LOGINณ กองถ่ายของเพิร์ล จังหวัดสตูล
“โอเค! เยี่ยม! นางแบบเปลี่ยนชุดครับ” เสียงตากล้องร่างท้วมดังขึ้น ประหนึ่งเสียงสวรรค์สำหรับนางแบบสาวนามว่า แพรวรุ้ง อัศวนนท์
บ่าไหล่ของหญิงสาวลู่ลงในบัดดลทั้งที่เมื่อครู่ตั้งเด่นเป็นสง่าดุจนางหงส์อยู่หน้ากล้อง เธอถูกทีมงานพาลงเรือไปขึ้นฝั่ง หลังจากยืนตากแดดอยู่บนโขดหินใหญ่กลางทะเลอยู่นาน เมื่อมาถึงฝั่งก็เข้าไปหลบแดดในเต็นท์ที่พัก มือเรียวสวยปัดไล่มวลอากาศร้อนอบอ้าวที่แผ่ไอร้อนอยู่รอบกาย
“เจ๊แจง! เมื่อไหร่จะเสร็จซะที แพรวเหนื่อยแล้วนะ!”
คนสวยโอดครวญ เจ๊แจงของเธอเบะปากให้หน่อยหนึ่งก่อนจะตอบว่า
“อีกแค่ชุดเดียวเท่านั้นน่า หล่อนจะบ่นทำไมให้เหนื่อยเปล่าๆ มาเปลี่ยนชุดดีกว่ามา เร็วเข้า” กะเทยร่างกระทิงรบเร้าลูกคุณหญิง ไม่เข้าใจว่าแพรวรุ้งจะมาแหกแข้งแหกขาให้ชาวบ้านดูทำไม หล่อนอยู่สุขสบายบนกองเงินกองทองแท้ๆ
“โธ่ เจ๊แจงไม่ได้ไปยืนตากแดดนุ่งลมห่มฟ้า มีเศษผ้าปิดกายแค่คืบสองคืบอย่างแพรวนี่นา รู้อย่างนี้ไม่รับงานนี้หรอก ไหนบอกว่าถ่ายที่น้ำตกไง เอาเข้าจริงๆ ถ่อมาทำไมที่สตูลเนี่ย ตอนคุยงานกับคุณวาก็ตกลงกันดิบดีแล้วนะ”
แพรวรุ้งบนไม่เลิก หน้างอหักเป็นจวักตักแกง
“จุ๊ๆ บ่นมากไม่สวยนะยะ” เจ๊แจงค่อนขอด แพรวรุ้งเบะปาก
“แพรวอยากรู้จริงๆ ว่าใครเป็นคนออกคำสั่ง มันน่าโมโหนัก! แกล้งกันเห็นๆ ก็รู้อยู่ว่าเราแพ้แดดเดี๋ยวผิวเสียกันพอดี”
“อ้าว...ยัยคุณแพรว หล่อนไม่รู้หรือยะว่า คุณกวิน ได้รับคำสั่งให้มาดูแลงานครั้งนี้ คุณวาเขาไม่ว่างมาดูแลหรอกต้องพาเมียไปฮันนีมูนรอบสอง” เจ๊แจงว่า วาคิมเป็นอดีตว่าที่คู่หมั้นของแพรวรุ้งและเป็นเจ้าของ บริษัทเพิร์ล เขาให้กวิน น้องชายบุญธรรมของเขามาช่วยดูแลงานถ่ายแบบครั้งนี้
“ห๊า! ตานั่นเองเหรอ!? ว่าแล้วเชียว เขาต้องหาเรื่องแกล้งแพรวแน่ๆ คอยดูนะแม่จะขึ้นค่าตัวเสียให้เข็ด”
นางแบบสาวเดือดปุดๆ ใบหน้างามแดงก่ำด้วยแรงแดด เธอเร่งเปลี่ยนชุดที่สวมอยู่เพื่อจะได้ไปถ่ายต่อให้เสร็จไวๆ เสร็จจากถ่ายแบบยังมีถ่ายโฆษณาอีกหลายตัว หวังว่ากองถ่ายจะยกกองไปถ่ายที่อื่นบ้าง ไม่อย่างนั้นผิวเธอเกรียมแดดแน่ๆ
“เอามือมาสิยะ เดี๋ยวเจ๊จะสวมสร้อยให้”
เจ๊แจงร่างชายใจหญิงที่ทำงานด้วยกันมานานร้องสั่ง เพราะเห็นยัยคุณหนูผู้ดีเปลี่ยนชุดเสร็จแล้ว มันน่าอิจฉาแม่ลิงค่างบ่างชะนีตัวนี้จริงๆ หล่อนเอาหน้าอกหน้าใจมาจากไหนมากมายขนาดนั้น กะเทยอิจฉา!
