Masukเพื่อนผู้ชายทั้งสองเมาแล้วเรื้อนขยับไปเต้นกับผู้หญิงโต๊ะข้างๆ ยิ่งดึกดนตรีก็ยิ่งเร้าใจ เจเจเต้นอย่างเมามันอยู่ข้างธนกร
ชายหนุ่มหน้าหวานกังวลกลัวว่าตัวเองจะไม่มีคนไปส่งที่คอนโด จึงได้ส่งข้อความไปถามเป็นเทพอีกครั้งว่าจะตามมาไหม?
‘ยังไม่เสร็จเลยกร ให้เมย์ไปรับดีไหม?’
‘ดี ไม่กล้านั่งแท็กซี่กลัวอันตราย’
ชายหนุ่มคอยติดตามข่าวที่เมืองไทย เขากลัวว่าตัวเองเมาหากเกิดเหตุร้ายขึ้นจะไม่มีคนช่วยเหลือได้ รอให้เมขลามารับน่าจะดี แต่ระหว่างที่รอเขาก็ดื่มไปจนนับจำนวนไม่ถูก
“สองคนนั้นหายไปไหนล่ะ?”
“นู้นๆ ไปกับผู้หญิงโต๊ะโน้นแล้วคน อีกคนนัวเนียอยู่เสานั้น” เจเจชี้ให้ ธนกรดูแล้วก็หัวเราะ เพื่อนทั้งสองต่างก็มีหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่เป็นคู่ควง “พวกมันคงมีที่ไปต่อแล้ว เหลือแต่เราสองคนนี่ล่ะ”
“แกจะกลับยังไงล่ะเจเจ?”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะฝากรถไว้ที่นี่ เดี๋ยวพี่ชายฉันก็มารับ แล้วแกล่ะ เทพจะมารับไหม?”
“ส่งคนมารับแล้ว สบายใจได้”
“ดีๆ งั้นเราก็ดื่มและก็เต้นกันต่อไป”
ราเมศทื่ยืนมองจากอีกมุมของผับยกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ธิ แกหาทางแยกสองคนนั้นออกจากให้หน่อย”
เจ้านายบอกแค่นั้น นิธิก็รู้ในทันทีว่าราเมศต้องการอะไร?
“ครับ ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้”
เจเจซวนเซจนฟุบลงกับโต๊ะ ธนกรเดินเป๋ซ้ายเป๋ขวาไปห้องน้ำ นิธิได้โอกาสประคองหญิงสาวออกมานั่งที่โซฟาส่วนร้านอาหารด้านนอก เธอตัวอ่อนเอนตัวลงไปกับโซฟาขนาดสองที่นั่ง นิธิยืนเท้าสะเอวมองแล้วถอนหายใจ
...ดื่มไม่ไหวก็ยังจะดื่มอีก...
ชายหนุ่มใส่แว่นหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาเห็นก็รีบเข้าไปประคองเธอให้ลุกขึ้นนั่น “เจเจ กลับบ้านกันเถอะ” เขาหันมามองคนที่ยืนเท้าสะเอวมองดูน้องสาวแล้วก็แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดร้าย “ขอบคุณนะครับ ที่ดูเธอไว้ให้”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเห็นเธอเมาฟุบอยู่ก็เลยพามาพักตรงนี้”
“ผมขอพาเธอกลับก่อนนะครับ”
...เมาจนต้องให้แฟนมารับ ช่างเป็นผู้ชายที่อดทนซะจริง....
นิธินึกตำหนิหญิงสาวที่เมาพับไป แม้ว่าเขาจะรับหน้าที่มาดูแลผับในบางครั้งแต่เขาไม่ได้นิยมการดื่มแม้แต่น้อย
ธนกรเป๋ไปเป๋มา เซถึงโต๊ะแต่เจเจกลับหายตัวไป
“เพื่อนคุณมีคนมารับกลับบ้านแล้วครับ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองคนร่างสูงที่สวมเสื้อโปโลสีครีม
“คุณหล่อจาง” ลิ้นของกรแทบจะไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ แม้ตาเขาจะพร่าเล็กน้อยแต่ความหล่อเหลาล่ำสันของคนที่ยืนข้างๆ กลับชัดเจน
...สเปคชัดๆ ไม่เคยเห็นคนที่ตรงใจอย่างนี้มาก่อน...
