Short
ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว

ในเลนส์ของเธอจะไม่มีฉันอยู่อีกแล้ว

By:  อสูรกายเป็ดKumpleto
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
9Mga Kabanata
2views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

วันที่สามของทริปท่องเที่ยวหลังเรียนจบ ในที่สุดกล้องของเธอ ซึ่งเป็นเพื่อนรักวัยเด็กก็จ่อมาที่ผมสักที ทว่าถ่ายไปได้เพียงไม่กี่นาที คิ้วสวยของเธอก็ขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจพร้อมกับหยุดการบันทึกภาพ “ไม่มีรูปไหนใช้ได้เลยสักรูป” เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย “เอ๋? ตอนเธอถ่ายเจี่ยงจือเหย่ แค่ยกกล้องถ่ายส่ง ๆ ยังออกมาสวยปังทุกรูปเลยนี่นา” ผมกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก ซูหยู่เมี่ยววางกล้องในมือลง แล้วหันมาพูดกับผม “พอแล้ว ไม่ถ่ายแล้ว” “อินเนอร์นายมันไม่ได้ ถ่ายยังไงก็ออกมาเหมือนเดิมนั่นแหละ” พูดจบ เธอก็คว้ามือเด็กสาวที่กำลังถือกล้องอยู่ข้างทางคนหนึ่งมา “นี่เพื่อน ช่วยถ่ายรูปให้เขาหน่อยสิ สักพักเดี๋ยวฉันมาจ่ายเงินให้” ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตอบรับ ซูหยู่เมี่ยวก็อุ้มกล้องวิ่งตรงไปหาเจี่ยงจือเหย่เสียแล้ว ยามที่เลนส์กล้องจดจ่อไปที่เจี่ยงจือเหย่ ปมที่ขมวดมุ่นบนคิ้วของเธอก็คลายออก พร้อมปรากฏรอยยิ้มพรายบนมุมปากทันที “หันหลังกลับมาแล้วก้มหน้าลงนิดหนึ่ง ใช่แบบนั้นแหละ หล่อมาก...” ผมยืนมองการถ่ายภาพที่เข้ากันได้ดีของทั้งคู่อย่างตะลึงงัน แล้วจู่ ๆ ก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตอันยาวนานขึ้นมา ผมเคยเอ่ยถามซูหยู่เมี่ยวว่า “ทำไมเธอถึงถ่ายรูปฉันออกมาดูดีได้ขนาดนี้ตลอดเลยล่ะ?” ตอนนั้นเธอยิ้มร่าพลางช่วยจัดทรงผมให้ผมอย่างเบามือ “ก็เพราะเลนส์มีความรัก ถ่ายยังไงก็ดูดีไปหมดไงล่ะ” ที่แท้ ตอนนี้ก็แค่หมดรักกันแล้วสินะ ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดเปลี่ยนตัวเลือกมหาวิทยาลัย จากเดิมที่เลือกที่เมืองเป่ยเฉิง ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่ซูหยู่เมี่ยวเลือกไว้ เปลี่ยนไปเมืองหนานกั่งที่อยู่ห่างออกไปไกลหลายร้อยไมล์แทน

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

หลังจากใช้เวลาเพียงสามนาทีในการเปลี่ยนมหาวิทยาลัย พอเงยหน้าขึ้นมา ผมถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าช่างภาพประจำแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกซูหยู่เมี่ยวคว้าตัวไว้แบบส่งเดชคนนั้นยังไม่ได้เดินจากไปไหน

ขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากขอโทษเด็กสาวตรงหน้าและบอกเธอว่าไม่ถ่ายแล้ว แต่เธอกลับชูกล้องขึ้นมาเสียก่อน พร้อมยิ้มออกมาอย่างสดใสและเปิดเผย

“นายช่วยอะไรหน่อยได้ไหม?”

“ฉันยังเป็นมือใหม่อยู่น่ะ เห็นนายแต่งตัวเข้ากับวิวตรงนี้ดี มาเป็นเรฟเฟอเรนซ์ให้ฉันหน่อยสิ”

“ฉันถ่ายให้ฟรี ถ้าภาพไม่สวยปังระดับเทพ เดี๋ยวฉันแถมเงินให้นายสี่พันเลยเอ้า!”

