Masuk“ซี้ด~ ยัยตัวแสบ!”
“สมน้ำหน้า! รู้จักนังขวัญน้อยไปซะแล้ว!”
ขวัญข้าวแว้ดลั่น งอเข่าขึ้นหมายจะใช้ท่าไม้ตายเหมือนคราวก่อน มันคงได้ผลที่น่าพึงพอใจหากอีกฝ่ายไม่รู้ทัน ดันหัวเข่าเธอให้แยกออกกว้างก่อนแทรกกายลงมาทาบทับ ใช้น้ำหนักตัวกดตรึงให้เธอหยุดดิ้น
ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้าง ใบหน้าแดงก่ำซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะขัดเขินหรือโมโหหลังตระหนักได้ว่ากำลังตกเป็นรอง แถมท่าก่อนว่าสุ่มเสี่ยงแล้ว ท่านี้มันยิ่งกว่า!
ริมฝีปากบางเม้มแน่น ข่มใจไม่ให้ขยับเพื่อไม่ให้บางส่วนแนบชิดกันไปมากกว่าเดิม ทว่าเพียงแค่หางตาเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมคาย อุณหภูมิในร่างกายก็พุ่งทะยานโดยเฉพาะศีรษะ
ไม่ไหวแล้วโว้ย! ครั้งนี้ฉันต้องได้ตะกุยหน้าเขาสักแผล!
ร่างบางดิ้นขลุกขลัก พยายามทำอย่างที่ใจต้องการอย่างไม่ลดละ แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ อะไร ๆ จะไม่เป็นใจเธอสักอย่าง เพราะนอกจากฝ่ามือจะหวืดแล้ว มันยัง ...
ตุ้บ!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความคับแคบของห้องโดยสาร หรือเพราะความลื่นที่เกิดจากเหงื่อบนฝ่ามือ เดิมที่ควรจะค้ำยันอยู่บนเบาะจึงไถลหล่นไปอยู่บนพื้นพรม พร้อมกับใบหน้าที่จมหายเข้าไปกลางก้อนเนื้อนุ่มนิ่มกว่าครึ่งหน้า!
อุบัติเหตุทำเอาขวัญข้าวอ้าปากค้าง ทุกการเคลื่อนไหวชะงักหยุดกึกทันควัน ขณะที่คนซุกซบเองก็ไม่ต่าง หากแต่เพราะเหตุผลอื่น
กลิ่นนี่มัน .... แม่งเอ้ย!
สบถในใจแล้วใบหน้าคมคายก็เผลอกดลงแนบชิดกว่าเดิมอย่างไม่รู้ตัว เมื่อกลิ่นหอมละมุนและสัมผัสอ่อนนุ่มสุดเย้ายวนส่งผลให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ท่อนล่างเกิดปฏิกิริยาขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
แรงเสียดสีตรงทรวงอกและเสียงร้องคำรามในลำคอแกร่งทำให้สติหวนคืน ดวงตาเบิกโพลงค่อย ๆ เบนลงมองกลุ่มผมดำดก จากนั้นวินาทีต่อมาเธอก็ค้นหาเสียงของตัวเองเจอ
“กะ..กะ...กรี๊ดดดด”
“โอ๊ย”
เสียงกรีดร้องดังยาว ก่อนจะตามด้วยเสียงโอดโอยของชายหนุ่ม เมื่อศีรษะทุยถูกกระชากให้แหงนขึ้นจากก้อนนุ่มนิ่มขาวผ่องอย่างแรง
“ไอ้โรคจิต! ไอ้วิตถาร! แกกล้าดียังไงมาลวนลามฉัน คอยดูนะฉันจะแจ้งความ เตรียมตัวเข้าไปนอนตบยุงในซังเตได้เลยไอ้แก่ตัณหากลับ!!”
ขวัญข้าวร้องตะเบ็งสุดเสียงพร้อมเหวี่ยงกำปั้นสะเปะสะปะ นาทีนี้เธอไม่สนใจแล้วว่ามันจะโดนส่วนไหนของอีกฝ่ายบ้าง ในใจมันกำลังคุกรุ่นไปด้วยไฟแค้น ฉะนั้นขอแค่ได้เอาคืนเขาสักหมัดสองหมัดเธอก็สะใจแล้ว!
เสียงร้องโวยวายดังระคนไปกับเสียงก่นด่า สองมือก็พยายามเล็งให้โดนใบหน้าขณะที่กรกันต์ทำเพียงปัดป้องบ้างในบางครามีกำปั้นเหวี่ยงเข้าใกล้ แววตาเป็นประกายวาววับหลุบมองคนใต้ร่างที่พยศใส่ไม่หยุดหย่อนแล้วยกยิ้มมุมปาก ตั้งใจยั่วโมโห
“บอกแล้วไงว่าเธอทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“แน่จริงก็ถอยออกไปสิ! ปล่อยฉันสิวะ!”
