เข้าสู่ระบบในวัยเรียน... เขาคือ 'เพื่อนสนิทลูกครึ่ง' ผู้เย็นชาที่มีเพียงเธอคนเดียวที่เข้าถึงหัวใจ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชายหนุ่มกลับมาอีกครั้งในฐานะ 'นายใหญ่แห่งตระกูลมาเฟีย' ผู้ทรงอิทธิพล ส่วนเธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง สถานะที่แตกต่างทำให้ความรักครั้งนี้กลายเป็น 'ความรักต้องห้าม' ที่ถูกคนทั้งโลกคัดค้าน! "สมัยเด็กฉันอาจยอมปล่อยเธอไป... แต่ในเมื่อวันนี้ฉันกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันเลิกรักเธอ!"
ดูเพิ่มเติม“เห้อ.. ย้ายมาวันแรกก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงเรียนเลยเหรอเนี่ย...”
‘คังมีอา’ เด็กสาววัยสิบเจ็ดปีเจ้าของเรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยพร้อมหน้าม้าตัดรับกับใบหน้าหวาน ลูกครึ่งไทย-เกาหลี พึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะยืนกอดอกพิงกรอบประตูหน้าห้องเรียนชั้น ม.5/1 ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองไปยังระเบียงทางเดิน ซึ่งขณะนี้เต็มไปด้วยกลุ่มนักเรียนที่ยืนมุงดูเด็กใหม่ด้วยความสนใจ เหตุผลที่ทุกคนแตกตื่นนั้น ไม่ใช่แค่เพราะความหล่อระดับพรีเมียมของนักเรียนย้ายมาใหม่เท่านั้น... แต่เป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวของเขาที่ทั้งดึงดูดชวนให้ผู้คนสนใจแต่ในขณะเดียวกันก็แฝงความรู้สึกในการรักษาระยะห่างไปด้วย ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเกินเกณฑ์มาตรฐานวัยเดียวกัน ท่วงท่าการเดินสง่างามในชุดนักเรียนที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ผมสีเทาควันบุหรี่เป็นธรรมชาติปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าคมคายได้รูปรับกับดวงตาเรียวคมสีเข้มที่แฝงความเย็นชาและไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใด ‘ลูคัส’ ลูกครึ่งหนุ่มตระกูลใหญ่ผู้ถูกลือหนาหูว่าครอบครัวเบื้องหลังทำ ‘ธุรกิจสีเทา’ “หล่อมากเลยเนอะมีอา... แต่หน้าตารักษาความสะอาดขนาดนั้น แถมน่ากลัวสุดๆ ได้ยินมาว่าเขามีเรื่องชกต่อยจนคนบาดเจ็บสาหัสจากโรงเรียนเก่าด้วยนะ” เพื่อนสาวข้างกายกระซิบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกลัว มีอาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉลาดเฉียบแหลมมองเจาะลึกผ่านเปลือกนอกของเด็กหนุ่มผมเทา เธอไม่เห็น ‘นักเลงหัวไม้’ อย่างที่คนอื่นพูดกันสักนิด สิ่งที่เธอเห็นในดวงตาคมคู่ นั้นมีเพียงความเฉยชา โดดเดี่ยว และความเบื่อหน่ายต่อโลกใบนี้อย่างถึงที่สุดต่างหาก ‘คนอะไร... มีแววตาเหมือนหลบซ่อนความลับไว้เป็นร้อย’ มีอาคิดในใจพลางยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย บรรยากาศในห้องเรียนช่วงเช้าตึงเครียดเล็กน้อยเมื่ออาจารย์ประจำชั้นพา ลูคัส เข้ามาแนะนำตัว ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวขึ้นหน้าชั้นเรียน และมองไปรอบห้องด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทุ้มต่ำติดเสน่ห์ “ลูคัส... ฝากตัวด้วย” ประโยคสั้นๆ เพียงห้าคำทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ อาจารย์จึงรีบตัดบทให้เขาไปนั่งที่โต๊ะว่างข้างหน้าทางด้านหลังสุด... ซึ่งบังเอิญเป็นโต๊ะที่อยู่ติดกับ มีอา พอดี ร่างสูงก้าวเดินตรงมา หมอนั่นไม่แม้แต่จะปรายตามองใคร จนกระทั่งเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งข้างๆ เธอ แทนที่จะทำตัวเงียบขรึมและรักษาระยะห่างตามที่คนอื่นทำกัน มีอากลับเอียงใบหน้าหวานหลากสีสันเข้าไปหา รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าอย่างเป็นมิตร “ไง! ฉันชื่อมีอานะ... ยินดีต้อนรับสู่ห้อง ม.5/1” ลูคัสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมปรายมามองมือเล็กๆ ของเธอ ก่อนจะขยับสายตามองใบหน้าหวานที่มีผมหน้าม้าสีชมพูพาสเทลสะดุดตา สายตาของเขามีความประหลาดใจวอบแว่บขึ้นมาครู่หนึ่ง... เพราะปกติแล้วไม่มีใครกล้าทักทายเขาตรงๆ ด้วยรอยยิ้มแบบนี้ “เธอ... ไม่กลัวฉันเหรอ?” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถาม “กลัว? กลัวทำไมล่ะ? ทำไมฉันต้องกลัวนายด้วย?” มีอาหัวเราะเบาๆ ดวงตาเป็นประกายชาญฉลาด “ข่าวลือเรื่องพวกธุรกิจมืดหรือเรื่องที่นายชกคนน่ะเหรอ? ฉันดูออกหรอกนะว่านายไม่ได้ชอบหาเรื่องใครก่อน... และถ้านายไม่ใช่นักเลง ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวนี่” คำตอบที่ตรงไปตรงมาและสายตาที่มองทะลุเปลือกนอกของเธอ ทำให้นายใหญ่ตระกูลดังในอนาคตอย่างลูคัสถึงกับนิ่งไป รอยยิ้มบางๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นจุดประกายขึ้นที่มุมปากหยักของเขาเป็นครั้งแรก “งั้นเหรอ... ยัยตัวแสบ” ลูคัสพึมพำเสียงเบาในคอ ก่อนจะหมุนปากกาในมือเล่นแล้วเบือนหน้ามองออกไปนอกกอดกระจกหน้าต่าง แม้เขาจะทำเป็นไม่สนใจ แต่มือหนากลับเลื่อนไปแตะซองเอกสารลับที่ซ่อนอยู่ข้างในกระเป๋านักเรียนเบาๆ... ภารกิจและการหลบซ่อนตัวของเขาในโรงเรียนแห่งนี้ ดูเหมือนจะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดเสียแล้ว เมื่อคิดว่าหลังจากนี้จะมี ‘ยัยผมชมพู’ คนนี้เข้ามาป่วนตั้งแต่วันแรก!!หลังจากเย็นวันนั้น บรรยากาศระหว่างลูคัสกับมีอาก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เพิ่มมากขึ้น สร้อยคอจี้รูปผีเสื้อสีชมพูอ่อนนี้กลายเป็นของติดตัวชิ้นสำคัญที่มีอาสวมไว้ตลอดเวลาทว่าเวลาแห่งความสุขนั้นมักจะผ่านไปเร็วเสมอ...เพียงไม่กี่วันต่อมา มีอาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากตัวของลูคัส จากปกติที่เคยนั่งติวหนังสือ หรือเดินไปกินขนมกับเธอหลังเลิกเรียน เขาเริ่มมีท่าทีเงียบขรึมและคอยมองรอบตัวตลอดเวลาด้วยสายตาที่ตึงเครียดยิ่งกว่าวันแรกที่เขาย้ายมา แววตาคมกริบคู่เดิมที่เคยนุ่มนวลลงเวลาอยู่กับเธอ บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยความระมัดระวังตัวขั้นสูงสุดและที่ประหลาดหรือเรียกได้ว่าเปลี่ยนไปจนน่าใจหายที่สุดคือ... เขาเริ่มพยายาม 'รักษาระยะห่าง' จากเธอ"ลูคัสสส~ วันนี้หลังเลิกเรียนไปกินบิงซูกันไหม? ฉันเห็นร้านเปิดใหม่ตรงหัวมุมถนนด้วยนะ" มีอาเอ่ยชวนขณะที่ทั้งสองกำลังเดินออกจากห้องเรียนช่วงเย็น มือทั้งสองข้างจับสายเป้ไว้แน่นพร้อมส่งรอยยิ้มสดใสให้เขาแต่ลูคัสกลับหยุดชะงักเท้า ชายหนุ่มไม่สบตากับเธอโดยตรง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นชาจนน่าตกใจ"วันนี้ฉันมีธุระ... ไม่ต้อง
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว...ผลสอบย่อยวิชาภาษาไทยและประวัติศาสตร์ของลูคัสกลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วทั้งระดับชั้น เกรดของเขาพุ่งขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของห้องอย่างน่าอัศจรรย์ตามที่ติวเตอร์สาวอย่างมีอาเคยคุยไว้ไม่มีผิดและตามข้อตกลง... นอกจากช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ลูคัสจะต้องทำหน้าที่เปย์ขนมและน้ำผลไม้ให้มีอาแล้ว ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ทั้งสองก็จะไปซ้อมศิลปะการต่อสู้ด้วยกันที่โรงยิมเก่าท้ายโรงเรียนแม้ในการฝึกช่วงแรก