Masuk"เราเลิกกันเถอะ" น้ำใส เอ่ยพูดในขณะที่ยังคงรัก ฟีนิกซ์ จนสุดหัวใจ แต่ทว่าความเจ็บปวดในหัวใจมันใหญ่กว่าที่ความรักจะเอาชนะได้ เรารักกันมาก แต่ทำไมถึงลงเอยแบบนี้ มันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน? น้ำใส ผู้ที่เคยผิดหวังในความรัก เธอถูกคนรักทรยศและหักหลัง จนตั้งกำแพงหัวใจเอาไว้สูง จนกระทั่งฟีนิกซ์ ได้เข้ามาทำลายกำแพงนั้นลงและทำให้เธอรักเขาจนหมดใจ สุดท้ายเขากลับกลายเป็นคนที่ทำให้เธอตั้งกำแพงเอาไว้สูงยิ่งกว่าเดิม คำเตือน เองนี้มีการนอกกายและนอกใจ
Lihat lebih banyak"เธอจะตอบแทนฉันยังไงในการช่วยเหลือเธอครั้งนี้ล่ะ"
เตชินมองจันทร์เจ้าอย่างเหยียด ๆ ทว่าแม้จะมองแบบนั้นเขากลับจ้องเธอไม่วางตา คล้ายกับเสือร้ายที่พร้อมจะกระโจนเข้าหาเหยื่อแล้วเคี้ยวอย่างช้า ๆ ด้วยความสะใจ
จันทร์เจ้าเม้มปาก เธอมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าเลขาของเขายังอยู่ในห้องนี้ด้วย เตชินเห็นหญิงสาวไม่กล้าพูดจึงโบกมือไล่เลขาของตัวเองให้ออกจากห้องไป
"คุณพนอออกไปก่อน ถ้าไม่มีเรื่องด่วนจริง ๆ อย่าให้ใครมารบกวนผมจนกว่าผมจะเสร็จธุระ"
พนอเป็นเลขาของเขาและยังมองจันทร์เจ้าแปลก ๆ เหมือนว่าเธอจะหวงเจ้านายคนนี้มาก
จันทร์เจ้าเองกลับจ้องตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอยังไม่ทิ้งนิสัยเย่อหยิ่งจองหองซึ่งเป็นนิสัยลูกคุณหนูเอาแต่ใจที่เธอมีมาแต่กำเนิด
เตชินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานราคาแพงอย่างสบาย หญิงสาวกวาดสายตามองเขาทั่วใบหน้า เธอรู้ว่าเขาหน้าตาดีจนกระทั่งมีผู้หญิงมาหาที่บ้านของเธออยู่บ่อย ๆ แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาจะหน้าตาดีและดูสูงส่งจนเข้าไม่ถึงเหมือนในตอนนี้
เตชินเอียงคอเล็กน้อย
"ว่ายังไงล่ะ คุณหนูจันทร์เจ้าจะตอบแทนผมยังไง ถ้าหากผมช่วยคุณ"
จันทร์เจ้ายืดตัวขึ้นแล้วตอบอย่างมั่นใจ
"ภาษาอังกฤษฉันดี สมัยก่อนเคยฝึกงานในบริษัทของคุณพ่อและเรียนรู้งานมาบ้างฉันสามารถเป็นเลขาของนายได้"
เตชินหัวเราะ "เธอยังอวดดีสินะ แม้กระทั่งตอนซมซานมาขอความช่วยเหลือก็ยังเรียกฉันว่า นาย"
จันทร์เจ้าเพิ่งนึกได้ เธอเคยชินกับการเรียกแทนตัวเขาว่านายมานาน ใช่ เพราะเขาคืออดีตลูกคนรับใช้ในบ้านของเธอและเพิ่งออกจากบ้านของเธอได้แค่สองสามปีก่อนที่ครอบครัวของเธอจะล้มละลายและเขากลายมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของกิจการและยังมีแอพพลิเคชั่นขนส่งที่มีสาขาทั่วประเทศหลายพันสาขาในตอนนี้
เพราะเธอและเขาคุ้นเคยกัน ในตอนที่เธออับจนเธอจึงไม่มีทางเลือกวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเขา
"อ้อ ฉันขอโทษ แล้วนาย เอ๊ย..."
