Mag-log in“แล้วคุณล่ะ จะทิ้งลูกตัวเองงั้นเหรอ” เสียงทุ้มพูดขึ้น
“ฉันไม่ได้ทิ้ง ฉันแค่อยากให้คุณช่วยเลี้ยงไปก่อนระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ฉันมีความจำเป็น”
“จำเป็นอะไร ?”
“บอกแล้วไง ว่าฉันต้องไปทำงาน”
“ก็ไม่ต้องไปสิ”
“ฉัน…”
จะบอกว่าขัดสน เงินทองชักหน้าไม่ถึงหลังก็กระไร ฉันอายเกินจะพูด ฉันไม่กล้าประกาศความลำบากของตัวเอง ฉันไม่สามารถจมปลักอยู่ที่เดิมกับเงินเดือนสองหมื่นได้
และที่สำคัญไปกว่านั้น ฉันรู้สึกได้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป โอกาสหนนี้เป็นตั๋วนำโชคของฉัน หลังจากนี้ถ้าทุกอย่างราบรื่น เมื่อฉันสามารถตั้งตัวได้ ขอแค่ฉันตั้งตัวได้ ฉันจะพาลูกย้ายมาอยู่กับฉัน
“คุณมีพร้อมทุกอย่าง เลี้ยงเด็กแค่สองคนไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณ”
“ก็ใช่ แต่ผมไม่ว่างเลี้ยงเด็ก แล้วคุณล่ะ เอาลูกมาทิ้งให้ผมเลี้ยง ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ คุณสมควรทำหน้าที่พ่อ ถึงคราวคุณแล้ว”
“แต่ฉันก็เข้าใจนะคะ ว่าคุณอาจจะติดงานไม่มีเวลาว่าง แต่คุณสามารถจ้างพี่เลี้ยงช่วยดูแลได้”
“หลังเลิกงาน คุณแค่ต้องอุ้มลูก หอมลูก กอดลูก แล้วก็บอกรักลูก หน้าที่พ่อของคุณง่าย ๆ เพียงแค่นี้เอง”
ผู้หญิงที่เคยมีสัมพันธ์ เด็กที่หน้าตาละม้ายคล้ายเขา เขารู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย มันเหมือนกับมีหลักฐานมัดตัว โซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่เขาไม่อาจตัดมันได้ ครองโสดมาอายุ 29 ปี วันนี้มีลูกสาวสองคน คู่แฝดนี้ก็ช่างน่าโมโห ดูสิ หน้าไม่เหมือนแม่มันเลย
เขาจำยอมรับ ทุกอย่างชี้ไปในทางเดียวกัน วันนี้สถานะของเขากลายเป็นคุณพ่อ
เธอหอบลูกหอบเต้ามาหาเช่นนี้ แสดงว่าจนตรอก เขาไม่ใจดำกับเด็ก
แต่ไม่ใช่กับแม่มัน !!!
เฟลิกซ์แสยะยิ้มออกมาเบา ๆ เขาเปิดเผยอีกด้านหนึ่งที่น้อยคนนักจะได้เห็น
“มันก็จริงผมสามารถเลี้ยงได้ ไหนคุณลองแสดงความรักที่มีต่อลูกให้ผมดูหน่อย”
“คะ ?”
ฉันย่นคิ้ว ลางสังหรณ์แปลก ๆ ทำไมน้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป สีหน้าแววตาด้วย มันฟังดูร้ายกาจ
“คุกเข่า แล้วคลานเข้ามาแทบเท้าผม”
ฉันยืนอึ้ง เขาเป็นบ้าอะไร ? ล้อเล่นใช่ไหม ? ให้คลานไปหา ?
