Masukหญิงสาวร้องกรี๊ดในใจแล้วง้างมือขึ้นหมายจะฟาดเข้าที่ริมฝีปากหนาหยักนั่นแรง ๆ สักที ทว่ายังไม่ทันจะได้แตะแม้เพียงปลายเล็บ ทั้งสองมือก็ถูกชายหนุ่มรวบรัดไว้ก่อนที่มันจะตวัดเข้าที่ข้างแก้มของใบหน้าหล่อร้าย
“เธอกล้า!?”
ดวงตาคมกริบเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยไม่คิดว่าเด็กสาวจะกล้าลงไม้ลงมือถึงขั้นตบหน้า
“ไม่กล้าแล้วจะทำเหรอ ว๊าย”
ขวัญข้าวตะเบ็งเสียงสู้ แต่แล้ววินาทีต่อมาก็หลุดอุทานเสียงหลงเมื่อถูกดันให้ร่างกายเอนหงายไปพิงกับด้านหลังของเบาะข้างคนขับ ส่งผลให้ท่วงท่าออกมาสุ่มเสี่ยงทั้งยังดีดดิ้นไม่ถนัด เธอจึงทำได้แต่พ่นลมหายใจฟึดฟัด จดจ้องคนหยาบคายตาเขียว
“อื้ออ อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ ฉันจะ...”
“จะทำไม หื้อ อย่างเธอจะทำอะไรฉันได้”
“อยากรู้ก็ปล่อยฉันสิวะ”
“วะ?”
กรกันต์ย้อนถามเสียงสูง ยัยเด็กนี่ชักจะปีนเกลียวเกินไปแล้วนะ! ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน กระชากตัวเด็กสาวอย่างแรงแล้วกดแผนหลังให้เธอก้มแนบไปกับเบาะ
“พูดไม่เพราะนะ”
จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่เธอมัวแต่ตกใจ ตวัดฝ่ามือเข้าที่สะโพกงามงอนอย่างแรงจนเธอสะดุ้งเฮือก อ้าปากค้าง
เพี้ยะ!
ฮืม นุ่มนิ่ม เด้งมือดีแฮะ
คิดแล้วคนเริ่มติดใจไม่รู้ตัวก็ฟาดมือเข้าที่เดิมอีกหน มิหนำซ้ำครั้งนี้ยังย่ามใจ บีบขยำทิ้งท้ายเป็นการแถม
ดวงตาคนถูกลวนลามเบิกกว้าง สัมผัสหยาบคายจาบจ้วงทำเอาสติที่หลุดลอยไปนานหวนกลับ มือเรียวพยายามตวัดไปด้านหลังหมายจะคว้าคนทำแล้วส่งเสียงกรีดร้องลั่น
“กะ..กรี๊ดด ไอ้คนทุเรศ ไอ้คนหยาบคาย ไอ้คนวิตถาร แก่แล้วยังตัณหากลับอีก ทุเรศ! ไปตายให้หนอนแดกไป๊!~”
กรกันต์หัวเราะพรืดใหญ่ ไม่สะทกสะท้านกับคำก่นด่าแม้แต่น้อย และยิ่งเด็กสาวแสดงอาการเกรี้ยวกราดเขาก็ยิ่งรู้สึกสนุกที่ได้กลั่นแกล้ง
มือใหญ่กดร่างนุ่มให้แนบไปกับพื้นเบาะแล้วฟาดมือเข้าใส่สะโพกอวบที่ลอยเด่นอีกครั้งก่อนโน้มตัวลงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูแดงจัด
“ปากดีแบบนี้ สงสัยต้องสั่งสอนให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ซะหน่อย”
และหลังจากที่ประโยคคาดโทษนี้หลุดออกมาจากปากของคนหื่น ร่างกายขวัญข้าวก็ถูกเขาหลอกแต๊ะอั๋งรัว ๆ แถมเขาทั้งลูบทั้งคลำโดยที่เธอไม่มีแม้แต่โอกาสจะตอบโต้เอาคืนไปอีกตั้งหกที! หกทีเลยนะโว้ย! แค่คิดก็แค้นใจแทบพ่นไฟออกมาทางปาก ไอ้คนทุเรศ!
แต่ไม่ว่าเธอจะสบถ จะพ่นคำก่นด่าออกมามากมายแค่ไหน อีกฝ่ายก็หน้าหนาเหลือทน ไม่สะดุ้งสะเทือนไม่พอ ยังเปล่งเสียงหัวเราะร่าดูสนุกสนานกับการได้รังแกเธออย่างน่าหมั่นไส้
ฮึ้ย! อย่าให้หลุดไปได้นะ แม่จะซัดให้หน้ายับเลย!!