จันทร์เจ้าไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่ายังไง เตชินหัวเราะแล้วพูดว่า
"ช่างเถอะ ดูก็รู้ว่าความตั้งใจไม่มีเธอกลับไปเถอะ คุณหนูจันทร์เจ้าคนยโสแบบเธอฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยว"
ถ้าเป็นเมื่อก่อนจันทร์เจ้าคงหยิบเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะของเขาฟาดหน้าเตชินไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมทิ้งศักดิ์ศรีขอร้องเขา
"คุณเตชินคะ ฉันเดือดร้อนจริง ๆ ฉันไม่มีทางเลือกแล้วแม่ของฉันก็บอกให้มาขอร้องคุณ"
จันทร์เจ้าเสียงเบาและพูดออกมาไม่เต็มปาก ผู้ชายคนนี้หล่อแล้วยังไงในเมื่อเขาแล้งน้ำใจแบบนี้ ถึงที่ผ่านมาเธอจะไม่ชอบเขาและคอยแกล้งเขาอยู่เรื่อย ๆ แต่เขาควรจะเป็นลูกผู้ชายไม่ถือสาเธอไม่ใช่เหรอ
คนอะไรหน้าตัวเมียคิดเล็กคิดน้อยกับเธอได้
เตชินหัวเราะเสียงดัง เขารู้ว่าจันทร์เจ้านิสัยเป็นยังไง คุณหนูนิสัยเสียที่พ่อแม่สปอยล์มาตั้งแต่เด็ก ขี้วีนและเอาแต่ใจตอนที่เขาอาศัยอยู่ในบ้านของเธอ จันทร์เจ้ามักจะแกล้งเขาโดยไม่มีเหตุผล
ทั้ง ๆ ที่เตชินเป็นคนติวหนังสือให้เธอ แต่จันทร์เจ้าไม่เคยนึกถึงความดีของเขากลับใส่ร้ายเขาจนคุณนายลงโทษเขาอยู่หลายครั้ง
เด็กหญิงตัวร้ายที่โตขึ้นมาเป็นผู้หญิงร้ายกาจคนหนึ่งที่แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงแต่ก็ยังต้องเจ็บตัวเพราะเธอคนนี้อยู่บ่อย ๆ
"น้ำเสียงไม่จริงใจสักนิด แต่เอาเถอะเห็นว่าแก่คุณนายที่เคยดีกับแม่ของฉัน ฉันจะลองฟังข้อเสนอของเธออีกสักครั้ง เผื่อว่าจะดีขึ้น"
ดวงตาของเตชินหรี่ลงเล็กน้อย เขาจ้องมองใบหน้าสวย ๆ นั้นอย่างเจ้าเล่ห์ มิหนำซ้ำยังกวาดสายตาไปทั่วร่างของสาวน้อยอย่างไม่เกรงใจ และสุดท้ายดวงตาคู่นั้นกลับหยุดที่หน้าอกคู่งามของเธอที่แม้จะใส่เสื้อปกปิดเอาไว้แต่มันกลับเด้งท้าทายสายตาของเขานัก
"นี่นาย หยุดมองฉันแบบนี้นะ"
จันทร์เจ้ายกมือปิดหน้าอกของตัวเองเอาไว้ เมื่อเตชินเปิดเผยความต้องการของตัวเองโดยไม่ปิดบัง พวงแก้มของหญิงสาวกลายเป็นสีแดงด้วยเลือดลมที่วิ่งไหลผ่านไปทั่วร่าง
"เธอไม่อยู่ในฐานะที่จะมาสั่งฉันได้อีกแล้ว จันทร์เจ้าปีนี้เธออายุสิบแปดปีแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เด็กแล้วนะนอกจากงานเลขาที่ฉันเดาว่าเธอคงจะทำหน้าที่ได้ห่วยมาก ๆ แล้ว ยังมีอะไรมาเสนออีกหรือเปล่า..." เขาเว้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
