ตอนที่สอง
หายไปเลย
หลังจากทุกคนตกใจกับสิ่งที่เกิดภายนอกกำแพงกันไปแล้ว ก็ตามมาด้วยความตื่นตกใจเพราะน้องแทนไม่รู้ไปหาคำพูดแบบนั้นมาจากไหน แม้แต่ตรีภัทรกับศศินก็ยังคาดไม่ถึง ต่างจากฝาแฝดของเจ้าตัวอย่างพี่ไซน์และน้องคอสที่ดูจะชอบใจมาก เพราะตอนนี้ทั้งสามคนกำลังพากันทำท่าทางทุบอากาศด้วยกำปั้นขนาดพอดีคำกันยกใหญ่
"น้องแทนครับ ใครพาหนูพูดแบบนี้ลูก หม่ามี้ว่าหม่ามี้ไม่เคยพาหนูพูดนะครับ"
"คำไหนเหรอครับหม่ามี้?"
น้องแทนยังคงไม่รู้ว่าตัวเองเผลอพูดคำที่ดูเกินวัยไปมากออกมา นอกจากจะไม่รู้ตัวแล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพูดคำไหนออกไป จนต้องเอ่ยถามหม่ามี้คนสวยอีกรอบอย่างน่ามันเขี้ยว
"โถ่น้องแทน เมื่อกี้หนูพูดว่าทุบหัวแบะออกมานะรู้ตัวไหมลูก?"
"คิกคิก ก็วันนั้นอาริสบอกอากิตว่าจะทุบให้หัวแบะเลย"
"ใช่ครับหม่ามี้น้องคอสก็ได้ยิน"
"ทุบแบบนี้เลยครับ พี่ไซน์จำได้"
"น้องแทนก็จำได้ พวกอาคินดูหนังซอมบี้กัน ทุบๆ เลย"
เด็กแฝดทั้งสามนอกจากจะเล่าออกมาโดยไม่คิดอะไรแล้ว ยังอุตส่าห์ทำท่าทางตามที่เคยเห็นให้ดูด้วย ทั้งสามคงไม่คิดเลยว่ากำลังทำให้พวกคุณอาโดนหม่ามี้คนสวยหมายหัวเอาไว้แล้ว
"พอแล้วครับเด็ก แต่พวกลูกจะไปทุบพวกซอมบี้ไม่ได้นะครับ มันอันตรายมากลูกรู้ไหม"
"น้องคอสเก่ง ไม่ต้องกลัวก็ได้?"
"ใช่ๆ พี่ไซน์ก็เก่งไม่กลัวอยู่แล้ว"
"น้องแทนก็ไม่กลัว จะจัดการให้หมดเลย"
เด็กน้อยทั้งสามไม่ได้รู้ตัวเลยว่าในขณะที่กำลังทำท่านทางต่อสู้อยู่นั้น จะบังเอิญมีปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นด้วย รอบตัวของพี่ไซน์มีประกายคล้ายสายฟ้าฟาด น้องคอสก็มีแสงสีเขียวลอยออกจากตัวทำเอาต้นไม้ภายในตัวคฤหาสน์สั่นไหวไปมา ด้านน้องแทนก็ไม่น้อยหน้าถึงขั้นมีเปลวไฟสีขาวอมม่วงที่มือทั้งสองข้างด้วย
ตรีภัทรและศศินถึงกับต้องพุ่งเข้าหาลูกชายทั้งสามก่อนจะรวบตัวมากอดเอาไว้ ทั้งสองคนไม่ได้กลัวว่าจะถูกเปลวไฟหรือสายฟ้าเล่นงานเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเข้าใกล้ลูกชายทั้งสามคนแล้วไม่ว่าจะเปลวไฟหรือสายฟ้าก็ไม่ทำอันตรายต่อทั้งสองคนเลย
"พวกลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ?"
