Masuk"ทำไมถึงท้อง?" เขากำที่ทดสอบตั้งครรภ์ที่เห็นในถังขยะในห้องน้ำออกมาถามคนตัวเล็กที่นอนหลับอ่อนเพลียบนเตียง เสียงของเขาที่ดังกว่าปกติทำให้เธอสะดุ้งตื่น "ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองท้องนิ่ม" เขาถามพร้อมยกที่ตรวจครรภ์ในมือขึ้นให้เธอดู "แล้วทำไมหมอไม่ใส่ถุงยาง?" สาวเจ้าถามกลับด้วยความผิดหวังเมื่อได้ยินน้ำเสียงแข็งกร้าวและสีหน้าโกรธของทัชชกร "หมอก็ให้นิ่มกินยาคุมแล้วไง ทำไมหมอต้องใส่ถุงยาง" ทัชชกรตอบกลับเสียงห้วนและยิ่งทำให้ใจพยาบาลสาวเจ็บจี๊ด "หมอรู้ไหมว่าหมอเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน หมอเองก็เป็นหมอและก็รู้ว่ายาคุมมันไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าหมอไม่อยากให้นิ่มท้อง หมอก็ต้องป้องกันด้วย" สาวเจ้าตะโกนตอบกลับไปด้วยโทสะเช่นกัน "สรุปคืออยากให้หมอรับผิดชอบตบแต่งเป็นเมียใช่ไหม" "ถ้าหมอยังพอมีจิตสำนึกความเป็นลูกผู้ชายอยู่บ้างก็ควรรับผิดชอบนิ่ม และอย่าคิดให้นิ่มไปเอาลูกออกเด็ดขาด นิ่มไม่ทำ" สาวน้อยเอ่ยตอบสวนกลับพร้อมลุกลงจากเตียงนอนมายืนประจันหน้าเขา ตอนนี้เธอจุกในอกจนร้องไห้ไม่ออกแล้ว ไม่คิดว่าพ่อของลูกจะคิดกับตัวเองแบบนี้
Lihat lebih banyakถ้าพานวิยาไปคอนโดเธอ เธอคงให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่ออกมาแน่ เขาจึงเลือกมาคอนโดของตัวเอง แม้จะไกลจากโรงพยาบาลสามไฟแดงก็ตาม พอมาถึงเขาก็อุ้มคนตัวเล็กแต่ทว่าอวบอิ่มขึ้นกว่าเดิม เพราะตอนนี้นวิยาไม่ได้ตัวคนเดียว แต่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอาศัยอยู่ในตัวด้วย
พออุ้มขึ้นมาบนห้องหรูของตนเอง เขาก็วางนวิยาลงบนโซฟาด้วยความระมัดระวัง แล้วตัวเองก็นั่งลงข้างหญิงสาวเบียดบนโซฟาตัวเดียวกันกอดรั้งเธอไว้ไม่ให้ลุกหนีหรือขยับเปลี่ยนไปนั่งโซฟาอีกตัว
“ปล่อยนิ่มเดี๋ยวนี้หมอหมา”
“ไม่ปล่อย เราต้องคุยกัน หมอบอกนิ่มแล้วไง”
“คุยได้ค่ะ แต่ปล่อยนิ่มก่อน หมอหมาไม่มีสิทธิ์มาแตะเนื้อต้องตัวนิ่ม”
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะมีสิทธิ์แตะเนื้อต้องตัวเมียตัวเองล่ะฮึ”
“หมอหมาเลิกพูดคำว่า ‘เมีย’ สักทีเถอะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน หรือว่าเพราะเจ้าสาวหนีไปเลยคิดจะกลับมาหานิ่มคะ ขอโทษนะคะ นิ่มไม่ใช่ของเล่นของตายของหมอที่นึกจะกลับมาหาตอนไหนก็ได้ค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันตั้งแต่แรกและตอนนี้ก็เหมือนกันค่ะ” เธอพูดพร้อมดันหน้าของเขาที่ซุกกับซอกคอระหงของตนเองออกห่าง
“นิ่มก็ไม่ใช่ของเล่นของตายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นิ่มเป็น ‘เมีย’ หมอ และตอนนี้ก็ยังเป็นเมียหมออยู่ แถมยังอุ้มท้องลูกหมอด้วย”