ขวัญข้าวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่เพราะท่วงท่าบังคับให้ต้องนอนคว่ำหน้า ออกแรงดีดดิ้นได้ไม่นานก็หมดแรง ฟุบใบหน้าลงกับเบาะอย่างจนใจ
“อะไรกันนน~ แค่นี้ก็หมดแรงแล้วเหรอ”
กรกันต์กระเซ้าเสียงกลั้วหัวเราะเมื่อเห็นเด็กสาวนิ่งไป คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย เด็กสาวไม่ตอบมิหนำซ้ำยังเอาแต่ส่งเสียงฮึดฮัดรัวเร็ว หรือจะหายใจไม่ออกวะ
เหล่มองอย่างชั่งใจแต่ครู่เดียวมือใหญ่ก็ค่อย ๆ สอดเข้าใต้ลำตัวหมายจะพลิกให้เธอกลับมานั่งในท่วงท่าปกติ
“นี่...”
เสียงทุ้มร้องเรียก เห็นเธอตาปรือลอยก็เริ่มใจคอไม่ดี รู้สึกคล้ายตัวเองกำลังทำเกินกว่าเหตุ
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้อีกครั้งเพื่อฟังเสียงลมหายใจ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง ไร้วี่แววเหม่อลอยแบบเมื่อวินาทีก่อนพร้อมตวัดมือ ง้างขึ้นกลางอากาศ
“เฮ้ย!”
กรกันต์อุทานเสียงหลง โชคดีที่สัญชาตญาณการฝึกให้ต้องเอาชีวิตรอดจากปืนผาหน้าไม้มาตั้งแต่เยาว์วัย บวกกับใจหนึ่งที่ยังคงเข็ดขยาดกับวีรกรรมที่เจ้าหล่อนเคยก่อไว้เขาจึงระแวดระวังพอตัวทำให้สามารถคว้าข้อมือเธอได้ก่อนที่ฝ่ามือจะปะทะเข้าที่ข้างแก้ม
ใบหน้าหวานเหยเกเล็ก ๆ เมื่อความเจ็บแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณที่ถูกบีบรัด กระนั้นก็ไม่คิดจะยอมแพ้ อาศัยจังหวะที่เขามัวแต่ตื่นตะลึงกับการกระทำแสนอุกอาจนี้ ใช้มืออีกข้างที่ว่างตะปบใบหน้าอีกซีก
กรกันต์เผลอพ่นคำสบถ รีบเบี่ยงหลบอย่างว่องไว แต่แม้ใบหน้าจะรอดพ้นกรงเล็บไปได้ ทว่าปลายเล็บก็ทันได้ฝากรอยข่วนไว้บนลำคอแกร่งอยู่ดี
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าโต๊ะอาหารธรรมดา ๆ ในวันนี้ได้รับการประดับประดาด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชื่นชอบ ในขณะที่ดวงไฟภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลพร้อมหรี่ลง อาศัยแสงสว่างหลักจากเชิงเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ ส่งให้บรรยากาศมื้อเย็นวันนี้ดูโรแมนติกขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว“ขอบคุณค่ะสามี~”ขวัญข้าวอ้อมแอ้มขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวาน หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ที่สามีช่วยดึงให้ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับกวาดมองสิ่งที่เขาจัดแจงเตรียมไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่เชื่อสายตา“เนื่องในโอกาสอะไรกันคะ?” “ครบรอบวันที่เรามาเจอกัน”คำตอบของคนตรงหน้าทำเอารอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ครั้นพอนับย้อนไปถึงวันที่เธอเอาตัวเองเข้าล่อจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย พลั้งมือผลักเขาเสียหลัก ล้มหัวฟาดกับขอบอ่างล้างมือ ใบหน้าหวานก็ส่ายหวือ“วันที่หนูผลักพี่ในห้องน้ำ มันไม่ใช่วันนี้นี่คะ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”“เอ้า ก็พี่บอกเองว่าครบรอบวันที่เราเจอกัน”“เราเจอกันก่อนหน้านั่นอีกเถอะ หนูจำไม่ได้เหรอ?”คราวนี้คิ้วเรียวเปลี่ยนเป็นขมวดแน่น จริงอยู่ว่าเธอเคยเห็นเขามาก่อนวันนั้นเพราะยัยเพื่อนตัวดีสวมวิญญาณนายหน้า