ผมถึงกับอึ้งกับคำพูดของเธอไปชั่วขณะ

แต่พอนึกดูอีกที ก็เลยพยักหน้าตกลง

ยังไงซะ วันนี้ผมก็ตั้งใจเซ็ตผมแต่งตัวมาเป็นอย่างดี

อีกอย่าง ผมเองก็ชอบการถ่ายรูปเหมือนกัน

ทว่าทริปท่องเที่ยวดำเนินมาถึงวันที่สามแล้ว ในเลนส์กล้องของซูหยู่เมี่ยวมีทั้งเกลียวคลื่นและพระอาทิตย์ตก มีทั้งรอยยิ้มอันสดใสไร้ความกังวลของเจี่ยงจือเหย่นับไม่ถ้วน... แต่กลับไม่เคยมีผมอยู่เลย

ผมไม่มีแม้แต่รูปถ่ายสวย ๆ สักรูปที่จะนำไปโพสต์ลงโซเชียลได้

พอเริ่มถ่าย เด็กสาวก็ตั้งใจถ่ายเป็นอย่างมาก คำแนะนำในการปรับท่าทางและสีหน้าของเธอนั้นทั้งอ่อนโยนและใจเย็น

เธอไม่เคยขมวดคิ้วใส่ผมแบบที่ซูหยู่เมี่ยวทำเลยสักครั้งเดียว

ใช้เวลาไม่นานการถ่ายก็เสร็จ เธอพลิกหน้าจอหลังกล้องส่งให้ผมดู

น่าแปลกใจมาก เพราะถ่ายออกมาดูดีเกือบแทบจะทุกรูป

ผมมองรูปอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยด้วยความตั้งใจว่า “ฉันว่าฉันจ่ายเงินให้เธอดีกว่า เธอถ่ายออกมาได้สวยมากเลยนะ”

ฝีมือระดับนี้ ไม่มีทางเป็นแค่มือใหม่อย่างที่เธออ้างแน่ ๆ

ทว่าเธอกลับยิ้มร่าพลางโบกมือปฏิเสธ “ฉันไม่ใช่ช่างภาพรับจ้างจริง ๆ หรอกนะ การที่เราได้เจอกันถือเป็นพรหมลิขิต ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ”

หลังจากส่งไฟล์รูปให้ผมเสร็จ เด็กสาวก็หมุนตัวเดินลับหายไปตามแนวชายหาด

ห่างออกไปไม่ไกล ซูหยู่เมี่ยวกับเจี่ยงจือเหย่ยังคงถ่ายรูปกันอยู่

ซูหยู่เมี่ยวกดชัตเตอร์รัว ๆ ทั้งคู่สบตากันจากระยะไกลและหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

ผมเดินเข้าไปตั้งใจจะบอกเพื่อน ๆ ว่าขอตัวกลับก่อน แต่เจี่ยงจือเหย่ที่เห็นผมเดินเข้ามากลับเอ่ยปากขึ้นมาก่อน

“พวกเรากำลังจะไปถ่ายรูปกันต่อที่เกาะเล็ก ๆ นู่นน่ะ จั๋วหย่วนจะไปเล่นด้วยกันไหม?”

ผมส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันรู้สึกเหนื่อย ๆ นิดหน่อย ขอตัวกลับโรงแรมก่อนดีกว่า”

ตอนนั้นเองซูหยู่เมี่ยวถึงยอมหันมามองผม เธอใช้สายตากวาดสำรวจผมอยู่ครู่หนึ่ง

“ไม่พอใจเหรอ? เป็นเพราะช่างภาพคนนั้นถ่ายรูปนายออกมาไม่สวยหรือไง?”

“ก็ธรรมดานั่นแหละ ตัวนายเองก็ถ่ายยากอยู่แล้ว คนทั่วไปที่ไหนจะมีอดทนคอยช่วยนายหามุมกล้องเหมือนฉันล่ะ”

ผมมองดูเด็กสาวที่ผมคอยถนอมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตรงหน้า หัวใจพลันบีบรัดจนเจ็บปวดไปหมด

ผมไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมหลังจากที่เจี่ยงจือเหย่ปรากฏตัวขึ้น เธอถึงได้กลายเป็นคนปากร้ายและใจดำได้ถึงขนาดนี้

ซูหยู่เมี่ยวคนเดิม ที่มีแต่คำชื่นชมและยอมรับในตัวผมเสมอมา เหมือนจะตายจากไปตั้งแต่ตอนที่เจี่ยงจือเหย่ย้ายโรงเรียนเข้ามาแล้ว

