูด หาข้ออ้างต่าง ๆ นานา กลัวว่าเธอไม่ยอมทำตามที่ตกลง สุดท้ายก็ยอมทำตามที่เธอขออยู่ดี เธอมีเหตุผลเหนือกว่า เพราะห่วงสวัสดิภาพของวิทูรมากกว่า ไร้ข้อกังขา สองสามีภรรยายอมไปปฏิบัติธรรม เรื่องที่เธอตั้งครรภ์ยังไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งสุดา เพื่อนสนิทของเธอ คงทำใจอยู่นานกว่าที่จะกล้าบอกทุกคน ทว่าความจริงไม่มีทางปิดปังใครได้ไม่นาน นับวันของครรภ์ของเธอก็ยิ่งโต ถึงวันนั้นคงปิดใครไม่ได
ฝากฝั่งอ็องตวนตื่นในบ่ายของวันใหม่...อาการหนักมึนศีรษะเกิดขึ้น หลังจากที่ดื่มหนักหลายแก้ว เขาเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอ? คือคำถามที่เขาถามตัวเอง ทว่างานที่ค้างคาทำให้เขารู้ว่า....ผู้หญิงคนนั้นไม่ควรมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้ สิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้ คือกลับฝรั่งเศสเพื่อไปทำงานตามเดิม หมดแล้วเวลาพักผ่อนที่เขาไม่สุขใจสักนิด...แม้แต่นิดเดียวก็ไม่มี อ็องตวนเดินเข้าห้องน้ำอย่างหนึบๆในหัว คิดว่าถ้าได้อาบน้ำคงจะดีขึ้น และลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ เขาในเวลาเพียงไม่นาน กลับออกมาด้วยกลิ่นกายที่หอมกรุ่น กริ๊ง! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายหนุ่มที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำจ้องมองสายเรียกเข้าเล็กน้อย “สวัสดีครับพ่อ” เขาเอ่ยทักบิดด้วยเสียงราบเรียบ “หายหัวไปนานเชียวนะ นึกว่าแกติดใจสาวไทยจนลืมว่ามีงานอยู่ที่นี่ตั้งมากมายหรอกนะ” ประมุขแห่งตระกูล เอ็นโซ่ เปอตี เอ่ยแซวบุตรชาย เพราะเมื่อเขายังหนุ่มก็ติดใจสาวไทยมากเหมือนกัน จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน “ขอโทษครับพ่อ มีเรื่องให้ปวดหัวนิดหน่อย แล้วผมอยากพักผ่อนต่ออีกนิด ก็เลยเลื่อนกล
“ฉัน...ไม่ได้รักเธอเสียหน่อย ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น ฉันแค่เจ็บใจเท่านั้นเอง” คนปากแข็งพูดไม่ตรงกับใจ เมื่อเจอจ้องเขม็งก็หลบตาราวคนที่เพิ่งทำอะไรผิด “นี่ล่ะน่า คนเพิ่งตกหลุมรักสาวไทย” กิตติพึมพำเบาๆ ทว่าไม่สามารถหลุดรอดคนเมาที่หูไปได้ “นายไม่เข้าใจอีกเหรอวะ ว่าฉันไม่ได้รักใครทั้งนั้น และอีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับฝรั่งเศสคงไม่เจอกันอีก” อ็องตวนพูดอย่างมาดมั่น และเขาจะลืมผู้หญิงที่เคยหักอกเขาอย่างเลือดเย็น “ที่พูดเนี่ยน้อยใจที่โดนผู้หญิงไม่เอาใช่ไหม” คำถามของกิตติจี้ใจคนฟัง “คนอย่างฉันเนี่ยนะผู้หญิงไม่เอา มีแต่พวกหล่อนที่พยายามจับผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างฉัน” อ็องตวนพูดโอ่เพื่อตัวเองจะไม่ดูด้อยเพียงผู้หญิงเพียงคนเดียว “ขอให้จริงเถอะ” อ็องตวนไม่อยากต่อคำยาวกับกิตติ ส่ายหน้าเล็กน้อย ทว่าเพียงแค่ทอดมองไปโต๊ะตัวเดิมที่เคยนั่งกับสาวน้อยนามว่าเจนก็ทำให้ใจสั่นหวั่นไหว เธอต้องถูกลงบัญชีดำไว้ว่ามีอันตรายต่อหัวใจของเขาอย่างมาก เวลาล่วงเลยผ่านไป กิตติเตือนชายหนุ่มขี้เมาที่ไม่มีแววจะเลิกราจากการดื่มอาลัยสาวปริ
