Share

บทที่ 2

Author: อสูรกายเป็ด
ยามค่ำคืน ผมโพสต์รูปถ่ายเมื่อตอนกลางวันลงในฟีดโซเชียล

ในช่องคอมเมนต์พลันปรากฏข้อความหนึ่งที่ไม่ได้เห็นมานานแสนนาน

[ว้าว เมี่ยวเมี่ยวถ่ายรูปสวย ๆ ให้นายอีกแล้ว เจียงจั๋วหย่วน นายนี่น่าอิจฉาจริง ๆ เล๊ย!]

ผมเผลอเหม่อลอยไปชั่วขณะ

นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่เห็นคอมเมนต์แบบนี้

เมื่อก่อนถึงแม้จะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ซูหยู่เมี่ยวก็มักจะคอยถ่ายรูปชีวิตประจำวันให้ผมอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะที่บ้านพักสวัสดิการหรือที่โรงเรียน

สองสามวัน ผมก็มักจะโพสต์รูปครั้ง และทุกคนก็รู้กันดีว่ารูปพวกนั้นเป็นฝีมือการถ่ายของซูหยู่เมี่ยว

ทว่าตั้งแต่เจี่ยงจือเหย่ย้ายมาเรียนตอน ม.6 ทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไป

ผมเลื่อนลงดูฟีดตัวเอง

ที่แท้ผมก็ไม่ได้อัปเดตโซเชียลมานานครึ่งค่อนปีแล้วสินะ

ผมพิมพ์ตอบกลับคอมเมนต์ของเพื่อนคนนั้นไปว่า: [ไม่ใช่ซูหยู่เมี่ยวหรอก คนแปลกหน้าถ่ายให้น่ะ ฝีมือเธอเก่งมากจริง ๆ]

ผ่านไปไม่กี่นาที ซูหยู่เมี่ยวก็โพสต์รูปแบบเก้าช่องลงฟีดเช่นกัน

ทั้งหมดล้วนเป็นรูปของเจี่ยงจือเหย่

โพสต์สองโพสต์เรียงต่อกันบนล่าง กับวิวทะเลที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ ราวกับกำลังประชันแข่งขันกันอยู่กลาย ๆ

[ขอบคุณคนหล่อประจำห้องที่เป็นนายแบบให้ วันนี้ถ่ายรูปเพลินมือสุด ๆ ไปเลย]

เจี่ยงจือเหย่เข้ามาคอมเมนต์อย่างรวดเร็ว: [เพราะเมี่ยวเมี่ยวถ่ายเก่งต่างหากล่ะ วันนี้ฉันก็ฟินสุด ๆ เหมือนกัน อิอิ!]

ผมจ้องมองหน้าจออยู่นาน จนความรู้สึกคลื่นไส้จุกขึ้นมาในอก

สุดท้าย ก่อนที่หน้าจอมือถือจะดับลงตามเวลาล็อกอัตโนมัติ ผมก็กดไลก์ให้โพสต์ของซูหยู่เมี่ยวไปหนึ่งที

ช่างมันเถอะ

หลังจากนี้ ในชีวิตของเธอ ผมจะไม่ขอเข้าไปอยู่ในเฟรมอีกต่อไป

เช้าวันถัดมาตอนกำลังเดินลงบันได ผมก็เผชิญหน้ากับซูหยู่เมี่ยวตรงหัวมุมทางเดิน

ตอนแรกเธอกำลังก้มหน้าเล่นมือถือ พอสายตาเหลือบมาเห็นผม คิ้วสวยพลันขมวดเข้าหากันแน่น

“นายรู้ตัวไหมว่าเมื่อวานโดนแดดเผาจนกลายเป็นสภาพไหน?”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ปะติดปะต่อคำพูด เธอก็สับส้นสูงเดินลิ่ว ๆ ออกจากโรงแรมไปแล้ว

สิบนาทีผ่านไป เธอกลับมาพร้อมถุงจากร้านขายยา ก่อนจะแกะหลอดเจลว่านหางจระเข้แล้วยัดใส่มือผม

เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“ไหนนายบอกว่าช่างภาพคนนั้นถ่ายดีนักหนาไง?”