“นี่ก็อีก จะหวงจะงกอะไรนักหนา กล้าเอาของปลอมมาให้แพรวใส่ได้ไง คอยดูนะ ถ้าพรุ่งนี้ผื่นขึ้น แพรวจะให้แม่ฟ้องเพิร์ลซะให้เข็ด”
คนสวยบ่นกระปอดกระแปดแต่ก็ยื่นมือขวาให้พี่แจงแต่โดยดี ก่อนที่เธอจะถูกพี่แจงลากลงเรือเพื่อไปยืนบนโขดหินที่อยู่กลางทะเลอีกรอบ
“เอียงซ้ายหน่อยครับน้องแพรว”
ตากล้องมือทองนามว่าพี่โอ้ร้องสั่งมาตามสายลม แพรวรุ้งคิดว่าพี่โอ้ร่างท้วมคงอยากให้เธอลงไปว่ายน้ำทะเลเล่นกระมัง ถึงได้ให้เอียงซ้าย ขยับซ้าย จวนจะตกโขดหินอยู่รอมร่อ
“ค่า พี่คะมันขยับได้เท่านี้นะ มันสุดแล้วจริงๆ”
แพรวรุ้งร้องบอกพร้อมเอียงซ้าย ขยับซ้าย ตามที่ตากล้องมือทองร้องสั่ง นับเป็นครั้งที่สิบแล้วในฉากนี้ที่เธอต้องยืนทำท่าสวย ถ่ายสร้อยข้อมือกับสร้อยคอซึ่งมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแขนแทบหัก เอ...แล้วนั่นใช่โจทก์ของเธอหรือเปล่านะ ยืนหน้าขาววอกอยู่ใต้เต็นท์บนฝั่ง ใช่! มากับ เจ้าหนูมีน ตัวแสบเสียด้วย
สายตาคมมองไปยังบนฝั่งและได้เห็นว่าเป็นโจทก์ของเธอจริงๆ เธอทำงานไปเกือบสองชั่วโมงแต่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของวาคิมเพิ่งจะมาดูงาน เจริญล่ะ ไหนว่ารักคุณวานักหนา เชอะ!
“นี่คุณ! ขยับซ้ายอีกหน่อยได้ไหม เพชรมันจะได้ล้อแสงขึ้นมาอีกหน่อย”
กวิน กิติบวร ร้องสั่งทั้งที่อุ้มบุตรชายตัวไม่เล็กเอาไว้ นัยน์ตาภายใต้แว่นสีชาระยิบระยับขึ้นมาเมื่อแลเห็นนวลเนื้อของคู่ปรับตลอดกาลอะร้าอร่ามท่ามกลางสายลมแสงแดดและท้องทะเลสีคราม
“ปะป๊าคับ มินจากินติม” หนูน้อยวัยสี่ขวบกว่าๆ ร้องบอกบิดา
“เดี๋ยวสิครับลูก ปะป๊าทำงานก่อน” กวินบอกบุตรชายเสียงอ่อนโยน
“ไม่เอา ป๊า...มินจากินเดี๋ยวนี้”
หนูน้อยหน้ามุ่ย ส่งภาษากายย้ำชัดว่าขัดใจอย่างแรง
