Masukปึง!
ชายหนุ่มร่างสูงค่อนข้างหนาตบโต๊ะ พร้อมกวาดตามองคนสนิทสามคนที่ยืนอยู่ต่อหน้า
“อีกแล้ว! ถูกฉกไปอีกแล้ว ทำไมเราถึงได้พลาดตลอด?”
“พี่รามใจเย็นครับ ผมสืบดูแล้ว คนของเจเอสเคเตรียมตัวเรื่องนี้รอบคอบมากจริงๆ ไม่มีช่องโหว่ให้เราเจาะได้เลย” นิธิขมวดคิ้วมุ่น ครั้งนี้สมควรที่ราเมศจะโมโห โครงการระดับพันล้านถูกคู่แข่งฉกไปได้อีกแล้ว
“คุณสองคนไม่มีอะไรจะแก้ตัวบ้างเหรอ?” น้ำเสียงเขาขึงเครียด จ้องมองผู้จัดการและรองผู้จัดการด้วยสีหน้าแสดงความไม่พอใจ
“ไม่มีครับ ครั้งนี้ผมยอมรับว่าสู้เจเอสเคไม่ได้จริงๆ”
“แล้วคุณล่ะ?” เขากวาดตามองไปยังอีกคน
“ผมทำเต็มที่แล้ว ข้อมูลเขาแน่นมาก ซ้ำราคาที่เสนอก็เหมือนจะรู้ว่าเราจะยื่นราคาไหน? ผมได้ยินมาว่าทางนั้นติดต่อข้างในไว้เรียบร้อยทุกช่องทาง ยากที่เราจะชนะได้”
ราเมศกำหมัดแน่น “โครงการใหญ่ถูกชิงไปสามโครงการแล้ว แค่เหนือภพคนเดียวเราก็รับมือยากแล้ว นี่ยังมีเป็นเทพมาอีก”
“พี่รามครับ ผมว่าเราไปเจาะเอาโครงการย่อยมาเพิ่มก็ดีนะครับ รวมกันหลายโครงการก็คงทำกำไรได้ไม่น้อย”
“เมย์ล่ะ เมย์ไปไหน?”
“พี่เมย์กำลังจะกลับมาแล้วครับ ไปตรวจงานแถวนี้”
เมขลาเองก็เจ็บใจกับข่าวที่ได้รับ เธอนึกอยากจะทุบผู้ชายหล่อที่กอดเธอบนเตียงเมื่อวันก่อนนัก เธอพยายามจะล้วงความลับเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่รัฐบาลกำลังจะเปิดประมูลแต่เขาก็ไม่ยอมคายข้อมูลสักนิด
‘ที่รัก เฮียว่าเราควรแยกเรื่องงานออกจากเรื่องบนเตียงนะ’
นอกจากคำสัญญาว่าเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่กับเธอ เป็นเทพไม่ยอมเล่าเรื่องภายในบริษัทของเขาให้เธอฟังสักนิด
“คนใจดำ ประมูลชนะอีกแล้ว”
เมขลาตั้งใจว่าถ้าเขาโทรศัพท์มาเรียกให้เธอไปหาอีกล่ะก็ เธอจะไม่ไป จนกว่าเขาจะยอมเปิดปากรายละเอียดเรื่องงานให้ฟังบ้าง
แก้วไวน์ที่ถูกยกขึ้นจิบชะงัก เมื่อราเมศมองเห็นกลุ่มคนที่เดินเข้ามานั่งโต๊ะมุมเดิม ชายหนุ่มรูปร่างโปร่งบางใบหน้าคมหวานที่เขาติดใจ เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนอีกสองสามคน
“มาอีกแล้วครับพี่ราม”
“ดูแลให้ดี บางทีคืนนี้อาจจะมีเรื่องไม่คาดคิด”
ธนกรรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ร้านนี้มีแขกแน่นแทบทุกโต๊ะ
“วันศุกร์แห่งชาติไงล่ะ? แถมเงินเดือนก็เพิ่งออกได้สองวัน ใครๆ ก็อยากมาคลายเครียดกันทั้งนั้นล่ะ”
“อ้อ...เรายังไม่ทำงานก็เลยไม่รู้”
“กร ไม่ไปทำงานกับที่บ้านเหรอ?”
