LOGINครองโสดมา 29 ปี ผู้หญิงที่เคยหลับนอนชั่วคืน หอบทารกฝาแฝดมาให้ “ฉันพาลูกสาวคุณมาส่งค่ะ” “ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ลูกผม ลูกเสือลูกจระเข้ที่ไหนก็ไม่รู้” “ลูกคุณนั่นแหละ หน้าเหมือนคุณ จะลูกใครอีก !”
View Moreเรื่อง ไข่แฝดลับของท่านรอง
บทที่ 1
ตอน ท้องไม่มีพ่อ
🐳
“หนูไม่รักแม่เลยเหรอคะ ทำไมหนูไม่เอา DNA แม่มาบ้างล่ะ”
เจ้าของเสียงแหลมเล็กรำพึงรำพันความน้อยใจ กว่าจะเกิดออกมาได้ แล้วดูผลงานที่ออกมาสิ มันน่าตีนัก
ปลายนิ้วลูบคลำแก้มป่องนุ่มนิ่ม
ดวงตาสีเทาชวนฝันคล้ายกับใครบางคน
ปากจู๋จุ๋มจิ๋ม จมูกหน่อยหนึ่ง
สัดส่วนรูปหน้าอ้วนกลม สองแก้มตุ้ยนุ้ยกินอาณาเขตกว้างขวาง
ผมสีน้ำตาลอ่อนเส้นบางอ่อนนุ่ม ยามต้องแสงผ่องประกายทอง
กรุงเทพมหานครซิวิไลซ์ อีกด้านหนึ่งในตรอกซอยลึกแหล่งเสื่อมโทรม สุขาภิบาลไม่ค่อยดีนัก กลิ่นอับชื้นยามฝนตก ภายในห้องเช่าขนาดคับแคบมีสามแม่ลูกหมกตัวอาศัยหลับนอน ครั้งตั้งแต่เจ้าจิ๋วยังอยู่ในท้อง จนตอนนี้ออกมาจ้ำม่ำน่าฟัด
ผู้เป็นแม่หน้าละห้อยขณะนับจำนวนผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เหลืออยู่
“แพมเพิร์สลูกใกล้จะหมด เหลืออีกไม่กี่ชิ้น คงไม่พอ อีกตั้ง 5 วันกว่าเงินเดือนจะออก”
ฉันไม่ได้สะเพร่าเลินเล่อจนลืมของสำคัญ คำนวณอิงจากเมื่อเดือนก่อน แต่เดือนนี้พี่เลี้ยงคงจะเปลี่ยนแพมเพิร์สให้น้องบ่อย
ฉันมีเจ้าแฝดน้อยสองคน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจึงคูณสอง ลำพังเงินเดือนสองหมื่นบาทกับความรับผิดชอบที่มี พูดได้เต็มปากว่าหนักอึ้งแทบกระอักเลือด ค้างค่าเช่าบ้านสองเดือนแล้วด้วย เดือนนี้ก็คงไม่มีจ่ายเหมือนเดิม
ฉันชื่อ ‘หมูหวาน’ พนักงานกินเงินเดือนวัย 24 ปี ความฝันสูงสุดอยากเป็นคนรวย ฉันรู้ว่ามันฟังดูเพ้อเจ้อ ตัวของฉันในตอนนี้ช่างห่างไกลสิ่งนั้น ฉันกลายเป็นคุณแม่ลูกสอง แถมยังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
