LOGINเป็นเทพ จรัสไพศาลสกุล บุตรชายคนเล็กของเจ้าสัวเป็นหนึ่ง มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ที่ต้องวางแผนเพื่อให้ความรักของเขากับแฟนสาวได้ลงเอยอย่างสมหวัง เพราะเธอเป็นทายาทศัตรูคู่แข่งทางการค้ามาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ทั้งสองตระกูลไม่ว่าในที่ลับหรือที่แจ้งต่างก็แสดงความเป็นอริอย่างเปิดเผย เป็นเทพจึงต้องคิดแผนสารพัดเพื่อให้เขาได้แต่งงานกับเมขลา
View More“นั่น! เป็นเทพ จรัสไพศาลสกุล ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวเป็นหนึ่ง เพิ่งกลับมาจากอังกฤษเหมือนแก เห็นว่าจบปริญญาตรีวิศวโยธา แต่จบปริญญาโทบริหาร ตอนนี้เข้ามาดูแลบริษัทก่อสร้างในเครือ”
สาวน้อยพยักหน้า เธอใช้เพียงหางตามองผู้ชายใส่สูทสีน้ำตาลเข้ม สุดเนี้ยบ คิ้วตรงเข้ม ดวงตายาวรี จมูกโด่งเป็นสันตรง หล่อเหลาจนไม่น่าจะเป็นนักธุรกิจ รูปร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ขายาว ไหล่กว้าง จะว่าดูเป็นคนร่างโปร่งก็ไม่เชิง ผิวขาวจนเกือบซีด ตามแบบของคนเชื้อสายจีน
“หล่อมากเลยค่ะ น่าจะไปเป็นนายแบบนะคะ”
คนเป็นพี่ขมวดคิ้ว “ใครให้แกสนใจเรื่องนั้น? ยื่นซองประมูลครั้งนี้เราจะต้องชนะ ไม่งั้นคุณพ่อต้องโมโหแน่ๆ”
หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก “ไม่ต้องห่วงค่ะ เมย์ชนะแน่ครั้งนี้”
เมขลา พงษ์นาวากุล หันไปสบตาพี่ชายด้วยสีหน้ามั่นใจ หญิงสาวในชุดสูทกางเกงสีน้ำตาลอ่อน ยกมือขึ้นจับต้นแขนชายหนุ่มที่ยืนหน้าเครียดอยู่ข้างๆ
“แกเอาอะไรมามั่นใจ?”
“ข้อมูลที่ส่งคนไปสืบมาแล้วน่ะสิคะ ซูนวูกล่าวไว้ว่า...รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง...เมย์ก็ทำตามนั้น ถ้าเกิดครั้งนี้ชนะ พี่รามจะให้อะไรเมย์”
ราเมศยิ้มน้อยๆ “รู้จักใช้คำสอนจากตำราพิชัยยุทธ์ซะด้วย เอาสิ! ขอแค่แกชนะได้ อยากได้อะไร บอกพี่ได้เลย พี่เปย์เต็มที่”
หญิงสาวร้องหึในลำคอ “งั้นพี่รามเตรียมไว้ได้เลยค่ะ”
สองพี่น้องนั่งอยู่ในรถตู้สีดำคันใหญ่ จับตามองไปยังกลุ่มของชายหนุ่มข้างหน้า บริษัทที่หมายมั่นปั้นมืออยากได้โครงการของรัฐในครั้งนี้ต่างใช้ทุกวิถีทางในการสืบเสาะหาข้อมูลเพื่อจะให้ตนเองเป็นผู้ชนะการประมูลการก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมในสนามบินแห่งใหม่
“พวกเขาเข้าไปกันแล้ว เราไปกินข้าวรอกันดีกว่า”
งานประมูลครั้งนี้เป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย แม้ว่าหลายบริษัทจะพยายามแอบติดต่อคนใกล้ชิดของรัฐมนตรีเพื่อจะได้ติดสินบน แต่เพิ่งผ่านพ้นการแต่งตั้งรัฐบาลไปได้ไม่นาน คนที่เพิ่งได้ครองเก้าอี้หมาดๆ ย่อมไม่อยากจะเสี่ยงตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีทางการเมือง
...การประมูลครั้งนี้จึงยากจะคาดเดา...
