LOGIN
เดือนกันยายน มหาวิทยาลัยหนานกั่งเปิดต้อนรับนักศึกษาใหม่อีกครั้งผมในฐานะสมาชิกสโมสรนักศึกษามีหน้าที่คอยช่วยต้อนรับและแนะนำเส้นทางอยู่ตรงประตูหน้ามหาวิทยาลัยยามที่เห็นซูหยู่เมี่ยวถือข้าวของพะรุงพะรังเดินเข้ามา ผมยังนึกว่าตัวเองตาฟาดไปเสียอีกซูหยู่เมี่ยวตาเป็นประกาย เธอรีบสับเท้าก้าวฉับ ๆ ตรงเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าผม“จั๋วหย่วน! ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยหนานกั่งแล้วนะ!”เธอรีบควักใบตอบรับเข้าเรียนออกจากกระเป๋า ส่งสายตาเว้าวอนและคาดหวังจ้องมองมาที่ผม“ฉันใช้เวลาหนึ่งปีเต็ม ๆ ในการก้าวเดินมาหานาย นายเห็นถึงความตั้งใจของฉันหรือยัง?”“หลังจากนี้พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันเหมือนสิบแปดปีที่ผ่านมาแล้วนะ ไม่ต้องแยกจากกัน”เธอชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือและปนเสียงร้องไห้ “ในเลนส์กล้องของฉัน หลังจากนี้จะมีแค่นายคนเดียวเท่านั้น”ผมขมวดคิ้วแน่น พร้อมถอยหลังหนีออกมาก้าวหนึ่ง“เธอจะดั้นด้นตามมาที่หนานกั่งทำไม? ฉันพูดกับเธอชัดเจนมากแล้ว พวกเราไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว”พอคิดว่าหลังจากนี้เธอจะคอยตามปรากฏตัวอยู่ในชีวิตของผม ความหงุดหงิดระอาใจก็พุ่งพรวดขึ้นมาจนฉุดไว้ไม่อยู่สีหน้าของซูหยู่เม
สามเดือนต่อมา ผมกับเจียงเค่ออีก็ได้คบหากันเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมาก ไม่ได้มีพิธีสารภาพรักอลังการงานสร้างอะไรเพียงแค่มีอยู่วันหนึ่งหลังจากกลับมาจากถ่ายรูปนอกสถานที่ ผมเดินไปส่งเธอที่ใต้หอพัก แล้วจู่ ๆ เธอก็เขย่งเท้าขึ้นมาจูบผมเบา ๆผมตะลึงไปหนึ่งวินาที ก่อนจะยิ้มแล้วคว้าเธอเข้ามารวบไว้ในอ้อมกอดทว่าในวันถัดมา ข้อความไลน์ข้อความหนึ่งที่ได้รับ กลับทำลายอารมณ์สดใสของการเพิ่งเริ่มสวีตหวานในฐานะคู่รักลงจนหมดสิ้นเพื่อนมัธยมปลายที่ค่อนข้างสนิทกันคนหนึ่งทักแชตมาถามผม: “จั๋วหย่วน นายเคยบอกว่าแตกหักกับซูหยู่เมี่ยวไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พวกนายกลับมาคบกันอีกแล้วเหรอ?”ผมขมวดคิ้วแน่น ส่งสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำถามตอบกลับไปเขาเลยส่งภาพแคปหน้าจอภาพหนึ่งมาให้ในฟีดโซเชียลของซูหยู่เมี่ยว การอัปเดตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งหมดล้วนเป็นรูปถ่ายและคลิปวิดีโอของผมทั้งสิ้นเพื่อนคนเดิมส่งข้อความมาอีก: “ปกติฉันไม่ค่อยไถฟีดน่ะ วันนี้ไถมาเจอเลยลองย้อนเข้าไปดูถึงได้เห็นพวกนี้น่ะ”เขาแคปภาพส่งมาให้อีกหลายภาพแม้แคปชันประกอบแต่ละโพสต์ของซูหยู่เมี่ยวจะแค่สั้น ๆ แต่มันกลับเลี่ยนและชวนคลื่นไส้จน
