Home / มาเฟีย / ใต้กลลวงของคนเลว / สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้น

Share

สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้น

last update publish date: 2026-08-30 21:59:23

รถลีมูซีนสีดำแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าโรงแรมหรูริมแม่น้ำอย่างตรงเวลาในยามหกโมงครึ่ง ไอรีนทอดสายตาผ่านกระจกติดฟิล์มมืดสนิท ออกไปยังตัวอาคารสูงตระหง่านที่ประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับตั้งแต่ชั้นล่างจรดชั้นบน

แสงประกายสีทองสะท้อนลงบนผิวน้ำพริ้วไหวเป็นทางยาว ราวกับภาพวาดที่มีชีวิต เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะก้าวลงจากรถด้วยรองเท้าส้นสูงที่ยังไม่คุ้นชิน มือหนึ่งกุมกระเป๋าคลัตช์ใบเล็กไว้แน่น ส่วนอีกมือบรรจงจัดแต่งชายกระโปรงให้เข้าที่

ชุดราตรีโทนสีครีมที่อลันจัดส่งไปให้นั้นเข้ารูปพอดีกับเรือนร่างของเธออย่างน่าประหลาดใจ ราวกับถูกตัดเย็บขึ้นมาสำหรับเธอโดยเฉพาะ ผ้าไหมเนื้อนุ่มทิ้งตัวพลิ้วไหวไปตามทุกจังหวะการขยับเผยให้เห็นไหล่เนียนเรียวและส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างพอเหมาะพอเจาะ

ไม่ฉูดฉาดหรือเปิดเผยจนเกินงาม ไอรีนไม่เคยสวมใส่เสื้อผ้าราคาแพงลิบลิ่วเช่นนี้มาก่อนในชีวิต และความรู้สึกแปลกบริบทจากเงาสะท้อนในกระจกก่อนออกจากบ้าน ก็ยังคงติดตรึงอยู่ในหัวใจของเธอจนถึงบัดนี้

พนักงานต้อนรับนำพาเธอผ่านโถงล็อบบี้อันหรูหรา มุ่งหน้าสู่ห้องบอลรูมขนาดใหญ่ที่ประดับประดาด้วยโคมระย้าคริสตัลนับสิบดวงห้อยระย้าจากเพดานสูง แสงไฟสีนวลทองสาดส่องกระทบชุดราตรีของเหล่าแขกเหรื่อที่เดินขวักไขว่ทั่วทั้งงาน เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาจากวง ตรงมุมห้อง ผสมผสานไปกับเสียงพูดคุยและเสียงแก้วไวน์กระทบกันเป็นจังหวะกังวานใส ไอรีนหยุดนิ่งอยู่ตรงทางเข้าชั่วขณะ สายตากวาดมองหาใบหน้าที่คุ้นเคยท่ามกลางฝูงชนชั้นสูง ก่อนที่เธอจะทันได้ตัดสินใจว่าควรจะเดินไปทางไหน เสียงทุ้มต่ำที่จำได้ขึ้นใจก็ดังแทรกขึ้นข้างกาย

“คุณสวย... เกินกว่าที่ผมคาดไว้เสียอีก”

ไอรีนหันไปตามเสียง พบอลันยืนอยู่ข้างเคียงในชุดสูทสีดำสนิท ตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เรือนผมสีดำสนิทถูกเซตไว้เรียบร้อยเนี้ยบกริบกว่าปกติ ส่งให้ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติของเขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้นภายใต้แสงไฟนวลตาของห้องบอลรูม ดวงตาสีเข้มจับจ้องมองเธอตั้งแต่ปลายผมจรดปลายรองเท้า ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาประสานสายตากับเธอโดยตรง พร้อมรอยยิ้มบางเบาที่แฝงกระแสความพึงพอใจไว้อย่างเปิดเผย

“ขอบคุณค่ะ” ไอรีนเอ่ยตอบ รู้สึกได้ถึงความร้อนซู่ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าโดยไม่อาจควบคุม