“โอเคๆ เอ่อ พี่แจงครับ พี่แจง”
“ขา...ว่ายังไงคะคุณกวินของเจ๊”
ผู้จัดการของนางแบบสาวขานรับหน้าระรื่น
กวินกลอกตาขึ้นฟ้าเมื่อเสียงหวานหยดที่ขานรับมันไม่เข้ากับหน้าตาของพี่แจงเอาเสียเลย
“เอ่อ...ผมวานพี่แจงช่วยพาเจ้ามีนไปร้านไอติมได้ไหมครับ ผมขอเคลียร์ฉากนี้ก่อน จะได้เสร็จๆ ไปเสียที”
“ได้สิคะคุณกวิน สำหรับคุณกวินน่ะเจ๊ยินดีบริการค่ะ มาค่ะน้องมีนสุดหล่อมาหาเจ๊มาลูก เดี๋ยวเจ๊อุ้มนะมาๆ”
หนูน้อยส่ายหน้าดิก เบะปากเล็กน้อย แค่สีลิปสติกของเจ๊ มีนก็กลัวจนหัวหดแล้ว
“ม่าย มินจาเดิน ป๊าๆ มินมะอยู่ห้ามจ้องหญิงนา มะงั้นมินจาฟ้องแม่จริงๆ ด้วย” หนุ่มน้อยขู่ฟ่อ กวินอมยิ้ม มีความสุขที่ถูกหวงจากคนเป็นลูก
“แน่นอนลูกรัก ปะป๊าจะไม่มองใครเลยครับผม”
เขายืนยันแล้ววางเจ้าหนูตัวแสบลงกับพื้น แต่หางตาก็ยังลอบมองแม่เนื้อนวลขาวผ่อง หล่อนยืนเด่นอยู่กลางทะเลสีครามในชุดที่ล่อเสือล่อตะเข้สุดๆ
“นี่ฉากสุดท้ายแล้วใช่ไหมพี่”
เขาถามตากล้องมือทองเมื่อเจ๊แจงพามีนาเดินออกจากเต็นท์ไปแล้ว
“ครับคุณกวิน ถ้าคุณแพรวขยับซ้ายไปทางปลายชะง่อนหินอีกหน่อย ภาพจะสวยมากเลย รับรองดูไม่ออกว่าเราใช้ของเทียมมาถ่าย”
“เฮ้อ! ทำไมต้องเอาคุณแพรวด้วยก็ไม่รู้ ถ้าเป็นนางแบบคนอื่นถ่ายเสร็จไปนานแล้ว” เขาบ่นกับตากล้องแต่สองตาแลจ้องแต่แพรวรุ้ง
“นี่คุณ! ผมบอกให้ขยับไปทางซ้ายอีกหน่อย!”
คนบนฝั่งยังร้องบอก แพรวรุ้งหน้าบึ้งทันตาก่อนจะโต้ไปว่า
“ฉันก็เหนื่อยเป็นนะ! สั่งอยู่นั่นล่ะ ทำไมไม่แหกตาดูบ้างว่าฉันจะตกทะเลอยู่แล้ว” นางแบบสาวร้องบอกเสียงขรม ขาสองข้างไม่มีแรงจะยืน แต่ก็ไม่สามารถนั่งลงได้ เพราะกระโปรงเจ้ากรรมมันสั้นเกินกว่าจะนั่งยองๆ บนโขดหินอันแสนขรุขระ โล่งเตียนไร้สิ่งกำบัง
“เรื่องมาก! ขยับเดี๋ยวนี้เลยเร็วเข้า”
“ไม่!”
