Masuk“ว่า?”
( อ่า ขอโทษครับพี่ที่ต้องโทรมารบกวน แต่ว่าตอนนี้นายคุยงานเสร็จแล้ว ผมเลยโทรมาแจ้ง )
“รบกวน? อะไรของมึงวะ”
( เอ่อ...จะให้ผมพูดเหรอ ไม่ดีมั้งพี่ )
“มึงนี่วอนตีนแล้วนะ เดี๋ยวกู...”
อ้าปากหมายจะนัดแนะว่าให้เจอกันที่รถ ทว่าพอนึกถึงสภาพตัวเองเสียงทุ้มก็หลุบหายไปในลำคอ แม้เสื้อเชิ้ตที่สวมใส่จะเป็นสีเข้มจนทำให้ไม่เห็นเลือดที่เปรอะเปื้อน ทว่ากลิ่นคาวคลุ้งและผมเปียกชื้นก็ยังฟ้องถึงความผิดปกติอยู่ดี
ยุ่งยากจังวะ
กรกันต์ทำหน้ายุ่ง หากเขากลับไปปฏิบัติหน้าที่ในสภาพนี้คงไม่แคล้วถูกซักไซ้แน่ ประโยคหลังจึงจำต้องแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
“กู..กูมีธุระด่วน ยังไงฝากมึงขับรถไปส่งนายที่คอนโดด้วยแล้วกัน เสร็จแล้วโทรมารายงานกูด้วย เข้าใจไหม”
( ผมกะแล้วว่าพี่ต้องพูดแบบนี้ โอเคครับเดียวผมจัดการให้ ขอให้สนุกนะพี่~ )
เสียงหัวเราะดังลอยตามหลังประโยคที่ชวนให้สับสน จากนั้นปลายสายก็กดวางไปเสียดื้อ ๆ ทิ้งอีกคนที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกได้แต่หลุบตามองหน้าจอ พึมพำบ่นด้วยความไม่เข้าใจ
“สนุกห่าอะไรของมันวะ กูหัวแตกเลือดอาบหน้าขนาดนี้!”
พ่นลมหายใจแรง ๆ ระบายความหงุดหงิดที่วันนี้มีแต่เรื่องไม่ได้ดั่งใจ แล้ววินาทีต่อมาสีหน้าบึ้งตึงก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึงเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
เดี๋ยวนะ ทำไมเขาถึงมีโทรศัพท์สองเครื่อง?
คนหัวแตกอ้าปากค้าง มองอุปกรณ์สีดำที่มีลักษณะเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนในมือสลับกันไปมา มาได้ไงวะ
กะพริบตาปริบ ๆ แล้วลองเสี่ยงจรดปลายนิ้วลงบนปุ่มปลดล็อกของเครื่องต้องสงสัย ทันใดนั้นหน้าจอดำมืดก็ถูกแทนที่ด้วยภาพใบหน้าสะสวยของใครบางคน
สายตาคมกริบเปล่งประกายขึ้นมาทันที มือใหญ่ยกเครื่องที่ว่าขึ้นมองอย่างพินิจพิจารณาแล้วเดาะปลายลิ้น แค่นหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“หึหึ ดูท่าว่างานนี้จะควานหาตัวได้ง่ายกว่าที่คิดแฮะ เสร็จฉันแน่ยัยตัวแสบ!!”
++++++++
“โอ๊ย ถึงจะรู้ว่าปลายทางของชีวิตคือนรก แต่ไม่จำเป็นต้องจำลองกระทะทองแดงมาให้ตกตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้กระมังเจ้าคะคุณเทวดาขาาา”
ใบหน้าสะสวยหงิกงอ แววตาขุ่นขวางตวัดขึ้นมองท้องฟ้าพลางทำปากขมุบขมิบ ขณะที่สองขาก้าวฉับ ๆ พาตัวเองเดินฝ่าแสงแดดร้อนระอุในช่วงบ่าย ตรงไปยังรถยนต์คันหรูที่ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้
เนื่องจากหลังเสร็จสิ้นภารกิจส่งเพื่อนรักกลับบ้านแล้วเธอยังมีธุระสำคัญอีกหนึ่งอย่างรออยู่ ขวัญข้าวจึงจำต้องปฏิเสธกระท้อนลอยแก้วสุดอร่อย กระโดดขึ้นรถเพื่อวนกลับไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ
คิดแล้วก็หงุดหงิดจนอดสบถไม่ได้
“เครื่องละตั้งหลายหมื่น เพิ่งใช้ไปไม่ถึงสองพัน หาย! ฮึย ไอ้คนเก็บได้นี่ก็ยังไง ไม่คิดถึงใจคนทำหายบ้างเลยโว้ย”
คนทำของหายร้องตะโกนระบายอารมณ์ดังลั่น โมโหที่อานิสงส์การทำความดีไม่ช่วยอะไร เพราะหลังจากวิ่งแจ้นไปตามหาและแจ้งข่าวกับแม่บ้านประจำคลับ เธอก็หวนกลับมายืนดักรอเพื่อนสนิทที่ห้องวีไอพีนั้นอีกครั้งด้วยกลัวว่าจะคลาดกัน
ทว่าดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นอย่างใจเอาเสียเลย เพราะนอกจากจะค้นพบว่าของสำคัญอันตรธานหายไปแล้ว ยัยเพื่อนตัวดีก็หายหัวไปกับผู้ชายด้วยเช่นกัน
แถมพอกลับมาใช้เครื่องเพื่อนต่อสายหาเบอร์ตัวเองก็ดันติดต่อไม่ได้อีก
คำก่นด่าหลุดออกมาจากปากเล็กอีกยาวเหยียด ยิ่งเมื่อคิดว่าหากทางบ้านล่วงรู้ว่าเธอเผอเรอทำมันหล่นหายทั้งที่เพิ่งซื้อให้ได้ไม่ถึงเดือนล่ะก็ ...
ภาพใบหน้าถมึงทึงของผู้ปกครองกำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าบ้านพร้อมกวัดแกว่งตะหลิวในมือก็ผุดขึ้นมาในหัวทันควัน
ตาย! ตายแน่ ๆ ไม่ต้องแช่แป้งด้วย งานนี้สปอนเซอร์หลักคงต้องจ่ายอานเพราะโดนตีจนเนื้อแตก
ทำท่าขนลุกขนพองแล้วรีบเร่งเพิ่มความเร็ว ไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์คันหรูก็พาเธอมาถึงจุดหมายปลายทาง
ขวัญข้าวถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตากลมโตเหล่มองสิ่งที่ตั้งตระหง่านบนเคาน์เตอร์เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้
สุดแสนเสียดายเงินที่ต้องควักเนื้อจ่ายเอง แต่เพราะสำหรับเธอแล้วโทรศัพท์คือปัจจัยห้าแถมยังบอกคนที่บ้านไม่ได้อีก ดังนั้นท้ายที่สุดแล้วคนงกที่บ่นกระปอดกระแปดอยู่นานสองนานจึงทำได้แค่จำนนต่อสถานการณ์ ยอมตัดใจเอี้ยวหน้าไปพูดกับพนักงานซึ่งคอยยืนประกบเธออยู่ห่าง ๆ
“เอารุ่นนี้ สีดำหนึ่งเครื่องค่ะ อ้อ ขอทำซิมใหม่เบอร์เดิมด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นก็ยื่นการ์ดสีดำพร้อมบัตรประชาชนให้พนักงานนำไปจัดการดำเนินเอกสารในขั้นต่อไป
“ได้ค่ะ คุณผู้หญิงสักครู่นะคะ”
“ค่ะ”
ขวัญข้าวคลี่ยิ้ม พยักหน้ารับรู้ก่อนก็เดินอ้อมไปนั่งรอในโซนรับรองตามคำแนะนำ
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าโต๊ะอาหารธรรมดา ๆ ในวันนี้ได้รับการประดับประดาด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชื่นชอบ ในขณะที่ดวงไฟภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลพร้อมหรี่ลง อาศัยแสงสว่างหลักจากเชิงเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ ส่งให้บรรยากาศมื้อเย็นวันนี้ดูโรแมนติกขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว“ขอบคุณค่ะสามี~”ขวัญข้าวอ้อมแอ้มขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวาน หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ที่สามีช่วยดึงให้ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับกวาดมองสิ่งที่เขาจัดแจงเตรียมไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่เชื่อสายตา“เนื่องในโอกาสอะไรกันคะ?” “ครบรอบวันที่เรามาเจอกัน”คำตอบของคนตรงหน้าทำเอารอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ครั้นพอนับย้อนไปถึงวันที่เธอเอาตัวเองเข้าล่อจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย พลั้งมือผลักเขาเสียหลัก ล้มหัวฟาดกับขอบอ่างล้างมือ ใบหน้าหวานก็ส่ายหวือ“วันที่หนูผลักพี่ในห้องน้ำ มันไม่ใช่วันนี้นี่คะ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”“เอ้า ก็พี่บอกเองว่าครบรอบวันที่เราเจอกัน”“เราเจอกันก่อนหน้านั่นอีกเถอะ หนูจำไม่ได้เหรอ?”คราวนี้คิ้วเรียวเปลี่ยนเป็นขมวดแน่น จริงอยู่ว่าเธอเคยเห็นเขามาก่อนวันนั้นเพราะยัยเพื่อนตัวดีสวมวิญญาณนายหน้า
