LOGIN“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย ก็ฉันเคาะประตูเรียก แกไม่ยอมเปิดประตูนี่ ก็เลยคิดว่าโกรธ”
“ตอนนั้นฉันยอมรับว่าไม่อยากพูดอะไรกับใคร โอเคต่อไปฉันจะไม่ปิดห้องหนีปัญหาอีกแล้ว”
“ดีมากจ้ะ แต่ตอนนี้แกช่วยฉันคิดหน่อยสิ ว่าทำยังไงให้หายง่วง วันนี้ต้องเข้าประชุมด้วย” เขมจิราเอ่ยทั้งที่ตาแทบจะปิด แว่นที่ใส่ตกลงมาที่ปลายจมูกเล็กของเธอ
“ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากแนะนำให้นอนอยู่ที่ห้อง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะแกเป็นพวกบ้างานมาก”
“ใช่ ที่สำคัญหยุดงานไม่ได้ด้วย”
“น้ำขิงสักแก้วไหม เผื่อจะสดชื่นขึ้น”
“อืม...ก็ดี” เขมจิราพยักหน้าเบาๆ กันธิชาจึงลุกไปชงน้ำขิงให้เพื่อนรักดื่ม ก่อนชักชวนกันออกจากห้องพัก ตลอดทางกันธิชาก็พยายามชวนคุยหาเรื่องตลกๆ มาให้อีกฝ่ายหัวเราะ เพราะกลัวเขมจิราจะหลับในจวบจนถึงบริษัทพร้อมกับความโล่งอก
ระหว่างที่สองสาวกำลังยืนรอลิฟต์พร้อมกับพนักงานคนอื่นๆ พิษณุวัชร์ประธานหนุ่มก็ตรงเข้ามา ทำให้พนักงานที่อยู่บริเวณนั้นกล่าวทักทายพร้อมทำความเคารพ กันธิชากับเขมจิราก็เช่นกัน
“ใช้ลิฟต์ตัวนั้นดีกว่าครับคุณธิชา” เมื่อทักทายพนักงานทุกคนแล้ว ประธานหนุ่มก็หันมาเอ่ยกับเลขาฯ สาว
“ลิฟต์ผู้บริหาร ธิชาว่าไม่เหมาะมั้งคะ”
“คุณเป็นเลขาฯ ประธานบริษัท ใครจะกล้ามาว่า ที่สำคัญผมมีงานด่วนจะคุยกับคุณด้วย” ประธานหนุ่มนำงานมากล่าวอ้าง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธ
“ค่ะ เอ่อ...เขมฉันไปก่อนนะ” ประโยคหลังกันธิชาหันไปเอ่ยกับเพื่อนรัก
“จ้า ตอนเที่ยงเจอกัน”
“ตอนเที่ยงธิชาจะออกไปทำธุระข้างนอกกับผม คุณไม่ต้องรอหรอกครับ” จบคำพูด พิษณุวัชร์ก็เดินนำกันธิชาเข้าไปในลิฟต์ผู้บริหาร เขมจิรามองตามทั้งคู่ที่หายเข้าไปในลิฟต์ด้วยแววตาริษยา แต่เพียงชั่วแวบเดียวเท่านั้นก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติจนไม่มีใครสังเกตเห็น และในเวลาเดียวกันพนักงานคนอื่นๆ เดินเข้าไปในลิฟต์อีกตัว ตะโกนเรียกเขมจิราแล้วแต่หญิงสาวกลับเหมือนไม่ได้ยินจนลิฟต์ปิดลง
“ท่าทางพี่ณุจะถูกใจเพื่อนของคุณเอามากเลยนะครับเนี่ย” เสียงลอยๆ ที่ดังขึ้นกระทบใบหู ดึงสติของคนฟังให้กลับคืน
“ถูกใจเหรอคะ”
“ใช่ครับ พี่ณุไม่เคยพาเลขาฯ คนไหนเข้าไปในลิฟต์ตัวนั้น มีแต่คุณธิชานี่แหละ ผมว่าพี่ณุคงถูกตาต้องใจคุณ
ธิชาแล้วล่ะครับ”
“ท่านรองอาจจะเข้าใจผิดก็ได้” หญิงสาวเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
“ไม่หรอกครับ ผมรู้จักนิสัยพี่ของผมดี ถ้าไม่ชอบไม่ถูกใจจะไม่พาตัวมาใกล้ชิดแน่” คำพูดของภาสวัสทำให้
เขมจิรานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ลิฟต์มาแล้ว เข้าไปเถอะครับ” ชายหนุ่มแตะศอกจนอีกฝ่ายสะดุ้งตกใจ
