เข้าสู่ระบบ“เอ่อ...ธิชา ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่”
“ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ รู้สึกเหนื่อยๆ อยากพัก” กันธิชากล่าวแค่นั้นก็เดินเข้าห้องนอนไป เขมจิราแทบอยากจะยกมือตบปากตัวเอง แต่มิวายกล่าวโทษคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเผลอตัวเอ่ยถึงอนุวัฒน์ขึ้นมา ก่อนสาวเท้าตรงไปยังห้องนอนของกันธิชา ปรากฏว่าเจ้าของห้องปิดล็อกจากด้านใน บอกให้รู้ว่าไม่ต้องการให้ใครมารบกวน เขมจิราจึงเดินถอยร่างกลับห้องไป ไว้วันพรุ่งนี้ค่อยหาโอกาสขอโทษที่ปากพล่อย
หลังอาบน้ำเสร็จกันธิชาก็ล้มตัวลงนอน อดไม่ได้ที่จะเก็บคำพูดของเขมจิรามาคิด เป็นจริงอย่างที่เพื่อนรักพูด กับอนุวัฒน์รู้จักมาเกือบสองปี กว่าจะเปิดใจยอมรับเขาในฐานะคนรักได้ แต่คบหาดูใจเพียงไม่กี่เดือน สุดท้ายก็ออกลายแอบนอกใจเธอไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่น โชคดีเท่าไหร่ที่ไม่เผลอตัวมอบกายให้ มิเช่นนั้นคงจะรู้สึกอัปยศอดสูมากกว่านี้ หญิงสาวพยายามสะบัดความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไปจากหัว แล้วหลับตาลงเพียงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดาย เพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการที่ออกไปดูงานกับเจ้านายหนุ่มมาตลอดทั้งวัน
ปรเมศวร์ขับรถกลับมายังคฤหาสน์เรือนหรูเกือบเที่ยงคืน และเป็นอีกคืนที่เขาพบแม่เลี้ยงสาวมานอนอยู่ที่โซฟาภายในห้องรับแขก บางครั้งก็อยู่ในสภาพล่อแหลมไม่น่ามอง จนเขาต้องเบือนหน้าหนีรีบสาวเท้าขึ้นห้องไป แต่คืนนี้ชายหนุ่มกลับตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ หวังปลุกให้ขึ้นไปนอนที่ห้อง แต่ทว่าถูกสะกิดแขนจากด้านหลังเสียก่อน ทำให้เขาชะงักเหลียวหลังไปมอง พบว่าเป็นป้าเฉลาแม่บ้านนั่นเอง สร้างความแปลกใจแก่ปรเมศวร์ไม่น้อยเพราะนี่จะเที่ยงคืนให้แล้ว
“ยังไม่นอนอีกหรือครับป้าเฉลา”
“ยังค่ะ เฉลารอคุณหนูอยู่” คำตอบของแม่บ้านสูงวัย ทำเอาคนฟังเลิกคิ้วขึ้นมามองพลางส่งยิ้มให้
“รอทำไมครับป้าเฉลา”
“ก็เฉลาเป็นห่วงคุณหนู เห็นพักนี้กลับบ้านดึกๆเกือบทุกวัน”
“โธ่ป้าเฉลา ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับ ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อีกสองปีก็จะสี่สิบแล้วนะครับ” ปรเมศวร์หันมาโอบประคองร่างท้วมของแม่บ้านสูงวัย แต่ก็รู้สึกอิ่มใจที่ยังมีคนคอยห่วงใย ตั้งแต่มารดาเสียชีวิตไปก็ได้ป้าเฉลานี่แหละคอยดูแลเอาใจใส่เสมือนมารดาคนที่สอง
“แต่เฉลาก็ยังเป็นห่วงนี่คะ นี่กินอะไรมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ คุณตรีเธอเตรียมอาหารให้ผมทุกเย็น”