หลังโรมรันพันตูในสงครามรักติดต่อกันร่วมชั่วโมงดาวยั่วก็สิ้นฤทธิ์ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กระทั่งคุ้นชินกับความมืดสลัวแล้วจึงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งใบหน้าง้ำงอลงทุกขณะเมื่อกวาดมองไปรอบตัวแล้วพบแต่ความว่างเปล่า หายไปไหนของเขาเนี้ย?การตื่นมาแล้วพบว่ามีเพียงตัวเธอนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งพร่ำบอกรัก ครวญครางกระเส่าใส่กันอย่างร้อนแรงทำขวัญข้าวไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เธอชอบเวลาลืมตามาแล้วเจอเขาเป็นคนแรก ได้รับจูบหวาน ๆ ในทุกครั้งที่ได้ออดอ้อน มองตากันมากกว่าครั้นพอเดินไปแหวกผ้าม่านเปิดออกดูก็พบว่ารถยังอยู่ ส่วนห้องน้ำนั้นเงียบเชียบ ไร้วี่แววของใครอีกคน แบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงลงไปข้างล่างสินะ?คิดแล้วก็หยิบเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสามีมาสวมใส่แก้ขัด ก่อนจะเดินลงไปหาคนที่คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังนั่งหน้าเครียด เคลียร์อีเมลงานอยู่ในห้องโถงใหญ่“หือ หอมจัง?”คิ้วเรียวขมวดมุ่น จมูกโด่งรั้นขยับไหวพร้อมสูดหายใจเข้าถี่ ๆ เมื่อมีกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายไหลลอยโชยมาแตะจมูกทันทีที่หย่อนปลายเท้าลงจากบันได เดิมที่คิดจะเดินไปหาสา
“อะ อ๊าาา~”สองมือกดล็อก ปลายลิ้นร้อนกระดกรัวเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระหน่ำสอดจ้วง เร่งเร้าให้เสียงครวญครางดังลั่นห้อง แต่แค่นี้มันจะไปสาแก่ใจได้ยังไง!เรียวนิ้วค่อย ๆ สอดแทรก กดย้ำให้ถึงจุดอ่อนภายในแล้วขยับเข้าออกรัวเร็วขณะที่ลิ้นยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอไม่หยุดจนสะโพกอวบยกร่อน กรีดร้องไม่เป็นภาษาไม่กี่อึดใจต่อมาร่างบางก็แอ่นโค้ง หยาดน้ำแตกซ่านจนเปรอะเปื้อนปลายคากเมื่อเจ้าของร่างกระโจนเข้าสู่ฝั่งฝันที่รอคอย แรงดูดส่งท้ายก่อนผละจากทำเอาสะโพกอวบกระดกลอยตามอย่างนึกเสียดาย แต่เพียงครู่เดียวดวงตาปรือลอยเพราะห้วงอารมณ์สุดท้ายก็เบิกถลนเมื่อสิ่งที่อุ่นร้อนและใหญ่กว่าเรียวนิ้วสากหลายเท่าก็ทะลึ่งพรวดเอามาแทนที่ ทำเอากายสาวสั่นระริก หวีดร้องเสียงหลง“จะ...จุกนะ”“เดี๋ยวได้จุกกว่านี้อีก”กรกันต์แสยะยิ้ม ดันขาเรียวให้แยกก่อนกว้างก่อนสะบัดสะโพกโถมเข้าใส่เต็มแรงจนร่างบางโยกโยน เปล่งเสียงครางไม่ได้ศัพท์เมื่อความเสียดเสียวซัดสาดเข้าใส่โครมใหญ่ไม่นานภายในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจเคล้าคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันในจังหวะหยาบโลนดังก้อง“พี่กรณ์~”ใบหน้าแดง ๆ บิดเบ้เหยเกสะบัดไปมา ขณะที่มือเรียวจิกข่วนแผ่
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นร้อนผ่าวราวคนจับไข้ ขณะที่สายตาวาววับมองไล่ไปตามเรือนร่างของภรรยาที่วันนี้นึกครึมอกครึมใจ ลุกขึ้นมาแต่งกายตามเทศกาลถึงแม้ชุดที่เธอสวมใส่จะเป็นเพียงกี่เพ้าสีแดงสดตัวยาว หากแต่ความรัดตึงที่เน้นไปทุกส่วนสัด แถมรอยผ่ายังแหวกสูงเสียจนคนมองท้องไส้บิดเกลียวด้วยความหวาดเสียวระคนลุ้นระทึก ยืนจดจ้องนิ่งนานราวกับรอคอยว่ายามเธอขยับ มันจะเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรบ้างอีก“หนูสวยไหม?”ขวัญข้าวร้องถามเสียงอ่อนเสียงหวานพลางตวัดขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ส่งผลให้ความขาวนวลอวดผ่านรอยแยกของกี่เพ้าสีแดงตัวยาวมากขึ้นริมฝีปากบางเคลือบด้วยสีเดียวกันกับชุดยิ้มยั่ว พึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสะดุด ตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้เธอสวยพอจะปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นขึ้น แม้ยังไม่ถึงเวลาใช้งาน“มานี่สิ” เพียงแค่นิ้วชี้กระดิกเรียกกรกันต์ก็สืบเท้าเข้าไปใกล้อย่างว่าง่าย แววตาเปล่งประกายร้อนแรงออกมาอย่างไม่ปิดบังยิ่งในตอนที่สังเกตเห็นจุกนูนเด่นบนสองก้อนกลมกลึง ดุนดันเนื้อผ้าราวกับกำลังชี้หน้าท้าทายอำนาจ อุณหภูมิภายในกายแกร่งก็พลันพุ่งทะยาน โดยเฉพาะกึ่งกลางกายที่มันร้อนระอุจนเขาอดเปล่งเส
หลังโยกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังที่ขวัญข้าวซุ่มซื้อมามอบเป็นของขวัญให้ว่าที่สามี หรืออีกนัยคือเรือนหอของเธอกับพี่กรณ์ได้ไม่ถึงเดือน บ้านที่เคยโล่งก็อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ตู้เย็นที่มีของสดแค่พอทำอาหารได้ไม่เกินอาทิตย์ก็มีทั้งผัก ทั้งผลไม้ที่มารดาขยันส่งมาให้แต่ใช่ว่าจะส่งมาให้เธอนะ นู้นค่ะส่งมาบำรุงคนที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดในตำแหน่งท่านประธานชั่วคราวอยู่ที่บริษัทนู่น แถมวัน ๆ ที่ต่อสายมาเนี้ยคุยกับเธอสิบนาที อีกครึ่งชั่วโมงที่เหลือน่ะเหรอ ขอคุยกับพ่อลูกเขยคนโปรดนู้นนึกแล้วก็อดเบ้ปากหมั่นไส้ไม่ได้“ฮึ กินให้ตัวบวม กินให้อ้วนจนพุงพุ้ยไปเลยนะ”ปากเล็กขมุบขมิบประชดประชัน แต่พอนึกถึงตัวเลขที่ขยันพุ่งทะยานราวกับจะแข่งกันของทั้งเธอและเขาริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มละมุน เพราะต่อให้เขาจะอ้วนกว่านี้อีกสักแค่ไหนเธอก็ยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ไม่สิ มากกว่าเดิมอีกพลันร่างบางก็สะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออุปกรณ์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวกรีดร้องดังลั่น บีบให้เธอต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังง่วนทำ แล้วคว้ามันขึ้นมากดรับสายหลังมองเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ“ว่าไงยะ?”เสียงหัวเราะคิกคักดังเคล้าคลอกับเสียงห
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวาน หยาดน้ำสีใสร่วงเผาะออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสายขณะมองตามแหวนวงน้อยที่บัดนี้ย้ายมาประดับบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนตามสัมผัสอุ่น ๆ เปี่ยมด้วยความรักความทะนุถนอมประทับลงบนหลังมือ“รักนะครับ เด็กซนของพี่กรณ์”พลันร่างบางก็สะดุ้งโหยง แหงนหน้าขึ้นเส้นริ้วของกระดาษหลากสีลอยละล่องกลางอากาศด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างชัดในใจเมื่อเคทวิ่งเข้ามาหาพร้อมเวลล์สีขาว ขณะที่บริ้งค์นั้นถือสายสะพาน BRIDE TO BE รอมอบให้เธอเป็นขั้นตอนไป“นี่พวกแก ...”ปฏิกิริยาหัวเราะคิกคัก ลอยหน้าลอยตายักคิ้วใส่ทำให้ขวัญข้าวเข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นแผนการเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ที่ถูกวางไว้ โดยมีเพื่อน ๆ และสามีของเพื่อนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด!“มีหลัวเป็นตัวเป็นตนซะทีนะยะ คุณป้าหลานสาม”โผเข้ากอดว่าที่เจ้าสาวแล้วเคทก็ผละถอยเพื่อให้บริ้งค์เข้ามากอดและอวยพรบ้าง“ดีใจนะที่เห็นแกลงเอยซะที บอกแล้วไงว่าคนนี้งานดี ไม่มีผิดหวัง”ขวัญข้าวหลุดขำพรืดทั้งน้ำตา นี่ก็ไม่วายขายผู้ชายให้เธอจนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ“หันหน้ามาดิ โอเค ช็อตนี้ฉันจะตัดไว้ฉายขึ้นโปรเจคเตอร์วันที่แ







