LOGINใบหน้าสะสวยเหงาหงอยลงหลายส่วนเมื่อหันไปทางไหนก็เจอแต่สังคมก้มหน้า ส่วนตัวเธอนั้น ... เหอะ ๆ นั่งนับนิ้วเล่นก็ได้
เหม่อมองคนนั้นทีคนนี้ที ราวสี่สิบนาทีทุกอย่างก็เสร็จสิ้นทุกกระบวนการ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ใหม่เอี่ยมมาลูบ ๆ คลำ ๆ อย่างทะนุถนอม
“คราวนี้ต้องอยู่กับแม่นาน ๆ นะคะ ห้ามทิ้งกันไปไหนอีก”
กำชับสมาชิกใหม่เสียงอ่อนเสียงหวาน หากแต่สีหน้าเจ็บปวดรวดร้าวเมื่อหวนนึกถึงตัวเลขห้าหลักที่ปรากฏบนหน้าใบบิลเมื่อครู่
ครึ่งแสนแลกกับค่าโง่ คุ้มค่าซะไม่มีเลย
ครั้นจะใช้เงินดับความหงุดหงิด เดินช็อปปิ้งแก้เซ็งอย่างที่มักทำบ่อย ๆ ก็ไม่ได้อีก นาทีนี้จึงเหลือที่พึ่งเดียว
“เอาน่า ห้าสิบเก้าบาทเอง”
ให้ข้ออ้างในการใช้เงินเรียบร้อยแล้วปลายเท้าก็บิดหมุน มุ่งหน้าไปยังร้านค้าประจำ
“ฮืมม ฉดฉื่นนน~”
ขวัญข้าวส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ ด้วยความรู้สึกดีขณะที่ปลายลิ้นสีชมพูแดงตวัดเลียก้อนสีน้ำตาลเข้มในมือเป็นระยะ ๆ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงแทบเป็นสระอิ เวลานี้คงไม่มีอะไรดีเริดไปกว่าการได้ใช้ของหวาน ๆ เย็น ๆ ช่วยเยียวยาหัวใจอีกแล้ว
และแม้นจะพร่ำย้ำเตือนตัวเองว่าวันนี้จ่ายค่าเสียหายไปเกินงบแล้ว กระนั้นกิเลสที่พอกพูนในจิตใจก็ทำให้เธออดไม่ไหว ได้ของติดไม้ติดมือในตอนเดินกลับมายังรถยนต์อยู่ดี
เรียวแขนเรียวเล็กกวัดแกว่งไปตามจังหวะการก้าวเดินอย่างเริงร่า สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุขล้นผิดกับตอนขามาลิบลับ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทุกฝีก้าวของเธอนั้นตกอยู่ในสายตาของใครบางคนมาโดยตลอด
กริก!
เสียงกลไกดีดตัวดังขึ้นหนึ่งทีก่อนที่มือเรียวจะดึงประตูรถยนต์ให้เปิดออกกว้าง จากนั้นจึงโน้มตัวลง มุดครึ่งบนเข้าไปวางข้าวของที่เพิ่งถอยมาหมาด ๆ ลงบนเบาะหลัง
แต่แล้ววินาทีต่อมาดวงตาก็เบิกกว้าง หวีดร้องเสียงหลง ไอศกรีมที่ยังไม่ทันหมดกระเด็นหล่นหายเมื่อมีแรงมหาศาลปะทะเข้าที่แผ่นหลัง
ความไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอหน้าคะมำ พุ่งไปข้างหน้า ล้มทับถุงกระดาษน้อยใหญ่จนบี้แบน กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนได้ยินเสียงปิดประตู
“เจอตัวซักทีนะ”
ขวัญข้าวหันขวับ พลันใจดวงน้อยก็เต้นแรงไม่เป็นส่ำ อ้าปากค้างไปหลายวินาทีเมื่อพบว่าบัดนี้บนรถยนต์ไม่ได้มีแค่เธอเพียงลำพัง
“ไอ้..ไอ้... กะ...อุ้บ!”
เปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เพียงครึ่งคำ สัมผัสหยาบกร้านตามประสาคนกรำงานก็ตะปบเข้าที่ริมฝีปาก ก่อนที่วินาทีต่อมาร่างของเธอจะถลาตามแรงดัน กระแทกเข้ากับที่วางแขนด้านในของประตูรถเต็มแรง
ความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง กระนั้นสัญชาตญาณเอาตัวรอดก็ยังทำงาน สองมือปัดป่ายพยายามผลักไสคนตัวโตที่กระเถิบกายเข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ลมหายใจอุ่นจัดที่กระชั้นถี่อย่างไม่ลดละ
“คิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ ยัยตัวแสบ!”