“น่ารักจริงคุณตรี นี่ก็ดึกมากแล้วขึ้นไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก ส่วนคุณญาป้าจัดการปลุกเธอให้เอง” ป้าเฉลากล่าวอาสา ชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับคำแล้วเดินขึ้นห้องไปยังชั้นสอง เพียงคล้อยหลังไปชัญญาก็เริ่มขยับตัว โดยแม่บ้านสูงวัยไม่ต้องเสียเวลาสะกิดเรียก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาไม่มีอาการงัวเงียให้เห็น
“อ้าว...คุณแม่บ้านยังไม่นอนอีกเหรอ” ชัญญากัดฟันเอ่ยถามพยายามข่มอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้ อุตส่าห์มานอนดักรอปรเมศวร์แต่กลับมีมารแก่ๆ มาขัดขวาง
“ยังค่ะ ป้ากำลังจะมาปลุกคุณญา แล้วก็จะไปนอน”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ญารู้สึกตัวก็ลุกขึ้นไปนอนเอง และทีหลังไม่ต้องคอยมาปลุก คนแก่ๆ นอนดึกไม่ดีนะคะ” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูดจนจบก็กระแทกเท้าเดินขึ้นห้องไป จนป้าเฉลาส่ายหน้าอย่างหนักใจ กลัวเหลือเกินว่าชัญญาจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับปรเมศวร์เหมือนที่เข้ามายุ่งกับอนุวัฒน์เมื่อครั้งในอดีต
“เฉลาหวังว่าคุณหนูจะหลุดพ้นจากยายแม่มดนะคะ” นางกล่าวจบก็เดินออกไปจากห้องรับแขก เพื่อกลับไปนอนพักผ่อน เพราะตนต้องอดตาหลับขับตานอนเพื่อรอคุณหนูของนางกลับขึ้นห้องนอนไปอย่างปลอดภัยเสียก่อน ถึงจะหลับตานอนได้อย่างสนิทใจ
เวลาเจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที
กันธิชาถือกระเป๋าออกจากห้องนอนตรงมายังห้องครัวเล็ก ถึงกับชะงักตกใจ ก็จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรกันในเมื่อเห็นเขมจิราขอบตาช้ำราวกับคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน แถมยังมานั่งสัปหงกอีกต่างหาก
“เขมเป็นอะไร เมื่อคืนทำงานดึกหรือไง” กันธิชากล่าวจบก็เดินไปที่มุมกาแฟ
“ยังไม่ได้นอน” คำตอบของเขมจิราทำเอาคนที่กำลังกดน้ำร้อนใส่แก้วถึงกับชะงัก
“ไม่ได้นอนหรือ”
“อืม...” เขมจิราขานรับ จากนั้นกันธิชาก็ถือแก้วกาแฟมาวางตรงหน้า
“อีกสักแก้วไหม ฉันชงให้”
“ไม่ล่ะ เช้านี้ฉันดื่มไปสองแก้วแล้ว” เขมจิราพึมพำบอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธ
“แล้วเป็นอะไร ทำไมถึงไม่นอน งานเยอะหรือไง” กันธิชารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้บ้างานมากแค่ไหน มักชอบนำงานกลับมาทำที่ห้องเป็นประจำ จนเธอแซวว่าปีนี้คงได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นเป็นแน่
“เปล่า ฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะคิดเรื่องที่พูดกับแกไปเมื่อคืน ขอโทษนะธิชา ฉันไม่ได้ตั้งใจพาดพิงไปถึงเรื่องคุณวัฒน์เลย” เขมจิราเอื้อมมือมากุมมือเพื่อนรักไว้ รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตนพูดออกไป
“แกพูดถูกเขม เพราะฉันไว้ใจคนง่ายเกินไป คนเราจะมองกันแค่ภายนอกไม่ได้ ขอบใจนะที่เตือนสติฉัน”
“แกไม่โกรธฉันจริงๆ นะ” เขมจิราทำหน้างุนงง เมื่ออีกฝ่ายไม่มีแววตาของความโกรธเคือง
