LOGIN[2]
หัวใจมันสั่น
บริษัทเทพมณี กาญจนบุรี
“ขอบคุณค่ะท่านฮัสเซ็น ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ”
ชมจันทร์เอ่ยกับคู่ค้าคนสำคัญด้วยความนอบน้อม ท่านฮัสเซ็นเป็นผู้ใหญ่ใจดีทีเดียว ท่านเป็นกันเองกับทีมงานไม่ถือตัวทั้งที่เป็นพระญาติกับองค์ราชาแห่งซาเนีย
“เช่นกันครับหนูจันทร์ ในเมื่อ เทพมณี มีเพชรพลอยดีๆ หายาก ก็มีแต่คนอยากร่วมเป็นคู่ค้า ผมดีใจเสียอีกที่ได้อัญมณีดีๆ มาทำเครื่องประดับ”
ท่านฮัสเซ็น บุรุษร่างท้วมใบหน้าคมเข้มบ่งบอกสัญชาติ เอ่ยกับหญิงสาวคราวลูกที่ท่านนึกเอ็นดูตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า อาจเป็นเพราะท่านชอบผู้หญิงไทยกระมังเลยสนิทกับหญิงสาวได้ง่าย อีกทั้งภรรยาของท่านก็เป็นชาวไทย
“เอ่อ มัวแต่ขอบคุณกันไปขอบคุณกันมา ผมว่าเชิญที่รถเลยดีกว่าครับ ทางเราเตรียมอาหารไทยไว้ต้อนรับท่านที่โรงแรมใกล้ๆ นี่เอง เชิญครับ”
ทัศเทพผายมือให้คู่ค้าคนสำคัญ ท่านเดินนำหน้าไปพร้อมกับหน่วยอารักขาอีกเป็นขบวนตามแบบฉบับของบุรุษผู้มีอำนาจแถบตะวันออกกลาง เขาหันมาจิกกัดแม่เลี้ยงเล็กๆ น้อยๆ ก่อนอาหารกลางวัน เพื่อเรียกน้ำย่อย
“หนูจันทร์อย่างนั้น หนูจันทร์อย่างนี้ ถามจริงๆ เถอะคุณแม่เลี้ยง เป็นลูกเต้าเหล่ากอเขาหรือไงถึงได้สนิทสนมขนาดเรียกชื่อเล่นกันห๊ะ”
ทัศเทพพาลประชด หนูจันทร์ ของลูกค้ารายใหญ่
“อะไรล่ะคุณเทพ อย่ามาหาเรื่องนะ แทนที่จะขอบคุณที่ฉันช่วยเทพมณีของคุณให้ได้งาน แต่กลับมาแขวะฉันได้ ประสาทเหรอ? รู้อย่างนี้ให้เขาไปซื้อเพชรพลอยของเฮียเมฆดีไหม”
“ถ้าอยากอดตายก็เอาสิ” เขาท้าทาย
“ไม่มีทาง เพราะถ้าฉันไม่มีบ้านอยู่ ฉันก็จะไปอยู่กับเฮียเมฆ”
“ใช่เรื่อง! เป็นญาติมันหรือไง!?” เขาชักฉุนขึ้นมาดื้อๆ เมื่อหล่อนหยิบยกเอาชื่อเพื่อนเขามากล่าวอ้างทั้งที่มันก็แต่งงานมีเมียไปแล้ว
“ไม่เป็นก็เหมือนเป็นละน่า คนเขานับถือกันมาหลายปีดีดัก เฮียเมฆดีแสนดี ทั้งหล่อ ทั้งรวย เป็นสุภาพบุรุษไม่เหมือนคุณ!” ประชดพลางปรายตาจิกลูกเลี้ยงจอมหื่น ก็เขามันหื่นจริงๆ นี่นา
ทัศเทพคิดว่าหากหัวเขาเป็นลูกแตงโมคงถูกสายตาของเจ้าหล่อนจิกกัดจนเว้าแหว่งหาดีไม่ได้
“ก็ดี! เพราะถ้าเป็นสุภาพบุรุษแล้วมันจูบเธอไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากเป็น มานี่!” ว่าแล้วก็ลากร่างบอบบางเข้าบังหลังเสาต้นใหญ่ภายในลานจอดรถ ชมจันทร์อยากร้องดังๆ ให้ท่านฮัสเซ็นช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทัน ท่านขึ้นรถไปแล้ว
“นี่! ปล่อยฉันนะ เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะคุณเทพ เมื่อก่อนแค่ที่บ้าน เดี๋ยวนี้ลามมาถึงที่ทำงาน คอยดูนะถ้าฉันทนไม่ไหวขึ้นมาละก็...”