ไอ้คนบ้า!
ตะโกนด่ากลับในใจพลางจิกปลายเล็บลงบนท่อนแขนแกร่ง ฝากรอยแดงเป็นทาง แต่นอกจากเขาจะไม่สะดุ้งสะเทือนแล้ว แรงบีบที่ใบหน้ายังเพิ่มขึ้น ทำเอาหยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มสองเบ้า ทั้งเจ็บทั้งหวาดหวั่น
“อื้ออ อ่อยอ๊ะไอเอ้วววววว~”
เสียงหวานดังอู้อี้อยู่ในลำคอพลางดิ้นขลุกขลัก แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เรี่ยวแรงมดตัวน้อยก็สู้ช้างสารเช่นเขาไม่ได้ สุดท้ายก็เหนื่อยหอบ ถูกลากให้ย้ายขึ้นมานั่งคร่อมบนหน้าตักของคนเอาแต่ใจ ก่อนที่พันธนาการจะย้ายลงไปกอดรัดรอบเอวคอดแทน
“พยศนักนะ!”
กรกันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ยิ่งเมื่อนึกถึงสภาพน่าอเนจอนาถใจในวันนั้น วงแขนก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นจนเด็กสาวนิ่วหน้า แห้วใส่เสียงขุ่น
“เป็นบ้าอะไรเนี้ย!”
“เออ บ้า! แต่ก็คงไม่เท่าเธอหรอกมั้ง ทำไมอะ ห้องน้ำมันเล็กไปไม่ถูกใจงั้นเหรอ งั้นลองบนรถดูมะเผื่อจะติดใจ”
สายตาและน้ำเสียงที่ใช้เจือด้วยความเย้ยหยันดูแคลนอย่างชัดเจน ทำเอาขวัญข้าวผู้ไม่เคยถูกใครดูถูกถึงขนาดนี้มาก่อนปรี๊ดแตก
ถึงเธอจะแรดแต่ก็ไม่ได้นอนกับใครไปทั่วนะโว้ย!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าโต๊ะอาหารธรรมดา ๆ ในวันนี้ได้รับการประดับประดาด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชื่นชอบ ในขณะที่ดวงไฟภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลพร้อมหรี่ลง อาศัยแสงสว่างหลักจากเชิงเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ ส่งให้บรรยากาศมื้อเย็นวันนี้ดูโรแมนติกขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว“ขอบคุณค่ะสามี~”ขวัญข้าวอ้อมแอ้มขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวาน หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ที่สามีช่วยดึงให้ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับกวาดมองสิ่งที่เขาจัดแจงเตรียมไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่เชื่อสายตา“เนื่องในโอกาสอะไรกันคะ?” “ครบรอบวันที่เรามาเจอกัน”คำตอบของคนตรงหน้าทำเอารอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ครั้นพอนับย้อนไปถึงวันที่เธอเอาตัวเองเข้าล่อจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย พลั้งมือผลักเขาเสียหลัก ล้มหัวฟาดกับขอบอ่างล้างมือ ใบหน้าหวานก็ส่ายหวือ“วันที่หนูผลักพี่ในห้องน้ำ มันไม่ใช่วันนี้นี่คะ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”“เอ้า ก็พี่บอกเองว่าครบรอบวันที่เราเจอกัน”“เราเจอกันก่อนหน้านั่นอีกเถอะ หนูจำไม่ได้เหรอ?”คราวนี้คิ้วเรียวเปลี่ยนเป็นขมวดแน่น จริงอยู่ว่าเธอเคยเห็นเขามาก่อนวันนั้นเพราะยัยเพื่อนตัวดีสวมวิญญาณนายหน้า
