Mag-log inครองโสดมา 29 ปี ผู้หญิงที่เคยหลับนอนชั่วคืน หอบทารกฝาแฝดมาให้ “ฉันพาลูกสาวคุณมาส่งค่ะ” “ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ลูกผม ลูกเสือลูกจระเข้ที่ไหนก็ไม่รู้” “ลูกคุณนั่นแหละ หน้าเหมือนคุณ จะลูกใครอีก !”
view moreเรื่อง ไข่แฝดลับของท่านรอง
บทที่ 1
ตอน ท้องไม่มีพ่อ
🐳
“หนูไม่รักแม่เลยเหรอคะ ทำไมหนูไม่เอา DNA แม่มาบ้างล่ะ”
เจ้าของเสียงแหลมเล็กรำพึงรำพันความน้อยใจ กว่าจะเกิดออกมาได้ แล้วดูผลงานที่ออกมาสิ มันน่าตีนัก
ปลายนิ้วลูบคลำแก้มป่องนุ่มนิ่ม
ดวงตาสีเทาชวนฝันคล้ายกับใครบางคน
ปากจู๋จุ๋มจิ๋ม จมูกหน่อยหนึ่ง
สัดส่วนรูปหน้าอ้วนกลม สองแก้มตุ้ยนุ้ยกินอาณาเขตกว้างขวาง
ผมสีน้ำตาลอ่อนเส้นบางอ่อนนุ่ม ยามต้องแสงผ่องประกายทอง
กรุงเทพมหานครซิวิไลซ์ อีกด้านหนึ่งในตรอกซอยลึกแหล่งเสื่อมโทรม สุขาภิบาลไม่ค่อยดีนัก กลิ่นอับชื้นยามฝนตก ภายในห้องเช่าขนาดคับแคบมีสามแม่ลูกหมกตัวอาศัยหลับนอน ครั้งตั้งแต่เจ้าจิ๋วยังอยู่ในท้อง จนตอนนี้ออกมาจ้ำม่ำน่าฟัด
ผู้เป็นแม่หน้าละห้อยขณะนับจำนวนผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เหลืออยู่
“แพมเพิร์สลูกใกล้จะหมด เหลืออีกไม่กี่ชิ้น คงไม่พอ อีกตั้ง 5 วันกว่าเงินเดือนจะออก”
ฉันไม่ได้สะเพร่าเลินเล่อจนลืมของสำคัญ คำนวณอิงจากเมื่อเดือนก่อน แต่เดือนนี้พี่เลี้ยงคงจะเปลี่ยนแพมเพิร์สให้น้องบ่อย
ฉันมีเจ้าแฝดน้อยสองคน ค่าใช้จ่ายทุกอย่างจึงคูณสอง ลำพังเงินเดือนสองหมื่นบาทกับความรับผิดชอบที่มี พูดได้เต็มปากว่าหนักอึ้งแทบกระอักเลือด ค้างค่าเช่าบ้านสองเดือนแล้วด้วย เดือนนี้ก็คงไม่มีจ่ายเหมือนเดิม
ฉันชื่อ ‘หมูหวาน’ พนักงานกินเงินเดือนวัย 24 ปี ความฝันสูงสุดอยากเป็นคนรวย ฉันรู้ว่ามันฟังดูเพ้อเจ้อ ตัวของฉันในตอนนี้ช่างห่างไกลสิ่งนั้น ฉันกลายเป็นคุณแม่ลูกสอง แถมยังเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว
ลูกสาวของฉัน หยองหยอง แฮมแฮม คู่แฝดตัวกลมวัย 8 เดือน สถานะไม่ทราบบิดา ฉันไม่สามารถตอบคำถามเรื่องพ่อของลูกกับคนอื่นได้ ฉันแสร้งฝืนยิ้มบ่ายเบี่ยงทุกครั้งเมื่อมีคนถามประโยคนี้
ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกันนั้นมันชัดเจนขึ้นทุกวัน ทุกคราที่มองหน้าลูก ฉันเห็นภาพผู้ชายอีกคนทับซ้อนกัน
สีตาของเขาชวนฝัน
เสียงพูดของเขาไพเราะ
สัมผัสของเขาอ่อนนุ่มราวขนนก
ฉันพ่ายแพ้ตกหลุมรักเขา
ลูกของฉันคือลูกของเขา ลูกของเรา