“ชุดสวยมากค่ะ คุณเป็นคนเลือกเองเหรอคะ”

“ผมเพียงแค่แจ้งขนาดและสีที่คิดว่าจะเข้ากับคุณ” เขาตอบพลางยื่นท่อนแขนแกร่งมาให้เธอเกาะ

“ส่วนรายละเอียดที่เหลือ... ช่างตัดเสื้อจัดการทั้งหมด”

ไอรีนวางมือลงบนท่อนแขนเสื้อของเขาอย่างเกร็งๆ สัมผัสได้ถึงความแน่นหนั่นของกล้ามเนื้อใต้เนื้อผ้าชั้นดี อลันพาเธอก้าวเข้าสู่งานเลี้ยงด้วยท่วงท่ามั่นคง สง่างาม และคอยแนะนำเธอให้รู้จักกับแขกคนสำคัญทีละคน ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนต่างชาติ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ หรือนักการเมืองท้องถิ่นที่ยิ้มแย้ม ทว่ามีแววตาเจ้าเล่ห์ซุกซ่อนอยู่ ทุกคนต่างแสดงความเคารพต่ออลันอย่างเห็นได้ชัด บางรายถึงกับเก็บซ่อนความเกรงกลัวเอาไว้ภายใต้ท่าทีสุภาพอ่อนน้อม

ไอรีนสังเกตเห็นว่า ไม่ว่าอลันจะเคลื่อนกายไปที่มุมใดของห้อง สายตาของคนรอบข้างจะคอยติดตามเขาไปเสมอ ต่างระมัดระวัง ราวกับทุกคนในที่แห่งนี้ต่างรู้ดีว่า ภายใต้รอยยิ้มทรงเสน่ห์และมารยาททางสังคมอันสมบูรณ์แบบนั้น มีภัยอันตรายบางอย่างที่เกินกว่าตาเห็นซุกซ่อนอยู่

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง อลันถูกดึงตัวไปสนทนาธุรกิจกับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มุมหนึ่งของห้อง ไอรีนจึงถือโอกาสนั้นเดินแยกตัวไปที่โต๊ะเครื่องดื่มเพื่อหาเครื่องดื่มจิบคลายความประหม่า เธอหยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย สายตากวาดมองบรรยากาศรอบกายด้วยความสนใจปนประหลาดใจ นี่คือโลกที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต โลกที่เงินตราและอำนาจไหลเวียนอยู่ในทุกอณูอากาศ

“สวยจังเลยนะครับ... หน้าใหม่ในวงการหรือเปล่า”

เสียงทักทายจากชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างกาย ไอรีนหันไปพบชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนเบียดกายเข้ามาใกล้เกินระยะเหมาะสม กลิ่นสุราเข้มข้นลอยมาเตะจมูก เขาสวมสูทราคาแพงทว่าท่าทางมีอาการมึนเมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาฉ่ำปรือกวาดมองไอรีนขึ้นลงอย่างไร้มารยาทก่อนเลียริมฝีปากอย่างมีเลศนัย

“ขอบคุณค่ะ” ไอรีนตอบสั้นๆ พยายามขยับกายถอยห่างออกไปเล็กน้อยอย่างรักษามารยาท

แต่ชายผู้นั้นกลับก้าวตามเข้ามาใกล้อีกเก้า มือข้างหนึ่งยื่นออกมาแตะท่อนแขนเปลือยเปล่าของเธออย่างวิสาสะ

“มากับใครเหรอครับ หรือถ้ายังไม่มีใคร... เดี๋ยวผมพาไปรู้จักคนสำคัญๆ ในงานนี้เอง สวยขนาดนี้ ไม่ควรต้องมายืนเหงาอยู่คนเดียวหรอกนะ”

ไอรีนรู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัยขึ้นมาทันที เธอดึงแขนออกจากมือของเขาอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่รบกวนดีกว่า”

“อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า...” เขาเอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือยื่นขยับเข้ามาใกล้อีกครั้ง คราวนี้มุ่งตรงมายังเอวบางของเธอ

ทว่าก่อนที่ไอรีนจะทันได้ผลักเขาออกไป มือแกร่งแข็งแรงคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้น คว้าจับข้อมือของชายคนนั้นไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งและร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ไอรีนเบือนหน้าไปมองและพบอลันยืนอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเขาเรียบเฉยปราศจากคลื่นอารมณ์ใดๆ ทว่าดวงตาสีมืดสนิทคู่นั้นกลับเย็นเยือกประดุจน้ำแข็ง จนไอรีนรู้สึก ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบที่คนทั่วไปแสดงออก แต่เป็นความนิ่งสงบที่หยั่งลึกและแฝงภัยอันตรายยิ่งกว่า

“กล้าดียังไงถึงมาจับแขนผู้หญิงของฉัน!” อลันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแผ่วเบา ทว่าทุกถ้อยคำที่หลุดออกมากลับหนักอึ้งประดุจขุนเขาที่กำลังจะถล่มลงมากดทับ

ชายผู้นั้นสร่างเมาเป็นพริบตาเมื่อเห็นใบหน้าของอลัน สีหน้าแปรเปลี่ยนจากความมึนเมาเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที

“ค..คุณอลัน ผมขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่ทราบว่าเธอเป็น...”

“ไม่ทราบอะไร” อลันตัดบท นิ้วมือยังคงบีบข้อมือชายคนนั้นแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนสีหน้าของอีกฝ่ายบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“ไม่ทราบว่าผู้หญิงทุกคนในงานนี้สมควรได้รับเกียรติและความเคารพ ไม่ว่าเธอจะเดินทางมากับใครหรือไม่ก็ตามงั้นเหรอ”

บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบกริบลงทันตา แขกเหรื่อบริเวณใกล้เคียงต่างหันมามองด้วยความตกตะลึงปนสงสัย ทว่าไร้ซึ่งผู้ใดกล้าเข้ามารวมวงแทรกแซง แม็กซ์ปรากฏกายขึ้นข้างอลันอย่างรวดเร็ว ราวกับเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ ตลอดเวลา เขากระซิบบางอย่างที่หูของอลันเบาๆก่อนที่คนร่างหนาจะสูดลมหายใจเข้าลึก พลางสะบัดข้อมือของชายผู้นั้นออกอย่างแรง จนร่างของอีกฝ่ายถอยหลังไถลเกือบล้ม

“ไปให้พ้นสายตาฉัน... เดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”

ชายคนนั้นรีบสะบัดกายหนีหายเข้าไปในฝูงชนทันที โดยไม่กล้าหันหลังกลับมามองแม้เพียงครั้งเดียว บรรยากาศรอบโถงค่อยๆ คืนสู่สภาวะปกติ เสียงสนทนาและท่วงทำนองดนตรีดังขึนอีกครั้งราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น หากแต่ไอรีนยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ หัวใจเต้นระทึกด้วยความตื่นตระหนก

อลันหันกลับมาหาเธอ สายตาที่เคยเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยอย่างฉับพลัน

“คุณเป็นอะไรไหม”

“ไม่... ไม่เป็นไรค่ะ” ไอรีนตอบ น้ำเสียงยังคงสั่นพร่าเล็กน้อย

“แค่ตกใจนิดหน่อยค่ะ”

เขายื่นมือมาแตะที่แขนของเธอเบาๆ ราวกับจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดีจริง สัมผัสนั้นนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าที่คาดคิด แตกต่างจากมือที่เพิ่งบีบข้อมือชายคนนั้นจนแทบหักอย่างสิ้นเชิง

“ผมขอโทษที่ปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวนานเกินไป”

“คุณไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณเลย”