คำสุดท้ายของประโยคทำเอากรกันต์หลุดขำพรืด ยัยเด็กนี่ ... สอนอะไรไปคือไม่คิดจะจำเลยสิน้าาา สงสัยต้องทบทวน
คิดแล้วกายแกร่งขยับหมายจะยืดตัวขึ้นนั่ง และนั่นทำให้ท่อนล่างยิ่งกดทับ เสียดสีมากขึ้น
เฮือก!
ร่างบางสะดุ้ง ตาเหลือกเมื่อสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังแนบชิดกับกลางกายสาว ซ้ำร้ายเสื้อผ้ายังไม่สามารถขวางกั้นเธอจึงรับรู้ในขนาดและรูปร่างของบางอย่างที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
บะ..บ้า บ้าน่า ไม่น่าใช่หรอก...มั้ง
ทว่าแค่คาดเดาพวงแก้มก็ร้อนผะผ่าว ในหัวเต็มไปด้วยภาพจินตนาการที่ผุดขึ้นเพราะความสัปดน โอ๊ย เกลียดตัวเองชะมัด!
คิ้วหนาเลิกขึ้น ประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ ๆ ท่าทีของคนใต้ร่างเปลี่ยนแปลงในเสี้ยววินาที กระทั่งสังเกตเห็นความแดงที่เคลือบอยู่บนพวงแก้มและทิศทางของสายตาตื่นตระหนกที่หลุบมอง เขาก็ถึงบางอ้อ
ตื่นไม่รู้เวล่ำเวลาเลยนะมึง!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าโต๊ะอาหารธรรมดา ๆ ในวันนี้ได้รับการประดับประดาด้วยช่อดอกกุหลาบสีขาวที่เธอชื่นชอบ ในขณะที่ดวงไฟภายในห้องแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลพร้อมหรี่ลง อาศัยแสงสว่างหลักจากเชิงเทียนที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะ ส่งให้บรรยากาศมื้อเย็นวันนี้ดูโรแมนติกขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว“ขอบคุณค่ะสามี~”ขวัญข้าวอ้อมแอ้มขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวาน หย่อนสะโพกลงนั่งบนเก้าอี้ที่สามีช่วยดึงให้ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับกวาดมองสิ่งที่เขาจัดแจงเตรียมไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่เชื่อสายตา“เนื่องในโอกาสอะไรกันคะ?” “ครบรอบวันที่เรามาเจอกัน”คำตอบของคนตรงหน้าทำเอารอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ครั้นพอนับย้อนไปถึงวันที่เธอเอาตัวเองเข้าล่อจนเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย พลั้งมือผลักเขาเสียหลัก ล้มหัวฟาดกับขอบอ่างล้างมือ ใบหน้าหวานก็ส่ายหวือ“วันที่หนูผลักพี่ในห้องน้ำ มันไม่ใช่วันนี้นี่คะ”“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”“เอ้า ก็พี่บอกเองว่าครบรอบวันที่เราเจอกัน”“เราเจอกันก่อนหน้านั่นอีกเถอะ หนูจำไม่ได้เหรอ?”คราวนี้คิ้วเรียวเปลี่ยนเป็นขมวดแน่น จริงอยู่ว่าเธอเคยเห็นเขามาก่อนวันนั้นเพราะยัยเพื่อนตัวดีสวมวิญญาณนายหน้า
หลังโรมรันพันตูในสงครามรักติดต่อกันร่วมชั่วโมงดาวยั่วก็สิ้นฤทธิ์ กว่าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ๆ กระทั่งคุ้นชินกับความมืดสลัวแล้วจึงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งใบหน้าง้ำงอลงทุกขณะเมื่อกวาดมองไปรอบตัวแล้วพบแต่ความว่างเปล่า หายไปไหนของเขาเนี้ย?