“ก็อะไรครับคุณแม่เลี้ยง”
เขาถามเสียงยั่วเย้า กระแซะแผงอกล่ำๆ เข้ากับเนินอกอิ่มจนมันบดเบียดเสียดสีผ่านใยผ้า ให้ตายเถอะ นี่มันลานจอดรถ!
“ฉันก็จะหนีกลับบ้านน่ะสิ” ชมจันทร์ตอกกลับไม่ทันคิด จึงเท่ากับว่ากระโจนลงหลุมพรางที่ทัศเทพขุดล่อไว้เต็มๆ
“งั้นเหรอ ถ้าอยากโดนขายทอดตลาดอีกรอบก็เอาสิ คราวนี้ไม่มีเสี่ยใจดีเหมือนเตี่ยฉันมาติดกับหรอกนะ เพราะเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงฉัน เอาสิชมจันทร์ กลับไปให้พ่อแม่ผู้แสนดีจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วขายทอดตลาดอีกรอบ คงได้ราคาเพิ่มละมั้ง เอาเลยสิ กลับไปเลยถ้าเธอกล้า!”
เขาท้าทายทับถม รู้อยู่แก่ใจว่าหากหล่อนไปจริงๆ สิ่งที่เขากล่าวหามันย่อมเกิดขึ้น แต่เขามั่นใจ หล่อนไม่มีทางกลับไปแน่นอน
“ต้องการอะไรคุณเทพ บอกมาแค่คำเดียวแล้วปล่อยฉัน หน้าต่างมีหูประตูมีตาเดี๋ยวได้เป็นขี้ปากพนักงานสนุกกันล่ะ”
หญิงสาวยอมอ่อนข้อเมื่อสิ่งที่เขากล่าวหาเธอไม่ปรารถนาจะพานพบ
“อืม...ว่าง่ายๆ อย่างนี้ค่อยน่ารักขึ้นมาหน่อย”
หมับ!
“คุณเทพ! เอามือออกจาก ก้น ฉันเดี๋ยวนี้” เธอคำรามลอดไรฟันเมื่อมืออุ่นของเขาวางอยู่บนบั้นท้ายเธอ แถมยังบีบหนักๆ ราวกับต้องการลงโทษอีกด้วย
“ไม่มีทาง นอกจาก...จูบเดียวครับคุณแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยงโหยหาอย่างแรง พอไม่ได้จูบคุณแม่เลี้ยงเกินสามชั่วโมงแล้วมันจะลงแดงตาย”
ลูกเลี้ยงตอบหน้าทะเล้น แต่แววตาจริงจัง
“ฝันไปเถอะ!” ตะคอกกลับเสียงขุ่น ใบหน้างามบูดบึ้งไม่พอใจ เธอไม่ใช่คนรักเขานะ ไม่ใช่นางบำเรอด้วย เธอเป็นแม่เลี้ยง!
“แน่ใจเหรอ ถ้าเธอไม่ จูบ ฉันจะเปลี่ยนไป ดูดนมจากเต้า แทนนะ แบบว่าเมื่อเช้าลูกเลี้ยงไม่ได้ดื่มนม สมองไม่แล่นเท่าไหร่เลยครับคุณแม่เลี้ยง หึๆๆ”
“คุณเทพ! คุณนี่มันเหลือเกินจริงๆ ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ!”
“แล้วยังไงล่ะ?” เขาย้อน
“ก็ยื่นปากมาสิ!”
ชมจันทร์สวนกลับเลยได้รับริมฝีปากร้อนๆ บดขยี้ริมฝีปากนุ่มนิ่มลงมาเต็มรัก
“คุณ...เทพ ปล่อย...”
เสียงประท้วงขาดเป็นห้วงๆ เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยโพรงปากอันหวานหอมให้เป็นอิสระ
“คุณเทพ...อย่า” เสียงร้องห้ามเปลี่ยนเป็นวอนขอ ใบหน้านวลแดงระเรื่อเมื่อเขาทำท่าจะล่วงเกินมากว่าจูบเดียวดังที่กล่าวอ้าง รับรู้ได้ชัดเจนด้วยสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าว มันเข้ามาอยู่ใต้เชิ้ตตัวในของเธอเป็นที่เรียบร้อย
ชมจันทร์ใจสั่นไหว ทัศเทพช่างหาญกล้ายิ่งนัก
“คุณจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ! นี่มันลานจอดรถ!” ด่ากลับแต่เสียงนั้นสั่นพร่า
“นิดเดียวน่าจันทร์ฉันขอนะ ตามฉันมานี่เถอะ เร็วสิ” เขาฉวยเอามือบางลากไปทางที่รถจอดอยู่
เวลาใกล้เที่ยง ลานจอดรถยนต์บนชั้นผู้บริหารเงียบกริบมีเพียงเสียงเดินของทั้งคู่เท่านั้น
ชมจันทร์ส่ายศีรษะอย่างระอาเมื่อเห็นท่าเดินของลูกเลี้ยง บางสิ่งบางอย่างในเป้ากางเกงคงทำให้เขาเดินไม่ถนัด
“ขึ้นไปสิ”
เขาร้องสั่งแกมบังคับให้หล่อนขึ้นไปนั่งตอนหลังของรถยุโรปคันหรู
“คุณเทพ ฉัน...”
