로그인กลับมาพบกันอีกครั้งด้วยนิยายเรื่องใหม่ แนวนิยายรักดราม่า โรแมนติก #ไม่มีนอกกาย #ไม่มีนอกใจ #รักเก่ารีเทริ์น กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังจากที่ได้ห่างหายแยกย้ายกันไปคนละทางนานถึง5ปี เพราะด้วยเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเลิกรากัน พระเอกที่ไม่เคยลืมนางเอกได้เลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ถึงแม้จะเลิกรากันไปนานแล้วก็ตาม เขาพยายามตามหาเธอไปทุกหนแห่งแทบจะพลิกแผ่นดินหา จนกระทั่งวันนี้เธอและเขาก็ได้กลับมาเจอกันดั่งใจหวังอีกครั้งแต่ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...จากที่รักกลายเป็นเกลียด แน่นอนว่าครั้งนี้เขาจะขอแก้ตัว แก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปจนทำให้เธอต้องเสียใจหนักมากและหนีจากไปทั้งน้ำตาพร้อมกับลูกในท้องซึ่งเขาไม่เคยรู้ว่ามาก่อนว่ามี และขอทวงคืนเธอและลูกกลับมา 👉สปอยค่ะว่าพระเอกดุ หึงโหด แต่คลั่งรัก ตามราวีง้อเมียไม่เลิกจนกว่าเธอจะให้อภัย แต่จะมีฉากเรียกน้ำตาแน่นอนค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ต่อไปนี้เรื่องราวจะเป็นอย่างไรโปรดมาติดตามไปด้วยกันนะคะ ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้ด้วยก๊าบ🫶🏻
더 보기Seven years later...
"Ms. Foreister, pinapatawag po kayo sa meeting," mahinahong wika ng Secretary ko.
I rolled my damn eyes because I'm not done with my sketching!
"Did you call the other Architects?" I asked while I continue looking and doing my sketch. I've been busy with my sketch since many clients is showing up.
"Yes, Ma'am. I already call them."
"What's up with the sudden meeting?"
"CEO hire four famous Engineers and they are in the conference room for the meeting," she answered and fix her glasses so I nod in confirmation. I rolled my eyes, thinking of how to avoid the meeting and continue my works.
"I have to continue this but argh!" I hissed and retouch my light make up. I didn't even clean my messy bun because I'm so frustrated right now!
"You may go," I coldly answered. She nod before leaving me. "Who are they to interrupt what I'm doing! If this is not important, I'm gonna throw them out of here in the company!" I hissed again and leave my office, only to hear Savannah ruckus.
"Wew, gaano ba 'to kaimportante at ginulo ako!?" sigaw ni Savannah kaya tinakpan ko ang tenga ko dahil nage-echo ang boses n'ya at pinagkakatingin kami ng ibang pang mga interns at mga nagtra-trabaho dito.
"Lalo naman ako naghahanap ako ng Engineer ngayon at dahil need ko sa bagong project ko sa Cebu!" asik naman ni Olivia habang ang mga buhok nito ay gulong gulo. Napailing na lang ako at nagpatuloy maglakad.
"Sabi nila na may mga bagong Engineer daw 'yung dumating and guess what apat sila!" natutuwang saad ni Phoebe pero dahil tamad ako mag salita ay nag lakad na lamang ako papuntang elevator kaya sumunod sila, mabilis kong pinindot ang 18th floor which is conference room.
Nang makarating kami ay naglakad kami with fierce face. Ang bawat tapak ng heels namin sa tiles ay nagiging sanhi nang ingay. Binuksan ko ang pinto at nakita namin ang mga bagong Engineer na nakatakip ng itim na folder.
"Good afternoon, CEO," bati nilang tatlo pero ako ay tumingin lang ng walang emotion.
"Oh, andito na pala kayo! Eto na ang mga bago at famous nating engineers from Abroad!" kinikilig na saad ni CEO kaya nangunot ang noo at tumingin ng maigi. Nagulat ako ng sabay sabay nilang ibinaba ang Itim na folder at kasabay no'n ang libo-libong alala na siyang pinipilit kong kalimutan.
"Ikaw ang papakasalan ko, Meggay. Ikaw ang gusto kong maging asawa," sincerong wika ni Patricio habang nakatingin sa akin ng maigi. My eyes sparkle with different emotions, thousands of butterflies is emerging to my stomach.
Napalitan ang walang emosyon ang na aking mukha at naging gulat, umawang ang labi namin. My heart ache with the pain that I used to feel before.
How dare them to come back and face us like they did nothing?!
My face became emotionless once again. The pain doubled yet I didn't show any of it.
How could they face us like this? How could they show their face to my friends, they hurt them so much.
Lumabas ako ng Conference room ng walang ka-emosyon emosyon. I don't want to see them once again.
"Pumpkin!"
He once again called me with that stupid Endearment that I always hear from him. I didn't hate him but I don't want to be called by it again.
