로그인แฟนสาวสารภาพว่าเธอกับเพื่อนรักหักหลังผม ผมจึงจากไปให้ไกล
더 보기แต่ยิ่งฟังต่อไป ใจผมก็ยิ่งเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น“แต่อาชวน ฉันเต็มใจนะ ฉันรู้ว่านายเกลียดฉันที่ฉันฆ่าแม่บุญธรรม ต่อให้เมื่อเดือนก่อนนายบอกให้ฉันเอามีดแทงท้องตัวเอง ฉันก็ยอม”“หนึ่งสัปดาห์ก่อน นายให้ฉันกระโดดลงมาจากตึก แต่ฉันไม่ตาย มีคนช่วยฉันไว้”“สามวันก่อน นายให้ฉันขับรถไปชน ฉันก็ยังไม่ตายอีก อาชวน นายอย่าโกรธนะ ครั้งหน้าฉันจะทำให้สำเร็จให้ได้”ผมรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ก่อนจะโพล่งออกมา“เจียงหลีเซิง! เธอบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นไม่ใช่ฉัน!”“ฉันอยู่ที่ประเทศ M มาตลอด!”ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบกลับ ดวงตาของเจียงหลีเซิงก็ขยับไปมาเล็กน้อย“อาชวน ฉันหูแว่วไปหรือเปล่า?”ผมพูดโต้แย้งกับเธออย่างจริงจัง“เจียงหลีเซิง เธอป่วยแล้ว ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้!”แต่เธอกลับดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่นน้ำตาของเธอไหลจนเปียกชุ่มไหล่ผม“อาชวน ในที่สุดนายก็ยอมคุยกับฉันแล้ว ขอโทษนะ ขอโทษ ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ เรื่องเมื่อสามปีก่อน...”ตอนนั้นเองผมถึงรู้ว่าเจียงหลีเซิงกำลังแกล้งทำความรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวพลุ่งขึ้นมาในใจผมผลักเธอออกด้วยความรังเกียจ“ไสหัวไป”“ฉันกับเธอไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”แต่เธอก
สวี่อวิ๋นเจิงกำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกตีจนหมดสติ ก่อนจะถูกโยนขึ้นรถบรรทุกประตูรถถูกล็อกแน่น ศีรษะของเขามึนงงอย่างหนัก ทั้งร่างมีอาการราวกับถูกวางยานอนหลับ“เจียงหลีเซิง! ปล่อยฉันนะ! เธอจะพาฉันไปไหน! อย่าหวังว่าฉันจะยอม!”ทว่าเจียงหลีเซิงกลับลงมือล็อกประตูขังเขาไว้ด้วยตัวเองเธอมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวี่อวิ๋นเจิงก่อนจะเอ่ยออกมาเงียบ ๆ เพียงประโยคเดียวแม่บุญธรรม หนี้ชีวิตของแม่ ฉันให้เขาชดใช้คืนให้แล้วนะสามปีต่อมา ผมเรียนจบจากซูเต๋อฮวาเอ่อร์ สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับสูงสุดของประเทศ M แล้วเดินทางกลับประเทศตลอดสามปีที่ผ่านมา นอกจากเรียนวิชาเอกแล้ว ผมยังเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาเสริมด้วยแม้แต่ช่วงวันหยุด ผมก็ไม่กล้าผ่อนคลายตัวเองแม้แต่น้อยผมกลัวเหลือเกินว่าทันทีที่หยุดลง ภาพของแม่ก่อนเสียชีวิตจะผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าน้าชายเป็นห่วงผม จึงตั้งใจพาผมไปที่บริษัทของเขา ค่อย ๆ สอนให้ผมเรียนรู้การบริหารทีละขั้นตอนหลังจากทำโปรเจกต์ใหญ่มากกว่าสิบงาน ผมก็สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วเต็มที่แล้วครั้งนี้ที่ผมกลับประเทศ ก็เพื่อท
ประโยคสุดท้ายราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งปักกลางหัวใจของเจียงหลีเซิงเธอจ้องประโยคนั้นอย่างเหม่อลอย สมองว่างเปล่า ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างรุนแรงตายอะไรกัน? แม่บุญธรรมเพิ่งผ่าตัดเสร็จไม่ใช่เหรอ? เมื่อไม่กี่วันก่อนหมอยังบอกว่าผลการรักษาดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?ทั้งที่สวี่อวิ๋นเจิงถูกแม่บุญธรรมตบจนสมองกระทบกระเทือน แล้วทำไมคนที่ตายถึงเป็นแม่บุญธรรม?เธอลนลานวิ่งเซออกจากห้องนอนมายังห้องรับแขก แล้วรีบโทรหาหมอหลิว แพทย์เจ้าของไข้ของแม่บุญธรรม“หมอหลิว! แม่บุญธรรมของฉันยังมีชีวิตอยู่... ใช่ไหมคะ?”เสียงไม่พอใจของหมอหลิวดังมาตามสาย“คุณยังรู้อยู่อีกเหรอว่าเธอเป็นแม่บุญธรรมของคุณ! ตอนเธอเสียชีวิตเมื่อสามวันก่อน ลูกชายของเธอร้องไห้ตามหาคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วทำไมคุณถึงหลอกพยาบาลให้ไปช่วยผู้ชายอีกคนที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย!”“ช่วงเวลาที่จะช่วยชีวิตคนไข้ผ่านไปนานแล้ว เพราะถูกถ่วงเวลาจนเธอต้องตายอยู่ในอ้อมกอดของลูกชายตัวเอง!”“แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลของเรา คุณจะชดใช้ยังไง!”เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทีละชั้นอย่างหมดเปลือกต่อหน้าเจียงหลีเซิงหัวใจของเธอก็แตกสลายไปทั้งดวงโทรศัพ
มือของเจียงหลีเซิงที่กำลังพิมพ์ข้อความชะงักค้างอยู่กลางอากาศนิ้วมือของเธอค่อย ๆ สั่นอย่างรุนแรง เส้นเอ็นและข้อนิ้วแต่ละข้อเริ่มปวดขึ้นมาเล็กน้อยซ่งหลิ่นชวนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนปกติต่อให้ทั้งคู่โกรธกันแค่ไหน เขาก็แค่ร้องไห้โวยวายแล้วเรื่องก็จบลงแต่วันนี้กลับผิดไปจากนิสัยของเขาอย่างสิ้นเชิงเจียงหลีเซิงเริ่มร้อนใจ เธอรีบโทรแจ้งตำรวจทันทีตำรวจรับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปช่วยตามหาแต่เจียงหลีเซิงไม่เชื่อใจพวกตำรวจ เธอจึงขับรถออกตามหาตั้งแต่บริษัทตระกูลเจียงไปจนถึงบ้านตระกูลเจียงทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอตะลึงค้างเธอลากขาที่หนักอึ้งราวกับมีของหนักนับพันชั่งถ่วงไว้ ก้าวเข้าไปในห้องรับแขกเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่รูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่ด้านหลังโทรทัศน์กลับถูกฉีกจนขาดวิ่นรูปของสวี่อวิ๋นเจิงถูกฉีกแยกออกไปต่างหากส่วนซ่งหลิ่นชวนยังอยู่ในรูปกับพ่อแม่ของเขาทว่าใบหน้าของเจียงหลีเซิงกลับถูกกรีดด้วยมีดนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับคนลงมือระบายความเกลียดชังทั้งหมดลงบนรูปของเธอแม้แต่ใบหน้าของเธอก็ยังถูกปากกาหมึกดำขีดทับจนมิดส่วนร่างในรูปถูกฉีกจนแหลก