“แล้วทำไมถึงพาไปตากแดดเปรี้ยง ๆ จนคอไหม้ลอกขนาดนี้ล่ะ?”

ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ

เธออาจจะปากร้าย แต่ความห่วงใยที่ฉายชัดในแววตานั้น... ยังคงเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนจากในอดีต

ผมลอบถอนหายใจในอก ไม่ได้เอ่ยตอบอะไร เพราะไม่อยากเปิดศึกทะเลาะกับเธอในเวลานี้

วินาทีต่อมา เจี่ยงจือเหย่ก็เดินเข้ามาทัก

“อุ๊ย ทำไมกลายเป็นสภาพนี้ไปได้ล่ะ?”

“โชคดีนะที่เมื่อวานเมี่ยวเมี่ยวช่วยทาครีมกันแดดให้ฉันทั่วตัวแบบละเอียด ฉันเลยไม่โดนแดดเผาเลยสักนิด”

มือที่กำลังบีบเจลว่านหางจระเข้ของผมพลันชะงักกึก

ซูหยู่เมี่ยวเห็นมือที่ชะงักค้างของผม จึงเอ่ยอธิบาย “แผ่นหลังบางจุดจือเหย่ทาไม่ถึง ฉันก็เลยช่วยน่ะ”

ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเปิดหน้าต่างแชตของเธอกับผม

“เจลว่านหางจระเข้นี่ราคาเท่าไหร่? เดี๋ยวฉันโอนเงินคืนให้”

สีหน้าของซูหยู่เมี่ยวพลันบึ้งตึงลงทันตา “เจียงจั๋วหย่วน นายจะทำอะไร?”

ผมยังคงเงียบ

พวกเราโตมาด้วยกัน เรื่องเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ไม่เคยมานั่งแบ่งแยกเธอแบ่งแยกฉัน

การซื้อของให้กันและกันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาโดยตลอด

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ผมยื่นหลอดเจลว่านหางจระเข้คืนให้เธอ “ถ้าเธอไม่ยอมรับเงิน ฉันก็คงไม่สะดวกที่จะรับของเหมือนกัน”

เจี่ยงจือเหย่ทำสีหน้าไร้เดียงสา “จั๋วหย่วน โทษทีนะ นายโมโหเพราะคำพูดของฉันเหรอ?”

“แต่ฉันทาหลังตัวเองไม่ถึงจริง ๆ ก็เลยต้องรบกวนให้เมี่ยวเมี่ยวช่วย”

ซูหยู่เมี่ยวจ้องมองผมด้วยสายตาผิดหวัง “ช่วงสองวันนี้ทำไมนายถึงชอบอารมณ์เสียใส่อย่างไร้เหตุผลอยู่เรื่อยเลยนะ?”

“ทุกคนโต ๆ เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ช่วยควบคุมอารมณ์ให้มันนิ่งกว่านี้หน่อยได้ไหม?”

ผมโยนเจลว่านหางจระเข้ลงบนโต๊ะชาของโรงแรม แล้วเค้นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“ง่ายนิดเดียว งั้นหลังจากนี้พวกเราก็ไม่ต้องมาติดต่อยุ่งเกี่ยวกันอีกก็สิ้นเรื่อง”

ซูหยู่เมี่ยวขมวดคิ้วฉับ “เจียงจั๋วหย่วน! คำพูดแบบนี้คิดจะพูดออกมาก็พูดได้ตามใจชอบเลยเหรอ!”

ผมสวนกลับทันควัน “แล้วการช่วยผู้ชายทาครีมกันแดดที่หลัง คิดจะทาตามใจชอบก็ทาได้เลยเหรอ?”