“ขึ้นไปก่อนที่ฉันจะจับเธอแก้ผ้าตรงนี้!”
ชมจันทร์จำต้องขึ้นไปนั่งในรถติดฟิล์มดำแต่โดยดี งานนี้ตายแน่ๆ จะทำไงดีเล่าชมจันทร์เอ๋ย
เมื่อขึ้นมาบนรถเรียบร้อย ทัศเทพก็รุกด้วยการสูดดมความหอมที่แก้มนวลแรงๆ ก่อนโน้มกายเข้ามาใกล้แล้วฝังปลายจมูกคมๆ ลงไปตามแนวสาบเสื้อจนชมจันทร์ต้องเอนกายราบไปกับเบาะหลังของรถเมื่อโดนบังคับทางอ้อม
“คุณเทพ อย่าทำอะไรจันทร์เลย จันทร์...กลัว” ชมจันทร์วอนขอ ไม่อยากมาเสียพรหมจรรย์บนรถคันนี้ แถมเสียให้กับลูกเลี้ยงด้วย
“ไม่ต้องกลัว แล้วเธอจะชอบมัน” เขาปลอบประโลม กำลังจะขบเม้มที่เนินอกอวบอิ่ม แต่วลีเด็ดที่ถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
“แต่ฉัน...ฉันเป็นเมียพ่อคุณแล้วนะ” เธอโป้ปด อยากให้คำว่าเมียพ่อ ฉุดดึงสติของเขาให้คืนมา
“ฉันไม่เชื่อ!” ทัศเทพเอ่ยอย่างมั่นใจ
“งั้นคุณต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ถ้าคุณล่วงเกินฉันมากกว่าที่ผ่านมา”
ชมจันทร์ชักแม่น้ำทั้งโลกมาหว่านล้อม
“ไม่มีทาง ถึงฉันจะไม่แน่ใจว่าเธอเคยมีอะไรกับเตี่ยหรือเปล่า แต่แม่ของลูกฉันต้องไม่มีวันเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างเธอ”
ชมจันทร์น้ำตารื้นเมื่อเขากล่าววาจาเชือดเฉือนจิตใจเป็นล้นพ้น ใช่! เธอเห็นแก่เงิน แล้วไงล่ะ ก็ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างเขานี่นา
ตอนพิเศษลูกรัก ร้าย เดียงสา--------------“อืม...อา..แพรว...”สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!“กรี๊ดดด!!!”เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน“แพรว....ลูกร้องแล้วที่รัก”สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามทำรักกับเมียกลางวันแสกๆ“อ๊ากกก! ซี้ดดด!”หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือไม่ก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”นายน้อยคนรองวัยห้าขวบ เค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู“อ๊ากกก! ซี้ดดด! เจ็บนะยัยมิว! ปล่อยผมพี่ก่อน!”มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า“อ๊ะ! ก้องขา....”คนที่ถูกเรียกยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพ
เขาก้าวไปช้าๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยเกรงว่าเขาจะทำเสียงดังจนหล่อนตกใจและหายไปในที่สุด แค่เพียงแผ่นหลังเขายังคุ้นตาเหลือเกิน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ใช่หล่อนทีเถิด“มาแล้วหรือแก้วตา ช่วยพยุงฉันที เจ้าตัวน้อยโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”กวินรีบเข้าไปประคองหล่อนให้ลุกยืน แพรวรุ้งรับรู้ถึงความผิดปกติ ไม่ใช่แก้วตา แต่เป็น...“กวิน!? มาแล้วเหรอ...นานจังเลย รู้ไหมว่าฉันรอนายตั้งนาน”แพรวรุ้งก้มบอกคนที่นั่งคุกเข่ากอดเอวเธออยู่ ลมทะเลที่พัดสะบัดโบก ยังไม่ไหวโยกเท่าหัวใจในตอนนี้“แพรว...ไม่มีงานแต่งที่นี่ แต่เธอ...ก็..ยัง...มา มาหาฉัน มา...อยู่กับเราใช่ไหม”กวินถามทั้งน้ำตา เพราะเข้าใจผิดเรื่องเจ้าสาวของทัศเทพ เขาจึงไม่กลับมาที่นี่ และเมื่อรู้ความจริงหลังจากนั้น เขาก็ตะลอนหาหล่อนในทุกๆ ที่ที่คิดว่าหล่อนจะไป แต่ไม่เคยเจอ ที่ไหนได้ หล่อนมารอเขาที่นี่ และอาจมารอนานแล้ว นานจนลูกในท้องจะลืมตาขึ้นมาดูโลก และถ้าเขามาช้ากว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอด“ฉะ...ฉัน อ่า...แพรว....แพรวมาอยู่กับคุณ แพรวกลับมาหาพ่อของลูก แพรวรู้ว่ามันฟังดูโง่เหลือเกิน แต่แพรวยอมเป็นคนโง่ถ้าครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า”แพร
