Masuk"เราเลิกกันเถอะ" น้ำใส เอ่ยพูดในขณะที่ยังคงรัก ฟีนิกซ์ จนสุดหัวใจ แต่ทว่าความเจ็บปวดในหัวใจมันใหญ่กว่าที่ความรักจะเอาชนะได้ เรารักกันมาก แต่ทำไมถึงลงเอยแบบนี้ มันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน? น้ำใส ผู้ที่เคยผิดหวังในความรัก เธอถูกคนรักทรยศและหักหลัง จนตั้งกำแพงหัวใจเอาไว้สูง จนกระทั่งฟีนิกซ์ ได้เข้ามาทำลายกำแพงนั้นลงและทำให้เธอรักเขาจนหมดใจ สุดท้ายเขากลับกลายเป็นคนที่ทำให้เธอตั้งกำแพงเอาไว้สูงยิ่งกว่าเดิม คำเตือน เองนี้มีการนอกกายและนอกใจ
Lihat lebih banyakไอน้ำสีขาวลอยขึ้นมาจากหม้อที่กำลังต้มน้ำเดือด น้ำใสจัดการเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้ตัวเองและคนรักของเธอในทุก ๆ เช้า ก่อนจะออกไปทำงาน
เธอจัดเตรียมจานชาม ตักข้าวสวย และกับข้าวไปเตรียมไว้บนโต๊ะทานอาหาร ก่อนจะเดินไปปลุกคนที่กำลังหลับอยู่
“พี่คะตื่นได้แล้ว”
“อืม ขออีกห้านาที” พูดงัวเงียก่อนพลิกตัวหนี
“ห้านาทีอะไรคะ มันจะสายแล้วเนี่ยเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดนะ”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวเวฟก็ได้” เขาไม่ได้สนใจตะแคงไปอีกข้างหันไปนอนต่อ น้ำใสทำได้เพียงถอนหายใจเบา ๆ วันนี้เธอคงต้องกินข้าวคนเดียวเพราะเมื่อคืนฟีนิกซ์คงโหมเล่นเกมต่อยันเช้าน่าจะพึ่งได้นอนไปไม่นาน
“ข้าวอยู่บนโต๊ะนะ”
“อืม” เขาทำเพียงเอื้อมตัวขึ้นหอมแก้มคนรักแล้วล้มลงนอนต่อ เขาทำแบบนี้หอมแก้มเธอก่อนออกไปทำงานเหมือนเป็นกิจวัตรไปแล้ว
เกือบสี่ปีแล้วที่คบกันมา ความหวานอาจจะไม่ได้เหมือนเดิมเหมือนช่วงแรก แต่เราก็แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย เรื่องของผู้หญิงเองก็ไม่เคยระแคะระคายมาเข้าหู ทำให้เธอสบายใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
จากความรักครั้งเก่าที่ทำให้หวาดระแวง ไม่กล้าไว้ใจใครง่าย ๆ แต่เขาก็ทำให้เธอกลับมาเชื่อใจใครได้อีกครั้ง เธอจึงไม่ต้องการอะไรมากในความสัมพันธ์ ขอแค่ซื่อสัตย์ต่อกันเท่านั้นพอ
“เค้าไปทำงานก่อนนะ”
“ตอนเย็นเจอกัน” พูดทั้งที่ตายังปิดอยู่ เมื่อคืนเขาคงเล่นเกมต่อจนดึกหลังจากที่เธอหลับไปแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้นมาเสมอตั้งแต่คบกันเธอเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันเป็นความชอบของเขา
Firaris Industry Co., Ltd.
