“เฮออออ”
เสียงถอนหายใจดังออกมาระลอก น้ำฟ้าจะเหลือบมองเพื่อนทั้งที่มือกำลังถือไม้ลูกชิ้นคาบอยู่ในปาก แล้วเปลี่ยนไปวางไว้ในจานเหมือนเดิม
“แพงรู้ตัวไหมว่าถอนหายใจรอบที่ร้อยของวันได้แล้วมั่ง”
พริริมากรอกตามองบนอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะอาหาร อีกครั้ง ทำได้เพียงใช้ส้อมเขี่ยเส้นก๋วยเตี๋ยวในชามไปมาอย่างไร้จุดหมาย
“คิดถึงพี่ตรีเหรอ” เป็นเพื่อนกันตั้งแต่อนุบาล เรื่องแค่นี้ทำไมจะมองไม่ออก
“อือ...” เสียงอู้อี้ลอดออกมาจากแขนที่ใช้หนุนหน้า
“นี่มันเกือบจะปีหนึ่งแล้วนะน้ำฟ้า ที่พี่ตรีไม่ค่อยกลับบ้านเลย จะกลับมาก็แค่เวลาที่พ่อฉันเรียกให้มาคุยจริง ๆ โทรไปก็ไม่ค่อยรับ ส่งข้อความไปก็แทบไม่เคยเปิดอ่าน”
น้ำฟ้าพยักหน้าเข้าใจ พลางตักลูกชิ้นในชามตัวเองส่งไปเพื่อน
“เอาน่า... ใจเย็น ๆ ก่อนนะ พี่เขาเรียนหมอนะแพง ไม่ใช่เรียนคณะสบาย ๆ ตารางเรียน ตารางอ่านหนังสือคงแน่นเอี๊ยดไปหมดนั่นแหละ”
“แต่จะยุ่งแค่ไหนกันเขียว ถึงไม่มีเวลาตอบข้อความแค่ไม่กี่วินาที”พริริมาเถียงเสียงอ่อย เงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาที่เจือความน้อยใจ
“อาทิตย์ก่อนฉันเห็นเพื่อนเขาแท็กรูปในเฟซบุ๊ก พี่ตรีไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนๆ ที่คณะ ดูมีความสุขมากเลยนะ... มีความสุขโดยที่ไม่มีฉัน”
ประโยคสุดท้ายนั้นคือความรู้สึกที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ใต้ความโกรธทั้งหมด ความกลัวที่จะถูกลืม ความกลัวว่าโลกใบใหม่ของเขาจะไม่มีที่ว่างสำหรับเธออีกต่อไป
น้ำฟ้ารู้ดีว่าต่อให้ยกเหตุผลมาปลอบใจอีกร้อยแปดพันเก้า ก็คงไม่ช่วยให้เพื่อนรักของเธอรู้สึกดีขึ้นมาได้ เธอจึงเปลี่ยนจากผู้รับฟังมาเป็นผู้เสนอแนวทางแก้ปัญหาให้
“แล้วทำไมแกไม่ไปหาพี่เขาที่มหา’ลัยเลยล่ะ”
พริริมาชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “ก็อยากไปอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าหอพี่เขาอยู่ที่ไหนเนี่ยนะสิ”
“โอ๊ย! ฉันไม่ได้บอกว่าให้ไปหาเขาที่หอพัก แต่หมายถึงคณะแพทย์ที่มหา’ลัยไง”
“จะดีเหรอ เรากลัวพี่ตรีรำคาญ”
“ถ้าจะรำคาญก็คงรำคาญมาตั้งนานแล้วล่ะ มารู้สึกอะไรตอนนี้”
คำพูดทีเล่นทีจริงของน้ำฟ้าเหมือนเป็นตัวจุดประกายความกล้าให้กับพริริมา ในเมื่อการคอยอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น การเดินหน้าบุกไปหาเขาถึงที่ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
บ่ายวันศุกร์ที่ถัดมา พริริมากับน้ำฟ้าในชุดนักเรียนมัธยมปลาย ก็มายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าอาคารคณะแพทย์ศาสตร์ที่ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเหล่านักศึกษาที่เดินขวักไขว่ไปมา ทุกคนดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพวกเธอมากโข จนทำให้เด็กสาวทั้งสองรู้สึกเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลงทางเข้ามา
“คนเยอะจังเลยนะแพง แล้วเราจะไปหาพี่ตรีเจอได้ยังไงเนี่ย” น้ำฟ้าเริ่มมีสีหน้ากังวล
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” พริริมาตอบเสียงอ่อย
ความมั่นใจที่เคยมีเมื่อตอนเช้า บัดนี้ลดฮวบลงไปกว่าครึ่ง เธอมองซ้าย มองขวาอย่างสับสนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
ขณะที่ทั้งสองกำลังยืนสับสนอยู่นั้นเอง นักศึกษาสาวหน้าตาดีคนหนึ่งในชุดยูนิฟอร์มที่ดูเรียบร้อยก็เดินตรงเข้ามาหา พวกเธอด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร ใบหน้าสวยหวานและดวงตาที่สดใสของเธอทำให้บรรยากาศที่น่าเกร็งรอบตัวดูผ่อนคลายลง
“มีอะไรให้พี่ช่วยไหมคะ เห็นยืนอยู่นานแล้ว มาหาใครกันเหรอ” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและน่าฟัง
“เอ่อ... พวกเรามาหาพี่ตรี... ตรีวิทย์น่ะค่ะ ไม่ทราบว่าพี่พอจะรู้จักไหมคะ” พริริมาเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นก่อน