ผมฉวยจังหวะที่ซูหยู่เมี่ยวอ้ำอึ้งพูดไม่ออก คว้ากระเป๋าแล้วเดินจากไปทันที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว   บทที่ 9

    เดือนกันยายน มหาวิทยาลัยหนานกั่งเปิดต้อนรับนักศึกษาใหม่อีกครั้งผมในฐานะสมาชิกสโมสรนักศึกษามีหน้าที่คอยช่วยต้อนรับและแนะนำเส้นทางอยู่ตรงประตูหน้ามหาวิทยาลัยยามที่เห็นซูหยู่เมี่ยวถือข้าวของพะรุงพะรังเดินเข้ามา ผมยังนึกว่าตัวเองตาฟาดไปเสียอีกซูหยู่เมี่ยวตาเป็นประกาย เธอรีบสับเท้าก้าวฉับ ๆ ตรงเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าผม“จั๋วหย่วน! ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยหนานกั่งแล้วนะ!”เธอรีบควักใบตอบรับเข้าเรียนออกจากกระเป๋า ส่งสายตาเว้าวอนและคาดหวังจ้องมองมาที่ผม“ฉันใช้เวลาหนึ่งปีเต็ม ๆ ในการก้าวเดินมาหานาย นายเห็นถึงความตั้งใจของฉันหรือยัง?”“หลังจากนี้พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันเหมือนสิบแปดปีที่ผ่านมาแล้วนะ ไม่ต้องแยกจากกัน”เธอชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือและปนเสียงร้องไห้ “ในเลนส์กล้องของฉัน หลังจากนี้จะมีแค่นายคนเดียวเท่านั้น”ผมขมวดคิ้วแน่น พร้อมถอยหลังหนีออกมาก้าวหนึ่ง“เธอจะดั้นด้นตามมาที่หนานกั่งทำไม? ฉันพูดกับเธอชัดเจนมากแล้ว พวกเราไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว”พอคิดว่าหลังจากนี้เธอจะคอยตามปรากฏตัวอยู่ในชีวิตของผม ความหงุดหงิดระอาใจก็พุ่งพรวดขึ้นมาจนฉุดไว้ไม่อยู่สีหน้าของซูหยู่เม

  • ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว   บทที่ 8

    สามเดือนต่อมา ผมกับเจียงเค่ออีก็ได้คบหากันเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมาก ไม่ได้มีพิธีสารภาพรักอลังการงานสร้างอะไรเพียงแค่มีอยู่วันหนึ่งหลังจากกลับมาจากถ่ายรูปนอกสถานที่ ผมเดินไปส่งเธอที่ใต้หอพัก แล้วจู่ ๆ เธอก็เขย่งเท้าขึ้นมาจูบผมเบา ๆผมตะลึงไปหนึ่งวินาที ก่อนจะยิ้มแล้วคว้าเธอเข้ามารวบไว้ในอ้อมกอดทว่าในวันถัดมา ข้อความไลน์ข้อความหนึ่งที่ได้รับ กลับทำลายอารมณ์สดใสของการเพิ่งเริ่มสวีตหวานในฐานะคู่รักลงจนหมดสิ้นเพื่อนมัธยมปลายที่ค่อนข้างสนิทกันคนหนึ่งทักแชตมาถามผม: “จั๋วหย่วน นายเคยบอกว่าแตกหักกับซูหยู่เมี่ยวไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พวกนายกลับมาคบกันอีกแล้วเหรอ?”ผมขมวดคิ้วแน่น ส่งสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำถามตอบกลับไปเขาเลยส่งภาพแคปหน้าจอภาพหนึ่งมาให้ในฟีดโซเชียลของซูหยู่เมี่ยว การอัปเดตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งหมดล้วนเป็นรูปถ่ายและคลิปวิดีโอของผมทั้งสิ้นเพื่อนคนเดิมส่งข้อความมาอีก: “ปกติฉันไม่ค่อยไถฟีดน่ะ วันนี้ไถมาเจอเลยลองย้อนเข้าไปดูถึงได้เห็นพวกนี้น่ะ”เขาแคปภาพส่งมาให้อีกหลายภาพแม้แคปชันประกอบแต่ละโพสต์ของซูหยู่เมี่ยวจะแค่สั้น ๆ แต่มันกลับเลี่ยนและชวนคลื่นไส้จน

  • ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว   บทที่ 7

    ผมกับเจียงเค่ออีแลกคอนแท็กกัน ช่วงที่ผมเพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ แล้วมีเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจ พอทักไปถามเธอ ก็มักจะได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้อย่างทันท่วงทีเสมอสัปดาห์นี้ชมรมถ่ายภาพจะออกไปถ่ายรูปนอกสถานที่กันที่เมืองข้างเคียง แต่ขาดนายแบบอยู่คนหนึ่ง เจียงเค่ออีเลยลองถามผมดูว่าอยากไปเที่ยวด้วยกันไหม[ค่าเดินทางชมรมออกให้ ออกค่าอาหารกลางวันให้ด้วยมื้อนึง]ผมตอบตกลงโดยแทบไม่ได้หยุดคิดเธอเคยช่วยตอบคำถามให้ผมตั้งหลายครั้ง ผมเองก็ควรจะหาโอกาสตอบแทนเธอสักหน่อยตลอดทั้งวันของการถ่ายทำ ทำให้ผมได้รู้จักและเข้าใจตัวตนของเจียงเค่ออีลึกซึ้งยิ่งขึ้นตอนที่เธอสอนสมาชิกใหม่ เธอจะใช้น้ำเสียงพอดิบพอดี ค่อย ๆ แนะนำการปรับตั้งค่ากล้องทีละจุด แนะนำการใช้พร็อปประกอบฉากตอนถ่ายรูปให้สมาชิกที่อาสามาเป็นนายแบบนางแบบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรูปร่างหน้าตาแบบไหน หรือจะมีประสบการณ์มาก่อนหรือไม่ เธอไม่เคยขมวดคิ้วใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียวผมยืนมองอยู่ข้าง ๆ พลันนึกย้อนไปถึงการพบกันครั้งแรกที่ชายหาดเมื่อตอนฤดูร้อนความรักในเลนส์กล้อง... แท้จริงแล้วสามารถเป็นไปได้หลายรูปแบบไม่ได้มีเพียงความรักแบบคู่รักเท่านั

  • ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว   บทที่ 6

    สุดสัปดาห์ ซูหยู่เมี่ยวเดินทางมาถึงเมืองหนานกั่งเมื่อผมได้รับข้อความจากเธอ ก็ไม่ได้ลังเลที่จะเดินลงมาจากหอพักยังไงก็ต้องพูดคุยและเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเธอยืนรอผมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในมือถือถุงของขวัญมาจำนวนหนึ่งยามที่เห็นหน้าผม ความดีใจก็ฉายชัดขึ้นมาแทนที่ความอ่อนล้าบนใบหน้าของเธอ“จั๋วหย่วนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”เธอยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวขาเดินเข้ามาหาผมสองก้าวการไม่ได้เจอกันนานถึงสองเดือน นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่เราเคยต้องแยกจากกันจริง ๆผมกับซูหยู่เมี่ยวเกิดในห้องคลอดเดียวกัน เรียนรู้วิธีการก้าวเดินมาด้วยกัน เติบโตเรียนหนังสือมาด้วยกัน...เดิมทีผมเคยคิดว่า พวกเราจะได้สร้างครอบครัวด้วยกันเสียอีก“ทำไมล่ะ?”เธอมองผมด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ และเอ่ยทำลายความเงียบผมสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและเสียใจของเธอตรง ๆ“ซูหยู่เมี่ยว เธอจำได้ไหมว่าเธอถ่ายรูปให้ฉันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ไม่ใช่ตอนทริปท่องเที่ยวจบการศึกษานะ ครั้งนั้นเธอไม่ได้ถ่ายเลยด้วยซ้ำ หมายถึงช่วงก่อนหน้านั้นน่ะ”ซูหยู่เมี่ยวเผยอปากขึ้น พยายามจะตอบอย่างร้อนรนแต่กลับคิดคำตอบไม่ออกผ

  • ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว   บทที่ 5

    การรายงานตัวเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยเป่ยเฉิงในวันที่สองกำลังจะสิ้นสุดลงจำนวนนักศึกษาใหม่ที่ทยอยเข้ามาลงทะเบียนเริ่มบางตาลงจากความวุ่นวายในช่วงแรก กล้องของซูหยู่เมี่ยวบันทึกภาพใบหน้าแปลกหน้าไว้มากมายนับไม่ถ้วน ทว่ากลับไม่มีใครเลยที่เป็นคนที่เธอเฝ้าตามหาเดิมทีเธอตั้งใจจะถ่ายวิดีโอที่ระลึกการเข้าเรียนให้เจียงจั๋วหย่วน เพื่อที่จะได้จบเรื่องทะเลาะกันตอนไปเที่ยวให้มันผ่าน ๆ ไปแต่ตอนนี้...ซูหยู่เมี่ยวขมวดคิ้วแน่น เดินตรงไปยังจุดรายงานตัวของคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ เพื่อดูให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มองคลาดสายตาไปทว่าจากคำบอกเล่าของคณะประวัติศาสตร์ที่อยู่ข้าง ๆ กลับทำให้รู้ว่า นักศึกษาใหม่ของคณะเศรษฐศาสตร์ฯ ได้รายงานตัวครบหมดทุกคน และปิดโต๊ะเก็บของเรียบร้อยแล้วเป็นไปได้ไหมว่าเธอจะมองพลาดไปจริง ๆ?ซูหยู่เมี่ยวรีบส่งข้อความแชตหาเจียงจั๋วหย่วนทันที แต่ไม่มีการตอบรับพอกดโทรหา ก็ได้ยินแต่เสียงสัญญาณที่ไม่สามารถติดต่อได้จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำลง ซูหยู่เมี่ยวถึงสามารถโทรติดสายของเจียงจั๋วหย่วนได้ในที่สุดปลายสายมีเสียงดังจอแจ ราวกับกำลังอยู่ที่สถานีขนส่งก้อนหินที่ถ่วงอยู่ใน

  • ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว   บทที่ 4

    เช้าวันถัดมา ตอนกำลังรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ผมแจ้งกับทุกคนว่าผมจะเดินทางกลับก่อนกำหนดพอซูหยู่เมี่ยวได้ยินคำพูดของผม มือที่กำลังยื่นขนมปังให้เจี่ยงจือเหย่ก็ชะงักกึกเจี่ยงจือเหย่เอ่ยปากถามผมก่อน “จั๋วหย่วน นายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า หรือว่าเที่ยวไม่สนุกเหรอ?”ผมยิ้มรับเล็กน้อย “ก็สนุกดีนะ แต่จู่ ๆ ฉันก็อยากลองไปดูวิวทิวทัศน์ที่อื่นบ้างน่ะ”“เราจบทริปนี้กันตรงนี้กันเถอะ”“อีกอย่าง ฉันกับนายไม่ได้สนิทกัน ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อฉันอย่างสนิทสนมขนาดนั้น ฉันไม่ชอบ”ใบหน้าของเจี่ยงจือเหย่พลันปรากฏรอยความอับอายขึ้นมาทันทีซูหยู่เมี่ยวเอ่ยดุผมด้วยความไม่พอใจ “เจียงจั๋วหย่วน ทำไมถึงไม่มีมารยาทแบบนี้? จือเหย่เขาหวังดีห่วงใยนาย แล้วนายจะไปแขวะเขาทำไม?”“เป็นเพราะคำพูดพวกนั้นที่เพื่อน ๆ แซวในกลุ่มเมื่อคืนใช่ไหม?”“นายจะหึงหวงก็ได้ แต่ไม่ใช่มาลงอารมณ์ใส่จือเหย่ เพียงเพราะเขาอารมณ์ดีแบบนี้”ผมเห็นว่าตอนที่ซูหยู่เมี่ยวพูดคำว่า “หึงหวง” ออกมา ในแววตาของเธอแวบประกายความภาคภูมิใจของผู้ชนะอย่างเหนือกว่าจนถึงวินาทีนี้ สัญชาตญาณแรกของเธอก็ยังคงปกป้องเจี่ยงจือเหย่ แถมยังใช้ความเจ็บ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status