เจ้าของใบหน้าหล่อร้ายพูดต่อด้วยถ้อยคำสุภาพนุ่มนวล หากแต่นัยน์ตาสีเทาฉายแววเจ้าเล่ห์ ยิ้มต่ำทราม
“เร็วสิ อ้อนวอนผม พูดเพราะ ๆ พูดหวานหูให้ผมฟัง ผมอาจจะใจดีรับพิจารณาสงเคราะห์เด็กสองคนนี้ก็ได้”
“ไม่ว่างคุกเข่าค่ะ ฉันอุ้มลูกอยู่” เธอปฏิเสธทันที
ทำอย่างกับฉันเป็นขี้ข้าแน่ะ! นั่งไขว้ขากระดิกเท้า แล้วจะให้ฉันลงไปหมอบแทบเท้าขอร้องเนี่ยนะ เขาเลิกทาสตั้งแต่รัชกาลที่ 5 แล้วโว้ย !
หมอนี่คลั่งอำนาจ
มันเป็นบ้า
แววตามันโรคจิต ดูสีหน้าที่มันยิ้มสิ ฉันนอนกับมันไปได้ไงนะ ถ้ารู้ว่านิสัยแท้จริงเป็นแบบนี้ หล่อให้ตายก็ไม่เอาหรอก นี่ดันพลาดไปแล้ว เวรกรรมของฉันจริง ๆ ดันมาท้องลูกมันสะได้
“วางเด็กลงพื้นสิ”
“หยองหยอง แฮมแฮม พึ่งจะเริ่มคลานเป็น ยังเดินไม่ได้ หรือคุณจะอุ้มแทนล่ะ”
“จะไม่คลานมาแทบเท้าผมสินะ ?”
“ค่ะ เรื่องอะไรฉันต้องทำด้วย มองกลับกัน ฉันคลอดทายาทสืบสกุลให้คุณแค่นี้ก็บุญเท่าไรแล้ว ได้ทีเดียวตั้งสองคน”
เฟลิกซ์จ้องตาเขม็ง บรรยากาศเริ่มเข้าโหมดมืด เสมือนม่านหมอกปกคลุมทั่วห้อง
“จะเอางี้เหรอ ก็ได้ครับ”
น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั้น หมูหวานพึ่งรู้ตัว ตายแล้ววววว ฉันพูดอะไรออกไป๊~ เผลอพลั้งปาก
“เอ่อ ฉัน~ ฉันแค่บอกค่ะ ไม่ได้จะทวงบุญคุณอะไร อย่าถือสาเลยนะคะ”
“เวลาผมเป็นเงินเป็นทอง ผมไม่เลี้ยงให้ฟรี คุณมีอะไรมาแลกบ้าง”
ขี้ตืดจริง ๆ เลย เป็นถึงรองประธาน เธอกัดฟันก่นด่าในใจสารพัด เมื่อลองทบทวนดู เธอเริ่มตระหนัก สถานะของเธอตอนนี้มีแต่คำว่าจ่นจ๊นจน ค้างค่าเช่า นั่งรถเมล์ กินมาม่า
แต่เขารวยอยู่แล้ว ? ข้อแลกเปลี่ยนของเขา ไม่น่าจะใช่ตัวเงิน บางทีอาจจะเป็นเรื่องบนเตียง ? หมูหวานใช้ไหวพริบอันน้อยนิดเฉไฉอ่อนน้อมถ่อมตน น้ำคำนุ่มนวลไพเราะเสนาะหู
“ฉันเป็นเพียงพนักงานตัวเล็ก ๆ ลำพังเงินเดือนนิดเดียวเองค่ะ ฉันไม่มีค่าจ้างให้หรอกนะคะ จะมีให้ก็แค่ลูก แก้มอ้วน ๆ นั่น ฉันจะอนุญาตให้คุณหอมกอดลูกได้ตามต้องการค่ะ ถือว่าเป็นของแลกเปลี่ยน”
“ไม่เอา”
เฟลิกซ์ยังคงนั่งวางมาดท่านประธาน มองผู้หญิงตรงหน้าไม่กะพริบตา เธอเป็นคนสวย เธอขาวไปทั้งตัว เขาชอบที่ตัวเองอยู่เหนือกว่าเธอ เขาชอบที่ตัวเองสามารถออกคำสั่งกับเธอได้
“แก้ผ้าให้ผมดูเป็นข้อแลกเปลี่ยนหน่อยสิ เหมือนเมื่อคืนนั้น”
“บ้า ! ต่อหน้าเด็ก อย่าพูดเรื่องน่าเกลียดแบบนี้”
ประโยคนี้ทำเขาหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว
“ต่อหน้าเด็กเหรอ ฮึ ?”