ผมกับเจียงเค่ออีแลกคอนแท็กกัน ช่วงที่ผมเพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ แล้วมีเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจ พอทักไปถามเธอ ก็มักจะได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้อย่างทันท่วงทีเสมอสัปดาห์นี้ชมรมถ่ายภาพจะออกไปถ่ายรูปนอกสถานที่กันที่เมืองข้างเคียง แต่ขาดนายแบบอยู่คนหนึ่ง เจียงเค่ออีเลยลองถามผมดูว่าอยากไปเที่ยวด้วยกันไหม[ค่าเดินทางชมรมออกให้ ออกค่าอาหารกลางวันให้ด้วยมื้อนึง]ผมตอบตกลงโดยแทบไม่ได้หยุดคิดเธอเคยช่วยตอบคำถามให้ผมตั้งหลายครั้ง ผมเองก็ควรจะหาโอกาสตอบแทนเธอสักหน่อยตลอดทั้งวันของการถ่ายทำ ทำให้ผมได้รู้จักและเข้าใจตัวตนของเจียงเค่ออีลึกซึ้งยิ่งขึ้นตอนที่เธอสอนสมาชิกใหม่ เธอจะใช้น้ำเสียงพอดิบพอดี ค่อย ๆ แนะนำการปรับตั้งค่ากล้องทีละจุด แนะนำการใช้พร็อปประกอบฉากตอนถ่ายรูปให้สมาชิกที่อาสามาเป็นนายแบบนางแบบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรูปร่างหน้าตาแบบไหน หรือจะมีประสบการณ์มาก่อนหรือไม่ เธอไม่เคยขมวดคิ้วใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียวผมยืนมองอยู่ข้าง ๆ พลันนึกย้อนไปถึงการพบกันครั้งแรกที่ชายหาดเมื่อตอนฤดูร้อนความรักในเลนส์กล้อง... แท้จริงแล้วสามารถเป็นไปได้หลายรูปแบบไม่ได้มีเพียงความรักแบบคู่รักเท่านั
สุดสัปดาห์ ซูหยู่เมี่ยวเดินทางมาถึงเมืองหนานกั่งเมื่อผมได้รับข้อความจากเธอ ก็ไม่ได้ลังเลที่จะเดินลงมาจากหอพักยังไงก็ต้องพูดคุยและเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเธอยืนรอผมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในมือถือถุงของขวัญมาจำนวนหนึ่งยามที่เห็นหน้าผม ความดีใจก็ฉายชัดขึ้นมาแทนที่ความอ่อนล้าบนใบหน้าของเธอ“จั๋วหย่วนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”เธอยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวขาเดินเข้ามาหาผมสองก้าวการไม่ได้เจอกันนานถึงสองเดือน นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่เราเคยต้องแยกจากกันจริง ๆผมกับซูหยู่เมี่ยวเกิดในห้องคลอดเดียวกัน เรียนรู้วิธีการก้าวเดินมาด้วยกัน เติบโตเรียนหนังสือมาด้วยกัน...เดิมทีผมเคยคิดว่า พวกเราจะได้สร้างครอบครัวด้วยกันเสียอีก“ทำไมล่ะ?”เธอมองผมด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ และเอ่ยทำลายความเงียบผมสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและเสียใจของเธอตรง ๆ“ซูหยู่เมี่ยว เธอจำได้ไหมว่าเธอถ่ายรูปให้ฉันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ไม่ใช่ตอนทริปท่องเที่ยวจบการศึกษานะ ครั้งนั้นเธอไม่ได้ถ่ายเลยด้วยซ้ำ หมายถึงช่วงก่อนหน้านั้นน่ะ”ซูหยู่เมี่ยวเผยอปากขึ้น พยายามจะตอบอย่างร้อนรนแต่กลับคิดคำตอบไม่ออกผ
การรายงานตัวเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยเป่ยเฉิงในวันที่สองกำลังจะสิ้นสุดลงจำนวนนักศึกษาใหม่ที่ทยอยเข้ามาลงทะเบียนเริ่มบางตาลงจากความวุ่นวายในช่วงแรก กล้องของซูหยู่เมี่ยวบันทึกภาพใบหน้าแปลกหน้าไว้มากมายนับไม่ถ้วน ทว่ากลับไม่มีใครเลยที่เป็นคนที่เธอเฝ้าตามหาเดิมทีเธอตั้งใจจะถ่ายวิดีโอที่ระลึกการเข้าเรียนให้เจียงจั๋วหย่วน เพื่อที่จะได้จบเรื่องทะเลาะกันตอนไปเที่ยวให้มันผ่าน ๆ ไปแต่ตอนนี้...ซูหยู่เมี่ยวขมวดคิ้วแน่น เดินตรงไปยังจุดรายงานตัวของคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ เพื่อดูให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มองคลาดสายตาไปทว่าจากคำบอกเล่าของคณะประวัติศาสตร์ที่อยู่ข้าง ๆ กลับทำให้รู้ว่า นักศึกษาใหม่ของคณะเศรษฐศาสตร์ฯ ได้รายงานตัวครบหมดทุกคน และปิดโต๊ะเก็บของเรียบร้อยแล้วเป็นไปได้ไหมว่าเธอจะมองพลาดไปจริง ๆ?ซูหยู่เมี่ยวรีบส่งข้อความแชตหาเจียงจั๋วหย่วนทันที แต่ไม่มีการตอบรับพอกดโทรหา ก็ได้ยินแต่เสียงสัญญาณที่ไม่สามารถติดต่อได้จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำลง ซูหยู่เมี่ยวถึงสามารถโทรติดสายของเจียงจั๋วหย่วนได้ในที่สุดปลายสายมีเสียงดังจอแจ ราวกับกำลังอยู่ที่สถานีขนส่งก้อนหินที่ถ่วงอยู่ใน
เช้าวันถัดมา ตอนกำลังรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ผมแจ้งกับทุกคนว่าผมจะเดินทางกลับก่อนกำหนดพอซูหยู่เมี่ยวได้ยินคำพูดของผม มือที่กำลังยื่นขนมปังให้เจี่ยงจือเหย่ก็ชะงักกึกเจี่ยงจือเหย่เอ่ยปากถามผมก่อน “จั๋วหย่วน นายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า หรือว่าเที่ยวไม่สนุกเหรอ?”ผมยิ้มรับเล็กน้อย “ก็สนุกดีนะ แต่จู่ ๆ ฉันก็อยากลองไปดูวิวทิวทัศน์ที่อื่นบ้างน่ะ”“เราจบทริปนี้กันตรงนี้กันเถอะ”“อีกอย่าง ฉันกับนายไม่ได้สนิทกัน ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อฉันอย่างสนิทสนมขนาดนั้น ฉันไม่ชอบ”ใบหน้าของเจี่ยงจือเหย่พลันปรากฏรอยความอับอายขึ้นมาทันทีซูหยู่เมี่ยวเอ่ยดุผมด้วยความไม่พอใจ “เจียงจั๋วหย่วน ทำไมถึงไม่มีมารยาทแบบนี้? จือเหย่เขาหวังดีห่วงใยนาย แล้วนายจะไปแขวะเขาทำไม?”“เป็นเพราะคำพูดพวกนั้นที่เพื่อน ๆ แซวในกลุ่มเมื่อคืนใช่ไหม?”“นายจะหึงหวงก็ได้ แต่ไม่ใช่มาลงอารมณ์ใส่จือเหย่ เพียงเพราะเขาอารมณ์ดีแบบนี้”ผมเห็นว่าตอนที่ซูหยู่เมี่ยวพูดคำว่า “หึงหวง” ออกมา ในแววตาของเธอแวบประกายความภาคภูมิใจของผู้ชนะอย่างเหนือกว่าจนถึงวินาทีนี้ สัญชาตญาณแรกของเธอก็ยังคงปกป้องเจี่ยงจือเหย่ แถมยังใช้ความเจ็บ