ไอรีนตอบ ทว่าภายในใจกลับปั่นป่วนด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ทั้งความตกใจจากเหตุการณ์ตรงหน้า และความพรั่นพรึงต่อภาพที่เพิ่งได้ประจักษ์... ภาพของอลันที่แปรเปลี่ยนจากสุภาพบุรุษผู้อ่อนโยน ไปสู่ตัวตนอันเย็นชาและอันตรายได้ภายในเสี้ยววินาที

เธอมองต่ำไปยังมือขวาของเขา ซึ่งเพิ่งบีบข้อมือชายผู้นั้น สังเกตเห็นว่าแม้นตอนนี้เขาจะยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง แต่ข้อนิ้วของเขายังคงขาวซีดจากเกร็งแรงบีบก่อนหน้า ราวกับเป็นร่องรอยเล็กๆ ที่เผยให้เห็นว่า ความอ่อนโยนที่เขามอบให้เธอนั้น อาจเป็นเพียงด้านหนึ่งของเหรียญที่มีอีกด้านอันโหดเหี้ยมซ่อนอยู่

“อยากกลับบ้านหรือยัง”อลันถามเสียงเบา สายตายังคงจับจ้องเธอด้วยความห่วงใย

ไอรีนส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ แม้ภายในใจจะยังคงสั่นคลอน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไหว”

เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะยื่นแขนมาให้เธอเกาะอีกครั้ง คราวนี้ไอรีนวางมือลงไปโดยไร้ซึ่งความลังเลเหมือนครั้งแรก แม้ในใจจะยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่วนเวียนไม่จบสิ้น

ก่อนที่จะมุ่งหน้าเดินกลับเข้าสู่งานเลี้ยง อลันพาเธอไปทำความรู้จักกับแขกคนอื่นๆ ต่อไปราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ไอรีนสังเกตได้ว่าตลอดเวลาที่เหลือของค่ำคืนนั้น เขาไม่เคยปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปไกลเกินสองสามก้าวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ได้จุดชนวนบางอย่างในตัวเขา

ดึกคืนนั้นเมื่อรถลีมูซีนขับพาไอรีนกลับมาส่งถึงหน้าบ้าน อลันเป็นฝ่ายเดินลงมาส่งเธอถึงประตูรั้วด้วยตัวเอง แม้ระยะทางจะสั้นเพียงไม่กี่ก้าวก็ตาม

“ขอบคุณสำหรับคืนนี้นะคะ” ไอรีนเอ่ยขึ้น พลางสบตาเขาภายใต้แสงไฟถนนสลัว

“ขอบคุณที่คุณไปร่วมงานด้วยกัน” เขาตอบ สายตายังคงจับจ้องเธอไม่ลดละ มีกระแสบางอย่างในแววตาคู่นั้นที่ดูเหมือนกำลังต่อสู้กับตัวเอง ราวกับมีถ้อยคำบางคำที่อยากเอื้อนเอ่ย แต่ยังคงเก็บกักไว้

ก่อนที่เธอจะทันหมุนตัวเดินเข้าบ้าน เขาได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

“เรื่องเมื่อครู่... ที่คุณเห็นผมทำ”เขาเอ่ยช้าๆ

“ผมไม่ได้จะขอโทษที่ทำแบบนั้น แต่ผมอยากให้คุณเข้าใจว่า... ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคุณโดยที่คุณไม่ยินยอมเป็นอันขาด ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดก็ตาม”

ไอรีนเพ่งมองลึกลงไปในดวงตาของเขา สัมผัสได้ถึงความหนักแน่นจริงจังที่แฝงอยู่ในทุกถ้อยคำ มันไม่ใช่คำขู่บังคับ ทว่าคือคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆ ที่เธอเคยได้ยินมาตลอดชีวิต แม้จะรู้ดีว่าวิธีการปกป้องของเขานั้นอันตรายเพียงใดก็ตาม

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ... คุณอลัน” ในที่สุดเธอก็เอ่ยตอบ เสียงแผ่วเบากว่าที่ตั้งใจไว้มาก