แพรวรุ้งต่อต้านไม่ยอมทำตาม กวินส่ายหน้า หันมาเจรจากับตากล้องมือทอง
“เลิกกองเถอะครับ สงสัยจะไม่ยอมถ่าย แดดแรงแล้วด้วย เลือกเอาภาพสวยๆ ที่ถ่ายไปก่อนหน้านี้แล้วกัน”
“โอเคครับ ผมจะได้สั่งเลิกกอง”
กวินพยักหน้าแล้วเดินไปลงเรือเล็กเพื่อขับมันเข้าไปใกล้โขดหิน ตรงที่นางแบบจอมเรื่องมากยืนอยู่
เสียงเรือยนต์แล่นมาจอดใกล้ๆ แพรวรุ้งหันมามอง หล่อนเห็นเขาส่งกุญแจเรือให้ทีมงานที่มาเซฟความปลอดภัยรอบๆ โขดหินใหญ่ สั่งเสียงดังได้ยินว่าให้ไปพักเที่ยงได้ พวกเขาจากไปพร้อมด้วยเรือยนต์ ทิ้งไว้เพียงผู้ชายตัวโตกวนประสาทกับเรือยางลำน้อย
“คุณนายจ้างคะ ทำไมปล่อยพวกนั้นไปกินข้าว แล้วฉันล่ะ ยืนเอียงซ้ายเอียงขวาจวนจะแห้งตายกลางทะเล ทำไมไม่ให้ฉันพักซะที สองมาตรฐานชัดๆ”
คนสวยสวดใส่หน้าน้องชายบุญธรรมของอดีตว่าที่คู่หมั้น
“ถ้าอยากกินข้าวก็อย่าเรื่องมาก ผู้กำกับเขาร้องสั่งให้คุณขยับไปอีกหน่อยไม่ได้ยินหรือไง!?” เขาว่าหล่อน ขยับร่างสูงโปร่งรุกเข้าไปใกล้ร่างอรชรเพรียวลม
“ก็มันขยับไม่ได้แล้ว ไม่เห็นหรือไงเล่า”
แพรวรุ้งชี้มือไปที่ปลายสุดของชะง่อนหิน ปลายเท้าเธออยู่ห่างจากมันไม่ถึงสองก้าวด้วยซ้ำ
“ก็แค่นิดเดียว เรื่องมากไปได้ เร็วเข้า! ถ้าไม่ยอมดีๆ ผมจะทำให้คุณขยับด้วยวิธีของผม อยากลองไหมล่ะ” เขาท้าทายหล่อน นัยน์ตาคมกรุ้มกริ่มใต้แว่นสีชา การได้แกล้งแพรวรุ้งหรือความสุขที่เขาเพิ่งค้นพบ
แพรวรุ้งหวาดหวั่น กลัวใจอีตาหื่นขึ้นมาในทันที ตอนที่ไปเซ็นสัญญาที่บริษัทเธอจำได้นะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ก็ได้! คอยดูนะ ถ้าฉันร่วงลงน้ำละก็ ฉันจะ...กรี๊ด!”
ตูม!
ส้นสูงสี่นิ้วพลิกเสียจังหวะ ส่งผลให้ร่างสวยสะคราญของนางแบบสาวหงายหลังร่วงหล่นลงสู่ผิวน้ำ
“เฮ้ย! ฮ่าๆๆ เป็นไงบ้างครับคุณ น้ำข้างล่างเย็นดีไหมฮ่าๆๆ”
กวินหัวเราะหน้าดำหน้าแดงอยู่บนโขดหินใหญ่ ขณะที่นางแบบสาวกระเสือกกระสนเอาตัวรอด เพราะว่ายน้ำไม่แข็ง และดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่รู้
“ช่วยด้วย! อึกๆ ช่วย...”
แพรวรุ้งกลืนน้ำทะเลลงไปอึกใหญ่ เธอว่ายน้ำไม่แข็ง อีกทั้งเรี่ยวแรงก็เหลือน้อยเต็มที สองตาเห็นโจทก์ตัวดียืนหัวเราะร่าอยู่ข้างบนแล้วอยากจะร้องไห้ เธอได้ตายเป็นผีเฝ้าทะเลก็คราวนี้ ความหวาดกลัวแล่นเข้าสู่จิตใจ ร่างกายจึงฮึดสู้ขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด
“ช่วยด้วย!”
เธอร้องขออีกครั้งก่อนที่คลื่นลูกใหญ่จะซัดเข้าหา กลืนกินร่างงามจนหายไปใต้เกลียวไหลเชี่ยวของมัน
“นี่คุณ พอแล้วน่าอย่ามาอำเสียให้ยาก โผล่ขึ้นมาเถอะเดี๋ยวผมจะเอาเรือยางไปรับ”
กวินร้องบอก ชะโงกหน้าลงไปดูก็เห็นเพียงชายผ้าของชุดบางเบาที่หล่อนสวมใส่ มันกำลังถูกเกลียวคลื่น กลืนกิน
“ฉิบหายแล้ว!”