"นั่นสิ พวกลูกรู้สึกเจ็บตรงไหนไหมครับ บอกหม่ามี้กับป่าป๊าหน่อยครับเด็กๆ"
"เจ็บเหรอครับ น้องคอสไม่เจ็บเลยสักนิด"
เด็กน้อยทั้งสามนอกจากจะไม่รู้สึกถึงพลังงานที่พลุ่งพล่านออกมาจากร่างกายตนเองเลยแม้แต่น้อย ยังไม่รู้สึกถึงความรู้สึกเจ็บที่หม่ามี้คนสวยถามถึงเลยแม้แต่น้อยนิด ทั้งสามคนรู้สึกเพียงความเบาสบายเหมือนว่าร่างกายขยับได้อย่างใจมากกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ
"พี่ไซน์ก็ไม่เจ็บเลยครับ รู้สึกเหมือนโตขึ้นมากกว่า"
"น้องแทนเหมือนจะปล่อยพลังแบบผู้เฒ่าเต่าได้เลย"
นอกจากท่าทางที่ดูจะชอบใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เด็กน้อยทั้งสามยังสามัคคีกันอธิบายให้ป่าป๊ากับหม่ามี้ได้ฟังอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะน้องแทนที่พอพูดว่าปล่อยพลังก็ปล่อยออกมาจริงๆ ทำเอาทุกคนตกตะลึงไปตามกัน แม้แต่เจ้าตัวน้อยทั้งหลายก็ตกใจไม่แพ้คนอื่น
"เอ๊ะ! แทนมีไฟด้วย"
"แทนทำได้ไง บอกมาเลยนะ"
น้องคอสทำท่าตกใจตาโตใส่น้องแทน ที่กำลังมีไฟสีสวยลุกท่วมมือทั้งสองข้าง ส่วนพี่ไซน์ก็ตกใจมากเช่นกันแต่ความอยากมีพลังเหมือนฝาแฝดมีมากกว่า
สุดท้ายแล้วเจ้าแฝดทั้งสามคนนอกจากจะไม่หวาดกลัวพลังแล้ว ยังพากันรวมตัวเป็นก้อนกลมแล้วสอนกันใช้พลังหน้าตาเฉย ตรีภัทรที่เห็นว่าลูกชายมีพลังก็เริ่มอยากมีบ้าง จึงแอบจินตนาการถึงพลังแล้วลองใช้ดู จนกลายเป็นเจ้าแฝดทั้งสามลอยสูงขึ้นจากพื้นต่อหน้าทุกคน
"ซินดูสิครับ พี่ทำให้ลูกลอยขึ้นจากพื้นได้ด้วย!"
"พี่ตรีก็มีพลังเหมือนลูกๆ หรือครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"
ศศินที่เริ่มสับสนมึนงงถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับโซฟาตามเดิม ส่วนบรรดาคนสนิทอย่างภาคิน วริสและกิตติก็เริ่มค้นหาพลังของตัวเองเช่นกัน เพราะจากภาพรวมที่เห็นตรงหน้าในตอนนี้ คนฉลาดที่ติดตามตรีภัทรมานานมีหรือจะคิดไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร
"พวกเรามีพลังเหมือนพวกยอดมนุษย์เลย"
วริสเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ เพราะวริสเองก็มีไอน้ำและน้ำแข็งเกาะที่ฝ่ามือ เมื่อหันไปมองเพื่อนร่วมงานอย่างภาคินก็พบว่าทั้งสองมีพลังไม่ต่างกัน
"ฉันได้ไฟเหมือนคุณชายน้องแทนเลย เจ๋งสุดๆ"
"พลังของฉันคืออะไรกันแน่ ฉันรู้สึกได้ว่ามีพลังแต่พลังเป็นแบบไหนกัน?"
นอกจากแฝดทั้งสามที่ลอยได้เพราะฝีมือป่าป๊าคนหล่อแล้ว ทุกคนต่างต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าภาคินล่องหนได้ โดยที่ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดฝีมือดีค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตาทุกคนทีละนิด ก่อนจะหายไปเหมือนไม่มีคนยืนอยู่เลยในที่สุด
"อาคินหายไปเลย!"
ไซน์คอสแทนถึงกับตะโกนออกมาพร้อมกัน เจ้าตัวน้อยทั้งสามรู้สึกชอบการหายตัวมากที่สุด เพราะอยากได้ไว้ใช้เวลาแอบหม่ามี้กินขนม ยิ่งน้องคอสที่เห็นแค่แสงสีขาวแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร ก็ยิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวดจนใบหน้ายับยู่ไปหมด
"น้องคอสเป็นอะไรไปครับลูก?"
"หม่ามี้ ทำไมน้องคอสมีแต่แสงเขียวๆ ไม่เห็นมีไฟเลย"
"โถ่น้องคอสของหม่ามี้ พลังสีเขียวของลูกทำให้ต้นไม้เต้นได้ด้วยนะครับ ดูนั่นสิครับคนเก่ง"
ศศินที่เห็นน้องคอสมีท่าทีหงอยลงก็รีบถามทันที ปรากฏว่าเจ้าตัวน้อยที่แสนจะเรียบร้อยดันไม่รู้ว่าพลังตัวเองคืออะไรเสียอย่างนั้น ศศินจึงรีบอุ้มน้องคอสขึ้นแล้วพาไปที่หน้าต่าง เพื่อดูต้นไม้ทุกคนที่พากันเต้นระบำใต้แสงจันทร์
"คุณต้นไม้เต้นได้ น้องคอสทำให้คุณต้นไม้เต้นเหรอ?"