“ราตรีสวัสดิ์... ไอรีน” เขาตอบกลับนุ่มนวล นับเป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยเรียกเพียงชื่อของเธอ โดยไร้ซึ่งคำนำหน้าใดๆ

ไอรีนเดินเข้าบ้านด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวไม่หยุด เธอปิดประตูและพิงหลังเข้ากับบานไม้ครู่หนึ่ง หลับตาลงทบทวนทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ ทั้งความหรูหราของงานเลี้ยง ความรุนแรงที่เธอได้เห็นจากอลัน และความอ่อนโยนล้ำลึกที่เขามอบให้เธอผ่านแววตาคู่นั้น

เธอรู้ดีว่า เส้นแบ่งระหว่างความอันตรายกับแรงดึงดูดใจที่มีต่อชายผู้นี้กำลังพร่าเลือนลงไปทุกที และในค่ำคืนนี้เองที่เธอเริ่มตระหนักว่า ไม่ว่าเธอจะพยายามรักษาระยะห่างไว้มากเพียงใด หัวใจของเธอก็อาจไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของเธออีกต่อไปแล้ว

“ต่อสายหาไอ้อเล็กซ์ ส่งคำสั่งกูลงไป จัดการไอ้หมาตัวผู้ที่ริอาจมาแตะต้องของของกู ”นํ้าเสียงฉุนเฉียวเอ่ยผ่านไรฟันเอ่ยบอกแม็กซ์

อลันหมุนโทรศัพท์เครื่องหรูในมือด้วยอารมณ์ที่ยังคงกรุ่นไปด้วยไฟโทสะ แสงไฟจากโทรศัพท์ ฉายกระทบเข้าใบหน้าคมเข้มที่บัดนี้เรียบตึงจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมที่เคยส่องประกายนุ่มนวลชั่วครู่ให้ไอรีน บัดนี้กลับดับแสงลงจนเหลือเพียงความเหี้ยมเกรียม

เขายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู รอเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายก็กดรับด้วยความรวดเร็ว

“ครับนาย...”น้ำเสียงของอเล็กซ์ ลอดออกมาจากสายด้วยความนอบน้อมและสำผัสถึงความรุนแรงของอารมณ์ผู้เป็นนายดี

“มือข้างซ้ายมันแตะตัวเธอ... ถึงสองครั้ง”อลันเอ่ยเสียงเรียบต่ำ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักอึ้งเหมือนจะหลุดการควบคุม

“ลากตัวมันออกไป ให้มันเรียนรู้ว่าการยื่นมือต่ำตมของมันมายุ่งกับของที่เป็นของของกู... ผลลัพธ์มันเป็นยังไง”

“รับทราบครับนาย ถึงตายมั้ยครับ?”

“ทำให้กูแน่ใจว่าชีวิตที่เหลือของมันจะไม่สามารถใช้มือข้างนั้นแตะต้องอะไรได้อีก... เลาะกระดูกมันออกมาทีละชิ้น ถ้ามันยังไม่ตาย ก็นำมือข้างนั้นใส่กล่องแล้วบรรจุอย่างดี ส่งไปให้ครอบครัวมันดูเป็นขวัญตา”

“ครับนาย ผมจะจัดการให้เรียบร้อยที่สุด”

“อเล็กซ์...”อลันเว้นจังหวะ น้ำเสียงแฝงความอำมหิตจนปลายสายยังต้องเกร็งตัว

“อย่าให้มีหลักฐานหลงเหลือ ฉันไม่อยากเห็นขยะชิ้นไหนอยู่ในสายตาอีก”

อลันกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ เขาหมุนตัวกลับไปทอดสายตามองขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้านพักหลังเล็ก แสงไฟนวลในห้องนอนของไอรีนเพิ่งสว่างขึ้นผ่านม่านบาง

ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากตัวเอง ความรู้สึกยึดติด บิดเบี้ยว และความอยากเป็นเจ้าของกำลังกัดกินหัวใจของเขาอย่างหนักหน่วง เขารู้ดีว่าตัวตนที่แท้จริงของเขามันอันตรายและมืดมนเกินกว่าที่ผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างเธอจะจินตนาการถึง แต่ในเมื่อเธอหลุดเข้ามาในอาณาเขตของเขาแล้ว เขาก็ไม่มีวันปล่อยเธอไปเป็นอันขาด

ต่อให้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างแค่ไหน ต่อให้เธอต้องสร้างกำแพงสูงเสียดฟ้าเพื่อปกป้องตัวเอง หรือพยายามเก็บความกล้ำกลืนหัวใจที่เต้นระรัวนั้นไว้แค่ไหน เธอไม่มีวันหนีไปจากวงล้อมพันธนาการของเขาได้ เพราะถ้าโลกภายนอกมันทำให้เธอต้องแปดเปื้อน เขาก็จะขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คำมั่นสัญญา

    หกเดือนผ่านไปอย่างเงียบงัน ราวกับกาลเวลาได้ตั้งใจทอดตัวให้ทุกบาดแผลค่อยๆ สมานลงทีละน้อย คฤหาสน์หลังงามใจกลางเมืองซึ่งครั้งหนึ่งเคยปกคลุมด้วยเงาแห่งความหวาดระแวง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สด เสียงหัวเราะแผ่วใส และแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาแต้มพื้นหินอ่อนเป็นประกายอ่อนโยน ทุกมุมของบ้านคล้ายได้รับชีวิตใหม่ อลันยังคงอยู่เคียงข้างไอรีนไม่ห่าง ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เขาเฝ้าดูชีวิตของเธออย่างใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยที่สุด ไอรีนในชุดคลุมท้องสีอ่อนยืนอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสงบ หน้าท้องที่นูนขึ้นตามอายุครรภ์หกเดือนทำให้เธอดูอ่อนโยนกว่าเดิมอย่างประหลาด และทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนชีวิตน้อยๆ ใต้ฝ่ามือ อลันก็มักจะมองภาพนั้นด้วยแววตาแน่นิ่งลึกซึ้ง ราวกับทั้งโลกของเขาถูกย่ออยู่ตรงหน้าเพียงเท่านี้หลังการขอแต่งงานในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงเทียนและคำสัญญา งานวิวาห์ของทั้งคู่ก็ผ่านพ้นไปอย่างงดงาม มิใช่เพราะความหรูหราของสถานที่หรือเสียงชื่นชมจากผู้คน หากเพราะในวันนั้น ไอรีนได้เห็นชายผู้เคยแบกรับทุกอย่างเพียงลำพังยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยหัวใจที่เปิดเผยที่สุด อลันไม

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คลี่คลาย 1.2

    "เธอเหนื่อยมามากแล้วนะไออุ่น..." แม็กซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง มือหนาที่แข็งแรงขึ้นตามลำดับเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้เบาๆ "ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม เธอยอมทิ้งชีวิตตัวเองมานั่งเฝ้าผู้ชายเลือดเย็นอย่างฉัน... ไม่เหนื่อยบ้างเลยหรือไง"ไออุ่นส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมของเขาอย่างมั่นคง“เหนื่อยดิ คิดว่าฉันเป็นหุ่นยนต์หรือไง” ไออุ่นตอบทันควัน ทำเอาแม็กซ์ชะงักไปเล็กน้อย เธอถอนหายใจพรืดแล้วเหลือบมองเขาด้วยแววตาดื้อๆ “แต่เหนื่อยแล้วไง นายยังหายใจอยู่ ฉันก็ต้องดูแลต่อสิ คนอย่างนายถ้าปล่อยไว้คนเดียวไม่เกินครึ่งวันก็คงดื้อจนแผลฉีกอีก แล้วก็อย่ามาทำหน้าเหมือนตัวเองเป็นภาระนะ ฉันไม่ชอบ” น้ำเสียงห้าวของเธอแข็งอยู่เพียงเปลือกนอก แต่ท้ายประโยคกลับเบาลงเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอย่างอ่อนโยน “อีกอย่าง...ถ้าวันนั้นไม่มีนาย ฉันก็คงไม่ได้มายืนด่านายตรงนี้เหมือนกัน เพราะงั้นเลิกคิดมาก แล้วกินซุปซะ”แม็กซ์มองเธออยู่ครู่ใหญ่ เหมือนต้องการแน่ใจว่าทุกคำของเธอเป็นจริง “ฉันเคยคิดว่าถ้าไม่ผูกพันกับใคร ก็จะไม่มีใครใช้เป็นจุดอ่อนของฉันได้” เขาพู

