Masukเสียงหัวใจเต้นด้วยจังหวะหนักหน่วง ลมหายใจสม่ำเสมอ อ้อมกอดที่ไม่คุ้นชินและ...กลิ่นกายแปลกใหม่ สิ่งเหล่านี้ทำให้ปนัสยาที่รู้สึกตัวแล้วแต่ยังไม่ยอมลืมตาหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา แล้วภาพต่างๆ นานาก็โถมกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่า คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เหตุการณ์ในความทรงจำช่างบาดลึกเสมือนจริง หญิงสาวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าความเร่าร้อนที่ผ่านมานั้นเป็นเพียงแค่ความฝันที่ถูกปรุงแต่งโดยจิตที่ไม่มั่นคงของหล่อนเอง เพราะอะไร เมา ผิดหวัง หรือว่าชอบเขา เขาหล่อหรือ มีเสน่ห์ลึกล้ำหรือ ไม่รู้...นั่นคือเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากสำนึก หญิงสาวตอบตัวเองไม่ได้เลยนอกจากความเสียวสยิวที่เขาปรนเปรอ คิ้วงามโก่งขมวดมุ่น ร่างกายอ่อนปวกเปียกร้อนรุ่ม ขนกายลุกชัน มือเรียวเลื่อนลูบไล้ศีรษะได้รูปและบ่าไหล่กว้าง ก่อนจะสะดุ้งเฮือกขมวดคิ้วเม้มปาก เมื่อส่วนอ่อนไหวถูกชำแรกเข้ามา “เจ็บ อือ” หญิงสาวกระซิบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะขบเม้มเรียวปากเอาไว้แน่น น้ำตาซึมออกจากหางตา
Lihat lebih banyakบทนำ
“เราเลิกกันเถอะ”
พิภพกล่าวกับคนรักด้วยสีหน้าที่พยายามทำให้ดูเรียบเฉย เย็นชา เวลานี้ในหัวใจของเขาแทบไม่มีรูปเงาของคนตรงหน้าหลงเหลืออยู่ในความคิด ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำคล้ายหลบสายตา เพราะแม้จะยอมรับเช่นนั้นแต่ลึกๆ เขาก็อดรู้สึกผิดต่อหล่อนไม่ได้ ตามประสาคนเคยรักและคบหากันมานานเกือบห้าปี...
เมื่อห้าปีก่อน ปนัสยาคือสาวน้อยหน้าใสที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาหมาดๆ หล่อนทำงานในแผนกโฆษณาที่มีเขาเป็นหัวหน้าและพี่เลี้ยงคอยดูแล พิภพเป็นชายหนุ่มรูปหล่ออัธยาศัยดีและเอาใจใส่เพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เป็นที่รักใคร่ของทุกคนโดยเฉพาะสาวๆ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะคบหากับสาวน้อยหน้าใสนามว่าปนัสยา ทุกอย่างกำลังไปได้สวยจนกระทั่งรสิตาก้าวเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ของบริษัท
รสิตาไม่ใช่เพียงพนักงานธรรมดาๆ เท่านั้น แต่หล่อนยังเป็นหลานสาวของผู้บริหารระดับสูง ทำให้พิภพต้องดูแลและช่วยสอนงานอย่างใกล้ชิด เวลาเดียวกันเขาก็ค่อยๆ ห่างเหินกับคนรักออกไปทีละนิดๆ
เจ้าของดวงหน้าซีดเซียวมองหน้าคนรักด้วยสายตาเรียบสงบ ทว่าในใจนั้นร้าวลึก จากนั้นจึงค่อยๆ หลุบตาลง มองแก้วน้ำส้มที่ตั้งอยู่บนโต๊ะภายในร้านอาหารชื่อดัง
หญิงสาวระแคะระคายเรื่องราวของรสิตาและพิภพมาระยะหนึ่งจากเสียงซุบซิบนินทาของเพื่อนร่วมงาน ทั้งสายตาที่มองหล่อนแปลกไปของทุกคน แต่นั่นไม่เท่ากับแววตาของพิภพที่มองหล่อนอย่างห่างเหินคล้ายกับรู้สึกผิด แค่ยังไม่กล้าบอกความจริงกับหล่อน กระทั่งวันนี้ที่หญิงสาวนัดเจอกับเขาหลังจากถูกปฏิเสธมาหลายหน แต่เป็นเพราะครั้งนี้ยื่นคำขาด ทำให้คนรักของหล่อนยอมออกมาพบกันจนได้
“ข่าวลือเรื่องพี่ภพกับคุณสิตา จริงใช่ไหม”
