Short
รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว

รักมอดเหลือเพียงเถ้า ไม่เห็นธาตุแท้คนเลว

작가:  เหล่าจูจับปลา완결
언어: Thai
goodnovel4goodnovel
9챕터
188조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

แฟนสาวสารภาพว่าเธอกับเพื่อนรักหักหลังผม ผมจึงจากไปให้ไกล

더 보기

최신 챕터

더보기
댓글 없음
9 챕터
บทที่ 1
วันที่แฟนสาวตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ จู่ ๆ เธอก็บอกผมว่า“ครั้งแรกของฉัน เพื่อนนายเป็นคนเปิดซิงให้”เมื่อเห็นผมมองเธออย่างไม่อยากเชื่อสายตา เธอกลับพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “นี่ไม่ใช่การนอกใจกันหรอก แค่ต่างคนต่างเอาคืนกันเท่านั้น”“คืนที่ฉันโตเป็นผู้ใหญ่ หมอนั่นก็ปากเสียใส่ฉันอีก ตอนนั้นฉันดื่มไปเยอะ แถมโมโหจนทนไม่ไหว เลยกระโจนใส่แล้วกดเขาลงบนเตียงซะเลย”แววตาของเธอฉายรอยยิ้ม ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงเรื่องนั้น“นายโทรหาฉันทั้งหมดเจ็ดครั้ง ฉันก็มีอะไรกับเขาเจ็ดครั้ง”“วันรุ่งขึ้นตอนเรียนพละ ข้างล่างฉันมีเลือดออก นายยังนึกว่าฉันเป็นประจำเดือนอยู่เลย จริง ๆ แล้วเป็นเพราะเยื่อพรหมจรรย์ขาดต่างหาก”“เห็นเขาดุ ๆ แบบนั้น แต่จริง ๆ ใจอ่อนมาก กลัวนายจะเสียใจ ถึงกับร้องไห้ขอให้ฉันอย่าบอกนาย”พูดจบ เธอก็ส่งข้อความเสียงหาเพื่อนของผมอย่างไม่รู้สึกรู้สา“ฉันทนไม่ไหวเลยบอกความจริงไปแล้ว รอบนี้ฉันแพ้เอง ก็แค่ชุดเมดไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวใส่ให้นายดูก็ได้”แต่ผมกลับรู้สึกราวกับเลือดทั่วทั้งร่างแข็งตัวเป็นน้ำแข็งเมื่อครู่นี้เอง เพื่อนของผมยังถามขึ้นมาเหมือนไม่ได้คิดอะไรว่า ถ้าเจียงหลีเซิงนอกใจผม ผมจะทำย
더 보기
บทที่ 2
ไม่นานน้าชายก็ตอบข้อความกลับมา“อาชวน ยินดีต้อนรับนะ ที่บ้านมีที่สำหรับนายกับแม่เสมอ ตั๋วเครื่องบินของนายกับแม่ น้าจองไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”เมื่ออ่านข้อความ ขอบตาของผมก็ยิ่งแดงก่ำ ความขมขื่นแล่นตรงเข้าสู่หัวใจหลังจากพ่อเสีย แม่ต้องรับงานถึงสิบงานเพียงลำพังเพื่อเลี้ยงดูผมกับเจียงหลีเซิงต่อมาพอสวี่อวิ๋นเจิงถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้าน แม่ก็ต้องดูแลพวกเราสามคนจนกระทั่งไม่นานมานี้ แม่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะปานกลางทุกวันแม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการป่วยพอนึกถึงแม่ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ผมก็เช็ดน้ำตาแล้วเตรียมตัวไปโรงพยาบาลจู่ ๆ ก็มีเสียงแสดงความยินดีดังขึ้นจากข้าง ๆ หลายเสียง“คุณหนูเจียงประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าพ่อแม่เธอได้เห็น ต้องดีใจและภูมิใจมากแน่ ๆ!”“คนนี้คือคู่หมั้นของเธอเหรอ?”เจียงหลีเซิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนชี้มาทางผมแล้วอธิบายให้พวกเขาฟัง ส่วนพวกผู้ชายวัยเดียวกันที่อยู่ข้าง ๆ ต่างมองผมทั้งด้วยความอิจฉาและริษยาสวี่อวิ๋นเจิงแซวพลางเบียดเข้ามาหาผม “อาชวน สายตานายดีจริง ๆ ยัยนี่ก็รู้ความเหมือนกันนะ!”ผมถอยห่างจากเขาอย่างเย็นชาวินาทีต่อมา เสียงของเจียงหลีเซ
더 보기
บทที่ 3