“เราไม่อยากทำงานบริษัท เราอยากเป็นเชฟแต่รู้ว่าที่บ้านคงจะไม่ยอม”
เจเจยิ้มน้อยๆ “เราเองก็จำใจนะ ไม่ได้อยากทำงานกับบริษัทที่บ้านเหมือนกัน นี่ล่ะวิบากกรรมของทายาททางธุรกิจ”
ทั้งสองสบตากันอย่างเข้าใจ ที่บ้านของเจเจเป็นบริษัทก่อสร้างขนาดเล็ก ที่รับงานที่แบ่งจากบริษัทใหญ่ในบางครั้ง หนึ่งในบริษัทใหญ่ที่มักจะแบ่งงานมาให้ก็คือเจเอสเค
“แผนของเธอไปถึงไหนแล้ว?”
ธนกรรู้ว่าเจเจอยากจะทำบริษัทเสื้อผ้าที่เธอออกแบบเอง แต่ไม่อาจจะขัดความต้องการของครอบครัว เธอจึงต้องช่วยงานบริษัทที่บ้าน
“ฉันเก็บเงินไว้เรื่อยๆ มีแค่เงินเท่านั้นล่ะกรที่จะทำให้ความฝันของฉันเป็นจริง แล้วแผนของแกล่ะ?”
“ตอนนี้ฉันเพิ่งขอให้คุณแม่ซื้อคอนโดที่เดียวกับเป็นเทพให้ห้องหนึ่งน่ะ”
“พวกแกสองคนนี่ดีจัง ตัวติดกันตลอด ไปเรียนอังกฤษก็ไปอยู่ด้วยกันอีก นี่คงวางแผนร่วมชีวิตกันแล้วสิ อยู่คอนโดยูนิตเดียวก็น่าจะพอแล้ว ทำไมแกต้องซื้อเพิ่ม?”
กรยิ้มน้อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาต้องช่วยปกปิดความลับของเพื่อนซี้ ก็คงจะตอบคำถามนี้ได้อย่างชัดเจน
...ความลับยิ่งรู้มากยิ่งหมดโอกาสเป็นความลับ...
“คิดซะว่าเก็งกำไร คอนโดของเจเอสเคอย่างที่รู้กันว่าสร้างได้มาตรฐานซื้อแล้วคุ้มค่า ขายต่อก็ได้ราคา คุณแม่ฉันก็เห็นด้วยนะ”
“คุณพ่อของแกล่ะ ท่านยอมได้เหรอ?”
“เป็นสิบปีแล้ว ต่อให้ไม่พอใจที่เรากับเทพอยู่กันแบบนี้ก็คงต้องทำใจแล้วล่ะ อีกอย่างตอนนี้บริษัทของบ้านเราก็ได้ร่วมงานบางส่วนกับบริษัทของบ้านเทพคุณพ่อก็เลยไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”
“ดีใจด้วยที่ความรักของแกสมหวัง”
“อือ”
ธนกรยิ้มรับ ในสายตาของคนรอบข้างเขากับเป็นเทพคือคู่รัก มีเพียงบรรดาพี่ชายของเป็นเทพเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาเป็นเพียงเพื่อนสนิทกัน เขาไปนอนที่คฤหาสน์ของจรัสไพศาลสกุลอยู่บ่อยๆ บิดามารดาของเป็นเทพให้การต้อนรับอย่างดี
แม้ระยะหลังจะมีการกระเซ้าเย้าแหย่อยู่บ่อยๆ ว่าเขากับเป็นเทพอาจจะเป็นคนรักกันแต่ครอบครัวนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความเมตตาที่มีต่อตัวเขาสักนิด ธนกรได้แต่อดทนปกปิดความจริง
...ความลำบากของเป็นเทพกับเมขลามีมากกว่าเขา...
“มาๆ เรามาดื่มกันดีกว่า คืนนี้เป็นเทพจะตามมาไหม?”
“เห็นว่ามีประชุมนะ สามสี่ทุ่มถึงจะเสร็จ”
เพื่อนกลุ่มนี้ล้วนรู้ความสัมพันธ์ของเป็นเทพกับธนกร จึงหันมายักคิ้วหลิ่วตาให้กัน ก่อนหันไปแซว
“คุณสามี ขยันจังอ่ะกร”
“ดีแล้วๆ จะได้สร้างเนื้อสร้างตัวเร็วๆ ไม่ใช่ที่เป็นเทพทำงานหนักเพราะเก็บเงินให้กรได้ทำร้านอาหารตามที่ฝันเหรอ?”