ท้องฟ้าสีครามสดใส แปรเปลี่ยนผ่องอำพัน ห้าโมงเย็นหลังเวลาเลิกงาน เมษา สาวสวยวัย 25 ปี หอบหิ้วถุงพลาสติกหนักอึ้งซ้ายขวาพะรุงพะรัง ภายในบรรจุของใช้เด็กอ่อน ย่างขึ้นบันไดชั้นสองหยุด ณ หน้าห้องเช่าอะพาร์ตเมนต์กึ่งใหม่กึ่งเก่า
น็อก… น็อก… เสียงเคาะประตูเรียกคนด้านใน
หมูหวานผู้เป็นเจ้าของห้องยิ้มรับด้วยรอยยิ้มสดใส เชื้อเชิญผู้มาเยือนเข้ามานั่งพักดื่มเย็น ๆ พร้อมกับส่งเจ้าแก้มย้วยให้เพื่อนอุ้มเชยชมหลาน
เมษาดัดเสียงบ้องแบ๊วหยอกเย้าทารกน้อย วัย 8 เดือน แก้มป่องน่าจับจูบทั้งพี่ทั้งน้อง
“หยองหยอง แฮมแฮม หลานป้าน่ายักจังเยย~ ทำไมหน้าบู้บี้แบบนี้ล่ะลูก”
“ป้าซื้อของมาฝากหนูด้วย แต่ไม่มีขนมนะ รอให้ฟันน้ำนมงอกก่อนถึงจะกินได้”
หมูหยอง หมูแฮม ฉีกยิ้มแป้นคึกคักโชว์เหงือกชมพู ตอนนี้กินนมแม่เป็นหลัก เมื่อสองเดือนก่อนพึ่งเริ่มกินข้าวตุ๋นปั่น
“เริ่มตุบ ๆ ยัง ? ไหนอ้าปากให้ป้าดูหน่อย ฟันซี่แรกโผล่มาหรือยังฮึ” ปลายนิ้วบีบแก้มเด็กหญิง สอดส่อง ปรากฏว่างเปล่า มีแต่เหงือก
“ยังไม่งอก ทั้งคู่เลย แต่ใกล้แล้วแหละ” หมูหวานแจ้งบอก
หมูหวานผู้เป็นแม่ส่องเหงือกลูกทุกวัน ไม่มีวี่แวว ไม่รู้จะงอกซี่แรกวันไหน เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันบางคนงอกแล้ว เหงือกเริ่มแข็ง ๆ งับจุกนมแต่ละครั้งรู้สึกเจ็บ เหมือนจะอยู่ใต้เหงือก คาดคะเนคงไม่กี่วันนี้น่าจะโผล่พ้นเหงือก
เมษาถามเข้าประเด็น ตั้งใจมาก็เพราะเรื่องนี้
“จะย้ายไปทำงานที่นิวเจอร์ซีย์จริงเหรอ แล้วหยองหยอง แฮมแฮมล่ะ ? จะทิ้งลูกจริงดิ ??”
“ไม่ได้ทิ้ง” หมูหวานตอบเสียงเบากว่าปกติ
บริษัทต้องการพนักงานชำนาญด่วน ฉันตกลงรับคำไปแล้ว ต้องย้ายไปช่วยงานที่สาขาใหญ่ชั่วคราว เอกสารสำคัญต่าง ๆ บริษัทต้นสังกัดเป็นคนจัดการดำเนินเรื่องการออกวีซาทำงาน ฉันไปในฐานะพนักงานของที่นั่น
ซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่สามารถพาลูกไปได้
แม้หมูหวานพึ่งจะอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ แต่เธอเป็นคนเก่ง มีความสามารถ ผู้จัดการแผนกเล็งเห็นจุดนี้ตั้งแต่สมัยที่เธอยังเป็นนักศึกษาฝึกงาน จึงได้เอ่ยทาบทามล่วงหน้า หลังสำเร็จการศึกษาเสนอตำแหน่งงาน และเธอก็ตอบรับ
สีหน้าของหมูหวานไม่สดใสนัก เธอปริปากเล่าเรื่องส่วนตัว เหตุผลที่ต้องย้ายไปทำงาน
“รายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ต้องเลี้ยงลูกสองคน สองหมื่นไม่พอ ค่าเช่าห้องของเดือนที่แล้วก็ยังไม่ได้จ่าย”
หากเป็นคนนอก ฉันคงไม่กล้าเล่าปัญหาความขัดสนของตัวเอง เพราะเป็นเมษา เพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมต้นจึงกล้าบอก เงินเก็บหลักแสนที่สู้อดออม ละลายหายไปกับการฝากครรภ์และคลอดยัยหนูแฝด