“เปล่า” ผมส่ายหัวปฏิเสธ “รูปที่เธอถ่ายให้ ฉันชอบมาก”

“ตอนนี้มันเป็นรูปถ่ายที่ฉันชอบที่สุดเลยล่ะ”

สีหน้าของซูหยู่เมี่ยวพลันแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที แววตาฉายความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็เค้นหัวเราะเยาะออกมาอย่างไม่แยแส “ก็แค่ไม่พอใจที่วันนี้ฉันไม่ได้ถ่ายรูปให้นายไม่ใช่เหรอ? ถึงขั้นต้องพูดจาน่าขำแบบนี้มาประชดฉันเลยหรือไง?”

“ช่างภาพริมถนนราคาถูก ๆ แบบนั้น จะไปถ่ายรูปดี ๆ อะไรออกมาได้”

“จือเหย่ พวกเราไปกันเถอะ”

เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินไปขึ้นเรือ

แต่เจี่ยงจือเหย่กลับดึงมือเธอไว้ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาไม่เห็นด้วย “จั๋วหย่วน เมื่อก่อนเมี่ยวเมี่ยวถ่ายรูปสวย ๆ ให้นายตั้งเท่าไหร่ นายพูดแบบนี้มันทำร้ายจิตใจกันเกินไปแล้วนะ ไม่รู้จักซาบซึ้งในบุญคุณเอาเสียเลย”

ซาบซึ้งเหรอ?

ซาบซึ้งที่เธอแปรเปลี่ยนหัวใจไปรักคนอื่น หรือซาบซึ้งที่เธอคอยพูดจาด้อยค่าผมครั้งแล้วครั้งเล่า?

เมื่อซูหยู่เมี่ยวได้ฟังสิ่งที่เจี่ยงจือเหย่พูด สีหน้าโกรธเคืองของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ช่างเถอะ ใช่ว่าทุกคนจะเข้าอกเข้าใจผู้อื่นเหมือนอย่างนายเสียหน่อย”