เขาเบี่ยงสายตามองคู่แฝดที่เธอหนีบคล้องเอวซ้ายขวา กอดแม่มันแน่นเชียว
“ลูกคุณยังฟังที่เราพูดไม่รู้เรื่องหรอก ดูสิ ยังดูดนิ้วน้ำลายย้อยอยู่เลย”
นี่หรอกหรือข้อแลกเปลี่ยนที่เขาอยากได้ ฉันจะทำยังไงดี เหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้ด้วยสิ แววตาของเขาหมายมั่น รู้งี้ยอมลงไปหมอบแทบเท้ายังดีเสียกว่า
“อืม เร็วสิ ถ้าจะไม่วางลูกบนพื้นก็ส่งมาทางนี้ เดี๋ยวจะรับอุ้มให้ชั่วคราว”
เฟลิกซ์กระดิกปลายรองเท้าเบา ๆ เสมือนตนเองกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ จ้องคนตัวเล็กตาเป็นมัน รอเธอปลดเปลื้องอาภรณ์
“ใครจะบ้าไปทำ ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนที่ดีกว่านี้เหรอคะ”
“ทีอ้าขาให้หมอ ยังทำได้เลย เปลือยร่างกายให้ผมดูนิดหน่อยจะเป็นไรไป”
“ถ้าฉันไม่ขาหยั่งให้หมอ แล้วจะให้คลอดลูกทางปากเหรอคะ”
“จะแก้ไม่แก้ครับ ไม่แก้ก็เอาลูกคุณกลับไป ผมไม่นิยมทำงานฟรีถ้าไม่ได้สิ่งตอบแทนที่คุ้มค่า”
ตั้งแต่แต่งงานกันมา ยังไม่มีโอกาสพาภรรยาไปเที่ยวไหนไกลๆ ช่วงฮันนีมูนเธอแพ้ท้อง เราเลยอยู่บ้านเป็นหลัก เที่ยวต่างจังหวัดกันนิดหน่อย ทว่าหนนี้เฟลิกซ์มีแพลนพาหมูหวานไปเที่ยวต่างประเทศเธอคลอดแล้ว น้องฟร๊องต์อายุครบ 8 เดือน ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล ที่น่าห่วงคือไอ้สองหมูดื้อ แน่นอนว่าเที่ยวหนนี้เขาจะไม่พาลูกไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ผ่อนคลายกลับต้องมาตามวิ่งไล่จับลูกไม่ได้พัก สร้างเรื่องปวดหัวอีกแน่ เผลอๆ ไปหลงในต่างแดนวุ่นอีก ตัดปัญหาคือให้สองหมูดื้ออยู่บ้านอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กๆ แต่เขาคิดทบทวนถี่ถ้วนดีแล้ว ขนาดพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ายังต้องจูงมือห้ามขาด ปล่อยหลุดมือไม่ได้เลย มันหาย ครั้งนั้นเขาเผลอปล่อยมือแวบเดียวตอนควักกระเป๋าจ่ายเงิน หันมองอีกทีไม่เจอตัวแล้ว สองพี่น้องพากันหายไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะหาตัวเจอร่วม 20 นาที ต้องประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาทั่วห้างสรรพสินค้า ลูกชอบออกผจญภัย เด็กคงจะสนุก แต่หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาวิตกกังวล กลัวใครมาอุ้มจับไปขายทิ้งสองหมูดื้อจอมป่วนไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า แต่จะให้อยู่กับคุณทวดก็ไม่ไหวอีก ตาสุวิทย์ กับยายดาวเรือง อายุ 76 ปี เหมือนจะ