เพื่อนสามคนตรงหน้าคือคนที่รู้ความลับเรื่องที่ธนกรแอบไปเรียนคอร์สทำอาหารในช่วงที่อยู่ต่างประเทศ แต่ทุกคนก็ปิดปากช่วยกัน
ชายหนุ่มใบหน้าหวานได้แต่ยิ้มกริ่ม พยักเพยิดยกแก้วเบียร์ขึ้นชนแก้วกับเพื่อนฝูงอย่างครึกครื้น พวกเขามาถึงก่อนหกโมงเย็น พอรับประทานอาหารเสร็จตอนทุ่มกว่าก็ย้ายเข้าไปนั่งฟังเพลงในผับ
“ที่นี่ดีเนาะ มีทั้งร้านอาหารและผับด้วย อาหารก็อร่อย บรรยากาศก็ดี”
“ที่สำคัญพวกเราได้คูปองลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์มาอีกแล้ว” เจเจชูบัตรแล้วโบกไปมา เธอเป็นศูนย์กลางการจ่ายเงินแล้วค่อยหารเพื่อนทีหลัง
แปะๆ แปะๆ
ทุกคนวางแก้วปรบมือพร้อมเพรียงกัน
“วันนี้วันศุกร์นะ สนุกให้เต็มที่”
“พรุ่งนี้พวกแกไม่ทำงานเหรอ?”
“พรุ่งนี้วันหยุดเว้ย..” คนทั้งสามที่ทำงานประจำร้องเฮ้ขึ้นพร้อมกัน เจเจยกแก้วขึ้นชูสูง ชักชวนเพื่อนๆ ให้ดื่มอย่างสนุกสนาน
************************
กลับถึงห้องก็ยังไม่ทันได้พูดจากัน ธนกรก็ถูกร่างใหญ่เหวี่ยงหวือขึ้นเตียง ราเมศจัดการคนหน้าหวานจนหอบแฮ่กไปยกใหญ่จึงค่อยสอบถาม “ได้ถอดเสื้อผ้านอนคุยกันแบบนี้ค่อยยังชั่ว” มือเรียวลูบบนหน้าอกแน่นของสามีก่อนยิ้มยั่ว “ไม่เอาอีกสักรอบล่ะครับพี่ราม ปกติไม่ค่อยหยุดแค่นี้นี่” คนหน้าคมสันยื่นหน้ามางับปลายคางของคนรัก “ขี้ยั่วอีกแล้ว ยังไม่พอใช่ไหม?” ร่างใหญ่ก้มหน้าลงไปจัดการคนร่างอ้อนแอ้นผุดผ่องจนต้องร้องขอชีวิตอีกรอบ เขาซบอยู่บนแผ่นหลังขาวนุ่ม จรดริมฝีปากลงไปที่แผ่นหลัง “ว่ามาสิครับ มีอะไรจะเล่าให้ผัวฟัง?” “เรื่องของเมย์กับเทพน่ะครับ กรไม่อยากให้พี่รามต้องกังวล แต่ว่า...เรื่องนี้เป็นความลับที่กรเก็บไว้มานาน ฟังแล้วพี่รามอย่าโกรธนะครับ” ราเมศพลิกร่างขาวผ่องให้มาเกยอยู่บนหน้าอก “กร รู้อะไรมา?” “อันที่จริง กรเองก็เป็นคนสมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ทีแรกครับ” คนร่างใหญ่ได้ยินเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถูกซุกไว้นับสิบปีของน้องสาวกับเป็นเทพก็ใบหน้าทั้งเขียวทั้งแดงสลับกัน “พี
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างแตะตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดเขิน สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวอีกฝ่าย แขกในงานที่คิดว่าเจ้าสาวน่าจะแสดงความเฉยชากับการถูกบังคับให้แต่งงานล้วนประหลาดใจไปตามๆ กัน “คุณเป็นเทพหล่อเหลือเกิน น่าจะมาบังคับฉันแต่งงานบ้าง” “หมดโอกาสแล้วแก สามหนุ่มสกุลเจียงมีคู่กันหมดล่ะ” “ดูสิ เมียเก่าไปเป็นพี่สะใภ้ ส่วนตัวเองก็ไปแต่งงานกับน้องสาวของผัวใหม่ของเมียเก่า