“จะไปโกรธคนที่หวังดีกับฉันที่สุดได้ยังไงกัน”
“ขอบใจนะธิชา ฉันกังวลสารพัดกลัวแกจะโกรธ” เขมจิราพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“คิดมากไปได้” กันธิชาเอ่ยพลางหัวเราะกับแม่สาวแว่นของเธอ
ปรเมศวร์โน้มใบหน้าลงแนบกับกลีบปากนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับปุยเมฆแล้วสอดลิ้นที่ร้อนผะผ่าวเข้าไปสำรวจรอบๆ โพรงปากนุ่ม ก่อนลิ้นของทั้งสองจะเกี่ยวตวัดดูดซับความหอมหวานของกันและกันทั้งหนักหน่วงและเร่าร้อนไปในคราเดียวกันในขณะนั้นมือเรียวเล็กเริ่มลูบคลำร่างกำยำสะเปะสะปะเผลอไปสัมผัสความแข็งแกร่งที่ร้อนผ่าว จนชักมือขึ้นมาราวกับถูกของร้อน แต่ถูกชายหนุ่มดึงกลับลงไปแตะที่เดิม“อืม...มันคิดถึงเธอแทบขาดใจ”“ฮื้อ...ไม่เอาคุณเมศวร์” กันธิชาใจหวิวเมื่อแตะสัมผัสส่วนกลางกายของสามี แต่ดูมันจะดิ้นสู้กับมือเธอเหลือเกิน และเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาวิงวอน เขาถึงยอมปล่อยมือเธอออกมาเพราะไม่อยากบังคับเธอให้ทำอะไรที่ฝืนใจตัวเอง แต่แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ ที่หญิงสาวทำเหมือนรังเกียจมัน เสี้ยววินาทีต่อมาต้องชะงักงันเมื่อเธอเอื้อมมือลงไปสัมผัสมันอีกครั้งอย่างแผ่วเบา จนชายหนุ่มเหลือบสายตามองเธอด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนบดขยี้จูบเรียวปากนุ่มอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ปลายนิ้วแกร่งบรรจงลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบนผิวเนียนละเอียดไม่เว้นแม้แต่ตารางเดียว จากนั้นกลับมาหยุด
“ก็ได้ค่ะ” กันธิชาจำต้องพยักหน้าคล้อยตามเพราะไม่อยากทะเลาะกับเขาในวันสำคัญ ก่อนพาร่างเดินหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับชุดนอนและผ้าขนหนู ปรเมศวร์จึงสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปแต่ปรากฏว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีกุญแจสำรอง เมื่อไขเข้าไปพบว่าหญิงสาวกำลังพยายามเอื้อมมือมาด้านหลังเพื่อรูดซิปชุดแต่งงาน ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้าเข้าไปช่วยพร้อมจรดริมฝีปากอุ่นลงบนแผ่นหลังขาวเนียนอย่างแผ่วเบา ก่อนชุดจะร่วงลงไปกองกับพื้น“เข้ามาทำไมคุณเมศวร์ ไม่เห็นหรือว่าฉันกำลังจะอาบน้ำ...” กันธิชาเอียงหน้าถามไม่ทันจบประโยค ก็ถูกริมฝีปากอุ่นโน้มลงมาทาบบนเรียวปากอย่างแนบแน่น เพราะไม่อยากตอบคำถามใดๆ ให้เสียเวลา หญิงสาวอึกอักเล็กน้อยเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนค่อยๆ หลับตาพริ้มลงรับจุมพิตของอีกฝ่าย ขณะเดียวกันนั้นฝ่ามือใหญ่ก็เลื่อนมาเคล้นคลึงทรวงอกอิ่มเบาๆ เพียงอึดใจต่อมาก็พลิกร่างหันมาเผชิญหน้า“พี่จะทำให้คืนนี้เป็นคืนพิเศษที่น่าจดจำสำหรับเรา” ปรเมศวร์เอ่ยพลางถอดชิ้นเล็กออกจากเรือนร่างของหญิงสาว แม้ใจอยากจะทำอะไรต่อมิอะไรกับร่างเย้ายวนเบื้องหน้า แต่ต้อง