น้องคอสยิ้มออกมาอย่างดีใจที่เห็นว่าต้นไม้ขยันไปมาได้ ทั้งต้นสนตามแนวถนน ต้นมะพร้าวที่เอนไปมา หรือแม้แต่ต้นไผ่ก็ยังส่ายสะบัดกิ่งก้านไปมา และที่ทุกคนรู้ว่ามันเต้นไม่ใช่เพราะลมพัดก็เพราะว่ามันต้นจริงๆ แถมดูท่าจะโยกตามจังหวะเพลงสามช่าที่ลุงอาจชอบเปิดเวลาเฝ้าประตูเสียด้วย
"คิกคิก คุณต้นไม้บอกว่าชอบเพลงตึ่งๆ"
"เพลงตึ่งๆ เพลงอะไรล่ะเนี่ยน้องคอส ว่าแต่หนูฟังคุณต้นไม้ออกหรือครับ"
"คอสฟังต้นไม้ออกเหรอ เก่งสุดๆ ไปเลย แทนคุยกับไฟไม่รู้เรื่องเลย"
"ไซน์ก็คุยกับสายฟ้าไม่ได้แต่บังคับได้อยู่"
ศศินที่เห็นลูกชายทั้งสามมีเพียงอาการตื่นเต้นไร้ซึ่งความหวาดกลัว ก็ได้แต่เตรียมปวดหัวไว้ล่วงหน้าเพราะดูท่านอกจากซอมบี้นอกกำแพงแล้ว ก็มีลูกชายแสนน่ารักทั้งสามของตัวเองนี่แหละที่น่ากลัวไม่หยอก
"แล้วหม่ามี้มีพลังไหมครับ?"
"นั่นสิ พี่ก็ว่าจะถามซินอยู่เหมือนกัน ดีนะที่น้องคอสถามก่อน"
"ของซินน่าจะเป็นพลังมิติครับ ซินเห็นที่ว่างประมาณห้าไร่ได้"
ศศินตอบตรีภัทรออกไปก่อนจะทดลองอะไรบางอย่าง มือเรียวสวยของศศินยื่นออกไปแตะโซฟาตัวใหญ่ที่นั่งเมื่อครู่แล้วจินตนาการว่ามันไปอยู่ในมิติ ทันทีที่ศศินคิดโซฟาก็หายไปจากสายตาของทุกคน ก่อนจะกลับมาอีกครั้งเมื่อศศินคิดว่าให้มันกลับออกมา
น้องคอส "อู้หู้วว หายไปเลย!"
พี่ไซน์ "หม่ามี้เก่งสุดๆ"
น้องแทน "น้องแทนอยากหายตัวด้วยหม่ามี้"
หลังจากเหตุการณ์โซฟาตัวใหญ่ได้หายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน เจ้าแฝดทั้งสามก็พากันตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่ เพราะคิดว่าหม่ามี้ทำให้หายตัวได้ เดือดร้อนให้ศศินต้องอธิบายอยู่นานว่าไม่ใช่การหายตัวแต่เป็นการถูกดึงเข้าไปเก็บไว้ในมิติแทน
พอทั้งสามคนได้ยินว่าหม่ามี้ที่เก็บของก็ยิ่งตื่นเต้นอยากเข้าไปเห็น ทำเอาทุกคนต้องเอ่ยปากห้ามจนวุ่นวายไปพักใหญ่ แต่ทุกอย่างก็กลับมาปกติดังเดิมเมื่อไซน์คอสแทนเริ่มง่วง เด็กน้อยทั้งสามเริ่มคอพับคออ่อนเพราะได้เวลาเข้านอนแล้ว
"ไปครับเด็กๆ ได้เวลานอนนอนกันแล้วครับ ปล่อยให้ป่าป๊าเขาคุยกับพวกคุณลุงคุณอาเสร็จ ค่อยตามไปนอนกับพวกเรานะครับ"
"เดี๋ยวป่าป๊าสั่งงานแล้วจะรีบไปนอนกอดนะครับ"
ตรีภัทรช่วยอุ้มน้องคอสกับน้องแทน ส่วนศศินก็อุ้มพี่ไซน์ขึ้นไปนอนบนห้อง เมื่อเจ้าตัวน้อยทั้งสามหลับไปศศินถึงเริ่มพูดคุยกับสามีอีกครั้ง
"พี่ตรีครับ ซินคิดว่าซินได้พลังเป็นมิติวิเศษครับ ซินรู้สึกได้ว่าซินเข้าไปข้างในได้"
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีสิครับ อย่างน้อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นซินกับลูกจะได้ปลอดภัย"
"พี่ตรีก็เห็นแล้วนี่ครับ เด็กๆ นะพลังน่าจะมากกว่าพวกเราด้วยซ้ำ ถ้าซินเดาไม่ผิดพลังจะมากจะน้อยน่าจะขึ้นกับสภาพร่างกายเดิมและใครหลับไปนานแค่ไหน"
"พี่ก็คิดแบบซินเหมือนกัน ดูท่าว่าเจ้าแฝดทั้งสามของบ้านเราคงกลายเป็นฝันร้ายของซอมบี้ไปเสียแล้ว"
ป่าป๊าหม่ามี้ของเด็กแฝดทั้งสามได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ ขนาดโลกในตอนที่ทุกอย่างปกติเจ้าแฝดยังดื้อและพลังเหลือเฟือขนาดนั้น ทั้งสองจึงไม่อยากจินตนาการถึงโลกที่เจ้าแฝดทั้งสามมีพลังเลยแม้แต่น้อย