ลูกสาวของฉัน หยองหยอง แฮมแฮม คู่แฝดตัวกลมวัย 8 เดือน สถานะไม่ทราบบิดา ฉันไม่สามารถตอบคำถามเรื่องพ่อของลูกกับคนอื่นได้ ฉันแสร้งฝืนยิ้มบ่ายเบี่ยงทุกครั้งเมื่อมีคนถามประโยคนี้
ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกันนั้นมันชัดเจนขึ้นทุกวัน ทุกคราที่มองหน้าลูก ฉันเห็นภาพผู้ชายอีกคนทับซ้อนกัน
สีตาของเขาชวนฝัน
เสียงพูดของเขาไพเราะ
สัมผัสของเขาอ่อนนุ่มราวขนนก
ฉันพ่ายแพ้ตกหลุมรักเขา
ลูกของฉันคือลูกของเขา ลูกของเรา
ท้องฟ้าสีครามสดใส แปรเปลี่ยนผ่องอำพัน ห้าโมงเย็นหลังเวลาเลิกงาน เมษา สาวสวยวัย 25 ปี หอบหิ้วถุงพลาสติกหนักอึ้งซ้ายขวาพะรุงพะรัง ภายในบรรจุของใช้เด็กอ่อน ย่างขึ้นบันไดชั้นสองหยุด ณ หน้าห้องเช่าอะพาร์ตเมนต์กึ่งใหม่กึ่งเก่า
น็อก… น็อก… เสียงเคาะประตูเรียกคนด้านใน
หมูหวานผู้เป็นเจ้าของห้องยิ้มรับด้วยรอยยิ้มสดใส เชื้อเชิญผู้มาเยือนเข้ามานั่งพักดื่มเย็น ๆ พร้อมกับส่งเจ้าแก้มย้วยให้เพื่อนอุ้มเชยชมหลาน
เมษาดัดเสียงบ้องแบ๊วหยอกเย้าทารกน้อย วัย 8 เดือน แก้มป่องน่าจับจูบทั้งพี่ทั้งน้อง
“หยองหยอง แฮมแฮม หลานป้าน่ายักจังเยย~ ทำไมหน้าบู้บี้แบบนี้ล่ะลูก”
“ป้าซื้อของมาฝากหนูด้วย แต่ไม่มีขนมนะ รอให้ฟันน้ำนมงอกก่อนถึงจะกินได้”
หมูหยอง หมูแฮม ฉีกยิ้มแป้นคึกคักโชว์เหงือกชมพู ตอนนี้กินนมแม่เป็นหลัก เมื่อสองเดือนก่อนพึ่งเริ่มกินข้าวตุ๋นปั่น
“เริ่มตุบ ๆ ยัง ? ไหนอ้าปากให้ป้าดูหน่อย ฟันซี่แรกโผล่มาหรือยังฮึ” ปลายนิ้วบีบแก้มเด็กหญิง สอดส่อง ปรากฏว่างเปล่า มีแต่เหงือก
“ยังไม่งอก ทั้งคู่เลย แต่ใกล้แล้วแหละ” หมูหวานแจ้งบอก
หมูหวานผู้เป็นแม่ส่องเหงือกลูกทุกวัน ไม่มีวี่แวว ไม่รู้จะงอกซี่แรกวันไหน เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันบางคนงอกแล้ว เหงือกเริ่มแข็ง ๆ งับจุกนมแต่ละครั้งรู้สึกเจ็บ เหมือนจะอยู่ใต้เหงือก คาดคะเนคงไม่กี่วันนี้น่าจะโผล่พ้นเหงือก
เมษาถามเข้าประเด็น ตั้งใจมาก็เพราะเรื่องนี้
“จะย้ายไปทำงานที่นิวเจอร์ซีย์จริงเหรอ แล้วหยองหยอง แฮมแฮมล่ะ ? จะทิ้งลูกจริงดิ ??”