ชุลมุนดีนะครอบครัวนี้” “น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าคุณเป็นเทพเป็นไบ ฉันคงบุกไปนานแล้ว” คนทั้งงานที่เห็นธนกรอดีตคนรักของเป็นเทพนั่งคุยอยู่กับราเมศ กระจุ๋งกระจิ๋งก็พอจะเดาความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ได้ “ดูนั่น คุณพ่อของเมย์ดึงคุณแม่กลับบ้านไปแล้ว ยังรักษาคอนเซ็ปต์ครอบครัวศัตรูไว้อย่างเหนียวแน่น” ธนกรกระเซ้าเจ้าบ่าว “กร มึงเป็นพี่สะใภ้นะ ทำหน้าที่กาวใจระหว่างครอบครัวกูกับครอบครัวสามี ยังจะมัวมาหัวเราะอีก” “เออ กูรู้ กูก็พยายามอยู่” “อีกไม่นาน เอาไว้เมย์มีตี๋น้อยกับหมวยน้อยก่อนเถอะ คุณพ่อตากูก็คงจะหายเค
“ทำงานวันนี้เหนื่อยจัง แต่พอได้กอดเมย์ เฮียก็หายเหนื่อย” “แค่กอดเหรอคะ?” “แค่กอดจะพออะไร?” ชายหนุ่มดูดติ่งหูนุ่มพร้อมทั้งใช้มือบีบเต้าอิ่มข้างหนึ่ง หญิงสาวหายใจแรง ลูบไหล่และแผ่นหลังแข็งแกร่ง แล้วเลื่อนมือไปซอกด้านหน้าหว่างขาของ เป็นเทพ “อูย....” “ปลดซิบสิคะเฮีย” “ทันทีเลย” เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอและรูดซิบก่อนจะถอดกางเกงออกทางปลายเท้า เมขลาถอดเสื้อเรียบร้อยเหลือเพียงบราเซียร์ลายลูกไม้สีดำ นิ้วเรียวคลำส่วนที่ตุงขึ้นของเป็นเทพ เธอบิดร่างท่อนบนเพื่อให้เขาปลดตะขอบราเซียร์ได้ถนัด กางเกงยีนส์ขาสั้นแนบเนื้อถูกเขาใช้มือลูบเป้าจนเสียดสีกับเนื้ออ่อนด้านใน หญิงสาวอ้าปาก เป็นเทพได้จังหวะสอดลิ้นเข้าไปคว้านหาลิ้นนุ่มของเธอ เสียงดูดรัดสอดรับการลูบไล้ด้านล่าง กางเกงยีนส์ตัวน้อยกระเด็นหวือลงไปปลายเตียงเหลือเพียงบิกินี่ลูกไม้ที่คลุมรังไหมเอาไว้ นิ้วของชายหนุ่มกดบี้เข้ากึ่งกลางกายจนเธอร้องด้วยความสยิว ปากของเขาคอยงับดูดตุ่มไตสีน้ำตาลบนก้อนเนื้ออวบนุ่ม เมขลาแอ่นทั้งอกและสะโพกเพื่อให้เขาสัมผั
“เฮียไม่คำนึงถึงเรื่องบาดหมางระหว่างเรากับฝ่ายนั้นแล้วใช่ไหมครับ?” “โอ๊ย! คนทะเลาะกันทั้งสองฝ่ายก็ล่วงลับกันไปหมดแล้ว เราจะมามัวแบกความแค้นกันอยู่ทำไม? ถ้าบ้านนั้นมันทนไม่ไหวก็ให้จุกอกตายไปเลย เฮียสนใจคนที่จะกำลังมาเกิดมากกว่า เราควรจะทำให้เด็กเกิดมามีความสุขที่สุด” “ผมไม่คิดเลยว่าเฮียจะพูดง่ายแบบนี้” “เออ แกนี่! ก็เฮียอยากมีหลานเยอะๆ นี่นา” “ผมดูแล้ว บ้านโน้นเขายังดูตึงๆ อยู่นะครับ” “เราได้ทีก็ขี่แพะไล่เอาเลยสิ เอาคนมาบ้านเราก่อน แต่งเสร็จมีหลาน เดี๋ยวก็หายโมโหกันไปเองล่ะ” ในเมื่อตกลงกันสำเร็จ เป็นเทพก็เข้าไปรับส่งเมขลาอย่างเปิดเผยในฐานะว่าที่สามี ราเมศทำหน้าบึ้งทุกครั้งที่เห็นเป็นเทพ ทั้งธนกรและเมขลาดูเหมือนจะชื่นชมในตัวศัตรูของเขา “เวลาไอ้หมอนั่นมันมา กรไม่ต้องออกไปต้อนรับจะได้ไหม?” “ทำไมล่ะครับ? เทพกับกรเป็นเพื่อนซี้กันนะ” ธนกรสมัครเข้าทำงานในบริษัทราเมศเพราะเลขาของเขาลาออกไป เหลือเพียงคนติดตามอย่างนิธิ อีกอย่างราเมศระแคะระคายว่ามีคนของจรัสไพศาลสกุลในบริษัทของเขา