ธนกรที่สงวนท่าทีกับคนอื่นเสมอมา ตอนนี้แอลกอฮอล์ซึมเข้าเส้นเลือดจนจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย ยิ่งมาเห็นคนตรงหน้าที่ยิ้มให้ทั้งปากทั้งตา ด้วยความสูงที่มากกว่าเขาครึ่งศีรษะ คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน เส้นแนวคางบึกบึน ผิวที่ไม่ถึงกับขาว ช่วงอกก็.... ธนกรสำหรับแผงอกแกร่งของในเสื้อโปโลของชายหนุ่มตรงหน้า เขาสรุปกับตัวเองทันทีว่า...น่าซบ
“คุณล่ะครับ จะกลับยังไง?”
“มี...มีคนจามาราบ”
คนร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ “ไปนั่งโซฟาตรงนั้นดีกว่าครับ ผมว่าคุณเริ่มจะยืนไม่ไหวแล้ว”
ธนกรปล่อยให้คนตรงสเปคของเขาประคองไปนั่งที่โต๊ะโซฟาติดผนัง
“ผมมาที่นี่บ่อยๆ แต่เพิ่งเห็นคุณครั้งแรก” คนพูดยังคงใช้มือหนึ่งกอดเอวธนกรเอาไว้ ปล่อยให้คนเมาซบบนไหล่ตัวเอง
“โผม เพิ่งมาสองคราง”
ราเมศสบตาคนที่เอียงหน้าขึ้นมองเขา
“ผมรู้ ผมเองมองคุณตั้งแต่ครั้งก่อน” เขาเชยคางคนหน้าเรียวขึ้นแล้วฉกริมฝีปากหนาเข้าประกบกับริมฝีปากบางระเรื่อสีชมพูตรงหน้าอย่างอดใจไม่ไหว
ธนกรที่ถูกเขาจูบโดยไม่บอกไม่กล่าวนิ่งไปครู่แล้วค่อยๆ ตอบสนอง
ท่ามกลางแสงไฟสลัว ดนตรีเร้าใจ ทั้งสองร่างซุกอยู่มุมโซฟามืดแลกลิ้นกันอย่างเร่าร้อน ราเมศประเมินคนที่เขาจูบได้ในทันที
...ไหนว่ามีแฟนมาตั้งนาน? จูบเหมือนคนอ่อนประสบการณ์ซะจริง...
คนหน้าหวานถูกราเมศดูดชิมจนระทดระทวย นี่เป็นครั้งแรกที่ธนกรรู้สึกตกหลุมรัก เขาเคยให้เป็นเทพพาไปเที่ยวบาร์ต่างเมืองในอังกฤษเพื่อให้ห่างจากคนรู้จักเพราะอยากจะลองมีประสบการณ์เรื่องเซ็กส์บ้าง แต่พอมีผู้ชายมาลูบไล้กอดและทำท่าจะจูบเขาก็รู้สึกต่อต้าน
‘กร ถ้ามึงอยากลอง กูก็สนับสนุนนะ กูดื่มรอได้ นั่นคนนั้นหล่อดี มองมึงอยู่นานแล้ว ไปคุยกับเขาสิ’
แม้เพื่อนรักจะรู้เห็นเป็นใจ แต่เขาก็ไม่เคยกล้า
‘เอาไว้กูเจอคนที่กูอยากจริงๆ ค่อยลองดีกว่า’
เป็นเทพรู้ว่าธนกรชอบผู้ชายและพร้อมสนับสนุนหากเพื่อนจะคบหากับใครสักคน แต่จนแล้วจนรอดธนกรก็ไม่เคยถูกใจใครจริงๆ จังๆ
‘ในเมื่อมึงยังไม่มีคนที่ชอบ ก็ช่วยกูปิดบังเรื่องเมย์ต่อไปก็แล้วกัน’
‘เออ ปล่อยให้คนเข้าใจผิดแบบนี้ไปเถอะ เอาไว้มึงกับเมย์แต่งงานกันคนก็รู้ความจริงเองล่ะ’
ธนกรจึงต้องมีสถานะเป็นแฟนของเป็นเทพตลอดมา
มือหนาสอดลูบเข้าไปที่หน้าท้อง ปลายนิ้วของคนที่กอดตนอยู่คล้ายมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นปราดไปตามผิว
“ผมชอบคุณ ชอบตั้งแต่แรกเห็น” เสียงของคนตัวโตแหบพร่า