สัปดาห์ถัดมา เลิกเรียนกลับบ้าน วันนี้มีของฝากมาให้แม่ หยองหยอง แฮมแฮม เปิดกระเป๋าสะพายหลัง รูดซิปลง อุ้งมือน้อยคว้าหยิบบางสิ่งที่ตั้งใจทำออกมา“มามี้ หยองทำที่โยงเยียน ให้มามี้” หยองหยองยื่นส่งสิ่งนั้นแก่มารดา“ทีเชอร์บอก เอามาให้มามี้”แฮมแฮมพูดน้ำคำไร้เดียงสา ส่งยื่นให้แม่ด้วยเช่นกันกระดาษแข็งสีชมพูที่ลูกถือในมือ ฉันพอเดาได้ว่ามันคืออะไร การ์ดนั่นเอง วันนี้ 12 สิงหา เป็นวันแม่ ลูกนำการ์ดมามอบให้ฉัน หัวใจของฉันพองโต เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับสิ่งนี้ในฐานะแม่ ความรู้สึกปลาบปลื้มใจเอ่อล้น พรั่งพรูมาพร้อมกับน้ำในดวงตา“น่ารักจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะลูก”ฉันรับการ์ดสีชมพูติดกากเพชรวิบวับ เปิดออกเพื่อดูภายใน รูปหัวใจสีแดงถูกระบายด้วยสีเทียน มันดูบิดเบี้ยวเพราะถูกวาดด้วยฝีมือของเด็ก สำหรับฉันเป็นรูปสวยมาก“มาเทอร์เดย์” หยองหยองพูดขึ้น คุณครูที่โรงเรียนบอกมาเช่นนี้ ซึ่งเด็กหญิงเองไม่ได้เข้าใจความหมายมากนักว่ามันคือวันอะไร เป็นวันของแม่หรือเปล่าฉันก้มจุ๊บเหม่งลูกสาวคนละที“หยองหยอง แฮมแฮม ของแม่น่ารักที่สุด”อีกด้านหนึ่ง“พวงมาลัยครับ เราเอาไปไหว้แม่กันนะ”หยองหยอง แฮมแฮม ยกพวงมาลัยดอกมะลิสีขาวส
บ่ายสองของวันจันทร์ รองประธานในชุดสูท แวะมารับลูกสาวที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังตามเคย ระหว่างที่นั่งในรถหยองหยองย้ำบอกพ่อ กลัวพ่อจะลืม“ปาปี๊ ไปจื๊อเปียก ให้ฉีนวล”“ครับ”เฟลิกซ์หอมหัวหยองหยองที่นั่งบนตัก ก่อนจะสั่งคนขับรถแวะร้านขายอาหารหมาแมว ในตะกร้าพลาสติก มีขนมแมวเลียของส้ม กับสีนวล อาหารเม็ด เปียกยี่ห้อดี แล้วก็ขนมขบเคี้ยวบำรุงของแมวตั้งแต่หยองหยองรู้ว่าสีนวลตั้งท้อง เห่อใหญ่เลย สีนวลท้องโตมากโข นี่ก็ใกล้คลอดแล้ว อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์“หนูอุ้มสีนวลระวังนะคะ อย่าบีบท้องแม่สีนวลนะลูก”“ค่าาาา”หยองหยองอุ้มสีนวลสุดที่รักด้วยความถนอม จูบหน้าผากของสีนวลแฮมแฮมอุ้มไอ้ส้มเดินขึ้นบันไดตามหลังพี่สาว ค่ำแล้วพาแมวเข้านอนด้วยกันไม่กี่วันถัดมา เวลาตี 5 ใกล้รุ่งสาง ฉันยังไม่ได้นอน นั่งมุงกล่องกระดาษลัง เฝ้าสีนวลคลอดลูกตั้งแต่เที่ยงคืน ค่อยหายโล่งใจ ออกมาปลอดภัยครบสมบูรณ์ทุกตัว ฉันจับทั้งสี่จิ๋วเข้าเต้าแม่สีนวลขนเจ้าจิ๋วแห้งสนิท ฟูนิดหน่อย น่ารักมากๆ ลายส้มหนึ่งตัวเหมือนพ่อ อีกสามตัวลายสีขาวเทาเหมือนแม่“เฟลิกซ์ นี่หลานคุณ”เฟลิกซ์หันมาทางภรรยาคนสวย เธอกำลังหยอกล้อเขาหมูหวานไม่วายแหย่สามีต่อ
เขาชอบการเย้ายวนของเธอ พึ่งอาบน้ำเสร็จไม่ทันไร เหมือนคืนนี้จะมีกิจกรรมออกเหงื่อให้ทำต่อ สองมือใหญ่ช้อนอุ้มลูกชายตัวน้อย นำย้ายไปไว้ที่เปลนอนข้างเตียง พ่อกับแม่มีเรื่องต้องทำกันบนเตียงชายชุดนอนตัวบางถูกดึงขึ้นเหนือเอว พร้อมกับสองขาที่เปิดอ้า ท้าทายสายตาหิวโซ เฟลิกซ์กลืนน้ำลายย่างฝืดคอ ความชื้นแฉะเยิ้มไหล ปลายนิ้วเปิดปากล่าง ช่องเล็กแค่นี้ แต่ช่างวิเศษ มันสามารถกลืนความใหญ่โตของเขาได้ทั้งลำ แถมยังกินอย่างตะกละตะกลามเธอหวีดร้อง ขยำผ้าปูที่นอนกลั้นอารมณ์รัก เขาเล่นใส่เข้าในมาทีเดียวเธอหย่นคิ้ว อารมณ์กำลังพุ่ง ทว่าชายด้านบนไม่เริ่มขยับสักที เขาแค่ใส่เฉยๆ แล้วก็เอาแต่จ้องหน้าอมยิ้มเบาๆ ราวกับว่ากำลังรอบางสิ่ง“ขยับสิ”“อยากมากไหม”เธอเขินอายแก้มแดงผ่อง เม้มปากพยักหน้าน่าเอ็นดู“ต้องพูดยังไงก่อน การขอร้องคนอื่น”“เฟลิกซ์”ชายด้านบนยิ้มแหย่ เขาต้องการให้เธอร้องขอ เขาถึงจะทำให้เธอเม้มปากมันเขี้ยว ถึงกระนั้นก็ต้องยอม มันเสียบคาอยู่ จะตายแล้วตอนนี้ เธอดัดเสียงหวาน เว้าวอน ขอความเมตตาจากเขา“เอาเมียหน่อย นะคะที่รัก”เขาแสยะยิ้มชอบใจเมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากฟังก้อนหน้าอกของเธอกระเพื่อมตามแร
หมูหวานถอนลมหายใจเบาๆ อยากระบายความในใจที่ทนอัดอั้น“เฟลิกซ์เองก็เวอร์เหมือนพ่อเขา เลี้ยงแบบคนรวย ชอบประเคนนั่นโน่นนี่ราคาแพงให้ลูก ทั้งปู่ ทั้งพ่อมัน หยองหยอง แฮมแฮม เลยได้ใจ หัวไฮโซ ชอบกระแดะ ของกลิ่นเหม็นๆ มันไม่กินเลยนะ แล้วก็ตอนไปเที่ยว ไปห้างฯ ซื้อของ ชี้นิ้วจะเอาท่าเดียว