จรัสไพศาลการโยธาหรือเจเอสเคเป็นบริษัทในเครือฯ ของจรัสไพศาลสกุลที่มีขนาดใหญ่เป็นรองเพียงบริษัทจรัสไพศาลค้าเหล็ก ถูกนำเข้าตลาดหลักทรัพย์มานับสิบปี โดยมีญาติผู้น้องของเจ้าสัวเป็นหนึ่งซึ่งเป็นวิศวกรโยธาและนักบริหารฝีมือดีบริหารงาน
เป็นเทพที่เจริญรอยตามคุณอาถูกเรียกตัวกลับมา ภายหลังจากวิกฤตการเข้ามากวาดซื้อหุ้นในบริษัทค้าเหล็กของกลุ่มศิริมหาทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่ครั้งก่อนเป็นเอก จรัสไพศาลสกุล ผู้เป็นพี่ชายคนโตของเป็นเทพ พลิกวิกฤติมาได้ กลับมาครองอำนาจการบริหารได้อีกครั้ง
...ไม่ว่าการเมืองหรือธุรกิจล้วนพร้อมจะพลิกผัน...
“เบื้องหลังกลุ่มศิริ มีพวกพงษ์นาวากุลหนุนหลัง ว่าแล้วเชียว จู่ๆ กลุ่มศิริจะคิดมาบริหารบริษัทค้าเหล็กได้ยังไง?”
เจ้าสัวเป็นหนึ่งเขม่นเข่นเขี้ยว ตั้งแต่รุ่นบิดาของเขา ความแค้นระหว่างพงษ์นาวากุลกับจรัสไพศาลสกุลยังไม่เคยสะสางกันได้อย่างชัดเจน
“คราวนี้ดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวในการซื้อหุ้นของเจเอสเค เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ อาป๊า” เป็นเอกเองก็หวั่นวิตก เพราะเรื่องของกลุ่มทุน ยากจะคาดเดา
เป็นเทพที่เรียนจบและทำงานหาประสบการณ์อยู่ที่ต่างประเทศได้ปีกว่าจำต้องกลับเมืองไทย
...ทั้งๆ ที่...เขาไม่อยากกลับมาสักนิด
การยื่นซองประมูลครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส หลังจากเปิดซองและเทียบราคาเรียบร้อยแล้ว บริษัทพงษ์นาวาก่อสร้างหรือพีซีกรุ๊ป ชนะไปอย่างเฉียดฉิว ทำเอาคนของบริษัทเจเอสเคหน้าเสียไปตามๆ กัน
“ไม่เป็นไรน่า โครงการก่อนใหญ่กว่าโครงการนี้ตั้งเท่าตัว เราชนะเขามาได้ก็นับว่าคุ้มแล้ว งานเล็กๆ แบบนี้ยกให้เขาไปเถอะ”
“ครับ แต่ผมก็เสียดายอยู่ดีนั่นล่ะ”
“ถ้าเสียดายก็ไว้แก้มือใหม่โครงการหน้าครับ”
จามรมองดูใบหน้าของเจ้านายรูปหล่อที่สีหน้าผิดหวังเพียงเล็กน้อยแล้วก็นึกชื่นชมในใจ ลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวเป็นหนึ่ง ทั้งสุขุม ใจเย็น และกล้าได้กล้าเสีย งานประมูลนี้พลาดไปเพียงเล็กน้อย เพราะคาดไม่ถึงว่า พีซีกรุ๊ปของตระกูลพงษ์นาวากุลจะกล้าเสนอราคาต่ำกว่าเพียงเล็กน้อย
...ฝ่ายนั้นสู้ยิบตาเพื่อให้ได้งานนี้ไป...