ชายหนุ่มสบถ ดึงแว่นกันแดดทิ้งไปแล้วกระโจนลงสู่ทะเลกว้าง เขาดำผุดดำว่ายด้วยหัวใจที่เต้นระทึกเร็วแรง ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบที่เขามุดอยู่ใต้ผิวน้ำ จวบจนได้ยินเสียงเรือยนต์ของทีมงานใกล้เข้ามา เขาจึงคว้าร่างหล่อนเอาไว้ได้ในนาทีนั้น
“แพรวรุ้ง! แพรว!” เขาร้องเรียกชื่อ แต่ยังไร้วี่แววขานรับ
“คุณกวิน! เป็นไงบ้าง พาน้องแพรวขึ้นมาก่อนเร็วเข้า”
ตากล้องมือทองร่างท้วมร้องสั่ง ทีมงานชายอีกสองคนที่ติดเรือมาด้วยรีบเข้าช่วยเหลือ เมื่อเห็นนายจ้างพาร่างนางแบบสาวขึ้นจากน้ำด้วยความทุลักทุเล
“แพรว!”
เขาตบหน้าหล่อนเบาๆ เรียกสติ แต่สติคงหูตึงกระมังหล่อนจึงยังไม่ฟื้น
“โธ่เว้ย! เอาก็เอาวะ!”
สามคนที่ยืนอยู่บนเรืองงงัน คุณกวินจะ เอา อะไร? ความสงสัยใคร่รู้กระจ่างชัดในเสี้ยววินาที เมื่อคุณกวินของพวกเขาก้มลงผายปอดให้นางแบบสาว
ครั้งแรก...ไม่ฟื้น
ครั้งที่สอง...ก็ยังไม่ฟื้น
ครั้งที่สาม...โอ...ริมฝีปากร้ายๆ ที่ปะทะคารมกับเขาทุกครั้งที่เจอหน้า เหตุใดมันถึงหอมหวานปานนี้...
‘หยุด! ไอ้บ้าเอ๊ย หล่อนกำลังจะตายนะกวิน นายคิดเรื่องบ้าๆ ได้ยังไง! ได้โปรดฟื้นเถอะคุณแพรว ผมขอโทษจริงๆ’
“แค่กๆๆ แฮ่กๆๆ ช่วยด้วย! แค่กๆ ฉันกลัว ฮึกๆ ช่วยฉันด้วย ฮือ...”
แพรวรุ้งโผเข้ากอดเขาทันทีที่ได้สติ ความหวาดกลัวแผ่ซ่านในหน่วยตาก่อนจะกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตาเม็ดใส
นางแบบสาวปล่อยโฮกับแผงอกเปียกชุ่มของโจทก์เบอร์หนึ่ง
กวินรู้สึกได้ถึงอาการสั่นเทาของหล่อน ไม่น่าเชื่อ! มันกำลังบีบคั้นหัวใจเขาอย่างหนักหน่วงจนเจ็บร้าวไปหมด คงเป็นเพราะความรู้สึกผิดแน่ๆ ที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บแบบนี้ เพราะถ้าเขาไม่แกล้ง หล่อนก็คงไม่ตกลงไปแน่นอน
“ผมว่าเข้าฝั่งดีกว่านะ น้องๆ ออกเรือเลย”
เสียงตากล้องมือทองร้องสั่งลูกน้องอีกครั้ง
กวินพยายามไม่มองร่างในอ้อมแขน แพรวรุ้ง! ให้ตายสิเขาไม่อยากคิดอกุศลกับคนจมน้ำนะ แต่ชุดหล่อนมันทั้งบาง ทั้งแนบเนื้อจนร่างกายเขามัน...
“เอ่อ...ฮึกๆ ขอโทษทีฉัน...”
แพรวรุ้งขืนตัวออกจากอ้อมกอดของกวิน ลมแรงพัดมาปะทะใบหน้าจนสติของเธอกลับมาเกือบครบ จึงบังเกิดความกระดากอายอย่างยิ่งที่กอดเขาแน่นอย่างนี้
“อย่าได้คิดออกไปจากอ้อมกอดผม ถ้ายังไม่อยากถูกแทะโลมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก” เขาขู่หล่อน ปรายตาขุ่นขวางไปทางทีมงานสองคน ขนาดอีกคนขับเรืออยู่แท้ๆ ยังหันหน้ากลับมามองบ่อยๆ มันน่าควักลูกตาให้ฉลามกินนัก ฮึ่ม!