“ตกใจกลัวอะไรครับ” ชายหนุ่มหัวเราะขำกับท่าทางของผู้จัดการสาวที่ทำราวกับหวงตัว
“ก็เขมกลัวสาวๆ ท่านรองจะเข้าใจผิดนี่คะ” เขมจิราเผลอทำปากยื่นแล้วเดินตามเข้าไปในลิฟต์
“เข้าใจผิดก็ช่าง ดีเสียอีกจะได้ไม่มีหนุ่มๆ หน้าไหนกล้ามายุ่งกับคุณเขม” ภาสวัสกล่าวทีเล่นทีจริง จนเขมจิราต้องถอนลมหายใจราวกับกลุ้มใจ
“เขมก็ขึ้นคานกันพอดีสิคะ”
“ผมรับเลี้ยงเองครับ”
“เฮ้อ...เขมคงถูกสาวๆ ท่านรองแหกอกแน่” หญิงสาวทำสีหน้าสยอง ทำเอาชายหนุ่มอดขำไม่ได้
“ผมไม่มีทางให้ใครมาทำแบบนั้นกับคุณเขมแน่นอนครับ” ภาสวัสยืนยันเสียงหนักแน่น หวังให้หญิงสาวเป็นปลื้มเหมือนคนอื่นๆ ที่เขาควงอยู่ เล่นเอาเขมจิราไปไม่เป็น โชคดีลิฟต์มาถึงชั้นทำงานพอดีจึงรีบขอตัว
“ถึงชั้นทำงานเขมแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
“เที่ยงนี้ออกไปกินข้าวกันนะครับ” ชายหนุ่มกดลิฟต์ค้างไว้ขณะที่ถาม
“เขมต้องดูงานก่อนค่ะ ว่ายุ่งไหม”
“สงสัยผมต้องให้พี่ณุเพิ่มเงินเดือนแถมเงินโบนัสปลายปีให้แล้วสิครับ” รองประธานหนุ่มกล่าวเย้า
“เขมทำตามหน้าที่ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวกล่าวอำลา แล้วรีบสาวเท้าเดินออกไปทันที
ปรเมศวร์นั่งเซ็นเอกสารแฟ้มสุดท้ายเสร็จแล้วยื่นส่งให้กับจิตตรี ก่อนเอ่ยถามถึงกันธิชาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบรับหรือปฏิเสธ
“แล้วผู้ช่วยคุณตรีจะกลับมาทำงานเมื่อไหร่ครับ”
“เอ่อ...ธิชาคงกลับมาทำงานกับเราไม่ได้แล้วค่ะ เธอได้งานใหม่ไปแล้ว น่าเสียดายจริงๆ” จิตตรีมิวายบ่นเสียดาย
“อะไรนะ! กันธิชาไม่ยอมมา” ประธานหนุ่มเผลอใช้เสียงดังจนเลขาฯ สาวตกใจ ทำให้ปรเมศวร์เริ่มรู้ตัวว่าแสดงอาการออกมามากเกินไป จนต้องยิ้มแหยๆ รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“เอ่อ...ผมแค่เสียดายผู้ช่วยคุณ เธอได้งานที่ไหนครับ เงินเดือนดีเท่าที่นี่หรือเปล่า”
“ตรีก็ไม่ได้ถามเรื่องเงินเดือนค่ะ แต่ตำแหน่งเลขาฯประธานบริษัทผลิตรถยนต์ ตรีว่าคงไม่ใช่น้อยๆ” คำตอบของเลขาฯ สาว ทำให้ประธานหนุ่มกระตุกยิ้มเหยียดที่มุมปาก คิดว่ากันธิชาคงเห็นความสำคัญของเงินมากกว่า ถึงปฏิเสธงานผู้ช่วย
ปรเมศวร์โน้มใบหน้าลงแนบกับกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับปุยเมฆแล้วสอดลิ้นที่ร้อนผะผ่าวเข้าไปสำรวจรอบๆ โพรงปากนุ่ม ก่อนลิ้นของทั้งสองจะเกี่ยวตวัดดูดซับความหอมหวานของกันและกันทั้งหนักหน่วงและเร่าร้อนไปในคราเดียวกันในขณะนั้นมือเรียวเล็กเริ่มลูบคลำร่างกำยำสะเปะสะปะเผลอไปสัมผัสความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าว จนชักมือขึ้นมาราวกับถูกของร้อน แต่ถูกชายหนุ่มดึงกลับลงไปแตะที่เดิม“อืม...มันคิดถึงเธอแทบขาดใจ”“ฮื้อ...