“ประมูลอย่างนี้เท่ากับไม่ได้อะไรเลยนะครับ”
“พวกเขาอาจจะหวังอย่างอื่นอยู่ก็ได้นะครับ กำไรโครงการนี้อาจจะน้อยจนดูเหมือนไม่คุ้ม แต่ผมได้ยินว่าอาจจะมีส่วนต่อขยาย”
จามรนิ่วหน้า “ผมยังไม่รู้ข่าวนี้เลยครับ”
“ไม่เป็นไรครับคุณจามร เรื่องนี้ลับจริงๆ เอาเป็นว่าเราปล่อยไปเถอะครับโครงการนี้ ไปทำส่วนของเราให้ดีกันเถอะ”
เป็นเทพตวัดสายตาไปมองรถตู้คันสีดำที่จอดอยู่อีกฟาก จามรมองตามสายตาคนเป็นนายแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“สองพี่น้องนั่น แอบมาดูงานประมูลด้วยตัวเองเลยเชียว”
“เรียกกันกลับมาทั้งสองคนแบบนี้ก็คงคิดจะเทียบชั้นกับเจเอสเคเป็นแน่” เป็นเทพรู้ล่วงหน้าแล้วว่าราเมศพี่ชายของเมขลากลับเมืองไทยมาหลายปีแล้ว เพื่อมาสานต่อบริษัทก่อสร้างของกลุ่มพีเอ็นกรุ๊ป
“ราเมศกลับมาเมื่อปลายปีก่อนก็เริ่มผุดโครงการใหม่ขึ้นหลายโครงการทีเดียวครับ แถมยังถูกจับจองไปจนหมดตั้งแต่เปิดตัวได้ไม่ถึงสามเดือนด้วย ส่วนเมขลาเธอเพิ่งกลับก่อนคุณเทพได้ไม่ถึงสามเดือนครับ เห็นว่ามาช่วยพี่ชายบริหารงาน”
“อืม...กลับมากันหมดก็ดี จะได้สะสางทุกเรื่องพร้อมๆ กัน”
ราเมศหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อได้ยินว่าน้องสาวขอคอนโดมิเนียมหรูใกล้บริษัทเป็นของขวัญที่ประมูลโครงการใหม่สำเร็จ
“ทำไมคะ? ไม่กี่สิบล้าน พี่รามก็ขี้เหนียวแล้วเหรอ? ผลงานของเมย์ก็สมน้ำสมเนื้ออยู่นะคะ ชนะประมูลมาเป็นงานที่สามแล้ว”
“สองงานแรก พี่ว่าแกฟลุ๊กต่างหาก เป็นเพราะเจเอสเคไม่ลงมาเล่นด้วยเฉยๆ หรอก เราถึงได้มาอย่างฉลุย”
“อ้าว! ถ้าเมย์ไม่ได้หันเหความสนใจพวกเขา พี่รามว่าเราจะได้มาไหมล่ะคะ? ถึงจะแค่หลักร้อยล้าน แต่สองโครงการก็ทำกำไรไม่น้อย”
ชายหนุ่มโบกมือไปมา “ก็ได้ๆ แต่ห้ามเอาห้องแพงสุดก็แล้วกัน แกเอาชั้นกลางๆ ก็พอ อยู่คนเดียวนี่ จะเอาห้องใหญ่สุดไปทำไม?”