เธอจูงมือเจี่ยงจือเหย่แล้วค่อย ๆ เดินห่างออกไปทีละก้าว

ผมยืนหยุดอยู่กับที่ มองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่

ละลอกคลื่นซัดสาดเข้ามา ละอองน้ำทะเลรสเค็มปร่ากระเซ็นมาโดนริมฝีปากของผม

ช่างขมขื่น และฝาดปากเหลือเกิน

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
9 Kabanata
บทที่ 1
หลังจากใช้เวลาเพียงสามนาทีในการเปลี่ยนมหาวิทยาลัย พอเงยหน้าขึ้นมา ผมถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าช่างภาพประจำแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกซูหยู่เมี่ยวคว้าตัวไว้แบบส่งเดชคนนั้นยังไม่ได้เดินจากไปไหนขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากขอโทษเด็กสาวตรงหน้าและบอกเธอว่าไม่ถ่ายแล้ว แต่เธอกลับชูกล้องขึ้นมาเสียก่อน พร้อมยิ้มออกมาอย่างสดใสและเปิดเผย “นายช่วยอะไรหน่อยได้ไหม?”“ฉันยังเป็นมือใหม่อยู่น่ะ เห็นนายแต่งตัวเข้ากับวิวตรงนี้ดี มาเป็นเรฟเฟอเรนซ์ให้ฉันหน่อยสิ”“ฉันถ่ายให้ฟรี ถ้าภาพไม่สวยปังระดับเทพ เดี๋ยวฉันแถมเงินให้นายสี่พันเลยเอ้า!”ผมถึงกับอึ้งกับคำพูดของเธอไปชั่วขณะแต่พอนึกดูอีกที ก็เลยพยักหน้าตกลงยังไงซะ วันนี้ผมก็ตั้งใจเซ็ตผมแต่งตัวมาเป็นอย่างดีอีกอย่าง ผมเองก็ชอบการถ่ายรูปเหมือนกันทว่าทริปท่องเที่ยวดำเนินมาถึงวันที่สามแล้ว ในเลนส์กล้องของซูหยู่เมี่ยวมีทั้งเกลียวคลื่นและพระอาทิตย์ตก มีทั้งรอยยิ้มอันสดใสไร้ความกังวลของเจี่ยงจือเหย่นับไม่ถ้วน... แต่กลับไม่เคยมีผมอยู่เลยผมไม่มีแม้แต่รูปถ่ายสวย ๆ สักรูปที่จะนำไปโพสต์ลงโซเชียลได้พอเริ่มถ่าย เด็กสาวก็ตั้งใจถ่ายเป็นอย่างมาก คำแนะนำในการปรับท่าทางและสีหน
Magbasa pa
บทที่ 2
ยามค่ำคืน ผมโพสต์รูปถ่ายเมื่อตอนกลางวันลงในฟีดโซเชียลในช่องคอมเมนต์พลันปรากฏข้อความหนึ่งที่ไม่ได้เห็นมานานแสนนาน[ว้าว เมี่ยวเมี่ยวถ่ายรูปสวย ๆ ให้นายอีกแล้ว เจียงจั๋วหย่วน นายนี่น่าอิจฉาจริง ๆ เล๊ย!]ผมเผลอเหม่อลอยไปชั่วขณะนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่เห็นคอมเมนต์แบบนี้เมื่อก่อนถึงแม้จะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ซูหยู่เมี่ยวก็มักจะคอยถ่ายรูปชีวิตประจำวันให้ผมอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะที่บ้านพักสวัสดิการหรือที่โรงเรียนสองสามวัน ผมก็มักจะโพสต์รูปครั้ง และทุกคนก็รู้กันดีว่ารูปพวกนั้นเป็นฝีมือการถ่ายของซูหยู่เมี่ยวทว่าตั้งแต่เจี่ยงจือเหย่ย้ายมาเรียนตอน ม.6 ทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปผมเลื่อนลงดูฟีดตัวเองที่แท้ผมก็ไม่ได้อัปเดตโซเชียลมานานครึ่งค่อนปีแล้วสินะผมพิมพ์ตอบกลับคอมเมนต์ของเพื่อนคนนั้นไปว่า: [ไม่ใช่ซูหยู่เมี่ยวหรอก คนแปลกหน้าถ่ายให้น่ะ ฝีมือเธอเก่งมากจริง ๆ]ผ่านไปไม่กี่นาที ซูหยู่เมี่ยวก็โพสต์รูปแบบเก้าช่องลงฟีดเช่นกันทั้งหมดล้วนเป็นรูปของเจี่ยงจือเหย่โพสต์สองโพสต์เรียงต่อกันบนล่าง กับวิวทะเลที่แทบจะเหมือนกันทุกประการ ราวกับกำลังประชันแข่งขันกันอยู่กลาย ๆ[ขอบคุณคนหล่อประจำห้
Magbasa pa
บทที่ 3
