LOGIN“ไง?”“นาย”เมื่อนาราแยกออกจากราเชนก็มุ่งตรงไปห้องน้ำ เธอเองไม่อยากให้ราเชนต้องมาลำบากเพราะเธออีก หากพ่อรู้ว่าอีกฝ่ายอาสาจะพาหนี เขาคงไม่รอดสายตาลูกน้องพ่อแน่ร่างบางพยายามปรับตัวเองให้เป็นปกติ ค่อยหาทางออกอีกที เมื่อนาราสามารถปรับอารมณ์ให้กลับมาเหมือนเดิมแล้ว เธอล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยก็ตัดสินใจเดินออกมา ทว่ากลับเจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุด ผู้ชายที่เป็นต้นเหตุทุกอย่างและนาราคิดว่าเขาต้องรู้เรื่องทุกอย่างมาก่อน“หลบไป”นาราเดินหนีไปอีกทางแต่ก็หยุดชะงักเมื่อเขาเอาแขนกำยำมากั้นไว้“นี่นาย!!”“พูดกับผัวให้มันดีๆ หน่อย”“ผัวบ้าผัวบออะไรของนาย ฉันไปเป็นเมียนายตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วงานหมั้นบ้าๆ นี่ก็อย่าหวังว่าจะถึงขั้นแต่งงาน!”“หึ อยากให้ทบทวน” ร่างสูงแสยะยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ“หลีกไป ฉันจะเข้าไปในงาน” สุดท้ายคลาสก็เอามือออกให้นาราเดินผ่านได้พึ่บ!!แต่จู่ๆ คลาสก็อุ้มคนตัวเล็กขึ้นพาดบ่า นาราพยายามดิ้นออกจากบ่า“นายจะทำอะไร ปล่อยฉัน”“กับผัวสะดีดสะดิ้ง ทีกับผู้ชายคนอื่นปล่อยให้ยืนกอด!!”“นายเห็น!?”“…” ร่างสูงไม่ตอบแต่เลือกที่จะอุ้มนาราเข้าลิฟต์กดไปชั้นบนสุด“จะพาฉันไปไหน”“ไปสนุกกันไง”นาราเ
ห้าวันผ่านไปวันที่นาราต้องเข้าพิธีหมั้นหมายกับคนที่ไม่ได้รัก ผู้ชายคนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน อิสรภาพของเธอมันค่อยๆ หายไป...ตั้งแต่วันนั้นที่เธอหนีออกจากงานเลี้ยงกับราเชน เหตุการณ์ทุกอย่างมันกลับเลวร้ายกว่าเดิมเพี๊ยะ!!เสียงฝ่ามือของไพศาลตบลงบนใบหน้าขาวเนียน เกิดเป็นรอยแดงตามนิ้วมือ“คุณหนู!!” เสียงราเชนและป้าแจ่มเอ่ยพร้อมกัน“อึก!” นาราพยายามเก็บเสียงร้องของตัวเอง“คุณท่านพอเถอะค่ะ” ป้าแจ่มเข้ามาห้ามเจ้านายทันทีเพื่อไม่ให้นาราโดนลงโทษไปมากกว่านี้“ฉันอดทนกับแกมานาน สมควรที่มันต้องโดน” ไพศาลยืนกัดฟันตัวเองอดทนไม่ให้ตัวเองลงมือ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนได้“นาผิดอะไร คุณพ่อก็รู้ว่านาไม่อยากหมั้น” นาราเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจ ปาดน้ำตาสะอึกสะอื้นไม่หวงภาพลักษณ์“แกจะทำเพื่อฉันสักครั้งมันจะตายไหม”“ทำไมคุณพ่อไม่ลองให้นาเข้าไปบริหาร บางทีมันอาจจะดีขึ้นก็ได้” นารายื่นข้อเสนอ“วิธีที่ฉันเลือกมันเป็นทางออกเดียว”“ทำไมล่ะคะ บอกนาได้ไหม”“แกไม่ต้องรู้อะไรทั้งนั้น รู้แค่ฉันจะเลื่อนงานหมั้นให้เร็วที่สุด”“คุณพ่อ!!” นาราไม่คิดเลยว่าการที่หนีงานเลี้ยงกลับทำให้ทุกอย่างมันแย่กว่าเดิม“ช่วงนี้เฝ้ามันให้ดี