“แหม...เมย์ก็อยากได้แค่ห้องธรรมดานี่ล่ะค่ะ เวลาเหนื่อยๆ จะได้แวะไปนอน ขี้เกียจกลับบ้านนี่คะ อยู่หอจนเคยตัว”
“เออๆ แกไปบอกพ่อกับแม่เองก็แล้วกัน”
**********************
กลับถึงห้องก็ยังไม่ทันได้พูดจากัน ธนกรก็ถูกร่างใหญ่เหวี่ยงหวือขึ้นเตียง ราเมศจัดการคนหน้าหวานจนหอบแฮ่กไปยกใหญ่จึงค่อยสอบถาม “ได้ถอดเสื้อผ้านอนคุยกันแบบนี้ค่อยยังชั่ว” มือเรียวลูบบนหน้าอกแน่นของสามีก่อนยิ้มยั่ว “ไม่เอาอีกสักรอบล่ะครับพี่ราม ปกติไม่ค่อยหยุดแค่นี้นี่” คนหน้าคมสันยื่นหน้ามางับปลายคางของคนรัก “ขี้ยั่วอีกแล้ว ยังไม่พอใช่ไหม?” ร่างใหญ่ก้มหน้าลงไปจัดการคนร่างอ้อนแอ้นผุดผ่องจนต้องร้องขอชีวิตอีกรอบ เขาซบอยู่บนแผ่นหลังขาวนุ่ม จรดริมฝีปากลงไปที่แผ่นหลัง “ว่ามาสิครับ มีอะไรจะเล่าให้ผัวฟัง?” “เรื่องของเมย์กับเทพน่ะครับ กรไม่อยากให้พี่รามต้องกังวล แต่ว่า...เรื่องนี้เป็นความลับที่กรเก็บไว้มานาน ฟังแล้วพี่รามอย่าโกรธนะครับ” ราเมศพลิกร่างขาวผ่องให้มาเกยอยู่บนหน้าอก “กร รู้อะไรมา?” “อันที่จริง กรเองก็เป็นคนสมรู้ร่วมคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ทีแรกครับ” คนร่างใหญ่ได้ยินเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ถูกซุกไว้นับสิบปีของน้องสาวกับเป็นเทพก็ใบหน้าทั้งเขียวทั้งแดงสลับกัน “พี
ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างแตะตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ขัดเขิน สายตาที่มองกันเต็มไปด้วยความหลงใหลในตัวอีกฝ่าย แขกในงานที่คิดว่าเจ้าสาวน่าจะแสดงความเฉยชากับการถูกบังคับให้แต่งงานล้วนประหลาดใจไปตามๆ กัน “คุณเป็นเทพหล่อเหลือเกิน น่าจะมาบังคับฉันแต่งงานบ้าง” “หมดโอกาสแล้วแก สามหนุ่มสกุลเจียงมีคู่กันหมดล่ะ” “ดูสิ เมียเก่าไปเป็นพี่สะใภ้ ส่วนตัวเองก็ไปแต่งงานกับน้องสาวของผัวใหม่ของเมียเก่า ชุลมุนดีนะครอบครัวนี้” “น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่าคุณเป็นเทพเป็นไบ ฉันคงบุกไปนานแล้ว” คนทั้งงานที่เห็นธนกรอดีตคนรักของเป็นเทพนั่งคุยอยู่กับราเมศ กระจุ๋งกระจิ๋งก็พอจะเดาความสัมพันธ์ของคนคู่นี้ได้ “ดูนั่น คุณพ่อของเมย์ดึงคุณแม่กลับบ้านไปแล้ว ยังรักษาคอนเซ็ปต์ครอบครัวศัตรูไว้อย่างเหนียวแน่น” ธนกรกระเซ้าเจ้าบ่าว “กร มึงเป็นพี่สะใภ้นะ ทำหน้าที่กาวใจระหว่างครอบครัวกูกับครอบครัวสามี ยังจะมัวมาหัวเราะอีก” “เออ กูรู้ กูก็พยายามอยู่” “อีกไม่นาน เอาไว้เมย์มีตี๋น้อยกับหมวยน้อยก่อนเถอะ คุณพ่อตากูก็คงจะหายเค