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คลี่คลาย 1.1

    เวลาล่วงเลยผ่านไป ราวกับ เพื่อปล่อยให้ร่างกายที่บอบช้ำและหัวใจที่ผ่านคืนเลวร้ายได้ค่อยๆ เยียวยาตัวเอง บ้านพักริมทะเลหลังเดิมซึ่งเคยเป็นสมรภูมิของเสียงปืน ถูกซ่อมแซมทีละส่วนจนเกือบไม่เหลือร่องรอยของคืนนั้น รอยกระสุนบนเสาไม้หน้าระเบียง แม้ช่างจะเสนอให้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ไออุ่นกลับขอให้เก็บรอยเล็กๆ รอยหนึ่งไว้ มันอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเสียจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สำหรับเธอ รอยนั้นไม่ใช่อนุสรณ์ของความรุนแรง หากเป็นเครื่องเตือนใจว่าพวกเขารอดมาแล้วจริงๆ และชีวิตหลังจากนี้ไม่ควรถูกใช้ไปกับการหวาดกลัวเพียงอย่างเดียวในสัปดาห์แรก บ้านทั้งหลังยังมีกลิ่นสี กลิ่นยาฆ่าเชื้อ และกลิ่นเค็มของทะเลปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร เสียงค้อนจากช่างซ่อมดังขึ้นตั้งแต่สายและเงียบลงก่อนตะวันตกดิน ไออุ่นเป็นคนเดินตรวจทุกมุมด้วยตัวเอง เธอถามตั้งแต่ชนิดของสกรูที่ใช้ยึดบานพับ ไปจนถึงระยะเวลาสำรองไฟของสัญญาณเตือนภัย นายช่างวัยกลางคนพยายามอธิบายอย่างละเอียด ทว่าเมื่อเห็นหญิงสาวกอดอกขมวดคิ้ว เขาก็รีบยืนยันว่าได้ทดสอบทุกอย่างแล้วถึงสามรอบ เธอพยักหน้าเพียงนิด ก่อนทิ้งท้ายเสียงห้าวว่า “ดี ถ้าดังช้ากว่าคนร้ายครึ

  • ใต้กลลวงของคนเลว   บทสรุป 1.2

    ครั้งหนึ่ง วิกเตอร์เคยเชื่อว่าโซเฟียไม่ใช่น้องสาวของอลันจริงๆ เชื่อหลักฐานปลอมที่ถูกจัดฉาก เชื่อในศักดิ์ศรีของตนมากกว่าดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาวคนนั้น คืนที่เขาลงมือ เขาจำได้ว่าโซเฟียไม่ได้ร้องขอชีวิตให้นานนัก เธอเพียงเรียกชื่อเขาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นจนแทบไม่เป็นคำ เหมือนคนที่ยังเชื่อว่าเขาจะหยุดได้ในวินาทีสุดท้าย ทว่าความโกรธในตอนนั้นทำให้เขาหูหนวกและตาบอด เขาเลือกจะฟังเสียงของตนเองมากกว่าความจริง และเมื่อความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาในคืนนี้ มันจึงไม่ใช่เพียงภาพอดีต หากเป็นคำพิพากษาที่ไม่มีศาลใดเมตตาได้อีกเสียงหัวเราะของวิกเตอร์แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นที่บิดเบี้ยวและเจ็บปวด เขาทรุดลงกับพื้นชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาว่างเปล่า คนที่เคยเชื่อว่าตนควบคุมทุกอย่างได้กำลังแตกสลายอยู่ตรงหน้าทุกคน เขาล้วงปืนออกมาจากเสื้อคลุมด้วยมือที่สั่นเทา ปลายกระบอกปืนยกขึ้นจ่อขมับตนเองอย่างเชื่องช้า “โซเฟีย...พี่ขอโทษ” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากเขาเหมือนเสียงของคนที่ถูกความผิดบาปฉีกทึ้งจนไม่เหลือศักดิ์ศรีใด ๆ อีกต่อไป อลันตะโกนห้าม แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะใช้คำพูดหยุดยั้งได้วา

