LOGIN“ขยะ…ยังมีค่ามากกว่าเธอเสียอีก สายขิม!” จะมีอะไรเจ็บปวดไปกว่า...การไม่เป็นที่ต้องการและการถูกคนที่รักเกลียดได้อีก เมื่อเธอเป็นได้แค่ ‘กาฝาก’ ในชีวิตเขาเท่านั้น
View More“อื้อ…”
เรียวปากนุ่มถูกบดขยี้อย่างรุนแรงยาวนานจนเจ้าตัวต้องประท้วงด้วยการทุบอกอีกฝ่าย หากแต่ก็ไม่ได้ทำให้สติของชายหนุ่มกลับมาสักเท่าไหร่
“อ้าปากเดี๋ยวนี้”
“อื้อ!”
เจ้าของเสียงทุ้มออกคำสั่ง นัยน์ตาพร่าเบลอมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้าคือใคร หากแต่ความต้องการในร่างกายมันพุ่งสูงเกินขีดจำกัดทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองได้
หมับ!
มือใหญ่จับเข้าที่ใบหน้าเล็กแล้วออกแรงบีบจนหล่อนต้องยอมอ้าปากตามคำสั่งก่อนลิ้นร้อนจะสอดเข้ามาในโพรงปากช่วงชิมความหวานหอมไปจนเธอสิ้นเรี่ยวแรง ‘สายขิม’ อ่อนระทวยในอ้อมแขนของชายหนุ่มก่อนถูกเขาผลักลงบนเตียงอย่างง่ายดาย
“เป็นของผม”
“…”
“เป็นของผมนะชัญญา”
ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม น้ำใส ๆ ก็เอ่อล้นขึ้นมารอบดวงตาก่อนจะถูกอีกฝ่ายทาบทับลงมาด้วยแรงทั้งหมดที่มีจนเธอไม่สามารถต้านทานได้เลย
ไม่ใช่สักหน่อย…
เธอน่ะ…ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น
“ชื่อของหนู…คือสายขิมต่างหากค่ะ”
เสียงหวานสั่นเครือทั้งน้ำตา เหมือนหัวใจถูกบีบจนแตกละเอียดคามือของชายหนุ่มอย่างไรอย่างนั้น
ริมฝีปากถูกปิดอีกรอบราวกับเจ้าตัวรำคาญเสียงของหล่อน มือไม้ร้ายกาจลูบไล้ไปตามเรือนร่างก่อนจะสอดเข้าไปใต้เสื้อโดยไม่สนใจการทัดทานของหญิงสาวเลย สองแขนถูกตรึงเอาไว้เหนือศีรษะไม่ให้ปัดป้องได้ด้วยฝ่ามือเดียว เสื้อถูกเลิกขึ้นไปกองอยู่เหนือเต้าอวบก่อนเรียวปากร้อนจะกดจูบลงมาบนเนินขาวแทน
“อ๊ะ…”
สายขิมหลุดเสียงครางแม้จะพยายามไม่คล้อยตามแค่ไหนแต่ก็ไม่สำเร็จ ความรู้สึกวาบหวามปะทุขึ้นทั่วร่างกายราวกับมีกระแสไฟแล่นไปทั่วทุกอณูรูขุมขน คนตัวสูงสอดมือเข้าใต้ร่างอรชรแล้วทำการปลดตะขอชั้นในออกอย่างชำนาญ ยอดถันถูกครอบครองกลืนกินจนเสียวซ่านแทบคลั่งตาย
หล่อนอยากจะผลักไสเขาออกไป หากแต่หัวใจกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง แม้จะรู้ดีว่าสัมผัสพวกนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะใช้มันกับผู้หญิงคนอื่น แต่หญิงสาวก็ยังยอม…
…เพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