ไม่เอาคุณเมศวร์” กันธิชาใจหวิวเมื่อแตะสัมผัสส่วนกลางกายของสามี แต่ดูมันจะดิ้นสู้กับมือเธอเหลือเกิน และเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาวิงวอน เขาถึงยอมปล่อยมือเธอออกมาเพราะไม่อยากบังคับเธอให้ทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง แต่แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ที่หญิงสาวทำเหมือนรังเกียจมัน เสี้ยววินาทีต่อมาต้องชะงักงันเมื่อเธอเอื้อมมือลงไปสัมผัสมันอีกครั้งอย่างแผ่วเบา จนชายหนุ่มเหลือบสายตามองเธอด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนบดขยี้จูบเรียวปากนุ่มอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ปลายนิ้วแกร่งบรรจงลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบนผิวเนียนละเอียดไม่เว้นแม้แต่ตารางเดียว จากนั้นกลับมาหยุด
“ก็ได้ค่ะ” กันธิชาจำต้องพยักหน้าคล้อยตามเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาในวันสำคัญ ก่อนพาร่างเดินหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนและผ้าขนหนู ปรเมศวร์จึงสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปแต่ปรากฏว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีกุญแจสำรอง เมื่อไขเข้าไปพบว่าหญิงสาวกำลังพยายามเอื้อมมือมาด้านหลังเพื่อรูดซิปชุดแต่งงาน ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้าเข้าไปช่วยพร้อมจรดริมฝีปากอุ่นลงบนแผ่นหลังขาวเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนชุดจะร่วงลงไปกองกับพื้น“เข้ามาทำไมคุณเมศวร์ ไม่เห็นหรือว่าฉันกำลังจะอาบน้ำ...” กันธิชาเอียงหน้าถามไม่ทันจบประโยค ก็ถูกริมฝีปากอุ่นโน้มลงมาทาบบนเรียวปากอย่างแนบแน่น เพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ ให้เสียเวลา หญิงสาวอึกอักเล็กน้อยเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนค่อยๆ หลับตาพริ้มลงรับจุมพิตของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือใหญ่ก็เลื่อนมาเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มเบาๆ เพียงอึดใจต่อมาก็พลิกร่างหันมาเผชิญหน้า“พี่จะทำให้คืนนี้เป็นคืนพิเศษที่น่าจดจำสำหรับเรา” ปรเมศวร์เอ่ยพลางถอดชิ้นเล็กออกจากเรือนร่างของหญิงสาว แม้ใจอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรกับร่างเย้ายวนเบื้องหน้า แต่ต้อง
“ก็มันอดไม่ได้นี่”“ฉันกับพี่ณุก็แค่เจ้านายกับลูกน้อง ทีคุณล่ะยังตามเทกแคร์คุณยูโกะตั้งแต่เธอเดินทางมาถึงเชียว”“ก็ยูโกะไม่รู้จักใครในงาน ทาเคชิก็ติดธุระสำคัญมาด้วยไม่ได้ คงไม่ดีที่ปล่อยให้แขกเวิ้งว้างคนเดียว น่าเกลียดแย่” ปรเมศวร์รีบอธิบายไม่อยากให้หญิงสาวไม่สบายใจ“ก็เหมือนกับพี่ณุ ทั้งที่ไม่มีอะไรแต่คุณก็ยังจะหาเรื่องหึงหวง” กันธิชายกเรื่องนี้ขึ้นมาเปรียบเปรยให้ชายหนุ่มเข้าใจและเลิกหึงหวงตนกับพิษณุวัชร์สักที“จ้าเข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มนวลหนึ่งฟอดอย่างเอาใจ ก่อนจะได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นแทรกทำให้คู่บ่าวสาวต้องผละร่างออกจากกัน แล้วหันไปมองที่ต้นเสียง พบว่าเป็นยูโกะที่เดินเฉิดฉายนำหน้าสองพ่อลูกเข้ามา“หวานไม่เกรงใจใครเลยนะคะ” ยูโกะกล่าวกระเซ้าคู่บ่าวสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพอทราบว่าปรเมศวร์กำลังจะแต่งงาน ทำให้เธอตกใจไม่คาดคิดว่าปรเมศวร์จะลงเอยกับใครได้ ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่โชคดีคือกันธิชายิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ จึงบังคับขู่เข็ญเขาเล่าให้ฟัง ปรเมศวร์ก็เล่าเพียงคร่าวๆ พอได้ร
“จ้า” ชายหนุ่มยิ้มแหยพลางคิดเรียบเรียงคำพูดอยู่ในใจ ปรากฏว่าอาหารมื้อนี้เขารับประทานได้น้อยมาก ผิดกับกันธิชาที่กินหมดจานไม่เหลือ“วันนี้ทำไมกินน้อยจังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นจานข้าวของปรเมศวร์พร่องลงไปเพียงนิดเดียว“พี่เห็นเธอกินอร่อยก็อิ่มตามแล้วล่ะ เอาเค้กสักชิ้นนะ” ชายหนุ่มวางจานเค้กลงเบื้องหน้าหญิงสาว“ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันกินแบบนี้ทุกวันคงอ้วนเป็นหมูแน่” กันธิชาบ่นแต่ก็ตักเค้กขึ้นกินไม่หยุด“ดีสิ”“อ้วนนี่นะดี”“ใช่จ้ะ ถ้าเธออ้วนแล้วจะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนชายตาแลไง”“ต่อไปคุณก็คงเบื่อฉันใช่ไหม”“พี่บอกตรงไหนว่าเบื่อ”“ก็คุณบอกว่าอ้วนแล้วจะไม่มีผู้ชายชายตาแลไงเล่า” หญิงสาวโต้แย้งกลับไปด้วยน้ำเสียงแง่งอนจนชายหนุ่มหลุดขำ“พี่หมายถึงผู้ชายคนอื่น แต่สำหรับพี่ถึงเธอจะอ้วนถึงร้อยกิโลพี่ก็จะไม่มีทางเบื่อเธออย่างแน่นอน และยังจะรักเธอไปจนวันตาย” ชายหนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงและแว
ส่วนคนเจ้าแผนการเข้ามาคุยเรื่องสถานที่จัดงานแต่งงานกับผู้จัดการโรงแรมซึ่งเป็นคนเดียวกันกับคนที่ยืนจ้องเธอหน้าโรงแรมเมื่อหลายเดือนก่อน จนมารู้ความลับที่ปรเมศวร์เคยกุเรื่องว่าเธอเป็นคนรักของเขาอีกด้วย หญิงสาวเก็บความสงสัยไว้ในใจแต่ไม่กล้าแย้งอะไรขึ้นมาในเวลานี้ เพราะไม่อยากให้ปรเมศวร์เสียหน้าต่อหน้าลูกน้องจนเสียการปกครองและเขายังแนะนำเธอให้พนักงานทุกคนได้รู้จักในฐานะว่าที่นายหญิง ทำให้อดตื้นตันใจไม่ได้ที่ปรเมศวร์ให้เกียรติเธอขนาดนี้แม้กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่เขาโกหกเรื่องเธอกับศักดิ์ชาย กระทั่งเข้ามานั่งในห้องทำงานของปรเมศวร์ ก็ไม่รอช้าเอ่ยถามข้อข้องใจทันที“นี่คุณเมศวร์ ทำไมคุณต้องโกหกคุณศักดิ์ชายว่าฉันเป็นแฟนคุณด้วย”“โกหกที่ไหน ก็เราเป็นแฟนกันจริงๆ และกำลังจะแต่งงานกันอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”“ไม่ใช่ตอนนี้ ก่อนหน้าที่เราจะเจอกัน ตอนที่คุณเกลียดฉันเข้ากระดูกดำน่ะ”“อย่ารู้เลยดีกว่า” ชายหนุ่มตอบเลี่ยงๆ แล้วเฉไฉเปิดแฟ้มเอกสาร“แต่ฉันอยากรู้เพราะมันเกี่ยวข้องกับฉันเต็มๆ”“อืม...งั้นพ