ผมเที่ยวเล่นที่อาณาจักรโลกใต้ท้องทะเลคนเดียวตลอดทั้งวันพอกลับถึงโรงแรม ผมก็พบว่าในแชตกลุ่มของห้องเรียนมีการอัปโหลดวิดีโอหนึ่งอาจารย์ประจำชั้นส่งสติ๊กเกอร์รอยยิ้มมาสองสามอัน[ซูหยู่เมี่ยวทำวิดีโอจบการศึกษาให้ห้องเราเพื่อเป็นที่ระลึกจ้ะ ช่วงนี้ครูยุ่งมากเลยลืมอัปโหลด ทุกคนดาวน์โหลดเก็บไว้เป็นที่ระลึกนะ]ผมลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกดเปิดดูวิดีโอความยาว 8 นาที ทว่ามีเพียงวินาทีเดียวที่เห็นใบหน้าของผมแบบตรง ๆ ซึ่งเป็นตอนแนะนำตัวตัวละครเท่านั้นในขณะที่เจี่ยงจือเหย่ กลับปรากฏตัวออกมานับครั้งไม่ถ้วนเจี่ยงจือเหย่ตอนกินข้าว เจี่ยงจือเหย่ตอนตั้งใจเรียน เจี่ยงจือเหย่ตอนวิ่ง...พอเปิดดูจนจบวิดีโอ ผมก็เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง นอนลงบนเตียงแล้วหลับตาลงกล้องถ่ายวิดีโอยี่ห้อ DJI ที่ซูหยู่เมี่ยวใช้ถ่ายวิดีโอนี้ เป็นของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้เธอด้วยเงินเก็บจากการทำงานเป็นเด็กล้างรถช่วงปิดเทอมถึงสองเทอมเราใช้กล้องตัวนี้ถ่ายคลิปสั้น ๆ ของชีวิตประจำวันในโรงเรียนเก็บไว้มากมายนับไม่ถ้วนแต่พอคลิปเหล่านั้นถูกนำมารวมกันเป็นวิดีโอที่ระลึกแล้ว เวลาที่ผมปรากฏบนหน้าจอกลับแทบไม่ต่างอะไรกับตั
Magbasa pa
บทที่ 4
เช้าวันถัดมา ตอนกำลังรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม ผมแจ้งกับทุกคนว่าผมจะเดินทางกลับก่อนกำหนดพอซูหยู่เมี่ยวได้ยินคำพูดของผม มือที่กำลังยื่นขนมปังให้เจี่ยงจือเหย่ก็ชะงักกึกเจี่ยงจือเหย่เอ่ยปากถามผมก่อน “จั๋วหย่วน นายไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า หรือว่าเที่ยวไม่สนุกเหรอ?”ผมยิ้มรับเล็กน้อย “ก็สนุกดีนะ แต่จู่ ๆ ฉันก็อยากลองไปดูวิวทิวทัศน์ที่อื่นบ้างน่ะ”“เราจบทริปนี้กันตรงนี้กันเถอะ”“อีกอย่าง ฉันกับนายไม่ได้สนิทกัน ไม่จำเป็นต้องเรียกชื่อฉันอย่างสนิทสนมขนาดนั้น ฉันไม่ชอบ”ใบหน้าของเจี่ยงจือเหย่พลันปรากฏรอยความอับอายขึ้นมาทันทีซูหยู่เมี่ยวเอ่ยดุผมด้วยความไม่พอใจ “เจียงจั๋วหย่วน ทำไมถึงไม่มีมารยาทแบบนี้? จือเหย่เขาหวังดีห่วงใยนาย แล้วนายจะไปแขวะเขาทำไม?”“เป็นเพราะคำพูดพวกนั้นที่เพื่อน ๆ แซวในกลุ่มเมื่อคืนใช่ไหม?”“นายจะหึงหวงก็ได้ แต่ไม่ใช่มาลงอารมณ์ใส่จือเหย่ เพียงเพราะเขาอารมณ์ดีแบบนี้”ผมเห็นว่าตอนที่ซูหยู่เมี่ยวพูดคำว่า “หึงหวง” ออกมา ในแววตาของเธอแวบประกายความภาคภูมิใจของผู้ชนะอย่างเหนือกว่าจนถึงวินาทีนี้ สัญชาตญาณแรกของเธอก็ยังคงปกป้องเจี่ยงจือเหย่ แถมยังใช้ความเจ็บ
Magbasa pa
บทที่ 5
การรายงานตัวเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยเป่ยเฉิงในวันที่สองกำลังจะสิ้นสุดลงจำนวนนักศึกษาใหม่ที่ทยอยเข้ามาลงทะเบียนเริ่มบางตาลงจากความวุ่นวายในช่วงแรก กล้องของซูหยู่เมี่ยวบันทึกภาพใบหน้าแปลกหน้าไว้มากมายนับไม่ถ้วน ทว่ากลับไม่มีใครเลยที่เป็นคนที่เธอเฝ้าตามหาเดิมทีเธอตั้งใจจะถ่ายวิดีโอที่ระลึกการเข้าเรียนให้เจียงจั๋วหย่วน เพื่อที่จะได้จบเรื่องทะเลาะกันตอนไปเที่ยวให้มันผ่าน ๆ ไปแต่ตอนนี้...ซูหยู่เมี่ยวขมวดคิ้วแน่น เดินตรงไปยังจุดรายงานตัวของคณะเศรษฐศาสตร์และการจัดการ เพื่อดูให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มองคลาดสายตาไปทว่าจากคำบอกเล่าของคณะประวัติศาสตร์ที่อยู่ข้าง ๆ กลับทำให้รู้ว่า นักศึกษาใหม่ของคณะเศรษฐศาสตร์ฯ ได้รายงานตัวครบหมดทุกคน และปิดโต๊ะเก็บของเรียบร้อยแล้วเป็นไปได้ไหมว่าเธอจะมองพลาดไปจริง ๆ?ซูหยู่เมี่ยวรีบส่งข้อความแชตหาเจียงจั๋วหย่วนทันที แต่ไม่มีการตอบรับพอกดโทรหา ก็ได้ยินแต่เสียงสัญญาณที่ไม่สามารถติดต่อได้จนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นคล้อยต่ำลง ซูหยู่เมี่ยวถึงสามารถโทรติดสายของเจียงจั๋วหย่วนได้ในที่สุดปลายสายมีเสียงดังจอแจ ราวกับกำลังอยู่ที่สถานีขนส่งก้อนหินที่ถ่วงอยู่ใน
Magbasa pa
บทที่ 6
สุดสัปดาห์ ซูหยู่เมี่ยวเดินทางมาถึงเมืองหนานกั่งเมื่อผมได้รับข้อความจากเธอ ก็ไม่ได้ลังเลที่จะเดินลงมาจากหอพักยังไงก็ต้องพูดคุยและเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเธอยืนรอผมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ในมือถือถุงของขวัญมาจำนวนหนึ่งยามที่เห็นหน้าผม ความดีใจก็ฉายชัดขึ้นมาแทนที่ความอ่อนล้าบนใบหน้าของเธอ“จั๋วหย่วนไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”เธอยืนลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะก้าวขาเดินเข้ามาหาผมสองก้าวการไม่ได้เจอกันนานถึงสองเดือน นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดที่เราเคยต้องแยกจากกันจริง ๆผมกับซูหยู่เมี่ยวเกิดในห้องคลอดเดียวกัน เรียนรู้วิธีการก้าวเดินมาด้วยกัน เติบโตเรียนหนังสือมาด้วยกัน...เดิมทีผมเคยคิดว่า พวกเราจะได้สร้างครอบครัวด้วยกันเสียอีก“ทำไมล่ะ?”เธอมองผมด้วยสายตาน้อยเนื้อต่ำใจ และเอ่ยทำลายความเงียบผมสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและเสียใจของเธอตรง ๆ“ซูหยู่เมี่ยว เธอจำได้ไหมว่าเธอถ่ายรูปให้ฉันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ไม่ใช่ตอนทริปท่องเที่ยวจบการศึกษานะ ครั้งนั้นเธอไม่ได้ถ่ายเลยด้วยซ้ำ หมายถึงช่วงก่อนหน้านั้นน่ะ”ซูหยู่เมี่ยวเผยอปากขึ้น พยายามจะตอบอย่างร้อนรนแต่กลับคิดคำตอบไม่ออกผ
Magbasa pa
บทที่ 7
ผมกับเจียงเค่ออีแลกคอนแท็กกัน ช่วงที่ผมเพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ แล้วมีเรื่องที่ไม่ค่อยเข้าใจ พอทักไปถามเธอ ก็มักจะได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้อย่างทันท่วงทีเสมอสัปดาห์นี้ชมรมถ่ายภาพจะออกไปถ่ายรูปนอกสถานที่กันที่เมืองข้างเคียง แต่ขาดนายแบบอยู่คนหนึ่ง เจียงเค่ออีเลยลองถามผมดูว่าอยากไปเที่ยวด้วยกันไหม[ค่าเดินทางชมรมออกให้ ออกค่าอาหารกลางวันให้ด้วยมื้อนึง]ผมตอบตกลงโดยแทบไม่ได้หยุดคิดเธอเคยช่วยตอบคำถามให้ผมตั้งหลายครั้ง ผมเองก็ควรจะหาโอกาสตอบแทนเธอสักหน่อยตลอดทั้งวันของการถ่ายทำ ทำให้ผมได้รู้จักและเข้าใจตัวตนของเจียงเค่ออีลึกซึ้งยิ่งขึ้นตอนที่เธอสอนสมาชิกใหม่ เธอจะใช้น้ำเสียงพอดิบพอดี ค่อย ๆ แนะนำการปรับตั้งค่ากล้องทีละจุด แนะนำการใช้พร็อปประกอบฉากตอนถ่ายรูปให้สมาชิกที่อาสามาเป็นนายแบบนางแบบ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะรูปร่างหน้าตาแบบไหน หรือจะมีประสบการณ์มาก่อนหรือไม่ เธอไม่เคยขมวดคิ้วใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียวผมยืนมองอยู่ข้าง ๆ พลันนึกย้อนไปถึงการพบกันครั้งแรกที่ชายหาดเมื่อตอนฤดูร้อนความรักในเลนส์กล้อง... แท้จริงแล้วสามารถเป็นไปได้หลายรูปแบบไม่ได้มีเพียงความรักแบบคู่รักเท่านั