ถ้าฉันพาไปฉันจะไม่ซื้อให้ ของเล่นเต็มบ้านแล้ว ซื้อมาก็ไม่เห็นจะเล่น ซื้อมากอง ติดนิสัยจะเอาจะเอา กลับบ้านโกรธฉันอีกแม่ไม่ซื้อให้ มันไปฟ้องพ่อมัน แฮมแฮมนี่ตัวขี้ฟ้องเลย แล้วพ่อมันก็พาไปซื้อ พอฉันจะสอนจะดัดนิสัยลูก เฟลิกซ์ก็ขวางตลอดเลย เป็นอยู่แบบนี้ ฉันละเหนื่อย”ปัญหาของคนรวยเมษาได้ฟังยิ้มอ่อน เรื่องหยุมหยิมในครอบครัวเศรษฐี เมษาเลิกคิ้วแหย่ ส่งยิ้มแก่เพื่อน “อืม ผู้ชายคนนี้แหละ รักแท้ของแก ที่แกเฝ้ารอ ได้มาเป็นผัวแล้วไง ดีใจด้วยนะ”เมษาจับความรู้สึกได้แม้หมูหวานจะบ่น แต่มันมีความสุข ดีใจแทนมัน ชีวิตเปลี่ยนมาเป็นสะใภ้เศรษฐี ไม่ต้องทนลำบากแบบเมื่อก่อนไม่ทันไรผู้ชายที่เอ่ยถึงเผอิญเดินมาทางนี้พอดี สองสาวปิดปากนิ่งเงียบหนุ่มไฮโซหน้าหล่อวางแก้วนมอุ่นที่เขาชงมาแก่ภรรยา ตั้งใกล้มือของเธอ นมบำรุงครรภ์หมูหวานมองแก้วดั
บ่ายสาม หมูหวานตื่นนอน สิ่งแรกที่เธอปรารถนาคือกินข้าว 40 นาทีต่อมา ของที่สั่งไว้มาส่งถึงประตูรั้วหน้าบ้าน ป้าแม่ครัวจัดใส่จานสวยงามน่ารับประทานเฟลิกซ์ส่งเรน จอมทัพ กลับบ้านมัน เริ่มจะเย็นละ เขามีลูกมีเมียไม่ได้โสดเหมือนแต่ก่อน จะให้มานั่งก๊งเหล้าทั้งวันกับเพื่อนก็กระไรอยู่ชายตัวสูงเดินวนมาหาภรรยา เธอกำลังนั่งกินปูไข่ดองท่าทางเอร็ดอร่อย อ้าปากสวบดูดเนื้อปูเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ดวงตาของเขาเฝ้ามองคนท้อง รู้สึกกังวลใจ อาหารดิบอาจส่งผลไม่ดีต่อครรภ์ เพราะมันยังดิบ มีสิ่งแปลกปลอมปรสิตต่างๆ มากมายแฝงอยู่ในเนื้อปู มันต่างจากเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ผ่านการน็อกน้ำแข็งหลายสิบชั่วโมง ปูไข่ดองเขาใช้ปูตัวเป็นๆ เพื่อรักษาสภาพเนื้อเธอกินมากเกินไป มื้อละ 3-4 ตัว เขาไม่ได้อยากจะขัดใจเมีย แต่เธอกินปูไข่ดอง เช้า เที่ยง เย็น ค่ำ ทุกมื้อต้องมีเมนูปูไข่ดอง แล้วก็กุ้งดอง ของดิบทั้งนั้น เป็นอย่างนี้ติดต่อกันมาสองเดือนละ ก่อนหน้านี้หยุดกิน พักหลังกลับมากินอย่างโหยหาเฟลิกซ์ได้โอกาสเอื้อนเอ่ยบอกภรรยา“มันดิบ อย่ากินบ่อย สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งพอนะ”แววตาสดใสแปรเปลี่ยนเป็นขุ่นมัว หมูหวานชะงักเมื่อถูกขัดจังหวะมื้ออาหาร เ







