ตอนที่หนึ่ง
ไม่เหมือนเดิม
หลังจากทุกคนหลับใหลไปแล้วแสงสีแดงฉานจากพระจันทร์สีเลือด ยังคงแผ่ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้ายาวนานทั้งคืน จวบจนพระอาทิตย์ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมแสงสีทองของวันใหม่ ณ แดนอาทิตย์อุทัยผู้คนเริ่มสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
ผู้คนเริ่มตื่นขึ้นมาจากนิทราและพบว่าเกิดความผิดปกติอยู่ทั่วทุกหนแห่ง บนถนนที่ผู้คนใช้สัญจรไปมาเวลานี้เต็มไปด้วยรถที่จอดอยู่เต็มท้องถนน บางคันเพียงแค่จอดอยู่กับที่และบางคันประสบอุบัติเหตุ เพราะคนขับหลับในจนทำให้เกิดการชนกันขึ้น และมันจะไม่ผิดปกติเลยหากไม่เกิดการหลับในของคนขับมากมายเต็มท้องถนน
ทั่วทั้งโลกเหมือนถูกบังคับให้หลับใหลทันทีที่พระจันทร์เลือดอยู่กลางท้องฟ้า ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ต่างหลับใหลโดยไม่รู้ตัว บางคนหลับไปนานกระทั่งรุ่งเช้าของอีกวันมาเยือนก็ยังไม่ตื่นจากการหลับใหล
ส่วนคนสนิททั้งสามคนของตรีภัทรได้ตื่นขึ้นมาในเช้าของวันที่สอง โดยตื่นในเวลาไล่เลี่ยกันไม่ห่างกันมากนัก และเมื่อตื่นมาก็พบได้ถึงความผิดปกติจึงรีบลุกขึ้นมาตรวจสอบในทันที
"วริสนายตรวจเจออะไรบ้าง? นายก็ด้วยกิตเจอความผิดปกติอะไรในบ้านไหม"
"จากที่ฉันตรวจสอบข่าวสารทั่วโลกมา พบว่าเกิดเหตุการณ์คนหลับไม่รู้ตัวกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกเลย และพวกเราเองก็หลับไปนานเกือบสองวัน"
"ฉันเองก็ตรวจทุกคนในบ้านแล้ว เกือบทุกคนหลับนานกว่าปกติ มีแค่ไม่กี่คนที่ตื่นสายกว่าปกติเล็กน้อย"
ภาคินที่ตรวจรอบบ้านแล้วไม่พบความผิดปกติ แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่เพื่อนร่วมงานทั้งสองบอก ภาคินก็รีบออกตัววิ่งนำหน้าทุกคนไปที่ห้องของเด็กแฝดทั้งสามคนในทันที
"นายน้อยทั้งสาม นายใหญ่กับคุณซินยังไม่ออกจากห้องอีกหรือ?"
ภาคินเมื่อมาถึงหน้าห้องของเด็กแฝดก็พบว่าคุณพ่อบ้านยืนเฝ้าประตูห้องอยู่พอดี เมื่อเห็นท่าทีของคนที่อยู่ดูแลเจ้านายมาตั้งแต่ยังเด็ก ก็ต้องตกใจเมื่อคุณพ่อบ้านยืนอยู่ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก
"กระผมตื่นก่อนพวกคุณไม่นาน เมื่อขึ้นมาตรวจสอบก็พบว่านายท่านและทุกคนยังไม่ตื่นเลยครับ กระผมพยายามปลุกแล้วแต่เหมือนเดิม จึงทำเพียงยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้เพื่ออารักขาน่ะครับ"
"ฉันว่านี่มันไม่ปกติแล้วนะ ตั้งแต่วันนั้นที่มีพระจันทร์สีเลือดแล้วทุกคนก็หลับไม่รู้เรื่องเลย"
กิตติเอ่ยออกมาเมื่อทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะเครียดที่เจ้านายของตนเองยังไม่ตื่นเลยสักคน แต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าอีกไม่นานคงตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน
จนกระทั่งเวลาเที่ยงวันของวันที่สามเข้าไปแล้วก็ยังไม่มีใครตื่น พอเข้าช่วงบ่ายตรีภัทรและศศินก็ตื่นขึ้นมาในเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้บรรดาลูกน้องทั้งหลายดีใจกันเป็นทิวแถว