“ก็มันอดไม่ได้นี่”“ฉันกับพี่ณุก็แค่เจ้านายกับลูกน้อง ทีคุณล่ะยังตามเทกแคร์คุณยูโกะตั้งแต่เธอเดินทางมาถึงเชียว”“ก็ยูโกะไม่รู้จักใครในงาน ทาเคชิก็ติดธุระสำคัญมาด้วยไม่ได้ คงไม่ดีที่ปล่อยให้แขกเวิ้งว้างคนเดียว น่าเกลียดแย่” ปรเมศวร์รีบอธิบายไม่อยากให้หญิงสาวไม่สบายใจ“ก็เหมือนกับพี่ณุ ทั้งที่ไม่มีอะไรแต่คุณก็ยังจะหาเรื่องหึงหวง” กันธิชายกเรื่องนี้ขึ้นมาเปรียบเปรยให้ชายหนุ่มเข้าใจและเลิกหึงหวงตนกับพิษณุวัชร์สักที“จ้าเข้าใจแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงหอมแก้มนวลหนึ่งฟอดอย่างเอาใจ ก่อนจะได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้นแทรกทำให้คู่บ่าวสาวต้องผละร่างออกจากกัน แล้วหันไปมองที่ต้นเสียง พบว่าเป็นยูโกะที่เดินเฉิดฉายนำหน้าสองพ่อลูกเข้ามา“หวานไม่เกรงใจใครเลยนะคะ” ยูโกะกล่าวกระเซ้าคู่บ่าวสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพอทราบว่าปรเมศวร์กำลังจะแต่งงาน ทำให้เธอตกใจไม่คาดคิดว่าปรเมศวร์จะลงเอยกับใครได้ ยิ่งรู้ว่าผู้หญิงที่โชคดีคือกันธิชายิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่ จึงบังคับขู่เข็ญเขาเล่าให้ฟัง ปรเมศวร์ก็เล่าเพียงคร่าวๆ พอได้ร
“จ้า” ชายหนุ่มยิ้มแหยพลางคิดเรียบเรียงคำพูดอยู่ในใจ ปรากฏว่าอาหารมื้อนี้เขารับประทานได้น้อยมาก ผิดกับกันธิชาที่กินหมดจานไม่เหลือ“วันนี้ทำไมกินน้อยจังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นจานข้าวของปรเมศวร์พร่องลงไปเพียงนิดเดียว“พี่เห็นเธอกินอร่อยก็อิ่มตามแล้วล่ะ เอาเค้กสักชิ้นนะ” ชายหนุ่มวางจานเค้กลงเบื้องหน้าหญิงสาว“ขอบคุณค่ะ ถ้าฉันกินแบบนี้ทุกวันคงอ้วนเป็นหมูแน่” กันธิชาบ่นแต่ก็ตักเค้กขึ้นกินไม่หยุด“ดีสิ”“อ้วนนี่นะดี”“ใช่จ้ะ ถ้าเธออ้วนแล้วจะได้ไม่มีผู้ชายคนไหนชายตาแลไง”“ต่อไปคุณก็คงเบื่อฉันใช่ไหม”“พี่บอกตรงไหนว่าเบื่อ”“ก็คุณบอกว่าอ้วนแล้วจะไม่มีผู้ชายชายตาแลไงเล่า” หญิงสาวโต้แย้งกลับไปด้วยน้ำเสียงแง่งอนจนชายหนุ่มหลุดขำ“พี่หมายถึงผู้ชายคนอื่น แต่สำหรับพี่ถึงเธอจะอ้วนถึงร้อยกิโลพี่ก็จะไม่มีทางเบื่อเธออย่างแน่นอน และยังจะรักเธอไปจนวันตาย” ชายหนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงและแว
ส่วนคนเจ้าแผนการเข้ามาคุยเรื่องสถานที่จัดงานแต่งงานกับผู้จัดการโรงแรมซึ่งเป็นคนเดียวกันกับคนที่ยืนจ้องเธอหน้าโรงแรมเมื่อหลายเดือนก่อน จนมารู้ความลับที่ปรเมศวร์เคยกุเรื่องว่าเธอเป็นคนรักของเขาอีกด้วย หญิงสาวเก็บความสงสัยไว้ในใจแต่ไม่กล้าแย้งอะไรขึ้นมาในเวลานี้ เพราะไม่อยากให้ปรเมศวร์เสียหน้าต่อหน้าลูกน้องจนเสียการปกครองและเขายังแนะนำเธอให้พนักงานทุกคนได้รู้จักในฐานะว่าที่นายหญิง ทำให้อดตื้นตันใจไม่ได้ที่ปรเมศวร์ให้เกียรติเธอขนาดนี้แม้กระนั้นก็ยังไม่ลืมที่เขาโกหกเรื่องเธอกับศักดิ์ชาย