“หมอหมาพูดไม่เข้าใจรึไงคะว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ปล่อยนิ่มได้แล้วค่ะ และอย่าเอาหน้ามาใกล้ได้ไหม เกลียดค่ะ!” นวิยาตอบกลับด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองน้อยใจอยู่ในอก ด้วยคิดว่าเขานั้นเห็นตนเองเป็นเพียงของเล่นที่คิดอยากมาหาก็มา ฝันไปเถอะ! เธอไม่ใช่นวิยาคนอ่อนแอที่เชื่อฟังเขาทุกอย่างและมองเขาเป็นคนแสนดีแล้ว เพราะได้รู้จักเนื้อแท้ของทัชชกรแล้วว่าเป็นคนเช่นไร
นายแพทย์หนุ่มตีมึน ไม่สนใจคำว่า ‘เกลียด’ ของนวิยา แม้จะเจ็บแปลบในอก แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้น ถ้ายอมก็แสดงว่าเขาต้องยอมตลอด ตอนนี้เขาต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้พยาบาลสาวกลับสู่อ้อมกอดตัวเอง
“ให้อภัยฉันสักครั้งไม่ได้เหรอนิ่ม เพื่อลูกของเรา” เขายังคงกอดเธอแน่นไม่ยอมปล่อย
“ให้อภัยเหรอคะ? หมอหมาทำอะไรผิดคะ นิ่มถึงต้องให้อภัย หมอให้นิ่มยืมเงิน นิ่มก็นอนกับหมอขัดดอกแล้วนี่คะ มีอะไรที่หมอทำผิดคะ”
“หมอ...” เขาตอบไม่ได้ เพราะที่เธอพูดมานั้นคือความผิดของเขาทั้งหมด
“ตรงไหนที่หมอหมาผิดคะ บอกนิ่มมาสิคะ นิ่มจะได้ให้อภัยถูก”
“ที่นิ่มพูดมาคือความผิดหมอทั้งหมด หมอผิดที่ฉวยโอกาสยามนิ่มเดือดร้อนเอาเปรียบนิ่ม”
“เหรอคะ รู้แล้วทำไมถึงทำ”
“ก็หมออยาก ‘ได้’ นิ่ม ถ้าไม่ทำแบบนั้น นิ่มจะเป็นของหมอเหรอ”
ก็จริงที่ทัชชกรพูด หากไม่ทำแบบนี้ เธอกับเขาคงไม่มีทางได้แนบชิดกัน และเธอคงได้แต่แอบมองเขาห่างๆ ไม่มีโอกาสได้รู้จักทัชชกรแบบลึกซึ้งจน ‘ท้อง’ ลูกของเขาแน่นอน
“เลว! เห็นแก่ตัว ปล่อยนิ่มได้แล้วค่ะ นิ่มจะกลับ อีกอย่างเรื่องนี้เราจะไม่พูดกันอีกแล้วนะคะ ถ้าอยากรับผิดชอบลูกก็คุยกันเฉพาะเรื่องลูกค่ะ ไม่ต้องมาทำแบบนี้ ไม่ต้องมายัดเยียดตัวเองให้นิ่ม นิ่มไม่ต้องการหมอหมาค่ะ”
เขายอมให้เธอด่าว่า ‘เลว’ โดยไม่โต้เถียง
“ปล่อยได้แล้วค่ะ” แล้วนวิยาก็แกะมือของเขาออกจากเอวของตนเอง
“หมอไปส่งนิ่มนะ นิ่มไม่ได้เอากระเป๋ามาด้วย”
“ให้ค่ารถนิ่มก็พอค่ะ นิ่มเรียกรถกลับเอง และคืนกุญแจมอเตอร์ไซค์นิ่มมาด้วยค่ะ พรุ่งนี้นิ่มจะไปฝากท้อง นิ่มเขียนชื่อหมอหมาเป็นพ่อของลูกได้ใช่ไหมคะ”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ นั่นลูกของหมอเหมือนกัน”
“ค่ะ ระหว่างเราหวังว่าหมอหมาจะเข้าใจนะคะว่าเราจะคุยกันเฉพาะเรื่อง ‘ลูก’ เท่านั้น ส่วนเรื่องส่วนตัว เราจะไม่ยุ่งเรื่องของกันและกัน หมอหมาอยากไปมีใครก็เชิญ ถึงไม่ได้แต่งงานกับหมอษาแล้วจะไปมีคนอื่นอีก นิ่มก็ไม่แคร์ ไม่สนใจค่ะ”
“แต่หมอแคร์และสนใจถ้านิ่มจะไปมีคนใหม่ นิ่มเป็นของหมอ” คนขี้หวงเอ่ยตอบกลับ
“เอ๊ะ! ไม่เข้าใจที่นิ่มพูดเหรอคะหมอหมาว่าเราไม่เกี่ยวข้องกัน เราจะคุยกันแต่เรื่องลูก”
อือ!