เพียงแค่ได้ยินชื่อของตรีวิทย์ รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวก็ดูจะสดใสขึ้นอีกหลายส่วนอย่างเห็นได้ชัด
“อ๋อ... ตรีเหรอคะ รู้จักสิ” เธอยิ้มกว้างมากกว่าเดิม “พี่เห็นเขาเพิ่งเดินเข้าห้องสมุดคณะฯ ไปเมื่อกี้นี่เอง พวกน้องรออยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวพี่ไปตามมาให้”
“ขอบคุณมากค่ะ” น้ำฟ้าและพริริมายกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม
“พี่เขาดูใจดีจังเลยนะแพง” น้ำฟ้ากระซิบ เมื่อหญิงสาวคนนั้นเดินกลับเข้าไปในตัวอาคารแล้ว
พริริมาพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เธอเหลือบไปเห็นตราสัญลักษณ์เล็กๆ ที่ติดอยู่บนอกเสื้อด้านซ้ายของหญิงสาวคนนั้น มันเป็นตราของคณะพยาบาลศาสตร์ ไม่ใช่คณะแพทย์
‘เรียนอยู่คณะพยาบาล แต่ทำไมถึงมาอยู่แถวคณะแพทย์ แถมยังรู้ด้วยว่าพี่ตรีอยู่ที่ไหน...’ คำถามผุดขึ้นในใจของเธออย่างรวดเร็ว
ไม่นานเกินรอ ร่างสูงโปร่งที่เธอแสนจะคิดถึงก็เดินออกมาจากตัวอาคาร โดยมีนักศึกษาสาวคนเดิมเดินเคียงข้างมาด้วย ภาพที่ทั้งสองเดินพูดคุยและหัวเราะให้กันอย่างเป็นธรรมชาตินั้น ทำให้หัวใจของพริริมากระตุกวูบ
พวกเขาไม่ได้เดินชิดใกล้จนเกินงาม แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอบอวลไปด้วยความสบายใจและความเข้ากันอย่างประหลาด มันเป็นเคมีที่มองไม่เห็นด้วยตา แต่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ
ตรีวิทย์มีสีหน้าประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อเห็นน้องสาวบุญธรรมมายืนรอเขาอยู่ที่นี่ แต่ความประหลาดใจนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ติดจะเฉยเมยเสียด้วยซ้ำ
“อ้าว น้องแพง! มาถึงนี่ได้ยังไงกันครับ”
เขาเดินตรงเข้ามาหา ก่อนจะวางมือลงบนศีรษะของเธอเบาๆ ตามความเคยชินที่ไม่ได้ทำมานานเกือบปี
สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้พริริมาใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด
“ก็แพงคิดถึงพี่ตรีนี่คะ โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน ก็เลยต้องมาหาเอง” เธอตอบพลางทำเสียงงอนๆ ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา
ตรีวิทย์หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะรีบแนะนำตามมารยาท
“อ้อ... แพง นี่พี่จอมขวัญ เพื่อนพี่เอง เรียนพยาบาลเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน” เขาย้ำคำว่า ‘เพื่อน’ เพื่อให้เด็กเอาแต่ใจไม่โวยวาย
“ขวัญ นี่น้องสาวเราเอง ชื่อแพง”
จอมขวัญส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ “สวัสดีจ้ะน้องแพง เรียกพี่ขวัญเฉย ๆ ก็ได้นะ พี่ได้ยินตรีพูดถึงเราบ่อย ๆ ไม่คิดว่าจะจ้ำม่ำน่ารักขนาดนี้”
“สวัสดีค่ะ” พริริมายิ้มรับด้วยรอยยิ้มหวาน แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยการสำรวจอีกฝ่าย ‘พี่ตรีพูดถึงเราบ่อย ๆ งั้นเหรอ...’
แม้ว่าตรีวิทย์จะแนะนำจอมขวัญในฐานะ ‘เพื่อน’ แต่แววตาที่จอมขวัญใช้มองเพื่อนพี่ชายของเธอนั้น มันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้ง และพิเศษเกินกว่าเพื่อนธรรมดา เช่นเดียวกับแววตาของพี่ตรีวิทย์ที่มองกลับไป มันมีความอ่อนโยน และผ่อนคลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเวลาที่เขาอยู่ด้วยกัน
พริริมาไม่จำเป็นต้องมีใครมาบอก เธอก็รู้ได้ในทันที... ความห่างเหินของตรีวิทย์ในช่วงเกือบปีที่ผ่านมา มันไม่ได้มีสาเหตุมาจากการเรียนหนักเพียงอย่างเดียว แต่พี่ชายที่เธอจับจองมาตั้งแต่เก้าขวบกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
แม้จะยังไม่รู้สถานะของคนทั้งคู่ว่าเป็นมากกว่าเพื่อนหรือเปล่า แต่ความน้อยใจที่มี กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกหวงแหน และตั้งป้อมเป็นศัตรูในทันที...