หลังจากใช้สิทธิ์ลาคลอดครบสามเดือน ต้องกลับมาทำงานตามปกติ เงินเดือนที่ได้รับ จำยอมเจียดจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยงวันจันทร์ถึงศุกร์ เพราะถ้าไม่จ้าง ก็คงไปทำงานไม่ได้ สามแม่ลูกคงไม่รู้จะเอาอะไรกิน
“ไปช่วยงานสาขาใหญ่ 5 - 6 เดือนเอง ค่าแรงที่นิวเจอร์ซีย์เดือนละ 200,000 เชียวนะ อยู่ที่นี่ได้แค่ 20,000 เอง”
“มันเยอะก็จริง แต่ถ้าแกไปแล้วใครจะเลี้ยงลูก แกเบ่งคลอดมาเองนะ แล้วจะให้ใครเลี้ยงถ้าไม่ใช่แม่มัน”
เมษาอดเป็นห่วงหลานไม่ได้ ยัยหนูแฝดไม่มีพ่อ ถ้าแม่มันทิ้งไปอีกคนแล้วจะเหลือใคร
หัวอกคนเป็นแม่นิ่งกับคำถามนี้ แววตาเศร้าหมอง
“งั้นก็เอาหนูแฝด ไปให้พ่อกับแม่แกเลี้ยงที่ต่างจังหวัดสิ” ผู้หวังดีเสนอความคิด อันที่จริงไม่ใช่ความคิด แต่เป็นทางเลือกเดียวที่มีอยู่ เมื่อเห็นเพื่อนรักนิ่งเงียบผิดวิสัย จึงกล่าวต่อ
“หลานฝรั่งน่ารักจะตาย พ่อกับแม่แกไม่ปฏิเสธหรอก”
“ไม่”
“ฉันรู้ แต่ไม่เป็นไรหรอก เชื่อสิ”
หมูหวานมันไม่มีพ่อแม่ มีแต่ตากับยายที่มันอุปมาอุปไมยเรียกว่าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก เมษาทราบความหลังของเพื่อนดี เพราะเราคบกันมานานนับ 15 ปี ถึงกระนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
“ถ้าไม่ให้ตากับยายเลี้ยง แล้วจะให้ใครเลี้ยง ให้พ่อมันเหรอฮึ ? แล้วพ่อมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหนล่ะ”
เสียงห้วนกระแทกแดกดัน ไม่มีทางเลือกแล้วยังจะดื้อรั้น
แม้จะพูดประชดประชันไปเช่นนั้น แต่มิได้มีเจตนาว่าร้าย เพราะเรื่องนี้ยิ่งแล้วใหญ่ มันเป็นไปไม่ได้ เมษารู้หมูหวานมันท้องไม่มีพ่อ แม้เราสองคนจะสนิทกัน แต่มันไม่เคยเล่าถึงพ่อยัยหนูแฝดให้ฟัง ไม่เคยพูดถึงแม้สักครั้งเดียว ราวกับพ่อของเด็กไม่มีตัวตน มันคงตายไปแล้ว
จนกระทั่งหลังคลอด ดีเอ็นเอบนใบหน้าประดุจตุ๊กตาบลายธ์ แทบจะไม่มีเค้าโครงแม่มันเลย จากหลักฐานที่โผล่มาจึงได้ล่วงรู้ พ่อเด็กเป็นคนต่างชาติ หรือไม่แคล้วก็เป็นลูกครึ่งเชื้อฝรั่งทำนองนี้
คิดแล้วน่าโมโหแทน มันไม่รักดี ไปเสียตัวให้ไอ้ฝรั่งขี้นกจนท้องป่อง
บรรยากาศภายในห้องเช่าเงียบจนน่าอึดอัด ทันใดนั้นน้ำเสียงหนักแน่นพูดโพล่งขึ้น ท่าทีแปรเปลี่ยนกลายเป็นคนเด็ดเดี่ยว
“ฉันจะเอาไปให้พ่อมันเลี้ยง”
“… ? …”
คนฟังเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
What ? หูฉันฝาดไปหรือเปล่า ? พ่อเหรอ ? พ่อเนี่ยนะ ?