ปลายใบหูขาวบางของกรถูกลิ้นสากตวัดลากตามแนวยาว คนร่างบางสะดุ้งเฮือกขนอ่อนลุกชัน ราเมศขบเม้มไปตามแนวเนื้ออ่อนจนถึงติ่งหู มือเรียวขาวผ่องเอื้อมไปจับท่อนแขนกำยำเอาไว้ เผลอเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ
“คุณ.....” กรหมดเรี่ยวแรงจะต้านทาน เขาเบียดร่างเข้าหาไออุ่นจากคนที่รวบขาเขาขึ้นพาดบนตัก
“ไปกับผมนะครับ คืนนี้ผมอยากอยู่กับคุณ”
ริมฝีปากอุ่นร้อนแตะลำคอ จูบเม้มต่ำลง ธนกรเผลอครางออกมา รูปร่างหน้าตาและสัมผัสของคนที่กอดเขาอยู่ตอนนี้ราวกับออกมาจากจินตนาการที่เขาเคยฝันถึง พอเห็นคนร่างบางไม่ยอมตอบ ราเมศก็หยุดจูบเขาผงกศีรษะขึ้นมองหน้าธนกรนิ่งๆ
“คุณอยากไปกับผมไหม?” ปลายจมูกโด่งยื่นมาจนแทบชิดใบหน้าของคนเมา
ธนกรจ้องราเมศด้วยความหงุดหงิด นึกขัดใจที่เขาหยุดจูบ คนหน้าหวานหอบหายใจน้อยๆ “รีบ....ปาย...กาน”
*************************
กลับถึงห้องก็ยังไม่ทันได้พูดจากัน ธนกรก็ถูกร่างใหญ่เหวี่ยงหวือขึ้นเตียง ราเมศจัดการคนหน้าหวานจนหอบแฮ่กไปยกใหญ่จึงค่อยสอบถาม “ได้ถอดเสื้อผ้านอนคุยกันแบบนี้ค่อยยังชั่ว” มือเรียวลูบบนหน้าอกแน่นของสามีก่อนยิ้มยั่ว “ไม่เอาอีกสักรอบล่ะครับพี่ราม ปกติไม่ค่อยหยุดแค่นี้นี่” คนหน้าคมสันยื่นหน้ามางับปลายคางของคนรัก “ขี้ยั่วอีกแล้ว ยังไม่พอใช่ไหม?” ร่างใหญ่ก้มหน้าลงไปจัดการคนร่างอ้อนแอ้นผุดผ่องจนต้องร้องขอชีวิตอีกรอบ เขาซบอยู่บนแผ่นหลังขาวนุ่ม จรดริมฝีปากลงไปที่แผ่นหลัง “ว่ามาสิครับ มีอะไรจะเล่าให้ผัวฟัง?” “เรื่องของเมย์กับเทพน่ะครับ กรไม่อยากให้พี่รามต้องกังวล แต่ว่า...เรื่องนี้เป็นความลับที่กรเก็บไว้มานาน ฟังแล้วพี่รามอย่าโกรธนะครับ” ราเมศพลิกร่างขาวผ่องให้มาเกยอยู่บนหน้าอก “กร รู้อะไรมา?” “อันที่จริง กรเองก็เป็นคนสมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ทีแรกครับ” คนร่างใหญ่ได้ยินเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถูกซุกไว้นับสิบปีของน้องสาวกับเป็นเทพก็ใบหน้าทั้งเขียวทั้งแดงสลับกัน “พี
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างแตะตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดเขิน สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวอีกฝ่าย แขกในงานที่คิดว่าเจ้าสาวน่าจะแสดงความเฉยชากับการถูกบังคับให้แต่งงานล้วนประหลาดใจไปตามๆ กัน “คุณเป็นเทพหล่อเหลือเกิน น่าจะมาบังคับฉันแต่งงานบ้าง” “หมดโอกาสแล้วแก สามหนุ่มสกุลเจียงมีคู่กันหมดล่ะ” “ดูสิ เมียเก่าไปเป็นพี่สะใภ้ ส่วนตัวเองก็ไปแต่งงานกับน้องสาวของผัวใหม่ของเมียเก่า ชุลมุนดีนะครอบครัวนี้” “น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าคุณเป็นเทพเป็นไบ ฉันคงบุกไปนานแล้ว” คนทั้งงานที่เห็นธนกรอดีตคนรักของเป็นเทพนั่งคุยอยู่กับราเมศ กระจุ๋งกระจิ๋งก็พอจะเดาความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ได้ “ดูนั่น คุณพ่อของเมย์ดึงคุณแม่กลับบ้านไปแล้ว ยังรักษาคอนเซ็ปต์ครอบครัวศัตรูไว้อย่างเหนียวแน่น” ธนกรกระเซ้าเจ้าบ่าว “กร มึงเป็นพี่สะใภ้นะ ทำหน้าที่กาวใจระหว่างครอบครัวกูกับครอบครัวสามี ยังจะมัวมาหัวเราะอีก” “เออ กูรู้ กูก็พยายามอยู่” “อีกไม่นาน เอาไว้เมย์มีตี๋น้อยกับหมวยน้อยก่อนเถอะ คุณพ่อตากูก็คงจะหายเค
“ทำงานวันนี้เหนื่อยจัง แต่พอได้กอดเมย์ เฮียก็หายเหนื่อย” “แค่กอดเหรอคะ?” “แค่กอดจะพออะไร?” ชายหนุ่มดูดติ่งหูนุ่มพร้อมทั้งใช้มือบีบเต้าอิ่มข้างหนึ่ง หญิงสาวหายใจแรง ลูบไหล่และแผ่นหลังแข็งแกร่ง แล้วเลื่อนมือไปซอกด้านหน้าหว่างขาของ เป็นเทพ “อูย....” “ปลดซิบสิคะเฮีย” “ทันทีเลย” เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอและรูดซิบก่อนจะถอดกางเกงออกทางปลายเท้า เมขลาถอดเสื้อเรียบร้อยเหลือเพียงบราเซียร์ลายลูกไม้สีดำ นิ้วเรียวคลำส่วนที่ตุงขึ้นของเป็นเทพ เธอบิดร่างท่อนบนเพื่อให้เขาปลดตะขอบราเซียร์ได้ถนัด กางเกงยีนส์ขาสั้นแนบเนื้อถูกเขาใช้มือลูบเป้าจนเสียดสีกับเนื้ออ่อนด้านใน หญิงสาวอ้าปาก เป็นเทพได้จังหวะสอดลิ้นเข้าไปคว้านหาลิ้นนุ่มของเธอ เสียงดูดรัดสอดรับการลูบไล้ด้านล่าง กางเกงยีนส์ตัวน้อยกระเด็นหวือลงไปปลายเตียงเหลือเพียงบิกินี่ลูกไม้ที่คลุมรังไหมเอาไว้ นิ้วของชายหนุ่มกดบี้เข้ากึ่งกลางกายจนเธอร้องด้วยความสยิว ปากของเขาคอยงับดูดตุ่มไตสีน้ำตาลบนก้อนเนื้ออวบนุ่ม เมขลาแอ่นทั้งอกและสะโพกเพื่อให้เขาสัมผั
“เฮียไม่คำนึงถึงเรื่องบาดหมางระหว่างเรากับฝ่ายนั้นแล้วใช่ไหมครับ?” “โอ๊ย! คนทะเลาะกันทั้งสองฝ่ายก็ล่วงลับกันไปหมดแล้ว เราจะมามัวแบกความแค้นกันอยู่ทำไม? ถ้าบ้านนั้นมันทนไม่ไหวก็ให้จุกอกตายไปเลย เฮียสนใจคนที่จะกำลังมาเกิดมากกว่า เราควรจะทำให้เด็กเกิดมามีความสุขที่สุด” “ผมไม่คิดเลยว่าเฮียจะพูดง่ายแบบนี้” “เออ แกนี่! ก็เฮียอยากมีหลานเยอะๆ นี่นา” “ผมดูแล้ว บ้านโน้นเขายังดูตึงๆ อยู่นะครับ” “เราได้ทีก็ขี่แพะไล่เอาเลยสิ เอาคนมาบ้านเราก่อน แต่งเสร็จมีหลาน เดี๋ยวก็หายโมโหกันไปเองล่ะ” ในเมื่อตกลงกันสำเร็จ เป็นเทพก็เข้าไปรับส่งเมขลาอย่างเปิดเผยในฐานะว่าที่สามี ราเมศทำหน้าบึ้งทุกครั้งที่เห็นเป็นเทพ ทั้งธนกรและเมขลาดูเหมือนจะชื่นชมในตัวศัตรูของเขา “เวลาไอ้หมอนั่นมันมา กรไม่ต้องออกไปต้อนรับจะได้ไหม?” “ทำไมล่ะครับ? เทพกับกรเป็นเพื่อนซี้กันนะ” ธนกรสมัครเข้าทำงานในบริษัทราเมศเพราะเลขาของเขาลาออกไป เหลือเพียงคนติดตามอย่างนิธิ อีกอย่างราเมศระแคะระคายว่ามีคนของจรัสไพศาลสกุลในบริษัทของเขา