Magbasa pa
บทที่ 8
สามเดือนต่อมา ผมกับเจียงเค่ออีก็ได้คบหากันเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมาก ไม่ได้มีพิธีสารภาพรักอลังการงานสร้างอะไรเพียงแค่มีอยู่วันหนึ่งหลังจากกลับมาจากถ่ายรูปนอกสถานที่ ผมเดินไปส่งเธอที่ใต้หอพัก แล้วจู่ ๆ เธอก็เขย่งเท้าขึ้นมาจูบผมเบา ๆผมตะลึงไปหนึ่งวินาที ก่อนจะยิ้มแล้วคว้าเธอเข้ามารวบไว้ในอ้อมกอดทว่าในวันถัดมา ข้อความไลน์ข้อความหนึ่งที่ได้รับ กลับทำลายอารมณ์สดใสของการเพิ่งเริ่มสวีตหวานในฐานะคู่รักลงจนหมดสิ้นเพื่อนมัธยมปลายที่ค่อนข้างสนิทกันคนหนึ่งทักแชตมาถามผม: “จั๋วหย่วน นายเคยบอกว่าแตกหักกับซูหยู่เมี่ยวไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พวกนายกลับมาคบกันอีกแล้วเหรอ?”ผมขมวดคิ้วแน่น ส่งสติ๊กเกอร์เครื่องหมายคำถามตอบกลับไปเขาเลยส่งภาพแคปหน้าจอภาพหนึ่งมาให้ในฟีดโซเชียลของซูหยู่เมี่ยว การอัปเดตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งหมดล้วนเป็นรูปถ่ายและคลิปวิดีโอของผมทั้งสิ้นเพื่อนคนเดิมส่งข้อความมาอีก: “ปกติฉันไม่ค่อยไถฟีดน่ะ วันนี้ไถมาเจอเลยลองย้อนเข้าไปดูถึงได้เห็นพวกนี้น่ะ”เขาแคปภาพส่งมาให้อีกหลายภาพแม้แคปชันประกอบแต่ละโพสต์ของซูหยู่เมี่ยวจะแค่สั้น ๆ แต่มันกลับเลี่ยนและชวนคลื่นไส้จน
Magbasa pa
บทที่ 9
เดือนกันยายน มหาวิทยาลัยหนานกั่งเปิดต้อนรับนักศึกษาใหม่อีกครั้งผมในฐานะสมาชิกสโมสรนักศึกษามีหน้าที่คอยช่วยต้อนรับและแนะนำเส้นทางอยู่ตรงประตูหน้ามหาวิทยาลัยยามที่เห็นซูหยู่เมี่ยวถือข้าวของพะรุงพะรังเดินเข้ามา ผมยังนึกว่าตัวเองตาฟาดไปเสียอีกซูหยู่เมี่ยวตาเป็นประกาย เธอรีบสับเท้าก้าวฉับ ๆ ตรงเข้ามาหยุดอยู่ต่อหน้าผม“จั๋วหย่วน! ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยหนานกั่งแล้วนะ!”เธอรีบควักใบตอบรับเข้าเรียนออกจากกระเป๋า ส่งสายตาเว้าวอนและคาดหวังจ้องมองมาที่ผม“ฉันใช้เวลาหนึ่งปีเต็ม ๆ ในการก้าวเดินมาหานาย นายเห็นถึงความตั้งใจของฉันหรือยัง?”“หลังจากนี้พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกันเหมือนสิบแปดปีที่ผ่านมาแล้วนะ ไม่ต้องแยกจากกัน”เธอชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือและปนเสียงร้องไห้ “ในเลนส์กล้องของฉัน หลังจากนี้จะมีแค่นายคนเดียวเท่านั้น”ผมขมวดคิ้วแน่น พร้อมถอยหลังหนีออกมาก้าวหนึ่ง“เธอจะดั้นด้นตามมาที่หนานกั่งทำไม? ฉันพูดกับเธอชัดเจนมากแล้ว พวกเราไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว”พอคิดว่าหลังจากนี้เธอจะคอยตามปรากฏตัวอยู่ในชีวิตของผม ความหงุดหงิดระอาใจก็พุ่งพรวดขึ้นมาจนฉุดไว้ไม่อยู่สีหน้าของซูหยู่เม
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status