หลังโรมรันพันตูในสงครามรักติดต่อกันร่วมชั่วโมงดาวยั่วก็สิ้นฤทธิ์ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กระทั่งคุ้นชินกับความมืดสลัวแล้วจึงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งใบหน้าง้ำงอลงทุกขณะเมื่อกวาดมองไปรอบตัวแล้วพบแต่ความว่างเปล่า หายไปไหนของเขาเนี้ย?การตื่นมาแล้วพบว่ามีเพียงตัวเธอนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งพร่ำบอกรัก ครวญครางกระเส่าใส่กันอย่างร้อนแรงทำขวัญข้าวไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เธอชอบเวลาลืมตามาแล้วเจอเขาเป็นคนแรก ได้รับจูบหวาน ๆ ในทุกครั้งที่ได้ออดอ้อน มองตากันมากกว่าครั้นพอเดินไปแหวกผ้าม่านเปิดออกดูก็พบว่ารถยังอยู่ ส่วนห้องน้ำนั้นเงียบเชียบ ไร้วี่แววของใครอีกคน แบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงลงไปข้างล่างสินะ?คิดแล้วก็หยิบเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสามีมาสวมใส่แก้ขัด ก่อนจะเดินลงไปหาคนที่คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังนั่งหน้าเครียด เคลียร์อีเมลงานอยู่ในห้องโถงใหญ่“หือ หอมจัง?”คิ้วเรียวขมวดมุ่น จมูกโด่งรั้นขยับไหวพร้อมสูดหายใจเข้าถี่ ๆ เมื่อมีกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายไหลลอยโชยมาแตะจมูกทันทีที่หย่อนปลายเท้าลงจากบันได เดิมที่คิดจะเดินไปหาสา
“อะ อ๊าาา~”สองมือกดล็อก ปลายลิ้นร้อนกระดกรัวเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระหน่ำสอดจ้วง เร่งเร้าให้เสียงครวญครางดังลั่นห้อง แต่แค่นี้มันจะไปสาแก่ใจได้ยังไง!เรียวนิ้วค่อย ๆ สอดแทรก กดย้ำให้ถึงจุดอ่อนภายในแล้วขยับเข้าออกรัวเร็วขณะที่ลิ้นยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอไม่หยุดจนสะโพกอวบยกร่อน กรีดร้องไม่เป็นภาษาไม่กี่อึดใจต่อมาร่างบางก็แอ่นโค้ง หยาดน้ำแตกซ่านจนเปรอะเปื้อนปลายคากเมื่อเจ้าของร่างกระโจนเข้าสู่ฝั่งฝันที่รอคอย แรงดูดส่งท้ายก่อนผละจากทำเอาสะโพกอวบกระดกลอยตามอย่างนึกเสียดาย แต่เพียงครู่เดียวดวงตาปรือลอยเพราะห้วงอารมณ์สุดท้ายก็เบิกถลนเมื่อสิ่งที่อุ่นร้อนและใหญ่กว่าเรียวนิ้วสากหลายเท่าก็ทะลึ่งพรวดเอามาแทนที่ ทำเอากายสาวสั่นระริก หวีดร้องเสียงหลง“จะ...จุกนะ”“เดี๋ยวได้จุกกว่านี้อีก”กรกันต์แสยะยิ้ม ดันขาเรียวให้แยกก่อนกว้างก่อนสะบัดสะโพกโถมเข้าใส่เต็มแรงจนร่างบางโยกโยน เปล่งเสียงครางไม่ได้ศัพท์เมื่อความเสียดเสียวซัดสาดเข้าใส่โครมใหญ่ไม่นานภายในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจเคล้าคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันในจังหวะหยาบโลนดังก้อง“พี่กรณ์~”ใบหน้าแดง ๆ บิดเบ้เหยเกสะบัดไปมา ขณะที่มือเรียวจิกข่วนแผ่
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นร้อนผ่าวราวคนจับไข้ ขณะที่สายตาวาววับมองไล่ไปตามเรือนร่างของภรรยาที่วันนี้นึกครึมอกครึมใจ ลุกขึ้นมาแต่งกายตามเทศกาลถึงแม้ชุดที่เธอสวมใส่จะเป็นเพียงกี่เพ้าสีแดงสดตัวยาว หากแต่ความรัดตึงที่เน้นไปทุกส่วนสัด แถมรอยผ่ายังแหวกสูงเสียจนคนมองท้องไส้บิดเกลียวด้วยความหวาดเสียวระคนลุ้นระทึก ยืนจดจ้องนิ่งนานราวกับรอคอยว่ายามเธอขยับ มันจะเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรบ้างอีก“หนูสวยไหม?”ขวัญข้าวร้องถามเสียงอ่อนเสียงหวานพลางตวัดขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ส่งผลให้ความขาวนวลอวดผ่านรอยแยกของกี่เพ้าสีแดงตัวยาวมากขึ้นริมฝีปากบางเคลือบด้วยสีเดียวกันกับชุดยิ้มยั่ว พึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสะดุด ตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้เธอสวยพอจะปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นขึ้น แม้ยังไม่ถึงเวลาใช้งาน“มานี่สิ” เพียงแค่นิ้วชี้กระดิกเรียกกรกันต์ก็สืบเท้าเข้าไปใกล้อย่างว่าง่าย แววตาเปล่งประกายร้อนแรงออกมาอย่างไม่ปิดบังยิ่งในตอนที่สังเกตเห็นจุกนูนเด่นบนสองก้อนกลมกลึง ดุนดันเนื้อผ้าราวกับกำลังชี้หน้าท้าทายอำนาจ อุณหภูมิภายในกายแกร่งก็พลันพุ่งทะยาน โดยเฉพาะกึ่งกลางกายที่มันร้อนระอุจนเขาอดเปล่งเส
หลังโยกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังที่ขวัญข้าวซุ่มซื้อมามอบเป็นของขวัญให้ว่าที่สามี หรืออีกนัยคือเรือนหอของเธอกับพี่กรณ์ได้ไม่ถึงเดือน บ้านที่เคยโล่งก็อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ตู้เย็นที่มีของสดแค่พอทำอาหารได้ไม่เกินอาทิตย์ก็มีทั้งผัก ทั้งผลไม้ที่มารดาขยันส่งมาให้แต่ใช่ว่าจะส่งมาให้เธอนะ นู้นค่ะส่งมาบำรุงคนที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดในตำแหน่งท่านประธานชั่วคราวอยู่ที่บริษัทนู่น แถมวัน ๆ ที่ต่อสายมาเนี้ยคุยกับเธอสิบนาที อีกครึ่งชั่วโมงที่เหลือน่ะเหรอ ขอคุยกับพ่อลูกเขยคนโปรดนู้นนึกแล้วก็อดเบ้ปากหมั่นไส้ไม่ได้“ฮึ กินให้ตัวบวม กินให้อ้วนจนพุงพุ้ยไปเลยนะ”ปากเล็กขมุบขมิบประชดประชัน แต่พอนึกถึงตัวเลขที่ขยันพุ่งทะยานราวกับจะแข่งกันของทั้งเธอและเขาริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มละมุน เพราะต่อให้เขาจะอ้วนกว่านี้อีกสักแค่ไหนเธอก็ยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ไม่สิ มากกว่าเดิมอีกพลันร่างบางก็สะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออุปกรณ์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวกรีดร้องดังลั่น บีบให้เธอต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังง่วนทำ แล้วคว้ามันขึ้นมากดรับสายหลังมองเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ“ว่าไงยะ?”เสียงหัวเราะคิกคักดังเคล้าคลอกับเสียงห
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวาน หยาดน้ำสีใสร่วงเผาะออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสายขณะมองตามแหวนวงน้อยที่บัดนี้ย้ายมาประดับบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนตามสัมผัสอุ่น ๆ เปี่ยมด้วยความรักความทะนุถนอมประทับลงบนหลังมือ“รักนะครับ เด็กซนของพี่กรณ์”พลันร่างบางก็สะดุ้งโหยง แหงนหน้าขึ้นเส้นริ้วของกระดาษหลากสีลอยละล่องกลางอากาศด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างชัดในใจเมื่อเคทวิ่งเข้ามาหาพร้อมเวลล์สีขาว ขณะที่บริ้งค์นั้นถือสายสะพาน BRIDE TO BE รอมอบให้เธอเป็นขั้นตอนไป“นี่พวกแก ...”ปฏิกิริยาหัวเราะคิกคัก ลอยหน้าลอยตายักคิ้วใส่ทำให้ขวัญข้าวเข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นแผนการเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ที่ถูกวางไว้ โดยมีเพื่อน ๆ และสามีของเพื่อนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด!“มีหลัวเป็นตัวเป็นตนซะทีนะยะ คุณป้าหลานสาม”โผเข้ากอดว่าที่เจ้าสาวแล้วเคทก็ผละถอยเพื่อให้บริ้งค์เข้ามากอดและอวยพรบ้าง“ดีใจนะที่เห็นแกลงเอยซะที บอกแล้วไงว่าคนนี้งานดี ไม่มีผิดหวัง”ขวัญข้าวหลุดขำพรืดทั้งน้ำตา นี่ก็ไม่วายขายผู้ชายให้เธอจนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ“หันหน้ามาดิ โอเค ช็อตนี้ฉันจะตัดไว้ฉายขึ้นโปรเจคเตอร์วันที่แ