“รับได้สิคะ และไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญใจที่คุณเป็นแบบนี้”“ขอบใจนะธิชา แม้ว่าความรักของเราเริ่มต้นไม่สวย แต่หลังจากนี้พี่สัญญาว่าเธอจะพบแต่สิ่งที่สวยงาม”“ฉันไม่ขออะไรมาก ขอแค่คุณรักและซื่อสัตย์กับฉันเท่านั้น”“พี่สัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์กับเธอคนเดียวและจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด” ปรเมศวร์ยืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงก่อนวกกลับมาคุยเรื่องงานแต่งงาน “อืม...ธิชาคิดแพลนงานแต่งงานของเราหรือยังล่ะว่าอยากจัดแบบไหน”“ฉันอยากจัดงานแต่งงานเล็กๆ ริมชายหาด และเชิญแต่ญาติกับเพื่อนที่สนิทๆ เท่านั้นค่ะ คุณว่าดีไหม”“จะจัดงานเล็กๆ ไม่ได้หรอก เธอก็รู้นี่ว่าพี่ทำธุรกิจ รู้จักคนมากมาย”“ฉันเข้าใจค่ะ งั้นก็แล้วแต่คุณแล้วกันค่ะ” หญิงสาวพึมพำตอบเสียงแผ่วเบาๆ“งานเล็กๆ ก็งานเล็กๆ” ชายหนุ่มไม่ชอบเลยที่เห็นแววตาสดใสดูเศร้าสลดลง“เอ...แต่เมื่อกี้คุณยังบอกเลยว่าจัดงานเล็กๆ ไม่ได้”“พี่แต่งงาน
“อืม...ไปเถอะ พ่อว่าจะไปนั่งเล่นที่สวนกล้วยไม้สักหน่อย”“ครับคุณพ่อ” ปรเมศวร์ขานรับก่อนลุกขึ้นเดินตรงไปยังชั้นสองห้องนอนเก่าของตน โดยมีสายตาเจ้าสัวพงษ์เทพมองตามหลังไปอย่างไม่สบายใจ ดูจากแววตาปรเมศวร์ยามเอ่ยถึงกันธิชาแล้วรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก ก็ได้แต่หวังว่าบุตรชายจะไม่คิดบ้าบิ่นทำอะไรโง่ๆ
“ไม่! ยูโกะจะไปคนเดียวค่ะ ทาเคชิน่าเบื่อจะตาย คอยขัดยูโกะทุกเรื่อง และคุณพ่อก็เชื่อแต่ทาเคชิอย่างกับเขาเป็นลูก แทนที่จะเข้าข้างยูโกะซึ่งเป็นลูกแท้ๆ” ยูโกะกล่าวถึงบอดี้การ์ดหนุ่มหน้านิ่งด้วยความหมั่นไส้ จนปรเมศวร์อดหัวเราะออกมาไม่ได้ กับท่าทางเหมือนเด็กยามที่ถูกขัดใจ ซึ่งก็ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยนัก“เพ
ประเทศญี่ปุ่น ปรเมศวร์ยืนเหม่อลอยออกไปนอกอาคารสูงเสียดฟ้า ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่ต้องสูญเสียน้องชายอันเป็นที่รักไปอย่างไม่วันหวนคืน จากคำบอกเล่าของชัญญาแม่เลี้ยงสาว ว่าต้นสายปลายเหตุที่ทำให้อนุวัฒน์เสียชีวิตคือแฟนสาวของเขานั่นเอง เพราะหลังจากถูกบอกเลิกอนุวัฒน์ก็ดื
“ผมกินอะไรก็ได้ครับ ถ้าเป็นฝีมือป้าเฉลา” ปรเมศวร์กล่าวเอาใจแม่บ้านสูงวัย แล้วหันมาขอบคุณบิดาเบาๆ“คุณพ่อเองก็ต้องกินเยอะๆ นะครับ ผอมจากเมื่อก่อนจนผิดหูผิดตา” ชายหนุ่มเอ่ยพลางสำรวจใบหน้าบิดาที่ดูซูบลงไป คงตรอมใจเรื่องการจากไปของอนุวัฒน์ “แกก็เหมือนกัน” เจ้าสัวพงษ์เทพตักอาหารใส่จานบุตรชายด้วยรอยยิ้ม