"ข้อเสนอที่ตรงใจของฉัน"
จันทร์เจ้าเม้มปาก เธอคิดว่าเขากำลังจะแก้แค้นและหาทางเอาคืนเธอแน่ ๆ ผู้ชายคนนี้แค้นฝังหุ่นจริง ๆ หากย้อนเวลาไปได้ จันทร์เจ้าคงทำดีกับเขาให้มาก ๆ ไม่แตะต้องเขาแม้แต่ปลายขน แต่เธอไม่รู้อนาคตเพราะเขาชอบมีผู้หญิงมาหา มันทำให้เธอโกรธจึงมักหาเรื่องเขาเป็นประจำ
เธอไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เขา ก็แค่คนรับใช้พวกผู้หญิงพวกนั้นทำไมตาต่ำแบบนี้กัน ในตอนนั้นนอกจากแกล้งเตชินแล้วจันทร์เจ้ายังพาลไปถึงผู้หญิงพวกนั้นที่เธอเคยไปตบสั่งสอนว่าอย่ามายุ่งกับเขาอีก ที่เธอทำไปทั้งหมดนั่นเพราะฮอร์โมนวัยรุ่นแท้ ๆ ไม่น่าโง่ขนาดนั้นเลย
หลังจากที่ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องไปน้ำใสก็รีบตามไปทันทีเพราะเธอมัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ทว่าฟีนิกซ์กลับขับรถออกไปด้วยความรวดเร็ว เธอไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหนในเวลานี้ น้ำใสลองตามไปดูที่อู่ของเขาก็พบว่าปิดไฟมืดสนิท เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไปหมดแล้วเธอลองโทรหาวินเนอร์และเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ไม่มีใครอยู่กับเขาเลย วินเนอร์บอกว่าเว็นดี้กลับมาถึงบ้านและอยู่ในห้องแล้ว พอโทรหาฟีน่าก็บอกว่าฟีนิกซ์ไม่ได้อยู่ที่บ้าน และเขาก็ปิดเครื่องหนีเธอไปอย่างไม่สนใจไยดีน้ำใสรอจนกระทั่งเช้า เธอตัดสินใจโทรหาบอลพนักงานที่ร้านเพื่อถามว่าฟีนิกซ์เข้ามาหรือยัง และก็ได้ความว่าเขามาหลังจากที่ร้านเปิดไปได้พักหนึ่ง น้ำใสไม่รอช้าน้ำใสรีบเดินทางไปที่อู่ทันทีแต่รถกลับติดยาวเพราะใกล้ช่วงวันหยุดทำให้เธอใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าจะเดินทางไปถึงร้านพอไปถึงร้านเธอก็พบกับบอลที่กำลังซ่อมรถอยู่ น้ำใสมองไปรอบ ๆ เห็นรถของฟีนิกซ์จอดอยู่ เขาคงกลับมานอนที่ห้องพักชั้นบนของอู่“พี่ฟีนิกซ์อยู่ข้างบนใช่ไหมคะ”“ครับ” บอลตอบสั้น ๆ ท่าทางอึกอัก แต่น้ำใสไม่สนใจ เธอรีบเดินขึ้นไปทันทีเพราะหว
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ์กับเว็นดี้สนิทสนมกันแค่ไหนและวันนั้นก็มีปากเสียงทะเลาะกันกับฟีนิกซ์เรื่องที่เขาไปรับไปส่งเว็นดี้อีก แต่น้ำใสกลับเลือกที่จะทำตัวปกติ ทักทายทุกคนด้วยรอยยิ้มจาง ๆ เพื่อให้สถานการณ์ไม่แย่ไปกว่าเดิมกลิ่นเหล้ากลิ่นควันบุหรี่ทำเอาเธอแทบจะทนไม่ไหว