เมื่อทั้งสองได้รับรู้ว่าตนได้หลับไปนานถึงสามวันก็ตกใจเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อหันมองลูกชายทั้งสามคนยิ่งทำให้รู้สึกกังวล เพราะจนตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะตกอีกครั้งแล้วเด็กน้อยทั้งสามคนก็ยังหลับใหลไม่ได้สติ
"พี่ตรีครับ เด็กๆ จะปลอดภัยใช่ไหมครับ"
"เจ้าสามแสบนะไม่ยอมเป็นอะไรไปง่ายๆ หรอกนะ ซินไม่ต้องกังวลนะครับอีกหน่อยลูกก็ตื่นแล้ว"
ตรีภัทรพยายามให้กำลังใจภรรยาแม้ว่าตนเองจะรู้สึกวิตกไม่น้อยไปกว่ากัน และเจ้าแฝดทั้งสามก็ไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง เพราะทันทีที่พระอาทิตย์ตกดินทั้งสามคนก็ลืมตาตื่นพร้อมเสียงท้องร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว
เสียงของพุงดังมากทำเอาเจ้าแฝดทั้งสามหายงัวเงีย เปลี่ยนเป็นเริ่มแสดงท่าทีงอแงเพราะหิวออกมาแทน
"หม่ามี้ น้องแทนหิว"
"น้องคอสหิวมาก"
"พี่ไซน์ก็หิวเหมือนกัน"
"ฮ่ะๆๆ เจ้าแสบก็ยังเป็นเจ้าแสบเหมือนเดิม ลุงนพสั่งคนให้ตั้งโต๊ะได้เลยครับ"
"คุณชายน้อยโปรดรอสักครู่นะครับ อีกครู่เดียวก็จะได้ทานอาหารแล้วนะครับ"
ลุงนพหรือนพพลทำงานเป็นคุณพ่อบ้านมานานตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อของตรีภัทร จึงถือเป็นคนที่ตรีภัทรไว้ใจเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่ง เวลานี้เจ้าตัวรีบออกไปสั่งแม่บ้านให้จัดโต๊ะอาหารสำหรับคุณชายน้อยทั้งสามอย่างมีความสุข เพราะหลายวันที่ผ่านมาทุกคนต่างตกอยู่ในสภาพวิตกกังวลกันหมด
ภายในคฤหาสน์หรูหราของครอบครัวทุกคนต่างหลงลืมเรื่องที่หลับไปนานหลายวัน เนื่องด้วยเมื่อเห็นอาหารมากมายอยู่ต่อหน้าทุกคนจึงเจริญอาหารเป็นอย่างมาก แม้แต่เจ้าแฝดไซน์คอสแทนก็ยังกินมากกว่าปกติถึงสามเท่า แม้จะดูน่าตกใจสำหรับเด็กสามขวบแต่ทุกคนกลับคิดไปเองว่าคงเป็นเพราะเด็กทั้งสามหลับไปนานจึงหิวเป็นพิเศษ
"ถ้าอิ่มกันแล้วพวกเราคงต้องประชุมกันหน่อย ไปเรียกทุกคนในบ้านมาให้หมด แม้แต่คนที่เฝ้ายามอยู่ก็ให้มาประชุมด้วย ระหว่างที่มาประชุมก็เปิดระบบเตือนภัยไว้ให้ครบ"
"ป่าป๊าจะประชุมเหรอ ให้ไซน์ช่วย"
"น้องคอสก็จะช่วย"
"แต่แทนไม่ช่วยได้ไหมครับ แทนอิ่มมาก"
ทุกคนที่ยังอยู่ที่ห้องโถงถึงกับต้องกลั้นเสียงหัวเราะ เพราะอดเอ็นดูคุณชายน้องแทนไม่ได้ รายนี้เวลาหิวจะกินเก่งกว่าใครเพื่อน แต่ถ้าได้อิ่มเมื่อไหร่จะขี้เกียจขยับตัวเป็นอย่างมาก มิหนำซ้ำยังทำการรื้อเสื้ออวดพุงให้หม่ามี้กับป่าป๊าได้ดูเป็นหลักฐานอีกต่างหาก
"ถ้าอิ่มก็นั่งพักก่อนครับน้องแทน เดี๋ยวหม่ามี้จะอู้งานเป็นเพื่อนน้องแทนเองครับ"
"คิกคิก คอสอู้งานด้วย"
น้องคอสที่แสนจะร่าเริงและอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าหม่ามี้ก็ไม่ทำงานจึงกลัวว่าหม่ามี้จะเหงาเลยอาสาอู้งานเป็นเพื่อน ทำเอาพี่ไซน์ที่กำลังทำหน้าขรึมตามป่าป๊าต้องถอนหายใจออกมา
"พี่ไซน์ช่วยป่าป๊าทำงานเอง ป่าป๊าไม่ต้องน้อยใจนะครับ"
"ขอบคุณนะครับพี่ไซน์ แต่ป่าป๊าไม่ได้ทำงานครับเราแค่จะประชุมกันนิดหน่อย เพราะว่ามีเรื่องเกิดขึ้นมากมายเราจึงต้องวางแผนกันสักหน่อยครับ"