ผมรีบจะอธิบาย แต่สวี่อวิ๋นเจิงกลับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว“แม่บุญธรรม แม่มองผิดแล้ว!”“ฉันยังไม่ได้แก่จนตาฝ้าฟาง ไม่มีทางมองผิด!”แม่สั่นไปทั้งตัวอย่างรุนแรงแม่มองเจียงหลีเซิง ก่อนจะหันไปมองสวี่อวิ๋นเจิง ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาจู่ ๆ แม่ก็ชี้หน้าทั้งสองคน ก่อนตะโกนด้วยเสียงแหบพร่าอย่างเดือดดาล“พวกเธอ... พวกเธอสองคนมันเลวจริง ๆ! เจียงหลีเซิง พ่อของอาชวนช่วยชีวิตเธอไว้ แล้วเธอก็เป็นคนสัญญาเองว่าจะใช้ชีวิตในอนาคตร่วมกับอาชวน!”“สวี่อวิ๋นเจิง! ตอนนายถูกพ่อแม่ไล่ออกจากบ้าน ฉันเป็นคนเลี้ยงดูนายเอง!”“พวกเธอกลับฉวยโอกาสตอนฉันป่วย มารังแกอาชวนของฉันแบบนี้...”ความขมขื่นเอ่อขึ้นมาในใจ ผมขอบตาแดงก่ำ พลางพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ให้ใจเย็นสวี่อวิ๋นเจิงพูดแก้ตัวอีกประโยค ทำเอาแม่โกรธจัดจนเป็นลมหมดสติไปทันทีสภาพจิตใจของผมแทบถึงขีดพังทลาย พอเห็นแม่เป็นลมก็ตกใจจนเซถลา รีบวิ่งไปตามหมอเมื่อแม่ถูกเข็นเข้าไปในห้องกู้ชีพแล้วสีหน้าของเจียงหลีเซิงก็เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน“อาชวน เรื่องแหวนมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ฉันกับสวี่อวิ๋นเจิงก็แค่เล่น ๆ กันเท่านั้น”สวี่อวิ๋นเจิงก็รีบพยักหน้าต
더 보기
บทที่ 4
เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!ยังไม่ทันที่ผมจะคิดต่อ เธอก็มีสีหน้าหลงใหล มือใหญ่ลูบไล้ใบหน้าและลำคอของผม ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงไปผมตกใจจนเสียงสั่นเทา“ซูเหยียน! เธอไม่กลัวติดคุกหรือไง! คู่หมั้นของฉันคือเจียงหลีเซิงนะ!”พอซูเหยียนได้ยินชื่อนี้ รูม่านตาก็หดวูบ ก่อนจะตบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของผมอย่างแรงผมถูกตบจนแก้วหูแทบทะลุ เลือดไหลซึมออกจากหูแต่เธอกลับยิ้มอย่างวิปริตจนน่ากลัว“อาชวน นายเป็นของฉัน เจียงหลีเซิงมีอะไรดีนักหนา นายยังไม่รู้สินะ สวี่อวิ๋นเจิงกับเธอจูบกันต่อหน้าพวกเรามาตั้งนานแล้ว!”ผมชะงักงัน การดิ้นขัดขืนหยุดลงทันทีที่แท้แม้แต่คำสารภาพนั้น ก็ยังเป็นเรื่องโกหกเมื่อเห็นผมเหมือนยอมนอนนิ่ง ซูเหยียนก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง พยายามถอดเสื้อผ้าของผม ผมดิ้นสุดแรง จนกระทั่งแทบจะสิ้นหวังเจียงหลีเซิงก็พาคนถีบประตูบุกเข้ามาซูเหยียนถูกบอดี้การ์ดจับตัวไว้ เจียงหลีเซิงจึงคว้ารองเท้าส้นสูงขึ้นมาฟาดลงไปอย่างแรงราวกับไม่คิดชีวิตเลือดกระเซ็นเปื้อนใบหน้าของเจียงหลีเซิง จนกระทั่งซูเหยียนหมดสติไปเธอถึงได้กอดผมแน่นด้วยความหวาดผวา เสียงสั่นเครือ“ไม่เป็นไรแล้วนะ อาชวน ฉันมาแล้ว ไม่ต้องก
더 보기
บทที่ 5
ภายในห้องผู้ป่วย เจียงหลีเซิงตักซุปกระดูกที่เคี่ยวนานกว่าสิบชั่วโมงป้อนถึงปากสวี่อวิ๋นเจิงแต่เขากลับปัดช้อนทิ้ง ก่อนจะตำหนิเธอด้วยสีหน้าผิดหวังระคนขัดใจ“เซิงเซิง สามวันแล้วนะ ทำไมเธอยังไม่ไปหาอาชวนอีก โทษฉันเอง ถ้าตอนนั้นฉันไม่ยอมให้เธอมายั่วฉัน เรื่องคงไม่กลายเป็นแบบนี้ อาชวนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน แม่บุญธรรมก็ดีกับพวกเราขนาดนั้น แต่เธอกลับหักหลังพวกเขาแบบนี้ มันไม่ถูกเลย!”