(บริษัท ฟีราริส อินดัสทรี จำกัด)
ห้องประชุม 1
วันนี้เราจะมาสรุปยอดขายในสองไตรมาสแรกที่ผ่านมากันนะคะ…
น้ำใสเข้าประชุมเกี่ยวกับยอดขายในช่วงครึ่งปีแรก ไม่ใช่เพียงแค่ยอดจำหน่ายอะไหล่นำเข้าและผลิตเองที่ทีมเธอได้รับมอบหมาย แต่รวมไปถึงทีมที่ดูแลการส่งออกขายไปต่างประเทศและทีมทำหน้าทีดีลกับลูกค้าที่เป็นบริษัทจำหน่ายรถยนต์ที่มาผลิตชิ้นส่วนและประกอบกับทางบริษัทด้วย
น้ำใสรู้สึกว่าพวกเธอก็เป็นเพียงเซลล์ตัวเล็ก ๆ เพราะรายได้ส่วนใหญ่จากบริษัทยังคงมาจากการผลิตและประกอบรถยนต์ให้กับลูกค้า ฝ่ายขายทุกคนก็อยากไปอยู่ณ.จุดที่ดีลงานกับค่ายรถซึ่งโปรเจคใหญ่ที่พูดกันถึงจำนวนเงินหลักร้อยล้านขึ้นทั้งนั้นรายได้ต่อเดือนก็สูงกว่าเซลล์แบบเธอมาก แต่ไม่ใช่ว่าใครอยากทำก็ทำได้ต้องอาศัยประสบการณ์และความสามารถ บางคนต้องมีประสบการณ์10ปีค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นไป ความรับผิดชอบก็สูงพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว เพราะความเสียหายไม่ได้พูดกันหลักล้าน แต่พูดถึงหลักร้อยล้านพันล้าน และถ้าดีลไม่สำเร็จก็จะเสียโอกาสทางรายได้ไป
น้ำใสทำงานตำแหน่งเซลล์ที่ต้องไปดูแลและหาลูกค้าที่ต่างจังหวัดมาเกือบสี่ปีแล้ว เธอเองก็อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นไปได้ก็อยากลองไปดีลโปรเจ็กใหญ่ ๆ สักครั้ง แต่กว่าจะถึงวันนั้นเธอต้องพยายามให้มากขึ้น
การประชุมอันแสนเคร่งเครียดได้ดำเนินการต่อไปกินเวลานานกว่าสามชั่วโมงแทบจะทั้งช่วงเช้าเลยก็ว่าได้
“หวังว่าทุกท่านจะทำให้ยอดขายของเราเติบโตขึ้นอีกในสองไตรมาสที่เหลือในครึ่งปีหลังนะคะ”
“มีใครมีข้อสงสัยอะไรจะซักถามไหมคะ” ผู้จัดการฝ่ายขายเอ่ยถาม
“หากไม่มีอะไรแล้วขอให้ทุกท่านแยกย้ายกันไปทำงานได้ค่ะ ส่วนหัวหน้าทีมเซลล์อะไหล่ให้อยู่ก่อนนะคะ สำหรับวันนี้ขอบคุณมากค่ะ”
หลังออกจากห้องประชุม น้ำใสก็ไปนั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองต่อ มีลูกค้าจำนวนมากที่ติดต่อเข้ามาหาเธอเพื่อขอใบเสนอราคาพวกอะไหล่รถยนต์ แน่นอนว่าเธอนั้นดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดีตอบทุกคำถามและให้คำปรึกษาได้ด้วยความจริงใจและความอัธยาศัยดีทำให้พวกเขาเหล่านั้นต่างพึงพอใจในการให้บริการของเธอ
“น้ำ” เสียงเรียกทำให้น้ำใสละสายตาจากงานมองไปยังคนที่เรียกชื่อเธอ
“ตามพี่มาที่ห้องมีตติ้งหน่อย” พี่เจี๊ยบที่พึ่งเลิกจากการประชุมเรียกให้หญิงสาวเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัว ห้องนี้ใช้สำหรับประชุมเล็กสำหรับทีมที่มีที่นั่งสี่ถึงห้าคน
“มีอะไรเหรอพี่” ทั้งสองหย่อนกายลงบนเก้าอี้โดยที่เจี๊ยบนั้นเองก็มีทีท่าสบายทำให้น้ำใสไม่รู้สึกเป็นกังวลกับเรื่องที่กำลังจะคุย