“ไม่ได้ทิ้ง” หมูหวานตอบเสียงเบากว่าปกติ
บริษัทต้องการพนักงานชำนาญด่วน ฉันตกลงรับคำไปแล้ว ต้องย้ายไปช่วยงานที่สาขาใหญ่ชั่วคราว เอกสารสำคัญต่าง ๆ บริษัทต้นสังกัดเป็นคนจัดการดำเนินเรื่องการออกวีซาทำงาน ฉันไปในฐานะพนักงานของที่นั่น
ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่สามารถพาลูกไปได้
แม้หมูหวานพึ่งจะอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ แต่เธอเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ผู้จัดการแผนกเล็งเห็นจุดนี้ตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน จึงได้เอ่ยทาบทามล่วงหน้า หลังสำเร็จการศึกษาเสนอตำแหน่งงาน และเธอก็ตอบรับ
สีหน้าของหมูหวานไม่สดใสนัก เธอปริปากเล่าเรื่องส่วนตัว เหตุผลที่ต้องย้ายไปทำงาน
“รายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ต้องเลี้ยงลูกสองคน สองหมื่นไม่พอ ค่าเช่าห้องของเดือนที่แล้วก็ยังไม่ได้จ่าย”
หากเป็นคนนอก ฉันคงไม่กล้าเล่าปัญหาความขัดสนของตัวเอง เพราะเป็นเมษา เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมต้นจึงกล้าบอก เงินเก็บหลักแสนที่สู้อดออม ละลายหายไปกับการฝากครรภ์และคลอดยัยหนูแฝด
หลังจากใช้สิทธิ์ลาคลอดครบสามเดือน ต้องกลับมาทำงานตามปกติ เงินเดือนที่ได้รับ จำยอมเจียดจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยงวันจันทร์ถึงศุกร์ เพราะถ้าไม่จ้าง ก็คงไปทำงานไม่ได้ สามแม่ลูกคงไม่รู้จะเอาอะไรกิน
“ไปช่วยงานสาขาใหญ่ 5 - 6 เดือนเอง ค่าแรงที่นิวเจอร์ซีย์เดือนละ 200,000 เชียวนะ อยู่ที่นี่ได้แค่ 20,000 เอง”
“มันเยอะก็จริง แต่ถ้าแกไปแล้วใครจะเลี้ยงลูก แกเบ่งคลอดมาเองนะ แล้วจะให้ใครเลี้ยงถ้าไม่ใช่แม่มัน”
เมษาอดเป็นห่วงหลานไม่ได้ ยัยหนูแฝดไม่มีพ่อ ถ้าแม่มันทิ้งไปอีกคนแล้วจะเหลือใคร
หัวอกคนเป็นแม่นิ่งกับคำถามนี้ แววตาเศร้าหมอง
“งั้นก็เอาหนูแฝด ไปให้พ่อกับแม่แกเลี้ยงที่ต่างจังหวัดสิ” ผู้หวังดีเสนอความคิด อันที่จริงไม่ใช่ความคิด แต่เป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ เมื่อเห็นเพื่อนรักนิ่งเงียบผิดวิสัย จึงกล่าวต่อ
“หลานฝรั่งน่ารักจะตาย พ่อกับแม่แกไม่ปฏิเสธหรอก”
“ไม่”
“ฉันรู้ แต่ไม่เป็นไรหรอก เชื่อสิ”
หมูหวานมันไม่มีพ่อแม่ มีแต่ตากับยายที่มันอุปมาอุปไมยเรียกว่าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก เมษาทราบความหลังของเพื่อนดี เพราะเราคบกันมานานนับ 15 ปี ถึงกระนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
“ถ้าไม่ให้ตากับยายเลี้ยง แล้วจะให้ใครเลี้ยง ให้พ่อมันเหรอฮึ ? แล้วพ่อมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนล่ะ”
เสียงห้วนกระแทกแดกดัน ไม่มีทางเลือกแล้วยังจะดื้อรั้น
แม้จะพูดประชดประชันไปเช่นนั้น แต่มิได้มีเจตนาว่าร้าย เพราะเรื่องนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้ เมษารู้หมูหวานมันท้องไม่มีพ่อ แม้เราสองคนจะสนิทกัน แต่มันไม่เคยเล่าถึงพ่อยัยหนูแฝดให้ฟัง ไม่เคยพูดถึงแม้สักครั้งเดียว ราวกับพ่อของเด็กไม่มีตัวตน มันคงตายไปแล้ว
จนกระทั่งหลังคลอด ดีเอ็นเอบนใบหน้าประดุจตุ๊กตาบลายธ์ แทบจะไม่มีเค้าโครงแม่มันเลย จากหลักฐานที่โผล่มาจึงได้ล่วงรู้ พ่อเด็กเป็นคนต่างชาติ หรือไม่แคล้วก็เป็นลูกครึ่งเชื้อฝรั่งทำนองนี้
คิดแล้วน่าโมโหแทน มันไม่รักดี ไปเสียตัวให้ไอ้ฝรั่งขี้นกจนท้องป่อง
บรรยากาศภายในห้องเช่าเงียบจนน่าอึดอัด ทันใดนั้นน้ำเสียงหนักแน่นพูดโพล่งขึ้น ท่าทีแปรเปลี่ยนกลายเป็นคนเด็ดเดี่ยว
“ฉันจะเอาไปให้พ่อมันเลี้ยง”
“… ? …”
คนฟังเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
What ? หูฉันฝาดไปหรือเปล่า ? พ่อเหรอ ? พ่อเนี่ยนะ ?
“พระเจ้าช่วย… พูดจริงดิ ใคร ????? สรุปแกท้องกับใคร”
มันคันยุบยิบอยากรู้ใจจะขาด เคยถามหลายหน แต่ไอ้เพื่อนตัวดีมันไม่เคยบอก จนเผลอปะติดปะต่อเรื่องราวไปเอง ไม่เคยทราบมาก่อน คิดว่าสเปิร์มไม่มีเจ้าของ อาจจะเป็นคู่นอนคืนเดียวที่ไม่รู้จักชื่อไม่รู้จักตัวตน
“ยัยหนูแฝดมีพ่อเหรอ ?”
คุณแม่ลูกอ่อนพยักหน้าเป็นคำตอบ แน่นอนว่าต้องมี
แสงสีทองแห่งความหวังสุดท้ายส่องประกาย เมษายิ้มปลื้มปริ่ม แกว่งแขนเบา ๆ โอ๋เด็กหญิงแก้มย้วยในอ้อมแขน ดัดเสียงหวานแหวว
“แฮมแฮมหลานป้าาาา~ ป้าจะพาหนูไปหาพ่อนะคะ หนูดีใจไหม”
เมษาช้อนสายตาคมกริบเอาเรื่องเสมือนจะกลืนกินวิญญาณ
“มันอยู่ไหน! ไปหาวันนี้เลย ไปบอกมันให้มารับผิดชอบลูก”
10 ปีต่อมา“ปาปี๊ขา เค้าอยากเป็นดารา” แฮมแฮมพล่ามบอกบิดา เด็กน้อยในวันนั้นตอนนี้เริ่มโตเป็นสาวแล้ว“เหลืออีกสามเดือน ถ้าเทอมหน้าแฮมแฮมทำเกรดออกมาได้ดี ปาปี๊จะให้ถ่ายโฆษณาชิ้นใหญ่”“จริงนะคะ” แฮมแฮมจ้องพ่อตากลมโต“ครับ แต่ต้องไต่อันดับขึ้นมาอย่างต่ำ 10 อันดับนะ ถ้าได้แค่ 9 ปาปี้ไม่ปัดขึ้นให้นะ”“ค่ะ สบาย เค้าเรียนเก่งอยู่แล้ว”คนเป็นพ่อยิ้มเขิน ลูกไปได้ความมั่นใจแบบนี้มาจากไหนกันนะแฮมแฮมเรียนอ่อนมาก เทียบลำดับเกรดของทั้งห้อง ได้ที่ 20 จากทั้งหมด 30 คน ส่วนหยองหยองเรียนดี เดิมทีสอบได้ลำดับต้น 2 หรือ 3 มาตลอดตั้งแต่ประถม แต่ล่าสุด ม.2 เทอมหนึ่ง หยองหยองคว้าที่หนึ่งของห้องน่าตลกไปกว่านั้น คือทั้งคู่เรียนห้องเดียวกัน ซึ่งแฮมแฮมอาศัยวิธีการทุ่นแรง ลอกการบ้านของหยองหยอง ไม่เชิงว่าแฮมแฮมเรียนไม่เก่ง สองแฝดไอคิวเท่า ๆ กัน แต่แฮมแฮมไม่ได้สนใจเรื่องเรียน ลูกมีความเป็นตัวเองสูง รักสวยรักงามมาตั้งแต่เด็ก ชอบแต่งหน้าทาปากพูดออกหน้ากล้อง ประโยคที่ลูกบอกว่าอยากเป็นดารา เขารู้ว่าลูกพูดจริง เขาฟังมาเป็นร้อยรอบแล้วแฮมแฮมมีช่องโซเชียลของตัวเอง ใกล้จะครบสองแสนผู้ติดตาม เนื้อหาคอนเทนต์แต่งหน้า แต่งตัว ไล