กระทั่งเข้ามานั่งในห้องทำงานของปรเมศวร์ ก็ไม่รอช้าเอ่ยถามข้อข้องใจทันที“นี่คุณเมศวร์ ทำไมคุณต้องโกหกคุณศักดิ์ชายว่าฉันเป็นแฟนคุณด้วย”“โกหกที่ไหน ก็เราเป็นแฟนกันจริงๆ และกำลังจะแต่งงานกันอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”“ไม่ใช่ตอนนี้ ก่อนหน้าที่เราจะเจอกัน ตอนที่คุณเกลียดฉันเข้ากระดูกดำน่ะ”“อย่ารู้เลยดีกว่า” ชายหนุ่มตอบเลี่ยงๆ แล้วเฉไฉเปิดแฟ้มเอกสาร“แต่ฉันอยากรู้เพราะมันเกี่ยวข้องกับฉันเต็มๆ”“อืม...งั้นพ
“รับได้สิคะ และไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือรำคาญใจที่คุณเป็นแบบนี้”“ขอบใจนะธิชา แม้ว่าความรักของเราเริ่มต้นไม่สวย แต่หลังจากนี้พี่สัญญาว่าเธอจะพบแต่สิ่งที่สวยงาม”“ฉันไม่ขออะไรมาก ขอแค่คุณรักและซื่อสัตย์กับฉันเท่านั้น”“พี่สัญญาว่าจะรักและซื่อสัตย์กับเธอคนเดียวและจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด” ปรเมศวร์ยืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคงก่อนวกกลับมาคุยเรื่องงานแต่งงาน “อืม...ธิชาคิดแพลนงานแต่งงานของเราหรือยังล่ะว่าอยากจัดแบบไหน”“ฉันอยากจัดงานแต่งงานเล็กๆ ริมชายหาด และเชิญแต่ญาติกับเพื่อนที่สนิทๆ เท่านั้นค่ะ คุณว่าดีไหม”“จะจัดงานเล็กๆ ไม่ได้หรอก เธอก็รู้นี่ว่าพี่ทำธุรกิจ รู้จักคนมากมาย”“ฉันเข้าใจค่ะ งั้นก็แล้วแต่คุณแล้วกันค่ะ” หญิงสาวพึมพำตอบเสียงแผ่วเบาๆ“งานเล็กๆ ก็งานเล็กๆ” ชายหนุ่มไม่ชอบเลยที่เห็นแววตาสดใสดูเศร้าสลดลง“เอ...แต่เมื่อกี้คุณยังบอกเลยว่าจัดงานเล็กๆ ไม่ได้”“พี่แต่งงาน
อนันต์ตระการ กรุ๊ปปรเมศวร์หงุดหงิดตลอดทั้งวันตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเดี๋ยวนี้กันธิชาไม่ยอมรับสายของตนเลย ครั้นจะบุกไปหาที่บริษัทก็ใช่เรื่องและกันธิชาก็ไม่มีคุณค่ามากพอที่เขาจะเอาชื่อเสียงที่สะสมมาไปแลกกับผู้หญิงแพศยาคนนั้น จึงพยายามสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไปจากหัว คว้ากุญแจ
“คุณเมศวร์รีบไปเถอะค่ะ อืม...เดี๋ยวเขมนั่งแท็กซี่กลับไปที่บริษัทเอง”“ผมปล่อยให้คุณเขมกลับเองไม่ได้หรอกครับ ผมไปรับคุณเขมที่บริษัทก็ต้องขับรถไปส่งที่บริษัทสิครับถึงจะถูกต้อง”“เดี๋ยวให้คุณเขมจิราไปกับผมก็ได้ครับ” พิษณุวัชร์กล่าวแทรกขึ้นมาเพื่อตัดป
“ป่วยทำไมไม่ยอมบอกกันเลยเมื่อเช้า” เขมจิราเข้าไปดึงแขนกันธิชาออกห่างจากพิษณุวัชร์พลางเอ่ยถาม“ไปหาหมอไหมเดี๋ยวฉันพาไปเอง”“ไม่ต้องหรอกฉันซื้อยาแก้ไข้มากิน และก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย แค่หนาวนิดหน่อยจ้า เลยหยิบเสื้อตัวนี้มาใส่” กันธิชาจับคอเสื้อให้ป
“อย่านะ ห้ามแตะต้องเพื่อนฉันอย่างเด็ดขาด” หญิงสาวร้องห้ามเสียงหลง“ก็เธอไม่มาเอง ฉันเลยอยากหาอะไรทำแก้เบื่อ”“คอนโดฯ คุณอยู่ไหน ฉันจะไปหาคุณ” กันธิชารีบถามสถานที่นัดแนะ เพราะกลัวเพื่อนรักจะเป็นอันตรายและเชื่อว่าปรเมศวร์พูดจริงทำจริง“