หลังโรมรันพันตูในสงครามรักติดต่อกันร่วมชั่วโมงดาวยั่วก็สิ้นฤทธิ์ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กระทั่งคุ้นชินกับความมืดสลัวแล้วจึงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งใบหน้าง้ำงอลงทุกขณะเมื่อกวาดมองไปรอบตัวแล้วพบแต่ความว่างเปล่า หายไปไหนของเขาเนี้ย?การตื่นมาแล้วพบว่ามีเพียงตัวเธอนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งพร่ำบอกรัก ครวญครางกระเส่าใส่กันอย่างร้อนแรงทำขวัญข้าวไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เธอชอบเวลาลืมตามาแล้วเจอเขาเป็นคนแรก ได้รับจูบหวาน ๆ ในทุกครั้งที่ได้ออดอ้อน มองตากันมากกว่าครั้นพอเดินไปแหวกผ้าม่านเปิดออกดูก็พบว่ารถยังอยู่ ส่วนห้องน้ำนั้นเงียบเชียบ ไร้วี่แววของใครอีกคน แบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงลงไปข้างล่างสินะ?คิดแล้วก็หยิบเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสามีมาสวมใส่แก้ขัด ก่อนจะเดินลงไปหาคนที่คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังนั่งหน้าเครียด เคลียร์อีเมลงานอยู่ในห้องโถงใหญ่“หือ หอมจัง?”คิ้วเรียวขมวดมุ่น จมูกโด่งรั้นขยับไหวพร้อมสูดหายใจเข้าถี่ ๆ เมื่อมีกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายไหลลอยโชยมาแตะจมูกทันทีที่หย่อนปลายเท้าลงจากบันได เดิมที่คิดจะเดินไปหาสา
“อะ อ๊าาา~”สองมือกดล็อก ปลายลิ้นร้อนกระดกรัวเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระหน่ำสอดจ้วง เร่งเร้าให้เสียงครวญครางดังลั่นห้อง แต่แค่นี้มันจะไปสาแก่ใจได้ยังไง!เรียวนิ้วค่อย ๆ สอดแทรก กดย้ำให้ถึงจุดอ่อนภายในแล้วขยับเข้าออกรัวเร็วขณะที่ลิ้นยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอไม่หยุดจนสะโพกอวบยกร่อน กรีดร้องไม่เป็นภาษาไม่กี่อึดใจต่อมาร่างบางก็แอ่นโค้ง หยาดน้ำแตกซ่านจนเปรอะเปื้อนปลายคากเมื่อเจ้าของร่างกระโจนเข้าสู่ฝั่งฝันที่รอคอย แรงดูดส่งท้ายก่อนผละจากทำเอาสะโพกอวบกระดกลอยตามอย่างนึกเสียดาย แต่เพียงครู่เดียวดวงตาปรือลอยเพราะห้วงอารมณ์สุดท้ายก็เบิกถลนเมื่อสิ่งที่อุ่นร้อนและใหญ่กว่าเรียวนิ้วสากหลายเท่าก็ทะลึ่งพรวดเอามาแทนที่ ทำเอากายสาวสั่นระริก หวีดร้องเสียงหลง“จะ...จุกนะ”“เดี๋ยวได้จุกกว่านี้อีก”กรกันต์แสยะยิ้ม ดันขาเรียวให้แยกก่อนกว้างก่อนสะบัดสะโพกโถมเข้าใส่เต็มแรงจนร่างบางโยกโยน เปล่งเสียงครางไม่ได้ศัพท์เมื่อความเสียดเสียวซัดสาดเข้าใส่โครมใหญ่ไม่นานภายในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจเคล้าคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันในจังหวะหยาบโลนดังก้อง“พี่กรณ์~”ใบหน้าแดง ๆ บิดเบ้เหยเกสะบัดไปมา ขณะที่มือเรียวจิกข่วนแผ่
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นร้อนผ่าวราวคนจับไข้ ขณะที่สายตาวาววับมองไล่ไปตามเรือนร่างของภรรยาที่วันนี้นึกครึมอกครึมใจ ลุกขึ้นมาแต่งกายตามเทศกาลถึงแม้ชุดที่เธอสวมใส่จะเป็นเพียงกี่เพ้าสีแดงสดตัวยาว หากแต่ความรัดตึงที่เน้นไปทุกส่วนสัด แถมรอยผ่ายังแหวกสูงเสียจนคนมองท้องไส้บิดเกลียวด้วยความหวาดเสียวระคนลุ้นระทึก ยืนจดจ้องนิ่งนานราวกับรอคอยว่ายามเธอขยับ มันจะเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรบ้างอีก“หนูสวยไหม?”ขวัญข้าวร้องถามเสียงอ่อนเสียงหวานพลางตวัดขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ส่งผลให้ความขาวนวลอวดผ่านรอยแยกของกี่เพ้าสีแดงตัวยาวมากขึ้นริมฝีปากบางเคลือบด้วยสีเดียวกันกับชุดยิ้มยั่ว พึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสะดุด ตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้เธอสวยพอจะปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นขึ้น แม้ยังไม่ถึงเวลาใช้งาน“มานี่สิ” เพียงแค่นิ้วชี้กระดิกเรียกกรกันต์ก็สืบเท้าเข้าไปใกล้อย่างว่าง่าย แววตาเปล่งประกายร้อนแรงออกมาอย่างไม่ปิดบังยิ่งในตอนที่สังเกตเห็นจุกนูนเด่นบนสองก้อนกลมกลึง ดุนดันเนื้อผ้าราวกับกำลังชี้หน้าท้าทายอำนาจ อุณหภูมิภายในกายแกร่งก็พลันพุ่งทะยาน โดยเฉพาะกึ่งกลางกายที่มันร้อนระอุจนเขาอดเปล่งเส
หลังโยกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังที่ขวัญข้าวซุ่มซื้อมามอบเป็นของขวัญให้ว่าที่สามี หรืออีกนัยคือเรือนหอของเธอกับพี่กรณ์ได้ไม่ถึงเดือน บ้านที่เคยโล่งก็อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ตู้เย็นที่มีของสดแค่พอทำอาหารได้ไม่เกินอาทิตย์ก็มีทั้งผัก ทั้งผลไม้ที่มารดาขยันส่งมาให้แต่ใช่ว่าจะส่งมาให้เธอนะ นู้นค่ะส่งมาบำรุงคนที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดในตำแหน่งท่านประธานชั่วคราวอยู่ที่บริษัทนู่น แถมวัน ๆ ที่ต่อสายมาเนี้ยคุยกับเธอสิบนาที อีกครึ่งชั่วโมงที่เหลือน่ะเหรอ ขอคุยกับพ่อลูกเขยคนโปรดนู้นนึกแล้วก็อดเบ้ปากหมั่นไส้ไม่ได้“ฮึ กินให้ตัวบวม กินให้อ้วนจนพุงพุ้ยไปเลยนะ”ปากเล็กขมุบขมิบประชดประชัน แต่พอนึกถึงตัวเลขที่ขยันพุ่งทะยานราวกับจะแข่งกันของทั้งเธอและเขาริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มละมุน เพราะต่อให้เขาจะอ้วนกว่านี้อีกสักแค่ไหนเธอก็ยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ไม่สิ มากกว่าเดิมอีกพลันร่างบางก็สะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออุปกรณ์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวกรีดร้องดังลั่น บีบให้เธอต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังง่วนทำ แล้วคว้ามันขึ้นมากดรับสายหลังมองเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ“ว่าไงยะ?”เสียงหัวเราะคิกคักดังเคล้าคลอกับเสียงห
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวาน หยาดน้ำสีใสร่วงเผาะออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสายขณะมองตามแหวนวงน้อยที่บัดนี้ย้ายมาประดับบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนตามสัมผัสอุ่น ๆ เปี่ยมด้วยความรักความทะนุถนอมประทับลงบนหลังมือ“รักนะครับ เด็กซนของพี่กรณ์”พลันร่างบางก็สะดุ้งโหยง แหงนหน้าขึ้นเส้นริ้วของกระดาษหลากสีลอยละล่องกลางอากาศด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างชัดในใจเมื่อเคทวิ่งเข้ามาหาพร้อมเวลล์สีขาว ขณะที่บริ้งค์นั้นถือสายสะพาน BRIDE TO BE รอมอบให้เธอเป็นขั้นตอนไป“นี่พวกแก ...”ปฏิกิริยาหัวเราะคิกคัก ลอยหน้าลอยตายักคิ้วใส่ทำให้ขวัญข้าวเข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นแผนการเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ที่ถูกวางไว้ โดยมีเพื่อน ๆ และสามีของเพื่อนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด!“มีหลัวเป็นตัวเป็นตนซะทีนะยะ คุณป้าหลานสาม”โผเข้ากอดว่าที่เจ้าสาวแล้วเคทก็ผละถอยเพื่อให้บริ้งค์เข้ามากอดและอวยพรบ้าง“ดีใจนะที่เห็นแกลงเอยซะที บอกแล้วไงว่าคนนี้งานดี ไม่มีผิดหวัง”ขวัญข้าวหลุดขำพรืดทั้งน้ำตา นี่ก็ไม่วายขายผู้ชายให้เธอจนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ“หันหน้ามาดิ โอเค ช็อตนี้ฉันจะตัดไว้ฉายขึ้นโปรเจคเตอร์วันที่แ