เมื่อเห็นว่าติณณ์ยังนิ่ง ธิรักษ์ผายมือไปที่ประตูห้อง เพื่อเป็นการย้ำให้ชายหนุ่มออกจากห้อง ติณณ์จึงเดินกลับห้องทำงานคอตก บุคคลที่เธอไม่ต้องการให้อยู่ในห้องออกไปเรียบร้อยแล้ว ธิรักษ์ถึงกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก วันๆหนึ่งเธอต้องคอยระแวงว่าติณณ์จะมาไม้ไหน “ฉันอยากจะกรี๊ดวันละร้อยหน” “จะทำไงได้ก็แกสวยขนาดนี้ก็ต้องมีหนุ่มมาตามเยอะเป็นธรรมดา” ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาด้วยกันก็มีชายหนุ่มมาตามจีบธิรักษ์มากมาย ด้วยเพราะความมีเสน่ห์และเป็นตัวของเธอ เก่ง ฉลาดอีกต่างหาก ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นความรำคาญสำหรับธิรักษ์ไปแล้ว “ถ้ามีแบบนี้บ่อยๆฉันคงจะประสาทรับประทานกันพอดี” “งั้นฉันกลับไปทำงานก่อนดี เดี๋ยวแกจะไล่ฉันเหมือนที่ไล่คุณติณณ์ ปล่อยให้แกกลุ้มเรื่องแฟนในอนาคตแกไปคนเดียว” สุดาเดินออกไปจากห้อง พร้อมคำพูดที่กระแทกใจหญิงสาว แฟนในอนาคต! งั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก เธอแบะปาก แล้วหันกลับมาทำงานเช่นเดิม พยายามตั้งสติเพื่อที่จะไม่มีสิ่งรบกวน หรือสิ่งที่มาทำหลายสมาธิ ตกเย็นจากที่ธิรักษ์กลับคอนโดมิเนียมของตัวเอง เธอเลือกกลั
ชีวิตประจำวันของธิรักษ์ดำเนินไปอย่างปกติ ผิดคาดที่คิดว่าชายหนุ่มจะตามมายุ่งวุ่นวายกับเธอ หรือเป็นเธอกันแน่ที่เฝ้าคิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง ทุอย่างเป็นตามที่เธอหวังก็ดีแล้ว “ใจลอยอีกแล้วนะยัยรักษ์” เสียงสดใสของสุดาดังแนบชิดใบหู เป็นธรรมดาที่เพื่อนคนนี้มักทำให้เธอตกใจเสมอ “ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆน่ะ” สุดาหมุนเก้าอี้ที่คนใจลอยกำลังนั่งหันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง “อะไรอีกล่ะ ไปทำงานได้แล้วยัยดา” ธิรักษ์ปรายตามองสุดา ก่อนก้มทำงานที่มีเอกสารมากมายรอให้เธอตรวจ ไม่มีเวลามาสนใจข่าวเมาส์ในออฟฟิศ “เรื่องนี้แกต้องสนใจ เพราะเกี่ยวกับสวัสดิการของแก คุณติณณ์ประกาศกับคนทั้งบริษัทว่าแกตกลงเป็นแฟนกับเขาแล้ว” สุดาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “จะบ้าหรือไง” ธิรักษ์ตาโต นึกไม่ถึงว่าเจ้านายหนุ่มที่ไม่รู้อะไรทำเรื่องให้เธอเสียหาย “ฉันอยากจะบ้าตาย” เธออยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ให้สมกับความอัดอั้นมานาน “อย่าเพิ่งตายนะครับ คุณรักษ์ ผมจะปกป้องคุณให้ถึงที่สุด” เสียงเปิดประตูห้องของทำงานเธอพร้อมกับเสียงของติณณ์ เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวเป็นอะไรไป เขาร