แพรวรุ้งก้มลงมองสภาพของตัวเองแล้วก็ให้ตกใจ เธอดีกว่านางเงือกหน่อยหนึ่งก็ตรงที่มีวงแขนกับแผ่นอกของเขาช่วยกำบังร่างกายไม่ให้มันอุจาดตา แต่ก็นั่นล่ะ เขาเปียกเธอก็เปียก หน้าอกหน้าใจเธอก็ถูไถกับแผ่นอกแกร่งของเขาขึ้นลงตามแรงคลื่น มันเร่งเร้าให้ขนในกายตั้งชันโดยมิอาจต้านทาน
กวินจับจ้องใบหน้างามของแพรวรุ้งด้วยความลุ่มหลง หากไม่เพราะเขาและหล่อนเป็นคู่กัดตลอดกาล เขาคงตีมึนจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มนั่นอีกสักครั้ง...แค่คิดร่างกายมันก็มีปฏิกิริยาทันที
“นี่คุณ!?”
แพรวรุ้งร้องเรียกชื่อเขา มีบางสิ่งบางอย่างดุนดันบั้นท้ายของเธอขึ้นมาจนไอร้อนผะผ่าวซึมผ่านเนื้อผ้าให้รู้สึก
“คุณยั่วผมเองนะ ให้ตายเถอะ”
เขาเถียงหน้าตายทั้งที่หล่อนยังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ
“สาบานว่าฉันไม่ได้ทำ!” เธอทำท่าจะผละออกอีกครั้ง ขนลุกขนพองเพราะรู้ดีว่าไอ้สิ่งแข็งๆ และร้อนผ่าวที่นั่งทับอยู่มันคืออะไร
“ถ้าคุณกล้าลุกจากตักให้ผมได้อายทีมงานละก็ ผมจะจับคุณปล้ำซะตรงนี้ให้อายชาวบ้านเหมือนกัน คอยดู!”
ตอนพิเศษลูกรัก ร้าย เดียงสา--------------“อืม...อา..แพรว...”สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!“กรี๊ดดด!!!”เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน“แพรว....ลูกร้องแล้วที่รัก”สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามทำรักกับเมียกลางวันแสกๆ“อ๊ากกก! ซี้ดดด!”หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือไม่ก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”นายน้อยคนรองวัยห้าขวบ เค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู“อ๊ากกก! ซี้ดดด! เจ็บนะยัยมิว! ปล่อยผมพี่ก่อน!”มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า“อ๊ะ! ก้องขา....”คนที่ถูกเรียกยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพ
เขาก้าวไปช้าๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยเกรงว่าเขาจะทำเสียงดังจนหล่อนตกใจและหายไปในที่สุด แค่เพียงแผ่นหลังเขายังคุ้นตาเหลือเกิน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ใช่หล่อนทีเถิด“มาแล้วหรือแก้วตา ช่วยพยุงฉันที เจ้าตัวน้อยโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”กวินรีบเข้าไปประคองหล่อนให้ลุกยืน แพรวรุ้งรับรู้ถึงความผิดปกติ ไม่ใช่แก้วตา แต่เป็น...“กวิน!? มาแล้วเหรอ...นานจังเลย รู้ไหมว่าฉันรอนายตั้งนาน”แพรวรุ้งก้มบอกคนที่นั่งคุกเข่ากอดเอวเธออยู่ ลมทะเลที่พัดสะบัดโบก ยังไม่ไหวโยกเท่าหัวใจในตอนนี้“แพรว...ไม่มีงานแต่งที่นี่ แต่เธอ...ก็..ยัง...มา มาหาฉัน มา...อยู่กับเราใช่ไหม”กวินถามทั้งน้ำตา เพราะเข้าใจผิดเรื่องเจ้าสาวของทัศเทพ เขาจึงไม่กลับมาที่นี่ และเมื่อรู้ความจริงหลังจากนั้น เขาก็ตะลอนหาหล่อนในทุกๆ ที่ที่คิดว่าหล่อนจะไป แต่ไม่เคยเจอ ที่ไหนได้ หล่อนมารอเขาที่นี่ และอาจมารอนานแล้ว นานจนลูกในท้องจะลืมตาขึ้นมาดูโลก และถ้าเขามาช้ากว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอด“ฉะ...ฉัน อ่า...แพรว....แพรวมาอยู่กับคุณ แพรวกลับมาหาพ่อของลูก แพรวรู้ว่ามันฟังดูโง่เหลือเกิน แต่แพรวยอมเป็นคนโง่ถ้าครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า”แพร