ตรีภัทรไม่รู้จะอธิบายให้ลูกชายคนโตเข้าใจอย่างไรดี จึงเลือกที่จะใช้คำที่เข้าใจง่ายไปก่อน ด้วยคิดว่าเด็กที่ฉลาดอยากลูกชายทั้งสามในที่สุดก็คงเข้าใจได้เอง
"แล้วพี่ไซน์ยังช่วยป่าป๊าได้ไหมครับ"
"ได้ครับคนเก่ง พี่ไซน์ช่วยได้ทุกอย่างเลยครับ"
"งั้นคอสก็จะช่วย"
"แทนไม่ช่วย พุงแทนจะระเบิดแล้ว"
สุดท้ายกลายเป็นว่าคุณชายคนเล็กอย่างแทนที่สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน เพราะนอกจากเจ้าตัวจะพูดออกมาอย่างน่ามันเขี้ยวแล้ว ยังรื้อเสื้อรื้อกางเกงให้พุงออกมาหายใจสะดวกอีกด้วย ทำเอาทั้งคนที่เพิ่งเดินกลับมาที่ห้องโถงและคนที่รออยู่ต่างหัวเราะออกมาอย่างเสียอาการ แต่ความสุขก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อตรีภัทรเริ่มเอ่ยปากสอบถามเรื่องราวในช่วงหลายวันมานี้
"ในเมื่อมากันครบแล้วก็มาสรุปข้อมูลกันว่าในระหว่างที่ฉันหลับไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหลังนี้และด้านนอกนั่น"
เมื่อตรีภัทรถามจบก็มีหัวหน้ายามยกมือขึ้นทันที เจ้าตัวทำสีหน้าลำบากใจไม่น้อยที่ต้องเอ่ย ด้วยเพราะเกรงว่าคนอื่นจะหาว่าบ้าไม่ก็หัวเราะใส่
"นายครับ หลังจากคืนพระจันทร์เลือดทุกอย่างไม่เหมือนเดิมเลยครับ"
"ไม่เหมือนเดิม? อะไรที่ไม่เหมือนเดิมลุงอาจ?"
เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้ายามที่ชื่อองอาจแล้วตรีภัทรถึงกับคิ้วขมวด เพราะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาตรีภัทรรู้สึกได้ว่าร่างกายของตนเองไม่เหมือนเดิม แต่ไม่อาจบอกได้ว่าไม่เหมือนเดิมที่ตรงไหนเช่นกัน
"ผมมีหน้าที่คอยจับตาดูกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้านอยู่แล้ว จึงได้ทำการย้อนดูกล้องตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไป พบว่ามีคนหลายคนที่หลับไปทั้งที่กำลังขับรถอยู่ แต่พอพระจันทร์สีเลือดหายไปคนที่อาการโคม่าบางคนถึงกับคลานออกมาจากรถได้ แถมยังแสดงท่าทางแปลกๆ น่ะครับ"
"ท่าทางแปลกๆ นายได้เก็บข้อมูลไว้หรือเปล่า เอามาเปิดให้ฉันดูหน่อย"
เมื่อได้ยินว่านายต้องการดูกล้องวงจรปิด วริสที่รออยู่แล้วก็รีบจัดการทุกอย่าง และเปิดภาพที่บันทึกไว้ได้ขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ทันที ภาพจากกล้องที่บันทึกเหตุการณ์นอกรั้วบ้านทำเอาทุกคนถึงกับพูดไม่ออก
ภาพของคนหรืออาจจะเคยเรียกว่าคนกำลังคลานไปกับพื้นทั้งที่ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเลือด มีภาพคนที่บาดเจ็บหนีออกจากตัวรถแล้วโดนคนที่อยู่ด้านนอกกัด จากนั้นก็เกิดอาการชักเกร็งและจบลงด้วยสภาพเดียวกันกับคนที่กัด
"พี่ตรี พวกเขาทำไมกลายเป็นแบบนั้น?"
"ในคืนนั้นพวกเราหลับแต่พวกเขาไม่ได้หลับ ส่วนคนที่หลับก็กลายเป็นถูกกิน"
ถือเป็นโชคดีที่คนในบ้านของตรีภัทรไม่ว่าจะเด็กหรือคนแก่ก็ไม่มีใครที่ไม่เหมือนเดิม แต่ในขณะที่พวกผู้ใหญ่กำลังเครียดกับภาพที่ได้เห็น เจ้าตัวน้อยทั้งสามกลับพร้อมใจกันตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
พี่ไซน์ "ซอมบี้!"
น้องคอส "น่าเกลียดมาก!"
น้องแทน "ทุบหัวแบะเลย!"