พูดจบ สวี่อวิ๋นเจิงก็ก้มหน้าลง ขอบตาแดงก่ำ ดูราวกับหมาป่าแสนเชื่องตัวหนึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน เจียงหลีเซิงคงปวดใจและใจอ่อนยวบไปนานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ ในใจกลับเกิดความหงุดหงิดและรำคาญขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเธอมองรอยแดงจากแผลลวกบนแขน ก่อนจะนึกถึงสมัยเรียนขึ้นมาตอนนั้นเธอมักมีเรื่องชกต่อยกับพวกอันธพาลนอกโรงเรียน คอยจัดการพวกคนพาล รอยแผลเป็นบนร่างกายจึงเพิ่มขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนเธอชินเสียแล้วแต่ทุกครั้งที่เธอชินชาจนแทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดซ่งหลิ่นชวนมักจะขอบตาแดง จมูกแดงก่ำ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นพลางดุเธอ“เจียงหลีเซิง! เธอช่วยห่วงตัวเองหน่อยได้ไหม จำไว้นะ! พ่อฉันเป็นค
더 보기
บทที่ 6
มือของเจียงหลีเซิงที่กำลังพิมพ์ข้อความชะงักค้างอยู่กลางอากาศนิ้วมือของเธอค่อย ๆ สั่นอย่างรุนแรง เส้นเอ็นและข้อนิ้วแต่ละข้อเริ่มปวดขึ้นมาเล็กน้อยซ่งหลิ่นชวนไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนปกติต่อให้ทั้งคู่โกรธกันแค่ไหน เขาก็แค่ร้องไห้โวยวายแล้วเรื่องก็จบลงแต่วันนี้กลับผิดไปจากนิสัยของเขาอย่างสิ้นเชิงเจียงหลีเซิงเริ่มร้อนใจ เธอรีบโทรแจ้งตำรวจทันทีตำรวจรับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ออกไปช่วยตามหาแต่เจียงหลีเซิงไม่เชื่อใจพวกตำรวจ เธอจึงขับรถออกตามหาตั้งแต่บริษัทตระกูลเจียงไปจนถึงบ้านตระกูลเจียงทว่าทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอตะลึงค้างเธอลากขาที่หนักอึ้งราวกับมีของหนักนับพันชั่งถ่วงไว้ ก้าวเข้าไปในห้องรับแขกเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างยังอยู่ครบ แต่รูปถ่ายครอบครัวที่วางอยู่ด้านหลังโทรทัศน์กลับถูกฉีกจนขาดวิ่นรูปของสวี่อวิ๋นเจิงถูกฉีกแยกออกไปต่างหากส่วนซ่งหลิ่นชวนยังอยู่ในรูปกับพ่อแม่ของเขาทว่าใบหน้าของเจียงหลีเซิงกลับถูกกรีดด้วยมีดนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับคนลงมือระบายความเกลียดชังทั้งหมดลงบนรูปของเธอแม้แต่ใบหน้าของเธอก็ยังถูกปากกาหมึกดำขีดทับจนมิดส่วนร่างในรูปถูกฉีกจนแหลก
더 보기
บทที่ 7
ประโยคสุดท้ายราวกับลูกศรอาบยาพิษที่พุ่งปักกลางหัวใจของเจียงหลีเซิงเธอจ้องประโยคนั้นอย่างเหม่อลอย สมองว่างเปล่า ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างรุนแรงตายอะไรกัน? แม่บุญธรรมเพิ่งผ่าตัดเสร็จไม่ใช่เหรอ? เมื่อไม่กี่วันก่อนหมอยังบอกว่าผลการรักษาดีอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?ทั้งที่สวี่อวิ๋นเจิงถูกแม่บุญธรรมตบจนสมองกระทบกระเทือน แล้วทำไมคนที่ตายถึงเป็นแม่บุญธรรม?เธอลนลานวิ่งเซออกจากห้องนอนมายังห้องรับแขก แล้วรีบโทรหาหมอหลิว แพทย์เจ้าของไข้ของแม่บุญธรรม“หมอหลิว! แม่บุญธรรมของฉันยังมีชีวิตอยู่... ใช่ไหมคะ?”เสียงไม่พอใจของหมอหลิวดังมาตามสาย“คุณยังรู้อยู่อีกเหรอว่าเธอเป็นแม่บุญธรรมของคุณ! ตอนเธอเสียชีวิตเมื่อสามวันก่อน ลูกชายของเธอร้องไห้ตามหาคุณเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วทำไมคุณถึงหลอกพยาบาลให้ไปช่วยผู้ชายอีกคนที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย!”“ช่วงเวลาที่จะช่วยชีวิตคนไข้ผ่านไปนานแล้ว เพราะถูกถ่วงเวลาจนเธอต้องตายอยู่ในอ้อมกอดของลูกชายตัวเอง!”“แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลของเรา คุณจะชดใช้ยังไง!”เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทีละชั้นอย่างหมดเปลือกต่อหน้าเจียงหลีเซิงหัวใจของเธอก็แตกสลายไปทั้งดวงโทรศัพ