การกระทำดังกล่าวของชายหนุ่มในตอนนี้ ทำให้ทั้งหญิงสาวรวมถึงพ่อและแม่ของเธอถึงกับเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตะลึงลานอย่างหนัก ไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในวินาทีนั้นหัวใจหญิงสาวพลันเต้นแรงสั่นระรัวขึ้นมา จนแทบหลุดออกมาจากอก ขณะก้มสบมองดวงตาซึ่งอัดแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจังอันลึกซึ้งตรงหน้าอย่างไม่เชื่อเหมือนกับว่าตอนนี้กำลังตกอยู่ในความฝัน กำลังถูกเขาขอแต่งงานอยู่จริงๆ และในระหว่างที่หญิงสาวกำลังตกอยู่ในห้วงความตึงตะลึงนั้น จู่ๆ เสียงเล็กของเด็กชายก็เอ่ยดังขึ้นขณะวิ่งเตาะแตะเข้ามายืนตรงหน้าเธอด้วยอีกคน “แม่แต่งงานกับพ่อนะฮะ ผมรักพ่อ” เด็กชายเงยหน้าขึ้น ช่วยคนเป็นพ่อพูดขอร้องแม่ของเขาออกมาอย่างไร้เดียงสา ทว่าจู่ๆ เสียงแข็งกร้าวของชายวัยกลางคนผู้เป็นบิดาก็ผุดดังขึ้นด้วยอีกคน ดึงความสนใจให้ทุกคนต่างชะงักไปชั่วขณะ “พ่อไม่ให้แต่ง!อยู่ๆ จะมาขอกันง่ายแบบนี้ได้ยังไง” “อึก!” ถ้อยคำหนักแน่นคนเป็นว่าที่พ่อตา ทำให้ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มรวมถึงหญิงสาวและมารดาของเขาพลันสลดลงทันตา เมื่อเห็นว่าเขาคัดค้านการแต่งงานครั้งนี้ “พ่อใจเย็นๆ ก่อนสิ” คนเป็นภรรยาถึงกับกำชับท่อนแขนสามีแน่นอย่างห้ามปรามด้วยสีหน้า
ทันทีที่คนวัยกลางคนทั้งสองได้ยินคำพูดนั้นจากปากของคนเป็นลูกสาวเต็มสองหู บรรยากาศโดยรอบก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะ ดวงตาของผู้บังเกิดเกล้าเบิกกว้างมองใบหน้าลูกสาวด้วยความตกตะลึงอย่างหนักอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “สะ สามีกับลูก? กอหญ้า…นี่มันคือเรื่องจริงเหรอลูก” คนเป็นมารดาเอ่ยถามย้ำขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแผ่ว ขณะยังคงเบิกตากว้างมองหน้าลูกสาว คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปแน่ๆ ทว่าหญิงสาวกลับพยักหน้าตอบเบาๆ ยืนยันว่านี่คือเรื่องจริงด้วยสีหน้าหนักอึ้งไม่ต่างกัน และในระหว่างนั้นเองชายหนุ่มก็ได้ก้าวเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมือไหว้กล่าวทักทายแนะนำตัวเองกับพวกเขาตามมารยาทอย่างนอบน้อมด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ ผมชื่อองศานะครับ ยินดีที่ได้เจอกันครับ” “อึก!” “แม่คะ พ่อคะ คือเรื่องนี้หนูอธิบายได้นะ….” พรึ่บ ทว่ายังไม่ทันให้หญิงสาวได้เอ่ยปากอธิบายชี้แจงอะไรให้พวกเขาได้เข้าใจจู่ๆ คนเป็นมารดาซึ่งตกอยู่ในภาวะตกตะลึงอย่างหนักถึงกับรู้สึกเข่าอ่อนจนตัวเซเหมือนจะเป็นลมล้มพับไป แต่ดีที่ชายหนุ่มซึ่งมีไหวพริบดีได้เข้าประคองร่างว่าที่แม่ยายเอาไว้ได้ทัน “ระวังครับ!” “แม่!” “แม่จ๋า
สามวันผ่านไป หลังจากนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลหลายวันที่ผ่านมา ในที่สุดอาการบาดเจ็บบนร่างกายของเด็กชายก็ทุเลาหายดีจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว และหลังจากตรวจอาการเบื้องต้นอีกครั้ง แพทย์ก็อนุญาตให้กลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านได้ บนรถ ชายหนุ่มได้ขับรถพาหญิงสาวและลูกชายเดินทางกลับบ้านมาได้สักพักหนึ่ง ทว่าในระหว่างนั้นเขากลับสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ เบาะคนขับเอาแต่เหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างมาตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล เห็นแบบนั้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วและเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูใจลอยจัง” “อึก…” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์เหม่อลอยถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเขาด้วยสีหน้าเศร้าซึม