น้ำอุ่น ๆ สองมือของแฮมแฮมช่วยลูบถูตัวน้อง จับต้นขาหนา ต้นแขนแน่น ๆ“มัมมี้~ น้องน่ายักจังเยย~” แฮมแฮมเปรยปราย มองน้องชายตาไม่กะพริบ น้องฟรองต์เริ่มอ้วนแล้ว จับส่วนไหนก็แน่นเต็มมือไปหมด“เมื่อก่อนแฮมแฮมของมามี้ก็น่ารักแบบนี้ค่ะ”“จริงเหยอคะ”“ค่ะลูก หนูน่ารักมาก มามี้จูบหนูทุกเช้าก่อนไปทำงาน”หมูหวานมองใบหน้าลูกสาวด้วยความรักเต็มเปี่ยม พรางหวนนึกถึงอดีต ครั้งยังอาศัยอยู่อะพาร์ตเมนต์ที่เก่า พี่เลี้ยงที่จ้างไว้จะมาเจ็ดโมงเช้า และฉันต้องออกไปทำงาน ฝากลูกให้อยู่กับพี่เลี้ยง เวลานั้นจะเป็นเวลาที่แฮมแฮมร้องทุกเช้า เสียงร้องไห้ของลูกฉุดรั้งขาทั้งสองข้างของฉัน มันช่างหนักหน่วง กว่าฉันจะกลั้นใจก้าวขาพ้นประตูได้ ฉันข่มความรู้สึกรีบจ้ำอ้าว กลัวตัวเองจะใจอ่อนฉันอยู่คนเดียว คลอดเอง เลี้ยงเอง เลี้ยงลูกมาด้วยความยากลำบาก ฉันไม่มีความพร้อมด้านการเงิน ทนกัดก้อนเกลือกิน กว่าจะพ้นแต่ละเดือน ในกระเป๋าเหลือเพียงเศษเหรียญ ซื้อของตลาดนัดหาเมนูให้สองแฝดวัยหกเดือนทาน หิ้วกล้วยน้ำว้าสุกกลับบ้าน เจ้าเด็กอ้วนส่อแววกินเก่งมาตั้งแต่เด็ก กล้วยบดไข่แดง แฮมแฮมอ้าปากรอให้แม่ป้อน ข้าวตุ๋นน้ำซุป แฮมแฮมกินทุกอย่าง ในความ
เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยเช้าวันจันทร์ ชีวิตที่ราบรื่นในบ้านหลังโต แล้วก็ความยุ่งเหยิงอีกนิดหน่อย“แฮมแฮม อาบน้ำไปโรงเรียนครับ” เสียงรบเร้าจากคนเป็นพ่อเฟลิกซ์คะยั้นคะยอแฝดคนเล็กทุกเช้า หากแต่ผลลัพธ์ยังเป็นเหมือนเดิม เจ้าตัวมุดตัวหลบซ่อนใต้ผ้าห่ม ไม่ยอมลุกจากเตียงเข้าสัปดาห์ที่สอง สำหรับการเปิดภาคเรียนชั้นอนุบาลหนึ่ง แฮมแฮมจอมขี้เกียจไปเรียนเพียงหนึ่งวันเท่านั้น วันถัดมาก็ไม่ไปอีกเลยประสบการณ์ไปเรียนวันแรกไม่ต้องพูดถึง เจ้าตัวร่ำไห้น้ำตาแตก เกาะขาพ่อขาแม่ไม่ยอมให้พ่อแม่กลับบ้าน