Masukตื่นไม่รู้เวล่ำเวลาเลยนะมึง!
เอ็ดลูกชายสุดรักในใจแล้วกระแอมไอกลบเกลื่อน ค่อย ๆ ผละออกห่าง แม้ความเขินอายจะฟ้องออกมาทางความแดงจาง ๆ บนข้างแก้มสากกระนั้นก็ยังพยายามเก็กหน้ายียวน
“อะแฮ่ม หวังว่าเจอกันรอบหน้า เธอจะพูดจาคะขาแบบคนอื่นเขาเป็นนะ”
ทิ้งคำสอนสั่งไว้จากนั้นเจ้าของการกระทำแสนหยาบคายก็ผลักประตู เดินลงจากรถยนต์ไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนเพิ่งถูกคุกคาม นอนตัวแข็งอยู่ท่ามกลางถุงกระดาษกระจัดกระจายครู่ใหญ่กว่าจะได้สติ
ลิ้นร้อนตวัดแลบออกมาเลียริมฝีปากแห้งผากขณะที่สองเท้าก้าวเดิน มุ่งตรงไปยังรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุเท่าไรนัก แววตาเต็มไปด้วยความสับสนระคนไม่เข้าใจ
ต่อให้เขาจะเป็นผู้ชาย ต่อให้นี่จะเป็นสัญชาตญาณที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ทำไมร่างกายถึงได้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อยัยเด็กนั่นไวนักวะ หรือจะเป็นเพราะไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่ามานาน? ขมวดคิ้วครุ่นคิดพลางล้วงมือเข้าไปหยิบกุญแจรถยนต์
แล้วกรกันต์ก็ชะงัก ผ่อนความเร็วของฝีเท้าลงเมื่อปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงขอบเหลี่ยมของอุปกรณ์ที่ซุกซ่อนอยู่ด้านใน
จริงสิ! เขาตั้งใจจะเอามือถือมาคืนเธอนี่หว่า
ทำหน้านึกได้ก็เอี้ยวหน้าหันกลับไปมองหาเด็กสาว แต่แล้วก็พบเพียงไฟท้ายสีแดงของรถยนต์ที่เลี้ยวออกจากลานจอดรถไปพอดี
ช่างเถอะ ถึงยังไงก็ต้องเจอกันอีกอยู่ดี เขาไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระที่ตัวเองหลงลืมธุระ แล้วก้าวขาขึ้นไปประจำที่หลังพวงมาลัย หากแต่แววตาคมกริบกลับยังไม่ละไปจากอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของตนราวกับกำลังใช้ความคิด
สาเหตุที่ทำให้เขาถ่อมาถึงห้างทั้งที่ปกติแล้วเขาเองก็ไม่ชื่นชอบความวุ่นวายพอ ๆ กันกับเจ้านายหนุ่ม นั่นเป็นเพราะเขาตั้งใจจะให้คนรู้จักจัดการล้างรหัสในเครื่องนี่ทั้งหมด หวังหาข้อมูลมาใช้มันตามหาผู้เป็นเจ้าของ
แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าคนที่กำลังตามหา บทจะเจอก็ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก เพราะคล้อยหลังที่นำส่งเจ้าเครื่องนี่ไม่นานเจ้าหล่อนก็ปรากฏกายขึ้นที่ช็อปฝั่งตรงข้าม
ด้วยความอยากแก้เผ็ดที่เด็กสาวกล้าลูบคมเขาจึงแอบเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความไม่ระวังตัวหรือมัวแต่สนใจของกินในมือกันแน่ ทำให้เจ้าหล่อนไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม
นึกถึงสีหน้าเอร็ดอร่อยของคนที่ได้ของหวานปลอบใจ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นที่มุมปาก เด็กน้อยเอ๊ย
แววตาเป็นประกายขบขันหลุบตามองหน้าจออีกครั้ง จรดปลายนิ้วลงบนปุ่มกลม ๆ แล้วเลือกกดเปิดดูประวัติการโทรเป็นอันดับแรก จากนั้นใบหน้าหล่อร้ายก็ส่ายไปมาหลังพบว่าลิสรายการที่ปรากฏนั้น กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นรายชื่อของเพศชายที่ใช้สรรพนามนำหน้าชื่อว่า 'น้อง'
“บ้าผู้ชายเอาเรื่องเลยแฮะ”
ถึงว่าล่ะทำไมวันนั้นยัยเด็กนั่นถึงซ่าก๋ากั่น ถึงขนาดกล้าลากเขาเข้าไปจูบทั้งที่เพิ่งพบหน้ากันครั้งแรก
และเพียงเผลอนึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่มที่ได้รับ ท่อนล่างก็พลันเกิดปฏิกิริยาตอบรับจนต้องก้มลงไปเอ่ยเอ็ด
“ไอ้ห่x! นี่ก็ไวเหลือเกิน!”