เขาครางรับแบบขอไปที จะใช้เรื่องลูกเพื่อเข้าหาเธอและไม่มีทางที่นวิยาจะใจแข็งไปได้นาน เพราะสองปีที่ทำงานด้วยกัน เขารู้จักหญิงสาวดี
“นิ่มจะกลับค่ะ” แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวลงไปส่ง หมวกกันน็อกนิ่มอยู่ในรถหมอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พรุ่งนี้ค่อยเอาให้ก็ได้ แต่ตอนนี้ขอกุญแจมอเตอร์ไซค์ให้นิ่มก่อน ขอค่ารถด้วยค่ะ”
“หมอไม่มีเงินสดติดตัว หมอมี...”
“งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ นิ่มจะให้รถไปส่งที่โรงพยาบาลเอามอเตอร์ไซค์แล้วเอาเงินให้เขาเองค่ะ”
“ไม่ๆ หมอมี เดี๋ยวเอาให้” แล้วเขาก็ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเปิดหยิบแบงก์สีเทาให้เธอหนึ่งใบ
“เดี๋ยวพรุ่งนี้นิ่มคืนให้นะ”
“ไม่ต้องคืนหรอก เงินหมอก็เหมือนเงินนิ่ม”
“จะเหมือนได้ยังไงคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ขอตัวนะคะ” แล้วเธอก็หยิบรับเงินและกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ตนเองที่เขาส่งให้เดินออกไป
ทัชชกรมองดูคนที่เดินออกไปจากห้องและมองประตูห้องของตนเองปิดสนิทแล้วก็เอนตัวพิงพนักโซฟา
“หมอไม่เชื่อหรอกว่านิ่มจะใจแข็งกับหมอจนให้อภัยหมอไม่ได้ นิ่ม” เขาพึมพำกับตนเองแล้วยกมือขึ้นนวดคลึงขมับให้ผ่อนคลาย ปกตินวิยาจะไม่ตอบโต้ ไม่เถียงและไม่โต้แย้ง แต่นวิยาคนนี้ทำให้เขาตื่นเต้นและสนุกที่ได้ต่อปากต่อคำกับพยาบาลสาวและมันก็จั๊กจี้ใจเหลือเกิน จากเมื่อก่อนจั๊กจี้อยู่แล้ว พอเธอดื้อพยศ เขาก็ยิ่งใจสั่นแรง
“แต่พวกเราไม่เคยกินอาหารไทยนะครับนาย เขาบอกว่ารสเผ็ด” อีธานเอ่ยบ้าง “มันจะเผ็ดแค่ไหนกัน ไม่เคยก็ต้องลอง เพราะเมียของฉันเป็นคนไทย นายหญิงของพวกแกเป็นคนไทย หัดกินไว้จะได้ชิน”ซามูเอลตอบกลับพร้อมมองไปรอบๆ ร้านเพื่อหาคนตัวเล็กที่ตนคิดถึง พอเท้าเหยียบพื้นประเทศไทย เขาก็ตรงมายังร้านอาหารของปดิวรดาทันที ทั้งสามเดินทางกันมาอย่างลับๆ แต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป เสื้อยืด กางเกงยีนส์เหมือนคนทั่วไป แต่ก็ยังดึงดูดความสนใจให้สาวๆ และผู้คนที่พบเห็นด้วยหน้าตาที่หล่อเด่นเป็นสง่าทรงเสน่ห์ทำให้ผู้หญิงที่เดินผ่านพบเห็นส่งยิ้มหวานให้ แต่ใบหน้าของทั้งสามก็ยังคงเรียบนิ่งเคร่งขรึมหาได้ส่งยิ้มกลับไม่“เค้ก” ซามูเอลเอ่ยชื่อของคนที่เพิ่งเดินออกมาจากประตูห้องครัวก็ลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ เจคอป อีธานมองตามสายตาของเจ้านายแล้วลุกขึ้นยืนตาม ส่วนเจ้านายได้เดินสาวเท้ายาวๆ ตรงไปหาคนตัวเล็กนำหน้าก่อนแล้วว้าย!เธอมั่วแต่คุยกับพนักงานไม่ได้ระวังตัวก็ถูกดึงกระชากเข้าไปกอด ด้วยความตกใจทำให้เธอร้อ