และเดินไปเข้าห้องน้ำอยู่หลายรอบเพื่ออาเจียนออกมา แต่เธอยังคงฝืนร่างกายเอาไว้ เพื่อที่จะได้คุยเรื่องสำคัญกับฟีนิกซ์ต่อหน้าพอดื่มไปได้สักพัก ลูกน้องก็เริ่มชวนกันเล่นเกมเพื่อสร้างความสนุกสนาน เว็นดี้ที่วางตัวเป็นปกติเดินเข้ามาทักทายน้ำใสด้วยท่าทางใสซื่อ“พี่น้ำใสโอเคไหม วันนี้ไม่ดื่มเหรอคะ อยากดื่มอะไรไหมเดี๋ยวหนูชงให้”“ไม่ล่ะ พอดีไม่ค่อยสบายไม่อยากกินอะไร” น้ำใสตอบเรียบ ๆ“มา ๆ ตั้งตี้ก่อนไม่เจอกันหลายวัน” จั๊ดเอ่ยชวน “สักตาเนาะเฮีย” บอลหันไปมองเจ้านายเ
วันนี้น้ำใสยังคงตื่นมาด้วยอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้อย่างรุนแรง เธอทานอะไรแทบไม่ได้นอกจากน้ำเปล่า ช่วงพักเที่ยงน้ำใสไม่ได้สั่งอาหารเหมือนปกติ แต่เลือกซื้อเพียงผลไม้รสเปรี้ยวมาทานประทังหิวเท่านั้น เธอมานั่งร่วมโต๊ะกับปอยและทีมเซลล์ชุดเดิม เพราะความสนิทใจที่มีมากกว่าทีมอื่น“เนี่ยพี่ดูข่าวนี้ดิ” ปอยยื่นมือถือมาให้ดู“อะไร”“ชายหนุ่มนอกใจแฟนที่คบกันมาหลายปี แฟนจับได้เพราะแอบคุยกันใน มูทูป”“แล้วไปคุยกันยังไงน่ะ มันมีช่องให้แชทด้วยเหรอ หรือคุยในคอมเมนต์?” เจี๊ยบถามอย่างสงสัย “โถ่พี่เจ๊ยบคุยกันในคอมเม้นคนอื่นก็จับได้สิ”“แล้วมันทำยังไง”“เขาล็อกอินอีเมลล์เดียวกันไงพี่ แล้วพิมพ์ข้อความที่อยากคุยไว้ในช่องค้นหา เพราะมันจะบันทึกประวัติการค้นหาค้างไว้” อันที่จริงปอยก็แอบสงสารน้ำใสเรื่องแฟน ที่แอบนอกใจโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ หรือบางทีอาจจะรู้แต่ไม่ยอมเลิกปอยก็ไม่แน่ใจ เธอเพียงแค่อยากให้พี่สาวที่น่ารักคนนี้หลุดพ้นจากคนไม่ซื่อสัตย์เสียที“โอ้โห ก็มีความพยายามเนอะ” เจี๊ยบว่าก่อนจิบน้ำแล้วว่าต่อ“คนพวกนี้แม่งขี้ขลาด จะบอกเลิกก็ไม่กล้า แต่เลือกที่จะแอบคุย ชอบทำให้คนรักดูโง่ดูเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นที่รู
ห้องประชุม 1การเจรจาหารือเรื่องการผลิตรถยนต์ดำเนินไปอย่างเข้มข้น ในที่สุดทางจางเหว่ยก็ตอบตกลงที่จะทำสัญญากับทางฟีราริส นั่นทำให้ฤทธาพอใจมาก เย็นนี้จึงมีการจัดงานเลี้ยงฉลองการเซ็นสัญญาร่วมกัน ฤทธาชวนพนักงานทุกคนไปกินเลี้ยงเพื่อตอบแทนความเหนื่อย และไม่ลืมที่จะชวนจางเหว่ยไปด้วยกัน“น้ำใสเย็นนี้ไปทานข้าวที่โรงแรมด้วยกันนะ” คราวนี้ฤทธาเป็นฝ่ายเอ่ยชวนน้ำใสด้วยตนเอง ซึ่งครั้งนี้เป็นการทานอาหารร่วมกับทีมงานของจางเหว่ยด้วย เพราะเป็นการเลี้ยงขอบคุณ และเลี้ยงฉลองที่จะได้ร่วมงานกันในอนาคตน้ำใสก็ตอบตกลงไปตามมารยาทแม้ว่าวันนี้ตนจะรู้สึกไม่สบายมาตั้งแต่ตอนเช้าก็ตาม เธอรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ทั้งเวียนหัวและอยากอาเจียนตลอดเวลา แต่เธอก็ทำเพียงหาซื้อยามาทานไปก่อน โดยคิดเอาเองว่าเป็นเพราะความเครียดสะสม ทั้งเรื่องงานและเรื่องความสัมพันธ์กับคนรักที่ดูเหมือนจะเดินมาถึงทางตัน ตอนนี้เธอกับฟีนิกซ์แยกห้องนอนกันแล้ว และเขาก็ดูไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย บางทีอาจจะชอบใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่มีเธอไปวุ่นวายในชีวิตน้ำใสเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับคอนโดไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกไปงานเลี้ยง แต่จู่ ๆ อาการค
บริษัท ฟีรารีส อินดัสทรี จำกัดห้องทำงานของ CEO“ลูกชายของฉันเป็นยังไงบ้าง” ฤทธาเอ่ยถามกับเลขาสาวของตนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่สายตาของเขายังคงอ่านเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าไปด้วย“ช่วงนี้ดูเหมือนว่าคุณฟีนิกซ์จะดูสนิทกับทางของเด็กฝึกงานที่ชื่อเว็นดี้เป็นพิเศษค่ะ” เขาละสายตาขึ้นมองอิงดาวก่อนจะเอ่ยถาม
หลายวันต่อมาหลังจากแผลของน้ำใสเริ่มดีขึ้นเธอก็กลับไปทำงาน เช้านี้เธอก็ไม่ลืมที่จะตื่นมาทำอาหารแต่เช้าให้กับฟีนิกซ์เหมือนเช่นทุกวัน เขาก็ทำตัวตามปกติช่วงที่เธอหยุดเขาก็ออกไปทำงานกลับบ้านตามเวลาปกติไม่มีอะไร แต่ว่าบางทีเธอก็รู้สึกว่าเขาไม่เหมือนเดิมทั้ง ๆ ที่ก็ทำทุกอย่างเหมือนปกติน้ำใสตักผัดผักใส่ลง
น้ำใสนั่งรอจนเวลาล่วงเลยไปจนตีสองที่ได้ยินเสียงของประตูห้องเปิดออก เธอมองไปยังคนที่เดินเซเข้ามาคล้ายกับอยู่ในอาการเมา แต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่และสร้อยคอนั้นมันเหมือนกับรูปของเว็นดี้ทุกอย่างใช่และคงเป็นเขาจริง ๆ“มาแล้วเหรอ นึกว่าจะไปอยู่นู่นไม่กลับมาแล้ว” พอเห็นหน้าเธอเขาก็พูดแขวะขึ้นมาทันที“จะไม่ก
เช้าวันต่อมาน้ำใสเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางเพราะช่วงเย็นจะต้องเดินทางกลับไทยแล้วพอเก็บเสร็จน้ำใสก็นั่งรออิงดาวเก็บของต่อเพราะทางนั้นพึ่งกลับมาถึงห้องในตอนเช้ามืดจึงของีบไปสักพักแล้วก็ลุกขึ้นมาค่อยเก็บของระหว่างที่รอนั้นน้ำใสก็คอยเข้าไปดูกล่องข้อความเป็นระยะ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่คนรักไม่ได้ส่งข้อคว






Ulasan-ulasan