“พี่จะบอกว่ายอดขายทีมเราน่ะ น้ำทำยอดได้สูงที่สุดเลยนะ เมื่อกี้ก่อนจะออกจากห้องประชุมพี่คุยกับผู้จัดการให้ประเมินขึ้นเงินเดือนให้น้ำนะ แล้วก็คุยเรื่องปรับเลื่อนตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าทีมใหม่ด้วย เพราะปีหน้าเห็นว่าจะขยายฐานลูกค้าเพิ่มอาจจะต้องเพิ่มฝ่ายขายเพื่อหาฐานลูกค้าใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย พี่คนเดียวดูแลอาจจะไม่ทั่วถึงน้ำโอเคไหม”
“โอเคสิคะพี่เจี๊ยบ” ฐานเงินเดือนขึ้น โอทีก็ขึ้น โบนัสก็จะขึ้นตาม มีตรงไหนที่เธอจะไม่โอเคกันล่ะ
“ดีไม่ดี อาจจะได้รับผิดชอบลูกค้าประจำรายใหญ่ด้วย” บริษัทหรือร้านซ่อมขนาดใหญ่ที่เปิดบริการไปทั่วประเทศ ร้านพวกนี้มียอดซื้อเป็นจำนวนมากและสม่ำเสมอ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรายได้และค่าคอมมิชชั่นเลย ได้เยอะและมั่นคงกว่าการออกหาลูกค้าตามร้านซ่อมเล็ก ๆ แน่นอน
“น้ำจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่เลยค่ะ"
“งั้นก็ขอให้รักษามาตรฐานตัวเองไว้นะ สิ้นปีขอให้ได้รับข่าวดี”
“ขอบคุณพี่เจี๊ยบมาก ๆ ค่ะ”
“ขอบคุณพี่ทำไม ทุกอย่างก็เป็นเพราะน้ำตั้งใจนั่นแหละ”
“แล้วก็งานงานจัดแสดงสินค้าชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ที่เชียงใหม่ปีนี้บริษัทของเราจะไปออกบูธด้วย จะเอาอะไหล่ที่เราผลิตได้เองไปจัดแสดง เราคิดว่าน่าจะได้ลูกค้าใหม่ ๆ จากคนที่มางานนี้ ทีมของเราได้ทำงานนี้ อาทิตย์หน้าน้ำกับพี่ต้องไปดูสถานที่ด้วยกันแล้วก็ต้องประมูลล็อกสำหรับตั้งบูธแข่งกับเจ้าอื่น แล้วเราก็ต้องไปเจอลูกค้าที่พี่นัดไว้ด้วย”
“งั้นน้ำจะเตรียมตัวไว้”
“อืม พี่ไม่มีอะไรแล้วกลับไปทำงานต่อเถอะ” น้ำใสกลับไปทำงานด้วยความสุข นี่แหละคือสิ่งที่คนตั้งใจทำงานหนักสมควรได้รับ
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ
บริษัท ฟีรารีส อินดัสทรี จำกัดห้องทำงานของ CEO“ลูกชายของฉันเป็นยังไงบ้าง” ฤทธาเอ่ยถามกับเลขาสาวของตนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่สายตาของเขายังคงอ่านเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าไปด้วย“ช่วงนี้ดูเหมือนว่าคุณฟีนิกซ์จะดูสนิทกับทางของเด็กฝึกงานที่ชื่อเว็นดี้เป็นพิเศษค่ะ” เขาละสายตาขึ้นมองอิงดาวก่อนจะเอ่ยถาม
หลายวันต่อมาหลังจากแผลของน้ำใสเริ่มดีขึ้นเธอก็กลับไปทำงาน เช้านี้เธอก็ไม่ลืมที่จะตื่นมาทำอาหารแต่เช้าให้กับฟีนิกซ์เหมือนเช่นทุกวัน เขาก็ทำตัวตามปกติช่วงที่เธอหยุดเขาก็ออกไปทำงานกลับบ้านตามเวลาปกติไม่มีอะไร แต่ว่าบางทีเธอก็รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนเดิมทั้ง ๆ ที่ก็ทำทุกอย่างเหมือนปกติน้ำใสตักผัดผักใส่ลง
น้ำใสนั่งรอจนเวลาล่วงเลยไปจนตีสองที่ได้ยินเสียงของประตูห้องเปิดออก เธอมองไปยังคนที่เดินเซเข้ามาคล้ายกับอยู่ในอาการเมา แต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่และสร้อยคอนั้นมันเหมือนกับรูปของเว็นดี้ทุกอย่างใช่และคงเป็นเขาจริง ๆ“มาแล้วเหรอ นึกว่าจะไปอยู่นู่นไม่กลับมาแล้ว” พอเห็นหน้าเธอเขาก็พูดแขวะขึ้นมาทันที“จะไม่ก
Ulasan-ulasan