“ข้อเสนอเดิมเป็นเรื่องของเดือนก่อน แต่ข้อเสนอให้เดือนนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกข้อ” เหนือภพน้ำเสียงเคร่งขรึม จ้องมองราเมศเขม็ง “คุณว่ามา....” “ต้องให้น้องสาวคุณแต่งงานกับหลานชายของผม ผมจึงจะวางใจว่าบริษัทพีซีจะไม่ตุกติกกับเจเอสเค” “เกินไปแล้ว!” ราเมศลุกพรวด กำหมัดแน่น จ้องเหนือภพกับเป็นเทพราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณราเมศ ผมก็ไม่ได้คิดจะบีบคั้นพวกคุณหรอกนะ จะว่าไปผมกับเมย์ก็พูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว คุณก็ไปคุยกับน้องสาวของคุณก่อนว่าเต็มใจจะแต่งงานกับผมไหม? ถ้าเมย์ไม่เต็มใจเราก็ค่อยมาตกลงเงื่อนไขทางธุรกิจกันใหม่ ไม่ดีเหรอครับ?” “ผมไม่มีทางยอมให้น้องผมแต่งงานเพราะธุรกิจเด็ดขาด” “แต่ผมว่าดีออก หากว่าเมย์เต็มใจ เราต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ไม่แน่ว่าป่านนี้เมย์อาจจะหลงรักผมไปแล้วก็ได้” ราเมศโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ หน้าตึงคอแข็งเดินออกจากภัตตาคาร นิธิเห็นใบหน้าเจ้านายบูดบึ้งก็รีบไถ่ถาม “มันได้คืบจะเอาศอก เป็นเทพต้องการแต่งงานกับเมย์” “แบบนี้ก็เท่ากับบีบเราชัดๆ” “พ
“นี่เหรอกร?” “ครับ ผมเอง” ศรัณย์แค่มองก็รู้สาเหตุที่ลูกชายของเขาหลงรักคนตรงหน้าจนถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าคมหวาน ตากลมโตมีประกายใสซื่อ ผิวขาวผุดผ่อง หุ่นบาง “ขอบใจนะที่ช่วยดูแลคุณแม่กับที่บ้าน” “ผมยินดีครับ” คนป่วยยังคงเหนื่อยอ่อน ในเมื่อราเมศกล้าพาธนกรเข้าบ้านก็แสดงว่ามั่นใจแล้วที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่านี่คือคนรักของเขา ศรัณย์เองก็ไม่อาจขัดขวาง ระยะนี้เขารู้จากคนสนิทที่มารายงานทุกวันว่าลูกสาวกับลูกชายของเขาต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ เขาจึงไม่อยากจะสร้างความปวดหัวให้กับลูกๆ อีก ลับหลังภรรยา ศรัณย์ก็หลอกถามเรื่องที่ไซต์งานที่เมขลาไปดูแลเพราะรู้มาว่าธนกรเองก็ออกไปหาเมขลาที่ไซต์งานบ่อยๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ มีคนคอยติดตามดูแลน้องเมย์อยู่” “เพราะพ่อล้มป่วยคนเดียว ทำให้ลูกๆ ลำบากกันหมด” “อย่าโทษตัวเองเลยครับ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น” ธนกรดีใจที่ครอบครัวของราเมศไม่รังเกียจเขา ชายหนุ่มจึงคอยดูแลผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นอย่างดี ราเมศให้คนไปประเมินความเสียหายและยินชดใช