“เอ่อ คือฉันขอโทษค่ะ” ร่างบางพูดทั้งที่ยังไม่หันหน้ามาทว่าเมื่อเธอหมุนตัวกลับมาก็พบกับ…“เฮ้ย ยัยตัวแสบ!!” คลาสอุทานลั่น ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของร่างบางแทบจะไม่เชื่อสายตา“นาย!!” นาราตกใจไม่น้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้ปกติ เมื่อดันบังเอิญเจอผู้ชายที่เธอเคยพลาดท่าให้“รู้จักกันเหรอ” พิมพ์มาดาหันมาถามคลาส“เออ! ใครวะ” แล้วเอเดนก็ถามต่อ พร้อมกับพายุและอาร์เธอร์ที่รอคำตอบ“รู้จักมั้ง” คลาสไม่รู้จะตอบยังไง ถ้าถามว่่าใกล้ชิดแนบเนื้อกันขนาดไหนคงตอบได้เต็มปากเพราะเเนบเนื้อสุดๆ จนถูกใจไม่เคยลืมรสชาติของคืนนั้นได้เลย แต่ถ้าถามว่ารู้จักไหมคงตอบยาก ขนาดชื่อยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าชื่ิออะไร“ขอโทษที่เข้ามาอย่างถือวิสาสะค่ะ แต่ฉันขอหลบในนี้ก่อนได้ไหม”อีกแล้ว? คลาสขมวดคิ้วชนกันทันที ครั้งที่แล้วก็เหมือนพยายามหนีใครบางคน ส่วนวันนี้ก็หลบใครอีกแล้ว เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงทำตัวแปลกๆ ทุกครั้งที่เจอกัน“อืม ได้สิ” อยู่ๆ เอเดนก็ตอบกลับพร้อมอมยิ้มแปลกๆคลาสที่ได้ยินเพื่อนอนุญาตยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม แต่อย่าบอกนะว่ามันสนใจ ไม่ได้นะเว้ยนั้นผู้หญิงของเพื่อน คนนี้เขาไม่ยอมถึงจะเคยแบ่งกันใช้มาก่อนแต่คนนี้ไม่ได้
เเชะ เเชะ!!เสียงตากล้องในงานกดชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อชายหนุ่มทั้งสี่ปรากฏตัวเดินเข้ามาในงานเปิดตัวกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ของพิมพ์มาดา สี่หนุ่ม สี่คาแรคเตอร์ที่ไม่มีสิ่งใดเหมือนกัน อาจเพราะความหล่อคนสไตล์ ต่างคนต่างโดดเด่นในแบบของตนเอง แต่มีความคล้ายกันตรงที่ความรวยและเป็นลูกนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงแถมยังเป็นหลานชายของตระกูลเก่าแก่อีกด้วยเหล่าดาราเซเลบทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าต่างอยากได้เป็นคู่ควงเพื่อเกาะกระแสความดังให้ตัวเองได้บ้าง ชายหนุ่มทั้งสี่เดินมุ่งไปหาเจ้าของงาน คลาส เอเดน ตั้งแต่เดินเข้ามาก็ส่งยิ้มให้สาวๆ ตั้งแต่หน้างานตามสไตล์เสือที่พร้อมจะล่าเหยื่อตลอดเวลา ส่วนพายุส่งยิ้มให้บ้างตามมารยาทสไตล์หนุ่มนิ่งหมาดเข้มร้ายลึก แต่มีเพียงอาร์เธอร์ที่ไม่มองใครเลยนอกจากเดินมุ่งไปยังเพื่อนสาว และความเย็นชาของเขาเองที่ทำให้เป็นที่น่าสนใจของนักข่าวว่าผู้หญิงคนไหนจะได้หัวใจของเขาไปเมื่อเข้ามาถึงงานพิมพ์มาดาก็ออกมาต้อนรับเพื่อนของตัวเองและพาเพื่อนชายทั้งหมดไปหาพ่อเเม่ของตนพ่อแม่พิมพ์มาดาที่ยืนต้อนรับแขกของตัวเองเพราะเขาเชิญเพื่อนๆ มาร่วมงานและอยากให้มาแสดงความยินดีกับลูกสาวของตัวเอง ห
-หนึ่งอาทิตย์ต่อมา-“คุณคลาสครับ คุณนารากลับมาถึงประเทศไทยเมื่ิอเช้านี้ครับ” กลับมาแล้วสินะตัวปัญหาที่เขาต้องหมั้นหมายด้วย“อืม แล้วที่กูสั่งได้ยัง” คลาสรีบถามสิ่งที่ต้องการ“ครับ ผมได้เบอร์ติดต่อคุณนาราแล้วครับ” วิทยาเดินเอากระดาษที่มีหมายเลขติดต่อนารามาให้เจ้านายคลาสไม่รอช้ารีบกดหาติดต่อปลายสายทันทีเพื่อเป้าหมายเดียว รอสายไม่นานก็มีน้ำเสียงจากปลายสายเอ่ยกลับมา(สวัสดีค่ะ) เสียงปลายสายเอ่ยเรียบนิ่งและดูหยิ่งในเวลาเดียวกัน“....” คลาสที่ได้ฟังน้ำเสียงจากว่าที่คู่หมั้น ทำให้เขาเงียบไป กลับทำให้รู้สึกคุ้นเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน(ฮัลโหล!) ปลายสายส่งเสียงย้ำอีกครั้ง เริ่มจะไม่สบอารมณ์เมื่อไม่มีการตอบกลับมา“เอ่อ น้องนารารึเปล่าครับ” เมื่อเขาต้องเป็นฝ่ายขอยกเลิกงานนี้ จึงให้เกียรติด้วยการเรียก ‘น้อง’ เพราะยังไงเธอก็เด็กกว่า(ค่ะ! คุณล่ะ!?)“ผมคลาส...” ยังไม่ทันที่คลาสจะพูดจบก็โดนอีกฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน(อ่อ คุณคลาส จารุรานนท์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงโทรมาเองแบบนี้มีอะไรรึเปล่าคะ” น้ำเสียงปลายสายที่นอกจากหยิ่งแล้วดูเหมือนจะไม่พอใจที่เขาโทรหาแถมยังกวนประสาทอีกด้วย งั้นไม่จำเป็นที่เขาจะพูดคุยกับ
-อีกด้าน-เพี๊ยะ!!เสียงฝ่ามือตบลงบนใบหน้าคมอย่างจัง เกิดเป็นรอยตามแรงมือ“ทำไมมึงไม่พาคุณหนูกลับบ้าน” สมชายถามลูกชายตัวเองเสียงเข้มหลังจากลงมือสั่งสอนลูกชาย“.....” ราเชนยืนนิ่งไม่ตอบโต้ผู้เป็นพ่อ“ฉันถาม มึงจะเงียบทำไม”“คุณนารา...” ยังไม่ทันที่ราเชนจะพูดจบสมชายก็ขัดขึ้นเมื่อได้ยินลูกชายตัวเองเรียกเจ้านายสาวอย่างถือวิสาสะ“ไม่เจียมตัว!! ถึงคุณหนูจะไม่ให้มึงเรียกคุณหนูแต่เวลาต่อหน้าคนอื่นมึงควรรู้ตัวเองว่ามึงเป็นได้แค่บอดี้การ์ด” สมชายย้ำชัดเตือนสติลูกชายเพราะเขารู้มาตลอดว่าราเชนมีใจให้นาราตั้งแต่เด็ก แต่เขาคิดว่าวันหนึ่งราเชนจะรู้ตัวเอง ทว่ากลับกันนับวันยิ่งทำให้ราเชนมีใจให้นารามากกว่าเดิมจนไม่อาจถอนตัวได้อีก“คุณหนูขอเวลาหนึ่งอาทิตย์ แล้วจะกลับบ้านเอง” ราเชนเอ่ยบอกพ่อ“อืม งั้นมึงเอาที่อยู่คุณหนูมาให้ฉัน”“แต่...”“เอามา!!”สุดท้ายราเชนก็ไม่อาจปกป้องคนที่เขารักได้ด้วยข้อจำกัดของเธอและเขา มันทำให้เขาต้องทำตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อภายในรถมีแต่ความเงียบเกิดขึ้นนารานั่งมองข้างทางอย่างเบื่อชีวิตที่ตอนนี้เหมือนอยู่ในกำมือพ่อตัวเองขึ้นทุกวัน“เป็นไร นั่งรถกับฉันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอ” เสีย