“พระเจ้าช่วย… พูดจริงดิ ใคร ????? สรุปแกท้องกับใคร”
มันคันยุบยิบอยากรู้ใจจะขาด เคยถามหลายหน แต่ไอ้เพื่อนตัวดีมันไม่เคยบอก จนเผลอปะติดปะต่อเรื่องราวไปเอง ไม่เคยทราบมาก่อน คิดว่าสเปิร์มไม่มีเจ้าของ อาจจะเป็นคู่นอนคืนเดียวที่ไม่รู้จักชื่อไม่รู้จักตัวตน
“ยัยหนูแฝดมีพ่อเหรอ ?”
คุณแม่ลูกอ่อนพยักหน้าเป็นคำตอบ แน่นอนว่าต้องมี
แสงสีทองแห่งความหวังสุดท้ายส่องประกาย เมษายิ้มปลื้มปริ่ม แกว่งแขนเบา ๆ โอ๋เด็กหญิงแก้มย้วยในอ้อมแขน ดัดเสียงหวานแหวว
“แฮมแฮมหลานป้าาาา~ ป้าจะพาหนูไปหาพ่อนะคะ หนูดีใจไหม”
เมษาช้อนสายตาคมกริบเอาเรื่องเสมือนจะกลืนกินวิญญาณ
“มันอยู่ไหน! ไปหาวันนี้เลย ไปบอกมันให้มารับผิดชอบลูก”
ตั้งแต่แต่งงานกันมา ยังไม่มีโอกาสพาภรรยาไปเที่ยวไหนไกลๆ ช่วงฮันนีมูนเธอแพ้ท้อง เราเลยอยู่บ้านเป็นหลัก เที่ยวต่างจังหวัดกันนิดหน่อย ทว่าหนนี้เฟลิกซ์มีแพลนพาหมูหวานไปเที่ยวต่างประเทศเธอคลอดแล้ว น้องฟร๊องต์อายุครบ 8 เดือน ไม่น่าจะมีอะไรน่ากังวล ที่น่าห่วงคือไอ้สองหมูดื้อ แน่นอนว่าเที่ยวหนนี้เขาจะไม่พาลูกไปด้วย เพราะแทนที่จะได้ผ่อนคลายกลับต้องมาตามวิ่งไล่จับลูกไม่ได้พัก สร้างเรื่องปวดหัวอีกแน่ เผลอๆ ไปหลงในต่างแดนวุ่นอีก ตัดปัญหาคือให้สองหมูดื้ออยู่บ้านอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กๆ แต่เขาคิดทบทวนถี่ถ้วนดีแล้ว ขนาดพาไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ายังต้องจูงมือห้ามขาด ปล่อยหลุดมือไม่ได้เลย มันหาย ครั้งนั้นเขาเผลอปล่อยมือแวบเดียวตอนควักกระเป๋าจ่ายเงิน หันมองอีกทีไม่เจอตัวแล้ว สองพี่น้องพากันหายไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะหาตัวเจอร่วม 20 นาที ต้องประกาศประชาสัมพันธ์ตามหาทั่วห้างสรรพสินค้า ลูกชอบออกผจญภัย เด็กคงจะสนุก แต่หัวอกคนเป็นพ่ออย่างเขาวิตกกังวล กลัวใครมาอุ้มจับไปขายทิ้งสองหมูดื้อจอมป่วนไว้ที่บ้านปลอดภัยกว่า แต่จะให้อยู่กับคุณทวดก็ไม่ไหวอีก ตาสุวิทย์ กับยายดาวเรือง อายุ 76 ปี เหมือนจะ
สัปดาห์ถัดมา เลิกเรียนกลับบ้าน วันนี้มีของฝากมาให้แม่ หยองหยอง แฮมแฮม เปิดกระเป๋าสะพายหลัง รูดซิปลง อุ้งมือน้อยคว้าหยิบบางสิ่งที่ตั้งใจทำออกมา“มามี้ หยองทำที่โยงเยียน ให้มามี้” หยองหยองยื่นส่งสิ่งนั้นแก่มารดา“ทีเชอร์บอก เอามาให้มามี้”แฮมแฮมพูดน้ำคำไร้เดียงสา ส่งยื่นให้แม่ด้วยเช่นกันกระดาษแข็งสีชมพูที่ลูกถือในมือ ฉันพอเดาได้ว่ามันคืออะไร การ์ดนั่นเอง วันนี้ 12 สิงหา เป็นวันแม่ ลูกนำการ์ดมามอบให้ฉัน หัวใจของฉันพองโต เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับสิ่งนี้ในฐานะแม่ ความรู้สึกปลาบปลื้มใจเอ่อล้น พรั่งพรูมาพร้อมกับน้ำในดวงตา“น่ารักจังเลยค่ะ ขอบคุณนะคะลูก”ฉันรับการ์ดสีชมพูติดกากเพชรวิบวับ เปิดออกเพื่อดูภายใน รูปหัวใจสีแดงถูกระบายด้วยสีเทียน มันดูบิดเบี้ยวเพราะถูกวาดด้วยฝีมือของเด็ก สำหรับฉันเป็นรูปสวยมาก“มาเทอร์เดย์” หยองหยองพูดขึ้น คุณครูที่โรงเรียนบอกมาเช่นนี้ ซึ่งเด็กหญิงเองไม่ได้เข้าใจความหมายมากนักว่ามันคือวันอะไร เป็นวันของแม่หรือเปล่าฉันก้มจุ๊บเหม่งลูกสาวคนละที“หยองหยอง แฮมแฮม ของแม่น่ารักที่สุด”อีกด้านหนึ่ง“พวงมาลัยครับ เราเอาไปไหว้แม่กันนะ”หยองหยอง แฮมแฮม ยกพวงมาลัยดอกมะลิสีขาวส
บ่ายสองของวันจันทร์ รองประธานในชุดสูท แวะมารับลูกสาวที่โรงเรียนนานาชาติชื่อดังตามเคย ระหว่างที่นั่งในรถหยองหยองย้ำบอกพ่อ กลัวพ่อจะลืม“ปาปี๊ ไปจื๊อเปียก ให้ฉีนวล”“ครับ”เฟลิกซ์หอมหัวหยองหยองที่นั่งบนตัก ก่อนจะสั่งคนขับรถแวะร้านขายอาหารหมาแมว ในตะกร้าพลาสติก มีขนมแมวเลียของส้ม กับสีนวล อาหารเม็ด เปียกยี่ห้อดี แล้วก็ขนมขบเคี้ยวบำรุงของแมวตั้งแต่หยองหยองรู้ว่าสีนวลตั้งท้อง เห่อใหญ่เลย สีนวลท้องโตมากโข นี่ก็ใกล้คลอดแล้ว อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์“หนูอุ้มสีนวลระวังนะคะ อย่าบีบท้องแม่สีนวลนะลูก”“ค่าาาา”หยองหยองอุ้มสีนวลสุดที่รักด้วยความถนอม จูบหน้าผากของสีนวลแฮมแฮมอุ้มไอ้ส้มเดินขึ้นบันไดตามหลังพี่สาว ค่ำแล้วพาแมวเข้านอนด้วยกันไม่กี่วันถัดมา เวลาตี 5 ใกล้รุ่งสาง ฉันยังไม่ได้นอน นั่งมุงกล่องกระดาษลัง เฝ้าสีนวลคลอดลูกตั้งแต่เที่ยงคืน ค่อยหายโล่งใจ ออกมาปลอดภัยครบสมบูรณ์ทุกตัว ฉันจับทั้งสี่จิ๋วเข้าเต้าแม่สีนวลขนเจ้าจิ๋วแห้งสนิท ฟูนิดหน่อย น่ารักมากๆ ลายส้มหนึ่งตัวเหมือนพ่อ อีกสามตัวลายสีขาวเทาเหมือนแม่“เฟลิกซ์ นี่หลานคุณ”เฟลิกซ์หันมาทางภรรยาคนสวย เธอกำลังหยอกล้อเขาหมูหวานไม่วายแหย่สามีต่อ