มีอาจะโดนเหวี่ยงโดนจับทุ่มจนระบมไปทั้งตัว แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมแพ้และพื้นฐานเทควันโดของเธอที่พอจะมีมาบ้างก็ทำให้ลูคัสต้องแอบทึ่ง ทั้งมีอาถือว่าเป็นคนที่เรียนรู้ได้ไวมาก ทักษะการหลบหลีกและสวนกลับของเธอพัฒนาขึ้นจนเขาเริ่มต้องตั้งรับอย่างจริงจังจนกระทั่งเย็นวันศุกร์... บรรยากาศของโรงเรียนอบอวลไปด้วยความสวยงามของฤดูหนาว ต้นพญาเสือโคร่งใหญ่หลังอาคารเรียนกำลังเบ่งบาน ออกดอกสีชมพูพาสเทลสะพรั่งไปทั้งต้น แม้ว่าดอกไม้บางส่วนจะร่วงโรยลงมาตามสายลมเย็นที่พัดผ่านไปบ้างแล้วก็ตามมีอานั่งชันเข่าอยู่บนม้านั่งตัวเดิม พลางยื่นมือไปรองรับกลีบดอกสีชมพูที่ปลิวลงมาด้วยรอยยิ้ม
นับตั้งแต่เย็นวันนั้นเป็นต้นมา สายตาของคนทั้งโรงเรียนที่มองมายัง 'คังมีอาและลูคัส' นั้นก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย...เพราะไม่ว่าจะช่วงพักกลางวัน หรือหลังเลิกเรียน ภาพที่ทุกคนมักจะเห็นจนชินตา คือเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลเดินเคียงข้างไปกับเด็กใหม่ผมเทาสุดเย็นชาอย่าง 'ลูคัส' แม้ชายหนุ่มจะยังคงทำหน้าตึงและพูดน้อยคำตามเดิม แต่ทุกคนก็ดูออกว่าเขายอมให้มีอาเข้าใกล้ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น"นี่… ลูคัสสสส~"เสียงสดใสดังขึ้น ในขณะที่ทั้งสองนั่งอยู่ที่โต๊ะม้านั่งยาวใต้ร่มไม้ร่มรื่นหลังอาคารเรียน ลูคัสซึ่งกำลังนั่งหลับตานิ่ง โดยนำแผ่นหลังพิงลำต้นไม้อยู่ ก็ค่อยๆ ลืมตาทั้งสองข้างขึ้นมองเด็กสาวข้างกาย"มีอะไร?""นายก็ย้ายมาจากต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ภาษาไทยเรียกได้ว่านายก็พูดชัด... แต่ทำไมคะแนนสอบเก็บคะแนนวิชาภาษาไทยกับประวัติศาสตร์ของนายเมื่อเช้านี้…" มีอาเอียงคอยิ้มขำ พลางชูแผ่นกระดาษคำตอบของลูคัสขึ้นมาแกว่งไปมา "ตัวเลขสีแดงตัวโตๆ นั่นมันอะไรกันฮะ?"ลูคัสขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืนกลับมา"ฉันไม่ได้จำเป็นต้องใช้วิชาพวกนี้ในชีวิตจริงสักหน่อย" ชายหนุ่
ตลอดเวลาในการเรียนช่วงเช้าของห้อง ม.5/1 นั้น ตลบอบอวลไปด้วยบรรยากาศกดดันแปลกๆ นักเรียนทุกคนพยายามทำตัวเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีใครกล้าที่จะแม้แต่เหลียวหลังกลับมามองแถวหลังสุด ยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้น... 'คังมีอา' ที่นั่งเท้าคางมองชายหนุ่มผมเทาข้างกายเป็นระยะอย่างเปิดเผยลูคัสทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆ สายตามองออกไปนอกหน้าต่าง มือหนาหมุนปากกาเล่นด้วยท่าทีสบายๆ แต่มีอาที่สังเกตเกือบทุกการเคลื่อนไหวกลับดูออกว่าเขากำลัง 'ระวังภัย' อยู่ตลอดเวลา ท่วงท่าการนั่งและองศาของสายตาถูกจัดวางไว้อย่างประณีตเพื่อไว้เตรียมรับมือกับสิ่งไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ‘ท่าทางแบบนั้น... ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ’ มีอายิ้มและคิดในใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปกระทั่งเสียงออดหมดเวลาเรียนช่วงเย็นดังขึ้น นักเรียนในห้องต่างรีบเก็บของออกจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าหากอยู่นานกว่านี้จะโดนเด็กใหม่ผมเทาจัดการจนโดนลูกหลงไปด้วย แน่นอนว่ามันก็เป็นแค่ความรู้สึกในบรรยากาศของคนรอบข้างเท่านั้น ตัดมาที่ลูคัสแล้วนั้น เจ้าตัวคว้ากระเป๋านักเรียนขึ้นสะพายไหล่ข้างเดียว ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไปโดยไม่พูดไม่จากับใครมีอาม