สายขิมหยุดดิ้นเพราะไม่อาจต้านทานความต้องการของหัวใจได้อีกต่อไป เมื่อสัมผัสได้ว่าหล่อนโอนอ่อนแล้ว มือใหญ่ก็ปล่อยเธอให้เป็นอิสระแล้วเคลื่อนตัวขึ้นมาซุกไซ้ซอกคอขาว สองมือบีบเคล้นเต้าหยุ่นอย่างมันมือเรียกเสียงครางหวาน ๆ จากคนใต้อาณัติได้เป็นอย่างดี ถึงจะเจ็บใจแต่คงมีแค่เวลานี้เท่านั้นที่หญิงสาวจะได้รับความอบอุ่นจากชายหนุ่ม
วงแขนเล็กตวัดโอบรอบกายกำยำแน่น ยามเมื่อเขาเคลื่อนตัวลงต่ำเรื่อย ๆ มือก็ตามลงไปขยุ้มเส้นผมดกหนาของชายหนุ่มเพื่อระบายความกระสันที่เกิดขึ้น เจ้าของห้องกดจูบไปตามขาเรียวก่อนถลกกระโปรงขึ้นจนมาถึงกึ่งกลางกายอันหอมหวน คนเมาฝังจมูกสูดดมลงไปเต็มฟอด
“อ๊ะ พี่วิน…”
เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาทำให้ชายหนุ่มยิ่งมีอารมณ์มากขึ้น เขาแหวกแพนตี้ตัวจิ๋วไปกองไว้ด้านข้างแล้วใช้สันจมูกถูไถไปตามรอยแยกฉ่ำเยิ้มก่อนใช้นิ้วอีกข้างสะกิดเกสรเม็ดเล็กซุกซ่อนอยู่จนมันเริ่มเต่งตึง ดอกไม้งามปิดสนิทดอกนี้สวยงามจนอดใจไม่ไหว
คนตัวสูงหยัดกายขึ้นมาก่อนทำการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมฉ่ำปรือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์แล้วมองสายขิมตาเยิ้ม เขาดึงเธอให้ลุกขึ้น ใช้มือแตะไปที่ใบหน้าสวยอย่างอ่อนโยนหวนให้หญิงสาวคิดถึงในช่วงแรก ๆ ที่ได้รู้จักกัน
ตอนที่เขายังคงเป็นอัศวินประจำตัวไม่ใช่ปีศาจร้ายอย่างในทุกวันนี้…
ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าของหล่อนออกบ้าง แน่นอนว่าสายขิมยินยอมแต่โดยดีเพราะทั้งร่างกายและหัวใจโหยหาเขายิ่งกว่าใคร ร่างอรชรถูกผลักให้นอนราบลงไปอีกครั้งก่อนจูบอันร้อนแรงจะดำเนินตามมา นิ้วร้ายลูบไปทั่วร่างนวลเนียนปลุกปั่นอารมณ์ของคนตัวเล็กให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น
ต่อให้เมื่อตื่นขึ้นมาในวันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะเป็นเพียงความฝันก็ไม่เป็นไร…
…อย่างน้อยก็แค่ตอนนี้เท่านั้น แค่ตอนนี้ให้เธอได้บอกกับเขาด้วยตนเอง
“หนูรักพี่วินค่ะ”
ออดๆๆๆ
เสียงระรัวกดออดดังขึ้นจนเจ้าของห้องต้องขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ‘ธาวิน’ ลุกขึ้นมานั่งหากแต่ยังไม่ตื่นเต็มที่ เขาได้ยินเสียงคนคุยกันโหวกเหวกเสียงดังอยู่หน้าห้องครู่หนึ่ง ตามมาด้วยเสียงบิดประตู ไม่ทันไรแขกไม่ได้รับเชิญหลายคนก็แห่กันมายืนอออยู่ตรงหน้าประตูห้องนอน
“ไอ้วิน นี่แก…!”
“คุณพ่อเหรอครับ มาทำอะไรแต่เช้า”
ชายหนุ่มถามพลางปิดปากหาว รู้สึกปวดหัวจี๊ดอาจเพราะเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย จะว่าไป…เขากลับมาถึงคอนโดฯ ได้อย่างไรกัน ดูเหมือนความจำช่วงที่เมาจะค่อนข้างริบหรี่จนนึกไม่ออก
เพี๊ยะ!