เขาชอบการเย้ายวนของเธอ พึ่งอาบน้ำเสร็จไม่ทันไร เหมือนคืนนี้จะมีกิจกรรมออกเหงื่อให้ทำต่อ สองมือใหญ่ช้อนอุ้มลูกชายตัวน้อย นำย้ายไปไว้ที่เปลนอนข้างเตียง พ่อกับแม่มีเรื่องต้องทำกันบนเตียงชายชุดนอนตัวบางถูกดึงขึ้นเหนือเอว พร้อมกับสองขาที่เปิดอ้า ท้าทายสายตาหิวโซ เฟลิกซ์กลืนน้ำลายย่างฝืดคอ ความชื้นแฉะเยิ้มไหล ปลายนิ้วเปิดปากล่าง ช่องเล็กแค่นี้ แต่ช่างวิเศษ มันสามารถกลืนความใหญ่โตของเขาได้ทั้งลำ แถมยังกินอย่างตะกละตะกลามเธอหวีดร้อง ขยำผ้าปูที่นอนกลั้นอารมณ์รัก เขาเล่นใส่เข้าในมาทีเดียวเธอหย่นคิ้ว อารมณ์กำลังพุ่ง ทว่าชายด้านบนไม่เริ่มขยับสักที เขาแค่ใส่เฉยๆ แล้วก็เอาแต่จ้องหน้าอมยิ้มเบาๆ ราวกับว่ากำลังรอบางสิ่ง“ขยับสิ”“อยากมากไหม”เธอเขินอายแก้มแดงผ่อง เม้มปากพยักหน้าน่าเอ็นดู“ต้องพูดยังไงก่อน การขอร้องคนอื่น”“เฟลิกซ์”ชายด้านบนยิ้มแหย่ เขาต้องการให้เธอร้องขอ เขาถึงจะทำให้เธอเม้มปากมันเขี้ยว ถึงกระนั้นก็ต้องยอม มันเสียบคาอยู่ จะตายแล้วตอนนี้ เธอดัดเสียงหวาน เว้าวอน ขอความเมตตาจากเขา“เอาเมียหน่อย นะคะที่รัก”เขาแสยะยิ้มชอบใจเมื่อได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากฟังก้อนหน้าอกของเธอกระเพื่อมตามแร
แผนในชีวิตของหนุ่มโสดถูกปรับเปลี่ยน จากเดิมเลิกงานแวะดื่มสังสรรค์แก้เครียด เมื่อก่อนเขาทำเช่นนี้เป็นประจำ แต่เดี๋ยวนี้มีสิ่งสำคัญกว่าลูกรออยู่ที่บ้านปมสูทที่รัดคอแน่นมาทั้งวัน ถูกคลายออก เหวี่ยงลงตะกร้า ชายหนุ่มอาบน้ำเปลี่ยนชุด หมายจะออกไปข้างนอกสัก 2-3 ชั่วโมง เครียดจากงานมาทั้งวัน นัดแฮงเอาต์เม
เวลา 3 ทุ่มตรง ท้องฟ้าดำคล่ำ หลังวางหูโทรศัพท์ ไม่ถึง 20 นาที รถตู้จากบริษัทอิเล็กทรอนิกส์จอดหน้าบ้านหลังโตโอ่อา ช่างวัยฉกรรจ์ 7 - 8 คน ลงมือปฏิบัติการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมทุกห้องทุกมุม ให้แก่ลูกค้ากระเป๋าหนักท่านนี้ที่ทุ่มเงินจ่ายสามเท่าเป็นค่านอกเวลาเก็บงำความขุ่นเคือง เฟลิกซ์รู้สึกโกรธอย
ฟรินน์เห็นการไม่ดี จึงเอ่ยปากสรุปความเป็นมาคร่าว ๆ ให้มิลินดาทราบภายในไม่กี่วินาทีแม้เธอจะสงบนิ่ง แต่สายตาเธอมันฟ้องว่ากำลังไม่พอใจฉันพอรู้ว่าพี่เขาไม่ได้มีความสนใจในตัวฉัน เราเป็นแค่คู่หมั้นที่ผู้ใหญ่ทั้งสองครอบครัวอยากให้เกี่ยวดองเขาไม่เคยพูดจาอ่อนหวานกับฉัน เขาเย็นชา หยิ่งทะนง แต่คุณสมบัติเหล
ฉันพึ่งทราบก็วันนี้ หน้านิ่ง ๆ หยิ่ง ๆ ทว่าภายในเขาเต็มไปด้วยไฟราคะ อันที่จริงตั้งแต่คืนนั้นฉันก็พอรู้ว่าเขารุนแรงเรื่องบนเตียงเหมือนคนเก็บกด ทิ้งร่องรอยฟกช้ำทำฉันระบมไปทั้งตัวฉันปั้นยิ้มอ่อน ตอบกลับเขานุ่มนวล“ตกลงค่ะ แต่ขอติดไว้ก่อนนะคะ ไว้กลับมาเมื่อไรถึงตอนนั้นจะแก้ให้ดูค่ะ รอได้สินะคะ ฉันรู้ค












Rebyu