“ฉัน...ฉัน จะ...จะเปิดแล้วนะ” เขาบอกเสียงสั่น ชมจันทร์ใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าบ่าวของเธอค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า แล้วดวงตาสองคู่ก็ได้สานสบกันนิ่งนาน มือสองข้างที่สั่นระริกของทัศเทพเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของเจ้าสาวเอาไว้ เขาทำทุกอย่างด้วยสัมผัสบางเบาราวปีกผีเสื้อ เขากลัวว่าหากทำรุนแรง ชมจันทร์ที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป“จันทร์...จันทร์! เธอจริงๆ ด้วย จันทร์!”ทัศเทพกอดร่างเจ้าสาวเนิ่นนาน ราวกับอยากสัมผัสร่างนี้เพื่อให้ชัดแก่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปจริงๆ“ฉันคงฝันไปแน่ๆ” ทัศเทพกระซิบชิดริมฝีปากเจ้าสาว เขาช้อนร่างอรชรตรงดิ่งไปที่เตียงนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นไปนอนเคียงข้าง เฝ้าพร่ำพูดคำว่ารักจนหนำใจจึงได้เปลี่ยนท่ามาสวมกอดหล่อนไว้หลวมๆ“ฉันดีใจที่สุดที่เจ้าสาวเป็นเธอ” ทัศเทพสารภาพ“จันทร์ก็ดีใจ ที่...ที่ได้ไหว้ฟ้าดินกับคุณเทพ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” เธอบอกเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า“ครับคุณแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สามีจะเข้าหอได้หรือยัง” เขาพูดจบก็กดจูบบนพวงแก้มหล่อนแรงๆ“คุณสามีเข้าหอไปหลายรอบแล้ว ทำเป็นลืม”ทัศเทพหน้าเง้างอเมื่อโดนย้อน“แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ พรุ่งนี้ต้อ
[19]คืนใจให้กัน------------ปัง! ปัง! ปัง!“เปิดประตู! เปิดสิวะ!”บทโศกของทัศเทพถูกเบรกด้วยเสียงโวยวายที่ดังขึ้นหน้าห้องหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจ้องไปที่บานประตู พวกเขาคิดตรงกันว่าเวลานี้มันยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงค่ำ แต่ทำไมมีคนมาเรียกได้ล่ะ แต่เอ...จะเรียกว่ามาเรียกได้หรือเปล่า ในเมื่อส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้น“เดี๋ยวฉันไปดูเอง แกนั่งรอตรงนี้นะ” เขาสั่งความเจ้าสาวชมจันทร์ได้ยินเสียงเขาสูดน้ำมูกแรงๆ คงกำลังเช็ดน้ำมูกน้ำตากระมังปัง!ทัศเทพยังไม่ทันได้เดินจนถึงประตูด้วยซ้ำ คนที่อยู่ด้านนอกก็พังประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เขาได้เห็นบุรุษร่างหนา เขาอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้บ้าหน้ายับคนนี้มันเป็นใคร!?“แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!?”เจ้าบ่าวรูปหล่อพยายามถามไถ่ทั้งที่ใจก็อยากฝากรอยหมัดบนหน้ายับๆ อีกซักรอย มันไม่รู้หรือไงว่านี่มันห้องหอ ห้ามคนนอกเข้า“แพรวรุ้งอยู่ไหน!?”กวินถามไปหอบไป เขาเพิ่งฝ่าด่านการ์ดข้างล่างขึ้นมาได้ และเขาจะไม่กลับไปหากไม่ได้ตัวเจ้าสาว“ทำไม? หรือว่าแกคือไอ้สารเลวที่ทำเพื่อนฉันท้องแล้วไม่ยอมรับ”ทัศเทพเริ่มตั้งสติ แต่เหมือนสติจะไม่ยอมให้เขาจับมันมาตั้ง มันคอยแต่จ