มือใหญ่ตบเป้ากางเกงเบา ๆ เป็นเชิงปราม แต่ลึก ๆ กลับนึกอดสู หน้าตาเขาก็หล่อเหลาเอาเรื่องถึงอายุจะย่างเข้าเลขสาม แถมรูปร่างก็จัดว่าไม่อ้วนไม่ผอม มีกล้ามเนื้อกำลังดี แต่ทำไมข้างล่างถึงไม่ค่อยได้มีโอกาสใช้งานเลยวะ?
คนห่างหายจากเกมรักร้อนแรงมานานหลายปีถอนหายใจพรืด สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านพลางตวัดปลายนิ้ว ไล่เปิดรูปภาพต่าง ๆ ของเจ้าหล่อนอย่างถือวิสาสะ
“ดูท่าจะคลั่งแต่พวกผู้ชายหน้าขาว ๆ ตี๋ ๆ ฮึ!”
ส่ายหน้าเอือมระอาขณะที่ปลายนิ้วตวัด ซอกแซกไปเรื่อย กระทั่งเลื่อนมาเจอเข้ากับโฟลเดอร์ซึ่งโดดเด่นด้วยชื่อที่แปลกตากว่าอันอื่น
“แล้วนี่อะไร เอ็กซ์โอเอ็กซ์โอ”
พึมพำทวนชื่อแล้วขมวดคิ้วงุนงง มันคืออะไรวะ รหัสลับหรือเปล่า?
และไหน ๆ ก็เสียมารยาทมาจนถึงขั้นนี้แล้ว เขาจึงไม่ลังเลที่จะกดเปิดเข้าไปไขความสงสัย พลันดวงตาก็ลุกวาว เปล่งเสียงคำรามกระหึ่มในลำคอเมื่อสายตาปะทะเข้ากับข้อมูลบางอย่าง
“ฮืม ดูท่าว่าหนนี้ต้องมีคนเรียกพี่กรคะ พี่ขาซะแล้วสิ หึหึ”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าโต๊ะอาหารธรรมดา ๆ ในวันนี้ได้รับการประดับประดาด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชื่นชอบ ในขณะที่ดวงไฟภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลพร้อมหรี่ลง อาศัยแสงสว่างหลักจากเชิงเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ ส่งให้บรรยากาศมื้อเย็นวันนี้ดูโรแมนติกขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว“ขอบคุณค่ะสามี~”ขวัญข้าวอ้อมแอ้มขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวาน หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ที่สามีช่วยดึงให้ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับกวาดมองสิ่งที่เขาจัดแจงเตรียมไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่เชื่อสายตา“เนื่องในโอกาสอะไรกันคะ?” “ครบรอบวันที่เรามาเจอกัน”คำตอบของคนตรงหน้าทำเอารอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ครั้นพอนับย้อนไปถึงวันที่เธอเอาตัวเองเข้าล่อจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย พลั้งมือผลักเขาเสียหลัก ล้มหัวฟาดกับขอบอ่างล้างมือ ใบหน้าหวานก็ส่ายหวือ“วันที่หนูผลักพี่ในห้องน้ำ มันไม่ใช่วันนี้นี่คะ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”“เอ้า ก็พี่บอกเองว่าครบรอบวันที่เราเจอกัน”“เราเจอกันก่อนหน้านั่นอีกเถอะ หนูจำไม่ได้เหรอ?”คราวนี้คิ้วเรียวเปลี่ยนเป็นขมวดแน่น จริงอยู่ว่าเธอเคยเห็นเขามาก่อนวันนั้นเพราะยัยเพื่อนตัวดีสวมวิญญาณนายหน้า
หลังโรมรันพันตูในสงครามรักติดต่อกันร่วมชั่วโมงดาวยั่วก็สิ้นฤทธิ์ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กระทั่งคุ้นชินกับความมืดสลัวแล้วจึงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งใบหน้าง้ำงอลงทุกขณะเมื่อกวาดมองไปรอบตัวแล้วพบแต่ความว่างเปล่า หายไปไหนของเขาเนี้ย?