  • ใต้กลลวงของคนเลว   บทสรุป 1.1

    ค่ำคืนนั้น คฤหาสน์หลังใหญ่จมอยู่ใต้ความเงียบอันหนักอึ้ง ราวกับทุกเสียงในโลกถูกกลืนหายไปพร้อมกับความหวังที่ค่อย ๆ ริบหรี่ลงในหัวใจ ไอรีนนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมมานานเกินกว่าจะนับเวลาได้ สองมือของเธอประสานแน่นจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกขณะพึมพำคำภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาคู่สวยแดงช้ำจากการร้องไห้ แต่เธอก็ไม่กล้าปิดเปลือกตาลงแม้เพียงวินาทีเดียว เพราะทุกครั้งที่หลับตา ภาพของไออุ่น น้องสาวสุดที่รัก ก็จะฉายชัดขึ้นมาในความมืดด้วยใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่มีใครรู้ว่าจะไปถึงทันหรือไม่ ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเธออย่างเงียบงัน หากวันนั้นเธอระวังมากกว่านี้ หากเธอปกป้องน้องได้ดีกว่านี้ เหตุการณ์ทั้งหมดอาจไม่เดินทางมาถึงจุดที่ทุกลมหายใจต้องแลกกับความหวาดหวั่นเช่นนี้ก็เป็นได้ภายในบ้าน ไม่มีใครกล้าพูดเสียงดัง ผู้ติดตามยืนกระจายตัวอยู่ตามมุมห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสียงนาฬิกาบนผนังดังติ๊กต่อกเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าในความรู้สึกของไอรีน มันกลับดังราวกับเสียงตอกย้ำวินาทีแห่งการรอคอยอันโหดร้าย ทุกนาทีที่ผ่านไปหมายถึงอันตรายที่อาจเพิ่มขึ้นอีกห

  • ใต้กลลวงของคนเลว   เงื่อนงำที่คลี่คลาย

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของอลันหนักอึ้งราวกับอากาศทั้งหลังถูกกดทับด้วยเงามืดแห่งความสูญเสีย ทุกคนในบ้านต่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาเกินความจำเป็น เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดที่วิ่งเข้าออกด้านนอกดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ภายในห้องรับรองใหญ่กลับเต็มไปด้วยความเงียบที่บีบรัดหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด ๆไอรีนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ร่างบางสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เมื่อภาพน้องสาวเพียงคนเดียวถูกพาตัวไปยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ไออุ่น... ฮึก... อลัน ไออุ่นจะเป็นอะไรไหม” เสียงของเธอสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “ฉันควรอยู่กับน้อง ฉันไม่ควรปล่อยให้น้องต้องเจอเรื่องแบบนั้นเลย”อลันนั่งอยู่ข้างเธอ แขนแกร่งโอบร่างคนที่กุมหัวใจของเขาเอาไว้แน่น เขากดศีรษะทุยของเธอให้ซบลงกับอกกว้าง แล้วลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลม แม้สีหน้าของเขาจะนิ่งขึง แต่แววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกผิดกัดกินอยู่ลึก ๆ ในใจ เขาเป็นคนที่ควรปกป้องทุกคนในครอบครัว แต่ในค่ำค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status