“ถ้าจะขับช้าเป็นเต่าอย่างนี้นะ! ฮึ่ม! น้องมีน! บอกพ่อเราซิว่าเราเก็บช็อกโกแลตไว้ให้ใคร เผื่อพ่อเราจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง”เกล็ดมุกหาตัวช่วย พ่อหนูที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าดิก“นั่นสิหนูเล็ก ตกลงเก็บไว้ให้ใคร เฮียอยากรู้”เมฆาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามน้องสาวบ้าง“ไม่บอก! อยากให้ใครบางคนแถวนี้กินหญ้าต่อไป สะใจดี!”“ไม่บอกจริงเหรอ อ่า...ทำไมวันนี้พวกแม่ๆ ดุจัง เข้าหน้าไม่ติดเลยแฮะ ถามเจ้ามีนดีกว่า” เมฆาหาทางเค้นหาความจริงกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า“ตกลงมีนาเก็บขนมเจ้าปัญหาไว้ให้ใครครับ บอกลุงเมฆหน่อยเร็ว”“ว่าไงลูก? มีนเก็บขนมพวกนั้นไว้ทำไม”กวินพูดกับลูกชาย แต่เจ้าหนูไม่สน ยังสมัครใจเล่นสงครามเงียบโดยการทอดสายตาออกไปกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง“มีนา”กวินส่งเสียงต่ำกว่าปกติเพื่อปรามลูกชาย เขาชอบใช้วิธีนี้ก็จริง แต่เขาไม่ชอบให้มีนาใช้วิธีเดียวกันมากดดันเขา“ม่ายบอก หมั่นไฉ้!”“มีน! ใครสอนเนี่ย!” กวินตกใจที่บุตรชายพูดจาเกินเด็ก“ไม่มีใครสั่งสอนหรอก เด็กมันจำเอาแถวๆ นี้ละ มันหัวดีไม่เหมือนพ่อมัน!”เกล็ดมุกไม่วายเสริม ยิ่งเห็นหน้าคุณกวินที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่ชายแล้วมันยิ่งมีอารมณ์ โง่ไ
กวินลุกพรวดเมื่อเห็นเกล็ดมุกและวารินทร์ลุกเดินมาทางนี้ ใบหน้าเขาบอบช้ำเพราะหมัดหนักๆ แต่หัวใจเขา มันบอบช้ำเพราะผู้หญิงที่ชื่อแพรวรุ้ง“ทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้! คุณวาเอากุญแจรถมา เดี๋ยวมุกขับเอง”วาคิมไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบส่งกุญแจให้เมีย ถ้าเกิดแม่ศรีภรรยาสั่งความเป็นงานเป็นการและใจร้อนขนาดต้องขับรถเองอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องดังกล่าวคงใหญ่เอาการ“นายเหมืองอุ้มหลานทีเร็วเข้า!” วารินทร์ออกคำสั่งแล้วค่อยๆ เดินไปขึ้นรถ มันทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งต้องประคองท้องนูนเด่น ส่วนอีกข้างต้องจับจูงหลานชายเมฆาอุ้มเจ้าหนูขึ้นมาอย่างไว มือข้างที่ว่างก็ประคองภรรยาไม่ห่าง“นี่คุณ! ตกลงมันเรื่องอะไร ทำไมน้องเล็กถึงได้รีบขนาดนั้น”เมฆาถามภรรยา แต่ได้คำตอบเพียงสั้นๆ ว่า“หุบปากแล้วไปขึ้นรถ!”เกล็ดมุกสตาร์ตเครื่องยนต์รอสมาชิก ทว่าพอทุกคนมาขึ้นรถแล้วเธอกลับไม่เห็นหัวเจ้าตัวต้นเรื่อง“คุณวา! แล้วน้องชายคุณไปไหน!?”วาคิมแบะมือออกบอกให้รู้ทางภาษากายว่า ไม่ทราบ และนั่นทำให้เกล็ดมุกโกรธจนควันออกหู“ไปลากคอกวินมาเดี๋ยวนี้! ถ้าเอาเขาขึ้นรถไม่ได้วันนี้นอนนอกห้อง!”วาคิมแทบจะกระโดดลงจากรถ มันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องระ