การตื่นมาแล้วพบว่ามีเพียงตัวเธอนอนเปลือยกายอยู่บนเตียงทั้งที่เมื่อชั่วโมงก่อนเพิ่งพร่ำบอกรัก ครวญครางกระเส่าใส่กันอย่างร้อนแรงทำขวัญข้าวไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เธอชอบเวลาลืมตามาแล้วเจอเขาเป็นคนแรก ได้รับจูบหวาน ๆ ในทุกครั้งที่ได้ออดอ้อน มองตากันมากกว่าครั้นพอเดินไปแหวกผ้าม่านเปิดออกดูก็พบว่ารถยังอยู่ ส่วนห้องน้ำนั้นเงียบเชียบ ไร้วี่แววของใครอีกคน แบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงลงไปข้างล่างสินะ?คิดแล้วก็หยิบเอาเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของสามีมาสวมใส่แก้ขัด ก่อนจะเดินลงไปหาคนที่คาดว่าตอนนี้น่าจะกำลังนั่งหน้าเครียด เคลียร์อีเมลงานอยู่ในห้องโถงใหญ่“หือ หอมจัง?”คิ้วเรียวขมวดมุ่น จมูกโด่งรั้นขยับไหวพร้อมสูดหายใจเข้าถี่ ๆ เมื่อมีกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายไหลลอยโชยมาแตะจมูกทันทีที่หย่อนปลายเท้าลงจากบันได เดิมที่คิดจะเดินไปหาสา
“อะ อ๊าาา~”สองมือกดล็อก ปลายลิ้นร้อนกระดกรัวเร็ว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกระหน่ำสอดจ้วง เร่งเร้าให้เสียงครวญครางดังลั่นห้อง แต่แค่นี้มันจะไปสาแก่ใจได้ยังไง!เรียวนิ้วค่อย ๆ สอดแทรก กดย้ำให้ถึงจุดอ่อนภายในแล้วขยับเข้าออกรัวเร็วขณะที่ลิ้นยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอไม่หยุดจนสะโพกอวบยกร่อน กรีดร้องไม่เป็นภาษาไม่กี่อึดใจต่อมาร่างบางก็แอ่นโค้ง หยาดน้ำแตกซ่านจนเปรอะเปื้อนปลายคากเมื่อเจ้าของร่างกระโจนเข้าสู่ฝั่งฝันที่รอคอย แรงดูดส่งท้ายก่อนผละจากทำเอาสะโพกอวบกระดกลอยตามอย่างนึกเสียดาย แต่เพียงครู่เดียวดวงตาปรือลอยเพราะห้วงอารมณ์สุดท้ายก็เบิกถลนเมื่อสิ่งที่อุ่นร้อนและใหญ่กว่าเรียวนิ้วสากหลายเท่าก็ทะลึ่งพรวดเอามาแทนที่ ทำเอากายสาวสั่นระริก หวีดร้องเสียงหลง“จะ...จุกนะ”“เดี๋ยวได้จุกกว่านี้อีก”กรกันต์แสยะยิ้ม ดันขาเรียวให้แยกก่อนกว้างก่อนสะบัดสะโพกโถมเข้าใส่เต็มแรงจนร่างบางโยกโยน เปล่งเสียงครางไม่ได้ศัพท์เมื่อความเสียดเสียวซัดสาดเข้าใส่โครมใหญ่ไม่นานภายในห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจเคล้าคลอไปกับเสียงเนื้อกระทบกันในจังหวะหยาบโลนดังก้อง“พี่กรณ์~”ใบหน้าแดง ๆ บิดเบ้เหยเกสะบัดไปมา ขณะที่มือเรียวจิกข่วนแผ่
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นร้อนผ่าวราวคนจับไข้ ขณะที่สายตาวาววับมองไล่ไปตามเรือนร่างของภรรยาที่วันนี้นึกครึมอกครึมใจ ลุกขึ้นมาแต่งกายตามเทศกาลถึงแม้ชุดที่เธอสวมใส่จะเป็นเพียงกี่เพ้าสีแดงสดตัวยาว หากแต่ความรัดตึงที่เน้นไปทุกส่วนสัด แถมรอยผ่ายังแหวกสูงเสียจนคนมองท้องไส้บิดเกลียวด้วยความหวาดเสียวระคนลุ้นระทึก ยืนจดจ้องนิ่งนานราวกับรอคอยว่ายามเธอขยับ มันจะเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรบ้างอีก“หนูสวยไหม?”ขวัญข้าวร้องถามเสียงอ่อนเสียงหวานพลางตวัดขาขึ้นนั่งไขว่ห้าง ส่งผลให้ความขาวนวลอวดผ่านรอยแยกของกี่เพ้าสีแดงตัวยาวมากขึ้นริมฝีปากบางเคลือบด้วยสีเดียวกันกับชุดยิ้มยั่ว พึงพอใจเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจสะดุด ตอกย้ำให้รู้ว่าตอนนี้เธอสวยพอจะปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างให้ตื่นขึ้น แม้ยังไม่ถึงเวลาใช้งาน“มานี่สิ” เพียงแค่นิ้วชี้กระดิกเรียกกรกันต์ก็สืบเท้าเข้าไปใกล้อย่างว่าง่าย แววตาเปล่งประกายร้อนแรงออกมาอย่างไม่ปิดบังยิ่งในตอนที่สังเกตเห็นจุกนูนเด่นบนสองก้อนกลมกลึง ดุนดันเนื้อผ้าราวกับกำลังชี้หน้าท้าทายอำนาจ อุณหภูมิภายในกายแกร่งก็พลันพุ่งทะยาน โดยเฉพาะกึ่งกลางกายที่มันร้อนระอุจนเขาอดเปล่งเส