รีบเอ่ยปากตอบกลับอย่างลนลานเล็กน้อย “ปะ เปล่า ไม่มีอะไร” แต่ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะบอกมาเช่นนั้น ชายหนุ่มกลับยังคงเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เชื่ออยู่ดีว่าเธอไม่เป็นอะไรอย่างที่ปากว่า “ไม่เป็นอะไรได้ยังไง พี่สังเกตเธออยู่ตั้งนานแล้วนะ” “…” เธอไม่ตอบ แต่ดวงตามองเสี้ยวข้างใบหน้าคมคายอีกฝ่ายอย่างรู้สึกเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าเขาจะช่างสังเกตอะไรขนาดนั้น และเมื
โรงพยาบาล ห้องพักฟื้น หลังจากเดินทางกลับมาถึงโรงพยาบาล ชายหนุ่มได้เปิดประตูให้ร่างคนตัวเล็กซึ่งมีสีหน้าเหนื่อยล้าอ่อนแรงเข้าไปข้างใน “ค่อยๆ เดินนะ” เขากล่าวอย่างอ่อนโยน แต่ทันทีที่หญิงสาวย่างเท้าก้าวเดินเข้ามาในห้องได้เพียงไม่กี่ก้าว จู่ๆ เสียงเล็กอันคุ้นเคยก็เอ่ยดังขึ้นทำให้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ต้องพลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาทั้งสองจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเธอและเขาพบว่าลูกชายของฟื้นแล้ว “แม่ฮะ” “สิงหา ลูก!” ในวินาทีนั้นหญิงสาวอุทานเสียงดังขึ้น ดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความตะลึงลานแดงก่ำพร้อมกับมีหยาดน้ำตาขึ้นมาคลอหน่วย ไม่รอช้าที่จะย่างเท้ารีบเดินปรี่ถลาเข้าไปหาลูกชายทันที โดยมีร่างชายหนุ่มสาวเท้าเดินตามมาติดๆ ด้วยความร้อนรนไม่แพ้กัน “สิงหาลูกแม่เป็นยังไงลูก เจ็บตรงไหนอีกมั้ย” “เจ็บตรงไหนบ้างลูก ถ้าเจ็บหนูบอกพ่อกับแม่นะ รู้ไหมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วงหนูมากเลย” ฝ่ามือของคนเป็นพ่อและแม่กุมมือคู่น้อยของลูกชายเอาไว้คนละข้างขณะทั้งคู่กล่าวน้ำเสียงสั่นเครือทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงลูกอย่างสุดหัวใจ แต่เด็กชายกลับส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยก่อนคลี่ยิ้มหวานอวดฟันซี่ขาวให
ในที่สุดใบหน้าซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเดือดดาลของผู้เป็นพ่อที่ยืนไล่สายตามองร่างลูกสาวถูกบอดี้การ์ดลากตัวกลับเข้าไปไปสงบสติอารมณ์ ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงกลับกลายเป็นใบหน้าสลดเศร้าใจขึ้นมาแทน ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาพร้อมส่ายหน้าไปมาเบาๆ อย่างหนักใจทั้งรู้สึกผิดแทนต่อสิ่งที่ลูกสาวได้กระทำลงไป ในนาทีต่อมาชา
ท้ายที่สุดหลังจากเห็นสีหน้าเข้มขรึมและท่าทีบีบบังคับของผู้เป็นบิดาเช่นนั้น ร่างลิตาก็ถึงกับสั่นระริกขึ้นมาอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง ก่อนที่หล่อนจะหันขวับมามองหญิงสาวและชายหนุ่มด้วยดวงตาแดงก่ำของความเคียดแค้น พร้อมกับหยาดน้ำตาพ่ายแพ้และอับอายเอ่อคลอขอบตาขึ้นมาในเวลาเดียวกัน “หึ” หล่อนเค้นเสียงเหอะเย
สิ้นเสียงเข้มของชายหนุ่ม ร่างเพรียวบางที่กำลังจะก้าวเท้าหันหลังหนีไปจากตรงนั้นถึงกับสะท้านเฮือกด้วยความตกใจอย่างหนักราวกับว่าตัวจะแข็งค้างไปโดยพลันแต่ท้ายที่สุดเมื่อเห็นว่าไร้ทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หล่อนที่ตื่นตระหนกจนหัวไหล่เกร็งเม้มริมฝีปากแดงแน่นขึ
ในวินาทีถัดมา ลางสังหรณ์ใจบางอย่างผุดวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งหลังจากตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่กำลังจะตามมา คนตัวเล็กจึงไม่รอช้าที่จะเตรียมสาวเท้าวิ่งตามไปเพื่อหยุดเขา แต่ในขณะนั้นเอง จู่ๆ ท่อนแขนเล็กของเธอกลับถูกฝ่ามือหนาของหนุ่มรุ่นพี่ภาคินผู้เป็น