더 보기
บทที่ 8
สวี่อวิ๋นเจิงกำลังจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกตีจนหมดสติ ก่อนจะถูกโยนขึ้นรถบรรทุกประตูรถถูกล็อกแน่น ศีรษะของเขามึนงงอย่างหนัก ทั้งร่างมีอาการราวกับถูกวางยานอนหลับ“เจียงหลีเซิง! ปล่อยฉันนะ! เธอจะพาฉันไปไหน! อย่าหวังว่าฉันจะยอม!”ทว่าเจียงหลีเซิงกลับลงมือล็อกประตูขังเขาไว้ด้วยตัวเองเธอมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของสวี่อวิ๋นเจิงก่อนจะเอ่ยออกมาเงียบ ๆ เพียงประโยคเดียวแม่บุญธรรม หนี้ชีวิตของแม่ ฉันให้เขาชดใช้คืนให้แล้วนะสามปีต่อมา ผมเรียนจบจากซูเต๋อฮวาเอ่อร์ สถาบันการศึกษาชั้นนำระดับสูงสุดของประเทศ M แล้วเดินทางกลับประเทศตลอดสามปีที่ผ่านมา นอกจากเรียนวิชาเอกแล้ว ผมยังเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นวิชาเสริมด้วยแม้แต่ช่วงวันหยุด ผมก็ไม่กล้าผ่อนคลายตัวเองแม้แต่น้อยผมกลัวเหลือเกินว่าทันทีที่หยุดลง ภาพของแม่ก่อนเสียชีวิตจะผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าน้าชายเป็นห่วงผม จึงตั้งใจพาผมไปที่บริษัทของเขา ค่อย ๆ สอนให้ผมเรียนรู้การบริหารทีละขั้นตอนหลังจากทำโปรเจกต์ใหญ่มากกว่าสิบงาน ผมก็สามารถจัดการงานต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วเต็มที่แล้วครั้งนี้ที่ผมกลับประเทศ ก็เพื่อท
더 보기
บทที่ 9
แต่ยิ่งฟังต่อไป ใจผมก็ยิ่งเต้นระทึกด้วยความหวาดหวั่น“แต่อาชวน ฉันเต็มใจนะ ฉันรู้ว่านายเกลียดฉันที่ฉันฆ่าแม่บุญธรรม ต่อให้เมื่อเดือนก่อนนายบอกให้ฉันเอามีดแทงท้องตัวเอง ฉันก็ยอม”“หนึ่งสัปดาห์ก่อน นายให้ฉันกระโดดลงมาจากตึก แต่ฉันไม่ตาย มีคนช่วยฉันไว้”“สามวันก่อน นายให้ฉันขับรถไปชน ฉันก็ยังไม่ตายอีก อาชวน นายอย่าโกรธนะ ครั้งหน้าฉันจะทำให้สำเร็จให้ได้”ผมรู้สึกชาวาบไปทั้งหนังศีรษะ ก่อนจะโพล่งออกมา“เจียงหลีเซิง! เธอบ้าไปแล้วเหรอ! นั่นไม่ใช่ฉัน!”“ฉันอยู่ที่ประเทศ M มาตลอด!”ทันทีที่ได้ยินเสียงตอบกลับ ดวงตาของเจียงหลีเซิงก็ขยับไปมาเล็กน้อย“อาชวน ฉันหูแว่วไปหรือเปล่า?”ผมพูดโต้แย้งกับเธออย่างจริงจัง“เจียงหลีเซิง เธอป่วยแล้ว ต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้!”แต่เธอกลับดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่นน้ำตาของเธอไหลจนเปียกชุ่มไหล่ผม“อาชวน ในที่สุดนายก็ยอมคุยกับฉันแล้ว ขอโทษนะ ขอโทษ ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ เรื่องเมื่อสามปีก่อน...”ตอนนั้นเองผมถึงรู้ว่าเจียงหลีเซิงกำลังแกล้งทำความรู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวพลุ่งขึ้นมาในใจผมผลักเธอออกด้วยความรังเกียจ“ไสหัวไป”“ฉันกับเธอไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”แต่เธอก
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status