ยังไม่ทันจะเรียบเรียงเรื่องราวที่ขาดหายไปในสมองได้ดี เสียงฝ่ามือประทับเข้ากับแก้มของใครบางคนก็ดังขึ้นข้างตัว ดวงตาคมเบิกกว้างแทบจะตื่นเต็มตาด้วยตอนนี้มีคนไม่คาดคิดนั่งอยู่ข้าง ๆ บนเตียงแถมยังเปลือยเปล่าล่อนจ้อนเหมือนกับเขาอีกด้วย
“นังตัวดี แกทำอะไรลงไป!”
เจ้าของฝ่ามือก็คือ ‘ศจี’ แม่เลี้ยงของเขา ส่วนคนที่เพิ่งถูกตบเต็มแรงจนหน้าหันมีเลือดซิบมุมปากไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหลานสาวของเมียใหม่บิดาคนนี้
…สายขิม!
บทที่ 164 ความลับของแม่ 2ยี่สิบสี่ปีก่อน พุทธศักราช 2545แสงแดดอ่อนยามเช้าทอดผ่านยอดตาลลงมายังชานนอกเรือนไม้หลังเก่า บรรยากาศในหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลความศิวิไลซ์ยังคงเงียบสงบ เสียงนกกาเหว่าร้องกังวานสลับกับเสียงใบไผ่เสียดสีกันตามลมพัด บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วง ศจี ในวัยยี่สิบต้น ๆ ดูสวยสะพรั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าหมดจดไร้เครื่องสำอางรับกับผมยาวสลวยที่รวบไว้หลวม ๆ ด้วยกิ๊บหนีบผมพลาสติกหลากสีตามสมัยนิยมเธอกำลังก้มลงล้างเท้าให้บิดามารดาด้วยน้ำลอยดอกมะลิในกะละมังอะลูมิเนียม มือบางลูบไล้ไปบนผิวกร้านของบุพการีด้วยความรักและอาลัย"หนูไปอยู่กรุงเทพฯ พ่อกับแม่ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะจ๊ะ ไม่ต้องห่วงทางโน้น หนูจะขยันทำงานส่งเงินมาให้พ่อกับแม่ได้ใช้ จะได้ไม่ต้องออกไปรับจ้างตากแดดตากลมอีก"ศจีเอ่ยเสียงสั่นเครือขณะก้มลงกราบเท้าทั้งคู่"ไปดีมาดีนะลูกเอ๊ย อยู่เมืองกรุงมันวุ่นวาย เห็นเขาว่ารถราเยอะแยะ มีอะไรก็ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ
บทที่ 163 ความลับของแม่ 1กลิ่นควันจากเมรุเผาศพยังคงติดอยู่ตรงปลายจมูก ทิ้งความรู้สึกเศร้าสลดและหดหู่ไว้เบื้องหลัง เมื่อกลับมาถึงห้องพักซึ่งดูอ้างว้างกว่าเดิมเมื่อไม่มีบิดา ชัญญาก็จัดการล็อกประตูห้องทันที หล่อนหันกลับมาจ้องหน้าผู้เป็นแม่ด้วยสายตาคาดคั้นเอาความจริง"คุณแม่คะ เล่าความจริงมาให้หมดเดี๋ยวนี้"หญิงสาวตั้งคำถามทันที การปรากฏตัวของศจีในวันนี้ทำให้รู้ว่าจะเป็นฝ่ายรอตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ ต้องบุกกลับไปเหมือนกัน"ฉันไม่มีอะไรจะเล่าให้แกฟังทั้งนั้น คุณพ่อเพิ่งจะตายไปเองนะ แกจะไม่ให้เวลาฉันได้ไว้อาลัยเลยหรือไง”"ไม่ต้องมาอ้างคุณพ่อเลยค่ะ เพราะคุณแม่มัวแต่อ้ำอึ้งแบบนี้ไง ผู้หญิงคนนั้นถึงไล่ต้อนพวกเราไม่เลิก ถ้าคุณแม่ไม่อยากเป็นสุนัขจนตรอกให้มันกดขี่ต่อไปก็ต้องบอกความจริงกับหนูนะคะ พวกเราจะได้หาทางเอาคืนมัน อย่างน้อยถ้าเรามีจุดอ่อนของมัน เราก็จะกลับมาพลิกเกมได้"หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมมารดา ดูจากที่ศจีแค้นจนถึงขั้นจะบดขยี้กันให้ตายไปทุกชาติ มันต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ“แกแน่ใจเหรอว่าถ้ารู้ไปแล้วแกจะหาทางเอาคืนนังนั่นได้”“หนูทำได้แน่ค่ะ ตอนนี้ที่เราสู้อะไรไม่ได้เลยก็เพราะหนูไม่รู้อะไรเล