“ผมบอกให้หยุด! ปัง!” เมื่อมาเฟียร้ายไม่ยอมทำตามที่บอก ประสงค์ก็กดลั่นปืนขึ้นฟ้าทะลุเพดานห้องแล้วประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับคนของซามูเอลเล็งปืนมาทางประสงค์ “แค่ปืนลั่น ไม่มีอะไร พวกแกออกไป” ซามูเอลสั่งคนของตนเองห้าคนที่กรูเข้ามาในห้องทำงานให้ออกไปและทุกคนก็ทำตามคำสั่งอย่างไว ส่วนเขาก็ปล่อยร่างเล็กให้ยืนเองแล้วเดินกลับไปหาชายวัยกลางคนแล้วกดปืนในมือที่สั่นเทาของประสงค์มาชี้จ่อที่อกซ้ายของตนเอง “รู้ไหม ถ้าคิดจะยิงก็ต้องเด็ดขาด ยิงสิ! ถ้าฉันตาย มิสเตอร์สมโชคก็จะได้กลับบ้านของตัวเอง ยิงสิ!” ซามูเอลตะโกนในท้ายประโยคจนปืนในมือเหี่ยวย่นหลุดมือและเขาก็รับมันไว้ “งั้นก็พาลูกของมิสเตอร์สมโชคกลับไป แต่จำไว้เรื่องระหว่างฉันกับเค้กมันยังไม่จบ เอกสารสำคัญและหนังสือเดินทางของเค้ก ฉันจะให้อีธานเอามาให้ รอที่นี่แหละ” แล้วซามูเอลก็เดินถือปืนจากไป แต่ก่อนจะเดินผ่านปดิวรดาก็หยุดเท้าหนาแล้วตวัดแขนโอบเอวเล็กรั้งเข้ามาหา
“ผมขอหนังสือสัญญามิสเตอร์โลเปซ” เมื่อเช็ดน้ำตาให้ลูกสาวจนไม่เหลือคราบเปื้อนแก้มก็หันมาพูดกับมาเฟียหนุ่ม ‘เพิ่งนึกได้เหรอว่ามีฉันอยู่ด้วย’ ซามูเอลพึมพำในใจแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะทำงานโดยไม่ตอบแล้วดึงลิ้นชักนำซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาส่งให้ชายวัยกลางคน “สัญญานี้เป็นอันสิ้นสุด เงินผมก็ชดใช้ให้แล้ว ผมจะไม่มีวันมาเหยียบที่นี่อีก และเอกสารสำคัญของลูกสาวผมด้วย พวกหนังสือเดินทางที่มิสเตอร์โลเปซเก็บไว้” ประสงค์เอ่ยเมื่อรับซองเอกสารสัญญามาเปิดอ่านดูแล้ว “หึ! สัญญาระหว่างเราจบแล้ว แต่เรื่องระหว่างฉันกับเค้กมันยังไม่จบ” ซามูเอลแค่นขำแล้วลุกขึ้นเดินไปดึงกระชากร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วรั้งเข้ามากอดแน่น ไม่สนใจว่าพ่อของหล่อนจะอยู่ “อือ...ปล่อยนะคุณซามูเอล” ปดิวรดาขืนตัวเองยกสองมือดันหน้าอกแกร่งเพื่อไม่ให้หน้าอกของตัวเองเบียดแน่นไปกับหน้
ซามูเอลอยู่ที่กาสิโนตั้งแต่วันที่ให้เจคอปพาปดิวรดาไปส่งไว้ที่เซฟเฮ้าส์ของตนเองจนตอนนี้ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ อีธานก็เดินเข้ามาในห้องมาบอกว่าพ่อของปดิวรดามาขอพบ แน่นอนเขารู้ดีว่าพ่อของหล่อนมาเพื่อไถ่ตัวของหล่อนและเขาก็ต้องรักษาคำพูด “ให้คนของเราไปพาเค้กมาหาพ่อเธอ” เขาตอบเสียงเรียบไร้ความรู้สึกเหมือนเช่นเคย แต่อีธานรู้ว่าภายใต้ดวงตาดุดันและหน้าที่เรียบเฉยนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ทำไมเขากับเจคอปจะมองไม่ออกว่าตอนนี้เจ้านายหนุ่มหวั่นไหวเผลอใจให้กับดอกเบี้ยแสนสวยร่างเล็กชาวเอเชีย “ครับนาย” “มิสเตอร์สมโชคอยู่ไหนตอนนี้?” “อยู่ห้องรับรองลูกค้าครับ” “พามาที่ห้องทำงานฉัน” “ครับ” แล้วอีธานก็เดินออกไปจากห้องทำงานส่วนตัวของเจ้านายเพื่อไปทำตามคำ