“ข้อเสนอเดิมเป็นเรื่องของเดือนก่อน แต่ข้อเสนอให้เดือนนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกข้อ” เหนือภพน้ำเสียงเคร่งขรึม จ้องมองราเมศเขม็ง “คุณว่ามา....” “ต้องให้น้องสาวคุณแต่งงานกับหลานชายของผม ผมจึงจะวางใจว่าบริษัทพีซีจะไม่ตุกติกกับเจเอสเค” “เกินไปแล้ว!” ราเมศลุกพรวด กำหมัดแน่น จ้องเหนือภพกับเป็นเทพราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณราเมศ ผมก็ไม่ได้คิดจะบีบคั้นพวกคุณหรอกนะ จะว่าไปผมกับเมย์ก็พูดคุยกันมาระยะหนึ่งแล้ว คุณก็ไปคุยกับน้องสาวของคุณก่อนว่าเต็มใจจะแต่งงานกับผมไหม? ถ้าเมย์ไม่เต็มใจเราก็ค่อยมาตกลงเงื่อนไขทางธุรกิจกันใหม่ ไม่ดีเหรอครับ?” “ผมไม่มีทางยอมให้น้องผมแต่งงานเพราะธุรกิจเด็ดขาด” “แต่ผมว่าดีออก หากว่าเมย์เต็มใจ เราต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย ไม่แน่ว่าป่านนี้เมย์อาจจะหลงรักผมไปแล้วก็ได้” ราเมศโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ หน้าตึงคอแข็งเดินออกจากภัตตาคาร นิธิเห็นใบหน้าเจ้านายบูดบึ้งก็รีบไถ่ถาม “มันได้คืบจะเอาศอก เป็นเทพต้องการแต่งงานกับเมย์” “แบบนี้ก็เท่ากับบีบเราชัดๆ” “พ
“นี่เหรอกร?” “ครับ ผมเอง” ศรัณย์แค่มองก็รู้สาเหตุที่ลูกชายของเขาหลงรักคนตรงหน้าจนถอนตัวไม่ขึ้น ใบหน้าคมหวาน ตากลมโตมีประกายใสซื่อ ผิวขาวผุดผ่อง หุ่นบาง “ขอบใจนะที่ช่วยดูแลคุณแม่กับที่บ้าน” “ผมยินดีครับ” คนป่วยยังคงเหนื่อยอ่อน ในเมื่อราเมศกล้าพาธนกรเข้าบ้านก็แสดงว่ามั่นใจแล้วที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่านี่คือคนรักของเขา ศรัณย์เองก็ไม่อาจขัดขวาง ระยะนี้เขารู้จากคนสนิทที่มารายงานทุกวันว่าลูกสาวกับลูกชายของเขาต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ เขาจึงไม่อยากจะสร้างความปวดหัวให้กับลูกๆ อีก ลับหลังภรรยา ศรัณย์ก็หลอกถามเรื่องที่ไซต์งานที่เมขลาไปดูแลเพราะรู้มาว่าธนกรเองก็ออกไปหาเมขลาที่ไซต์งานบ่อยๆ “ไม่เป็นไรหรอกครับ มีคนคอยติดตามดูแลน้องเมย์อยู่” “เพราะพ่อล้มป่วยคนเดียว ทำให้ลูกๆ ลำบากกันหมด” “อย่าโทษตัวเองเลยครับ ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น” ธนกรดีใจที่ครอบครัวของราเมศไม่รังเกียจเขา ชายหนุ่มจึงคอยดูแลผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นอย่างดี ราเมศให้คนไปประเมินความเสียหายและยินชดใช