บทที่ 162 ส่งไม้ต่อ 2ย้อนกลับไปสี่วันก่อนท่ามกลางถนนสายเล็ก ๆ ที่ลัดเลาะไปตามชายฝั่งทะเลภูเก็ต รถยนต์สีดำสนิทติดฟิล์มมืดทึบจอดอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่บนเนินเขา ซึ่งห่างจากบ้านพักตากอากาศริมทะเลของธาวินไปเกือบครึ่งกิโลเมตร ด้วยบริเวณนี้คือจุดที่สามารถมองเห็นกิจกรรมทุกอย่างภายในบ้านพักหลังนั้นได้อย่างชัดเจนผ่านเลนส์กล้องส่องทางไกลคุณภาพสูงศจีนั่งอยู่ตรงเบาะหลัง ดวงตาคู่สวยซึ่งมักฉายแววหยิ่งทะนงอยู่เสมอกลับหม่นแสงลงด้วยความอาวรณ์ หล่อนยกกล้องขึ้นส่องไปยังระเบียงบ้านพักก่อนจะเผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อเห็นคนที่กำลังตามหา สายขิมนั่งหัวเราะร่าเริงอยู่กับคุณหมอหนุ่มและไอรีน“ดูสิ สายขิมยิ้มกว้างเชียว”“ผมจะเห็นได้อย่างไรล่ะครับ ในเมื่อกล้องมีอยู่แค่ตัวเดียวคือในมือของคุณผู้หญิง”ทนายทินกรตอบกลับเพราะจากจุดนี้ หากไม่มีกล้องส่องทางไกลช่วยเขาก็มองไม่เห็นอะไรในบ้านพักหลังนั้นทั้งสิ้น“ถ้าไม่ใช่เพราะสองคนนั
บทที่ 161 ส่งไม้ต่อ 1วันฌาปนกิจของพฤกษ์มาถึงท่ามกลางบรรยากาศหม่นหมองวังเวงกว่าเดิม เมรุเผาศพตั้งตระหง่านอยู่กลางวัดดูโดดเดี่ยวไร้เงาผู้คนมาไว้อาลัย มีเพียงธาวินที่ยืนเป็นเพื่อนสองแม่ลูกผู้สูญเสีย ทุกคนยังอยู่ในชุดสีดำสนิท ใบหน้าทั้งสองคนซีดเซียวนองไปด้วยน้ำตา “ฮึก…คุณพ่อ…”“คุณคะ…”สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้แทบขาดใจขณะเอาดอกไม้จันทน์วางลงในโลงศพเตรียมจะทำการเผาเพื่อส่งบิดากลับสวรรค์ แต่แล้วความเงียบสงัดก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์จากรถหรูที่ขับเข้ามาจอดเทียบหน้าเมรุประตูรถเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้หญิงที่ทุกคนไม่คาดคิด ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยคิดไม่ถึงว่าแม่เลี้ยงของตนเองจะมา ศจีก้าวลงจากรถในชุดเดรสสีแดงเพลิงตัดกับบรรยากาศเศร้าโศกของงานศพอย่างรุนแรง ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกฉาบด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบตรงมุมปาก หล่อนมาพร้อมกับบอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำเดินขนาบข้างเป็นกำแพงมนุษย์อีกหลายคน"นังศจี! แกใส่ชุดสีแดงมางานศพได้อย่างไร แกมันไม่ใช่คน"ธันยาแผดเสียงพลางชี้หน้าด้วยความแค้น หากแต่ศจีไม่สนใจเสียงด่าทอ เธอเดินนวยนาดขึ้นมาบนเมรุ ในมือถือดอกกุหลาบสีแดงสดหนึ่งดอกแทนที่จะเป็นดอกไม้จันทน






reviews