หลังโยกย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังที่ขวัญข้าวซุ่มซื้อมามอบเป็นของขวัญให้ว่าที่สามี หรืออีกนัยคือเรือนหอของเธอกับพี่กรณ์ได้ไม่ถึงเดือน บ้านที่เคยโล่งก็อัดแน่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ตู้เย็นที่มีของสดแค่พอทำอาหารได้ไม่เกินอาทิตย์ก็มีทั้งผัก ทั้งผลไม้ที่มารดาขยันส่งมาให้แต่ใช่ว่าจะส่งมาให้เธอนะ นู้นค่ะส่งมาบำรุงคนที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดในตำแหน่งท่านประธานชั่วคราวอยู่ที่บริษัทนู่น แถมวัน ๆ ที่ต่อสายมาเนี้ยคุยกับเธอสิบนาที อีกครึ่งชั่วโมงที่เหลือน่ะเหรอ ขอคุยกับพ่อลูกเขยคนโปรดนู้นนึกแล้วก็อดเบ้ปากหมั่นไส้ไม่ได้“ฮึ กินให้ตัวบวม กินให้อ้วนจนพุงพุ้ยไปเลยนะ”ปากเล็กขมุบขมิบประชดประชัน แต่พอนึกถึงตัวเลขที่ขยันพุ่งทะยานราวกับจะแข่งกันของทั้งเธอและเขาริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มละมุน เพราะต่อให้เขาจะอ้วนกว่านี้อีกสักแค่ไหนเธอก็ยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิม ไม่สิ มากกว่าเดิมอีกพลันร่างบางก็สะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออุปกรณ์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวกรีดร้องดังลั่น บีบให้เธอต้องวางมือจากสิ่งที่กำลังง่วนทำ แล้วคว้ามันขึ้นมากดรับสายหลังมองเห็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ“ว่าไงยะ?”เสียงหัวเราะคิกคักดังเคล้าคลอกับเสียงห
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มหวาน หยาดน้ำสีใสร่วงเผาะออกจากดวงตาคู่สวยไม่ขาดสายขณะมองตามแหวนวงน้อยที่บัดนี้ย้ายมาประดับบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนตามสัมผัสอุ่น ๆ เปี่ยมด้วยความรักความทะนุถนอมประทับลงบนหลังมือ“รักนะครับ เด็กซนของพี่กรณ์”พลันร่างบางก็สะดุ้งโหยง แหงนหน้าขึ้นเส้นริ้วของกระดาษหลากสีลอยละล่องกลางอากาศด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างชัดในใจเมื่อเคทวิ่งเข้ามาหาพร้อมเวลล์สีขาว ขณะที่บริ้งค์นั้นถือสายสะพาน BRIDE TO BE รอมอบให้เธอเป็นขั้นตอนไป“นี่พวกแก ...”ปฏิกิริยาหัวเราะคิกคัก ลอยหน้าลอยตายักคิ้วใส่ทำให้ขวัญข้าวเข้าใจได้ทันทีว่านี่เป็นแผนการเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ที่ถูกวางไว้ โดยมีเพื่อน ๆ และสามีของเพื่อนเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด!“มีหลัวเป็นตัวเป็นตนซะทีนะยะ คุณป้าหลานสาม”โผเข้ากอดว่าที่เจ้าสาวแล้วเคทก็ผละถอยเพื่อให้บริ้งค์เข้ามากอดและอวยพรบ้าง“ดีใจนะที่เห็นแกลงเอยซะที บอกแล้วไงว่าคนนี้งานดี ไม่มีผิดหวัง”ขวัญข้าวหลุดขำพรืดทั้งน้ำตา นี่ก็ไม่วายขายผู้ชายให้เธอจนวินาทีสุดท้ายจริง ๆ“หันหน้ามาดิ โอเค ช็อตนี้ฉันจะตัดไว้ฉายขึ้นโปรเจคเตอร์วันที่แ