ยังดีที่มีหยองหยองอยู่เป็นเพื่อน เฟลิกซ์เลือกให้สองแฝดเรียนห้องเดียวกัน เกิดมีเหตุอะไรขึ้นมา หยองหยองจะได้ช่วยเหลือน้อง อย่างน้อยก็ช่วยปลอบตอนน้องร้องไห้ก็ยังดี แฮมแฮมขี้แยเจ้าน้ำตาตั้งแต่แบเบาะ จนตอนนี้ 3 ขวบแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะหาย“แฮมแฮม ลุกมาอาบน้ำครับลูก พี่หยองหยองแต่งตัวเสร็จแล้วนะ เราจะไปโรงเรียนแล้ว” เมื่อเห็นว่าลูกยังคงนิ่งไม่ยอมออกจากใต้ผ้าห่ม คนเป็นพ่อจึงหว่านล้อมต่อ“มาครับไปโรงเรียนกัน มีพี่หยองหยองไปด้วย บ่ายสองครึ่งเลิกเรียน ปาปี๊จะมารับ ตอนเที่ยงปาปี๊จะแวะไปกินข้าวกับแฮมแฮมด้วย”แฮมแฮมยัง
รถตู้คันโตจอด ณ สวนสาธารณะประจำอำเภอ ผู้คนประปรายด้วยเพราะเป็นต่างจังหวัด ค่อนข้างสงบเงียบไม่แออัด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจครอบครัว“ปาปี๊ อุ้มงา~ อุ้มเค้า” แฮมแฮมชูสองแขน หมายให้พ่ออุ้มเฟลิกซ์หลุบมองลูก เขาสามารถอุ้มหมูหวานที่กำลังท้องได้ด้วยมือข้างเดียว อีกข้างใช้อุ้มแฮมแฮม แต่ยังมีหยองหยองอีกคน กลัวหยองหยองเกิดน้อยใจว่าพ่ออุ้มแต่น้อง ให้มันสองคนเดินตามหลังมาเองละกัน อายุ 2 ขวบกว่าแล้ว อีก 3-4 เดือนก็จะเข้าเรียนอนุบาล“ปัมปี๊~ อุ้มเค้า~” แฮมแฮมยังคงงอแง จะชักดิ้นชักงอให้ได้“หยองหยอง ปาปี๊ฝากจูงมือน้องด้วยครับ” เฟลิกซ์เดินนำหน้าพร้อมกับภรรยาท้องกลมในอ้อมแขนแฮมแฮมได้เห็นจะร้องไห้ พ่อเดินหนีไปแล้ว“ปัมปี๊ต้องอุ้มมัมมี้ มัมมี้ต่อง มัมมี้เซ็บขา” หยองหยองร่ายยาวบอกน้องสาวฝาแฝด“เดินมาเย็ว!! แฮมแฮม!!” หยองหยองใช้อภิสิทธิ์การเป็นพี่ออกคำสั่งกับน้อง มันไม่ยอมดีนัก จูงมือลากแขนซะเลย“เย็ว ๆ ปัมปี๊เดินนำหน้าไปแย้ว”“ไม่เดินรอลูกหน่อยเหรอคะ” หมูหวานพูดขึ้น สองแขนเรียวคล้องคอเฟลิกซ์ ดวงตาของเธอคอยเหลือบมองลูกที่อยู่ด้านหลัง อยู่ห่างกันไกล เด็ก ๆ เดินช้ามาก แฮมแฮมคงจะงอแง“ไม่หลงหรอก อย่าลืมส