“ฉัน...ฉัน จะ...จะเปิดแล้วนะ” เขาบอกเสียงสั่น ชมจันทร์ใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าบ่าวของเธอค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า แล้วดวงตาสองคู่ก็ได้สานสบกันนิ่งนาน มือสองข้างที่สั่นระริกของทัศเทพเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของเจ้าสาวเอาไว้ เขาทำทุกอย่างด้วยสัมผัสบางเบาราวปีกผีเสื้อ เขากลัวว่าหากทำรุนแรง ชมจันทร์ที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป“จันทร์...จันทร์! เธอจริงๆ ด้วย จันทร์!”ทัศเทพกอดร่างเจ้าสาวเนิ่นนาน ราวกับอยากสัมผัสร่างนี้เพื่อให้ชัดแก่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปจริงๆ“ฉันคงฝันไปแน่ๆ” ทัศเทพกระซิบชิดริมฝีปากเจ้าสาว เขาช้อนร่างอรชรตรงดิ่งไปที่เตียงนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นไปนอนเคียงข้าง เฝ้าพร่ำพูดคำว่ารักจนหนำใจจึงได้เปลี่ยนท่ามาสวมกอดหล่อนไว้หลวมๆ“ฉันดีใจที่สุดที่เจ้าสาวเป็นเธอ” ทัศเทพสารภาพ“จันทร์ก็ดีใจ ที่...ที่ได้ไหว้ฟ้าดินกับคุณเทพ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” เธอบอกเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า“ครับคุณแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สามีจะเข้าหอได้หรือยัง” เขาพูดจบก็กดจูบบนพวงแก้มหล่อนแรงๆ“คุณสามีเข้าหอไปหลายรอบแล้ว ทำเป็นลืม”ทัศเทพหน้าเง้างอเมื่อโดนย้อน“แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ พรุ่งนี้ต้อ
[19]คืนใจให้กัน------------ปัง! ปัง! ปัง!“เปิดประตู! เปิดสิวะ!”บทโศกของทัศเทพถูกเบรกด้วยเสียงโวยวายที่ดังขึ้นหน้าห้องหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจ้องไปที่บานประตู พวกเขาคิดตรงกันว่าเวลานี้มันยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงค่ำ แต่ทำไมมีคนมาเรียกได้ล่ะ แต่เอ...จะเรียกว่ามาเรียกได้หรือเปล่า ในเมื่อส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้น“เดี๋ยวฉันไปดูเอง แกนั่งรอตรงนี้นะ” เขาสั่งความเจ้าสาวชมจันทร์ได้ยินเสียงเขาสูดน้ำมูกแรงๆ คงกำลังเช็ดน้ำมูกน้ำตากระมังปัง!ทัศเทพยังไม่ทันได้เดินจนถึงประตูด้วยซ้ำ คนที่อยู่ด้านนอกก็พังประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เขาได้เห็นบุรุษร่างหนา เขาอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้บ้าหน้ายับคนนี้มันเป็นใคร!?“แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!?”เจ้าบ่าวรูปหล่อพยายามถามไถ่ทั้งที่ใจก็อยากฝากรอยหมัดบนหน้ายับๆ อีกซักรอย มันไม่รู้หรือไงว่านี่มันห้องหอ ห้ามคนนอกเข้า“แพรวรุ้งอยู่ไหน!?”กวินถามไปหอบไป เขาเพิ่งฝ่าด่านการ์ดข้างล่างขึ้นมาได้ และเขาจะไม่กลับไปหากไม่ได้ตัวเจ้าสาว“ทำไม? หรือว่าแกคือไอ้สารเลวที่ทำเพื่อนฉันท้องแล้วไม่ยอมรับ”ทัศเทพเริ่มตั้งสติ แต่เหมือนสติจะไม่ยอมให้เขาจับมันมาตั้ง มันคอยแต่จ