การตื่นมาแล้วพบว่ามีเพียงตัวเธอนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งพร่ำบอกรัก ครวญครางกระเส่าใส่กันอย่างร้อนแรงทำขวัญข้าวไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เธอชอบเวลาลืมตามาแล้วเจอเขาเป็นคนแรก ได้รับจูบหวาน ๆ ในทุกครั้งที่ได้ออดอ้อน มองตากันมากกว่าครั้นพอเดินไปแหวกผ้าม่านเปิดออกดูก็พบว่ารถยังอยู่ ส่วนห้องน้ำนั้นเงียบเชียบ ไร้วี่แววของใครอีกคน แบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงลงไปข้างล่างสินะ?คิดแล้วก็หยิบเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสามีมาสวมใส่แก้ขัด ก่อนจะเดินลงไปหาคนที่คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังนั่งหน้าเครียด เคลียร์อีเมลงานอยู่ในห้องโถงใหญ่“หือ หอมจัง?”คิ้วเรียวขมวดมุ่น จมูกโด่งรั้นขยับไหวพร้อมสูดหายใจเข้าถี่ ๆ เมื่อมีกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายไหลลอยโชยมาแตะจมูกทันทีที่หย่อนปลายเท้าลงจากบันได เดิมที่คิดจะเดินไปหาสา
“อะ อ๊าาา~”สองมือกดล็อก ปลายลิ้นร้อนกระดกรัวเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระหน่ำสอดจ้วง เร่งเร้าให้เสียงครวญครางดังลั่นห้อง แต่แค่นี้มันจะไปสาแก่ใจได้ยังไง!เรียวนิ้วค่อย ๆ สอดแทรก กดย้ำให้ถึงจุดอ่อนภายในแล้วขยับเข้าออกรัวเร็วขณะที่ลิ้นยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอไม่หยุดจนสะโพกอวบยกร่อน กรีดร้องไม่เป็นภาษาไม่กี่อึดใจต่อมาร่างบางก็แอ่นโค้ง หยาดน้ำแตกซ่านจนเปรอะเปื้อนปลายคากเมื่อเจ้าของร่างกระโจนเข้าสู่ฝั่งฝันที่รอคอย แรงดูดส่งท้ายก่อนผละจากทำเอาสะโพกอวบกระดกลอยตามอย่างนึกเสียดาย แต่เพียงครู่เดียวดวงตาปรือลอยเพราะห้วงอารมณ์สุดท้ายก็เบิกถลนเมื่อสิ่งที่อุ่นร้อนและใหญ่กว่าเรียวนิ้วสากหลายเท่าก็ทะลึ่งพรวดเอามาแทนที่ ทำเอากายสาวสั่นระริก หวีดร้องเสียงหลง“จะ...จุกนะ”“เดี๋ยวได้จุกกว่านี้อีก”กรกันต์แสยะยิ้ม ดันขาเรียวให้แยกก่อนกว้างก่อนสะบัดสะโพกโถมเข้าใส่เต็มแรงจนร่างบางโยกโยน เปล่งเสียงครางไม่ได้ศัพท์เมื่อความเสียดเสียวซัดสาดเข้าใส่โครมใหญ่ไม่นานภายในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจเคล้าคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันในจังหวะหยาบโลนดังก้อง“พี่กรณ์~”ใบหน้าแดง ๆ บิดเบ้เหยเกสะบัดไปมา ขณะที่มือเรียวจิกข่วนแผ่
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นร้อนผ่าวราวคนจับไข้ ขณะที่สายตาวาววับมองไล่ไปตามเรือนร่างของภรรยาที่วันนี้นึกครึมอกครึมใจ ลุกขึ้นมาแต่งกายตามเทศกาลถึงแม้ชุดที่เธอสวมใส่จะเป็นเพียงกี่เพ้าสีแดงสดตัวยาว หากแต่ความรัดตึงที่เน้นไปทุกส่วนสัด แถมรอยผ่ายังแหวกสูงเสียจนคนมองท้องไส้บิดเกลียวด้วยความหวาดเสียวระคนลุ้นระทึก ยืนจดจ้องนิ่งนานราวกับรอคอยว่ายามเธอขยับ มันจะเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรบ้างอีก“หนูสวยไหม?”ขวัญข้าวร้องถามเสียงอ่อนเสียงหวานพลางตวัดขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ส่งผลให้ความขาวนวลอวดผ่านรอยแยกของกี่เพ้าสีแดงตัวยาวมากขึ้นริมฝีปากบางเคลือบด้วยสีเดียวกันกับชุดยิ้มยั่ว พึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสะดุด ตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้เธอสวยพอจะปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นขึ้น แม้ยังไม่ถึงเวลาใช้งาน“มานี่สิ” เพียงแค่นิ้วชี้กระดิกเรียกกรกันต์ก็สืบเท้าเข้าไปใกล้อย่างว่าง่าย แววตาเปล่งประกายร้อนแรงออกมาอย่างไม่ปิดบังยิ่งในตอนที่สังเกตเห็นจุกนูนเด่นบนสองก้อนกลมกลึง ดุนดันเนื้อผ้าราวกับกำลังชี้หน้าท้าทายอำนาจ อุณหภูมิภายในกายแกร่งก็พลันพุ่งทะยาน โดยเฉพาะกึ่งกลางกายที่มันร้อนระอุจนเขาอดเปล่งเส
หลังโยกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังที่ขวัญข้าวซุ่มซื้อมามอบเป็นของขวัญให้ว่าที่สามี หรืออีกนัยคือเรือนหอของเธอกับพี่กรณ์ได้ไม่ถึงเดือน บ้านที่เคยโล่งก็อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ตู้เย็นที่มีของสดแค่พอทำอาหารได้ไม่เกินอาทิตย์ก็มีทั้งผัก ทั้งผลไม้ที่มารดาขยันส่งมาให้แต่ใช่ว่าจะส่งมาให้เธอนะ นู้นค่ะส่งมาบำรุงคนที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดในตำแหน่งท่านประธานชั่วคราวอยู่ที่บริษัทนู่น แถมวัน ๆ ที่ต่อสายมาเนี้ยคุยกับเธอสิบนาที อีกครึ่งชั่วโมงที่เหลือน่ะเหรอ ขอคุยกับพ่อลูกเขยคนโปรดนู้นนึกแล้วก็อดเบ้ปากหมั่นไส้ไม่ได้“ฮึ กินให้ตัวบวม กินให้อ้วนจนพุงพุ้ยไปเลยนะ”ปากเล็กขมุบขมิบประชดประชัน แต่พอนึกถึงตัวเลขที่ขยันพุ่งทะยานราวกับจะแข่งกันของทั้งเธอและเขาริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มละมุน เพราะต่อให้เขาจะอ้วนกว่านี้อีกสักแค่ไหนเธอก็ยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ไม่สิ มากกว่าเดิมอีกพลันร่างบางก็สะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออุปกรณ์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวกรีดร้องดังลั่น บีบให้เธอต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังง่วนทำ แล้วคว้ามันขึ้นมากดรับสายหลังมองเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ“ว่าไงยะ?”เสียงหัวเราะคิกคักดังเคล้าคลอกับเสียงห
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวาน หยาดน้ำสีใสร่วงเผาะออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสายขณะมองตามแหวนวงน้อยที่บัดนี้ย้ายมาประดับบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนตามสัมผัสอุ่น ๆ เปี่ยมด้วยความรักความทะนุถนอมประทับลงบนหลังมือ“รักนะครับ เด็กซนของพี่กรณ์”พลันร่างบางก็สะดุ้งโหยง แหงนหน้าขึ้นเส้นริ้วของกระดาษหลากสีลอยละล่องกลางอากาศด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างชัดในใจเมื่อเคทวิ่งเข้ามาหาพร้อมเวลล์สีขาว ขณะที่บริ้งค์นั้นถือสายสะพาน BRIDE TO BE รอมอบให้เธอเป็นขั้นตอนไป“นี่พวกแก ...”ปฏิกิริยาหัวเราะคิกคัก ลอยหน้าลอยตายักคิ้วใส่ทำให้ขวัญข้าวเข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นแผนการเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ที่ถูกวางไว้ โดยมีเพื่อน ๆ และสามีของเพื่อนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด!“มีหลัวเป็นตัวเป็นตนซะทีนะยะ คุณป้าหลานสาม”โผเข้ากอดว่าที่เจ้าสาวแล้วเคทก็ผละถอยเพื่อให้บริ้งค์เข้ามากอดและอวยพรบ้าง“ดีใจนะที่เห็นแกลงเอยซะที บอกแล้วไงว่าคนนี้งานดี ไม่มีผิดหวัง”ขวัญข้าวหลุดขำพรืดทั้งน้ำตา นี่ก็ไม่วายขายผู้ชายให้เธอจนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ“หันหน้ามาดิ โอเค ช็อตนี้ฉันจะตัดไว้ฉายขึ้นโปรเจคเตอร์วันที่แ