คนถูกถามหลุบตามองแก้วเครื่องดื่ม ลำคอขยับขึ้นลงตามจังหวะกลืนน้ำลาย มองดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังลำบากใจมากเพียงไหนที่ต้องตอบคำถาม หญิงสาวกระตุกยิ้มเล็กน้อย รู้สึกสมเพชทั้งเขาและตนเอง เขากล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ หน่วยตาที่เจือหยาดน้ำนั้นกะพริบเบาๆ ไล่ความมัวซัว ก่อนสูดลมหายใจยาวแล้วกล่าวออกมาอีกครั้ง
“พี่ภพจะไม่ตอบก็ได้นะคะ แต่ปริมคิดว่ารู้แล้วว่าเป็นเพราะอะไร”
พิภพเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของร่างระหงที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง วูบหนึ่งดวงตาของเขาไหวกระเพื่อมเบาๆ เกิดความรู้สึกเสียดายหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมา ปนัสยาเป็นคนสวย รูปหน้าและเรือนร่างได้สัดส่วนงดงาม ทว่ารสิตาเองก็สวยสดไม่แพ้กัน ที่สำคัญอีกฝ่ายสามารถทำให้อนาคตของเขาก้าวขึ้นไปสู่จุดที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วกว่าคนที่เป็นเพียงพนักงานธรรมดา
เขากลืนน้ำลายลงอีกครั้งอย่างพูดไม่ออก รู้สึกเหมือนคนไม่เอาไหน แต่หากให้เขาเลือกใหม่ เขาก็ขอเลือกเหมือนเดิมคือ...รสิตา
“พี่ขอโทษ”
ปนัสยาเหยียดยิ้ม ดวงตาคู่งามมีหยาดน้ำฉาบฉายอยู่ในแววตา หล่อนรู้อยู่แล้วว่าสักวันต้องลงเอยแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าพิภพจะขี้ขลาดกว่าที่คิด เขาไม่ยอมพูดอะไรสักคำ นอกจากคำว่าขอโทษ นี่หล่อนหลงคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ และเป็นผู้ชายที่มีจิตใจดีงามได้อย่างไร ในเมื่อความเป็นจริงนั้นเขาเป็นผู้ชายที่ขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวมากที่สุดคนหนึ่ง!!
“ไม่เป็นไรค่ะ คนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองด้วยกันทั้งนั้น แล้ววันนี้พี่ภพก็ได้เลือกแล้ว ปริมเข้าใจดี ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่เคยช่วยเหลือ ขอให้พี่ภพกับคุณสิตารักกันนานๆ นะคะ”
พูดจบหญิงสาวก็หยิบธนบัตรออกมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเป็นค่าเครื่องดื่มของตน
พิภพอ้าปากค้างเมื่อร่างงามก้าวออกไปจากโต๊ะ ทิ้งเขาเอาไว้ลำพังและทำได้แค่มองตามร่างบอบบางที่ก้าวห่างเขาออกไปด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกว่ายินดีที่หญิงสาวเข้าใจง่ายกว่าที่คิด หรือว่าความจริงแล้วเขากำลังเสียใจที่ต้องยอมปล่อยมือ ยอมเสียหล่อนเพื่อแลกกับอนาคตอันสดใสของตนเองกันแน่
ปนัสยาไม่รู้ว่าเดินออกมาจากร้านอาหารนานเท่าใด แต่เมื่อรู้สึกตัวหญิงสาวก็มาหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์ไม่ห่างจากร้านอาหารที่เดินจากมามากนัก ดวงตาคู่ช้ำมองไปยังคู่รักที่นั่งคุยกะหนุงกะหนิงอยู่ก่อนหน้า จากนั้นไม่นานคนทั้งคู่ก็จูงมือเดินผ่านหน้าหล่อนไป ทำให้คนช้ำรักมาหมาดๆ ถึงกับน้ำตาซึม ก่อนจะก้าวไปหยุดที่ขอบถนน ดวงตาฝ้าฟางหยาดน้ำตามองไปข้างหน้า แล้วหยดหนึ่งของความเสียใจก็ไหลริน หยดแรกและหยดสุดท้ายที่หล่อนยอมเสียให้กับคนไม่ซื่อสัตย์คนนั้น เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ในหัวใจและความนึกคิด จะไม่มีเงาของชายที่ชื่อพิภพอีกแล้ว
ลืมเสียปนัสยา ลืมคนใจโลเลคนนั้นให้หมด หญิงสาวยิ้มขื่น พอดีกับที่รถประจำทางเคลื่อนมาจอด ร่างอรชรจึงก้าวขึ้นไปพร้อมกับความโสด สลัดพันธะทางใจที่เคยมีให้ใครคนหนึ่งทิ้งเอาไว้ที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้นนั่นเอง...