“ถ้าจะขับช้าเป็นเต่าอย่างนี้นะ! ฮึ่ม! น้องมีน! บอกพ่อเราซิว่าเราเก็บช็อกโกแลตไว้ให้ใคร เผื่อพ่อเราจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง”เกล็ดมุกหาตัวช่วย พ่อหนูที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าดิก“นั่นสิหนูเล็ก ตกลงเก็บไว้ให้ใคร เฮียอยากรู้”เมฆาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามน้องสาวบ้าง“ไม่บอก! อยากให้ใครบางคนแถวนี้กินหญ้าต่อไป สะใจดี!”“ไม่บอกจริงเหรอ อ่า...ทำไมวันนี้พวกแม่ๆ ดุจัง เข้าหน้าไม่ติดเลยแฮะ ถามเจ้ามีนดีกว่า” เมฆาหาทางเค้นหาความจริงกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า“ตกลงมีนาเก็บขนมเจ้าปัญหาไว้ให้ใครครับ บอกลุงเมฆหน่อยเร็ว”“ว่าไงลูก? มีนเก็บขนมพวกนั้นไว้ทำไม”กวินพูดกับลูกชาย แต่เจ้าหนูไม่สน ยังสมัครใจเล่นสงครามเงียบโดยการทอดสายตาออกไปกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง“มีนา”กวินส่งเสียงต่ำกว่าปกติเพื่อปรามลูกชาย เขาชอบใช้วิธีนี้ก็จริง แต่เขาไม่ชอบให้มีนาใช้วิธีเดียวกันมากดดันเขา“ม่ายบอก หมั่นไฉ้!”“มีน! ใครสอนเนี่ย!” กวินตกใจที่บุตรชายพูดจาเกินเด็ก“ไม่มีใครสั่งสอนหรอก เด็กมันจำเอาแถวๆ นี้ละ มันหัวดีไม่เหมือนพ่อมัน!”เกล็ดมุกไม่วายเสริม ยิ่งเห็นหน้าคุณกวินที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่ชายแล้วมันยิ่งมีอารมณ์ โง่ไ
กวินลุกพรวดเมื่อเห็นเกล็ดมุกและวารินทร์ลุกเดินมาทางนี้ ใบหน้าเขาบอบช้ำเพราะหมัดหนักๆ แต่หัวใจเขา มันบอบช้ำเพราะผู้หญิงที่ชื่อแพรวรุ้ง“ทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้! คุณวาเอากุญแจรถมา เดี๋ยวมุกขับเอง”วาคิมไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบส่งกุญแจให้เมีย ถ้าเกิดแม่ศรีภรรยาสั่งความเป็นงานเป็นการและใจร้อนขนาดต้องขับรถเองอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องดังกล่าวคงใหญ่เอาการ“นายเหมืองอุ้มหลานทีเร็วเข้า!” วารินทร์ออกคำสั่งแล้วค่อยๆ เดินไปขึ้นรถ มันทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งต้องประคองท้องนูนเด่น ส่วนอีกข้างต้องจับจูงหลานชายเมฆาอุ้มเจ้าหนูขึ้นมาอย่างไว มือข้างที่ว่างก็ประคองภรรยาไม่ห่าง“นี่คุณ! ตกลงมันเรื่องอะไร ทำไมน้องเล็กถึงได้รีบขนาดนั้น”เมฆาถามภรรยา แต่ได้คำตอบเพียงสั้นๆ ว่า“หุบปากแล้วไปขึ้นรถ!”เกล็ดมุกสตาร์ตเครื่องยนต์รอสมาชิก ทว่าพอทุกคนมาขึ้นรถแล้วเธอกลับไม่เห็นหัวเจ้าตัวต้นเรื่อง“คุณวา! แล้วน้องชายคุณไปไหน!?”วาคิมแบะมือออกบอกให้รู้ทางภาษากายว่า ไม่ทราบ และนั่นทำให้เกล็ดมุกโกรธจนควันออกหู“ไปลากคอกวินมาเดี๋ยวนี้! ถ้าเอาเขาขึ้นรถไม่ได้วันนี้นอนนอกห้อง!”วาคิมแทบจะกระโดดลงจากรถ มันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องระ