“ทำงานวันนี้เหนื่อยจัง แต่พอได้กอดเมย์ เฮียก็หายเหนื่อย” “แค่กอดเหรอคะ?” “แค่กอดจะพออะไร?” ชายหนุ่มดูดติ่งหูนุ่มพร้อมทั้งใช้มือบีบเต้าอิ่มข้างหนึ่ง หญิงสาวหายใจแรง ลูบไหล่และแผ่นหลังแข็งแกร่ง แล้วเลื่อนมือไปซอกด้านหน้าหว่างขาของ เป็นเทพ “อูย....” “ปลดซิบสิคะเฮีย” “ทันทีเลย” เขาเลื่อนมือไปปลดตะขอและรูดซิบก่อนจะถอดกางเกงออกทางปลายเท้า เมขลาถอดเสื้อเรียบร้อยเหลือเพียงบราเซียร์ลายลูกไม้สีดำ นิ้วเรียวคลำส่วนที่ตุงขึ้นของเป็นเทพ เธอบิดร่างท่อนบนเพื่อให้เขาปลดตะขอบราเซียร์ได้ถนัด กางเกงยีนส์ขาสั้นแนบเนื้อถูกเขาใช้มือลูบเป้าจนเสียดสีกับเนื้ออ่อนด้านใน หญิงสาวอ้าปาก เป็นเทพได้จังหวะสอดลิ้นเข้าไปคว้านหาลิ้นนุ่มของเธอ เสียงดูดรัดสอดรับการลูบไล้ด้านล่าง กางเกงยีนส์ตัวน้อยกระเด็นหวือลงไปปลายเตียงเหลือเพียงบิกินี่ลูกไม้ที่คลุมรังไหมเอาไว้ นิ้วของชายหนุ่มกดบี้เข้ากึ่งกลางกายจนเธอร้องด้วยความสยิว ปากของเขาคอยงับดูดตุ่มไตสีน้ำตาลบนก้อนเนื้ออวบนุ่ม เมขลาแอ่นทั้งอกและสะโพกเพื่อให้เขาสัมผั
“เฮียไม่คำนึงถึงเรื่องบาดหมางระหว่างเรากับฝ่ายนั้นแล้วใช่ไหมครับ?” “โอ๊ย! คนทะเลาะกันทั้งสองฝ่ายก็ล่วงลับกันไปหมดแล้ว เราจะมามัวแบกความแค้นกันอยู่ทำไม? ถ้าบ้านนั้นมันทนไม่ไหวก็ให้จุกอกตายไปเลย เฮียสนใจคนที่จะกำลังมาเกิดมากกว่า เราควรจะทำให้เด็กเกิดมามีความสุขที่สุด” “ผมไม่คิดเลยว่าเฮียจะพูดง่ายแบบนี้” “เออ แกนี่! ก็เฮียอยากมีหลานเยอะๆ นี่นา” “ผมดูแล้ว บ้านโน้นเขายังดูตึงๆ อยู่นะครับ” “เราได้ทีก็ขี่แพะไล่เอาเลยสิ เอาคนมาบ้านเราก่อน แต่งเสร็จมีหลาน เดี๋ยวก็หายโมโหกันไปเองล่ะ” ในเมื่อตกลงกันสำเร็จ เป็นเทพก็เข้าไปรับส่งเมขลาอย่างเปิดเผยในฐานะว่าที่สามี ราเมศทำหน้าบึ้งทุกครั้งที่เห็นเป็นเทพ ทั้งธนกรและเมขลาดูเหมือนจะชื่นชมในตัวศัตรูของเขา “เวลาไอ้หมอนั่นมันมา กรไม่ต้องออกไปต้อนรับจะได้ไหม?” “ทำไมล่ะครับ? เทพกับกรเป็นเพื่อนซี้กันนะ” ธนกรสมัครเข้าทำงานในบริษัทราเมศเพราะเลขาของเขาลาออกไป เหลือเพียงคนติดตามอย่างนิธิ อีกอย่างราเมศระแคะระคายว่ามีคนของจรัสไพศาลสกุลในบริษัทของเขา