ค่ำคืนที่มีดาวประปรายบนท้องฟ้า แต่ก็ยังนับว่ามีดวงดาวทอแสงประกาย เช่นเดียวกับที่ริมระเบียงของบ้านพักบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้ เพราะมีเพียงเขาและหล่อนสองคนที่กำลังพลอดรัก ปนัสยานอนหนุนแขนของชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวย มองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างไกล บรรยากาศค่ำคืนนี้ค่อนข้างหนาว ทว่าหล่อนกลับอบอุ่นเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม โดยรอบนั้นเงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นลมที่กระทบจากชายฝั่งอยู่เป็นระยะ น่านฟ้าเอียงใบหน้ามองคนในอ้อมแขนของตน ริมฝีปากยกยิ้มแล้วพลิกจูบหน้าผากมนแผ่วๆ ดวงตาของเขายามนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน รอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความรัก การพาหล่อนมาพักผ่อนที่เกาะส่วนตัวถือเป็นการซ้อมใช้ชีวิตคู่ไปพลางๆ ผมรักคุณ เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบา แต่หนักแน่นอยู่ในหัวใจ และดังก้องในความรู้สึกของคนฟัง หญิงสาวแก้มแดงเรื่อ ดวงตาคู่งามสบตาสีเข้ม รอยยิ้มอ่อนหวานตราตรึงไม่เสื่อมคลายไปจากใจน่านฟ้า ปริมก็รักคุณค่ะ หญิงสาวกระซิบกลับไปเช่นกัน ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าอีกคราว ทันใดนั้นดางหางสายหนึ่งก็พุ่งลงมา “อุ๊ย! นั่นดาวตก อธิษฐานก่อน” พูดจบปนัสยาก็
บทส่งท้ายงานแต่งงานของน่านฟ้าและปนัสยาถูกกำหนดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าหลังจากบิดาและมารดาของชายหนุ่มเดินทางไปสู่ขอหญิงสาวที่บ้านเกิด สร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนๆ และคนรู้จักของน่านฟ้าไม่น้อย เพราะต่างรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้หวงแหนความโสดของตัวเองแค่ไหน เหตุใดจึงมาลงเอยกับปนัสยา ผู้หญิงที่โพรไฟล์แสนธรรมดาคนนี้ได้ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น คนที่ไม่มองอย่างอคติต่างรับรู้ว่า หญิงสาวเป็นคนน่ารักมากแค่ไหนเมื่อได้รู้จักกันจริงๆ โดยเฉพาะเพื่อนหนุ่มๆ ที่มองน่านฟ้าด้วยสายตาอิจฉาเป็นทิวแถว ชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจที่หญิงสาวทำให้คนเหล่านั้นยอมรับได้โดยไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพียงแค่มีความจริงใจ รู้ว่าเวลาไหนควรแสดงออกอย่างไร ก็สามารถมัดใจใครหลายคนได้โดยง่ายดาย รอยยิ้มและการวางตัวของหญิงสาวยามเข้าพบผู้ใหญ่ เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญที่ทำให้หล่อนได้รับการยอมรับจากญาติๆ ของเขาได้ไม่ยากเย็นเลยสักนิด เสียงชื่นชมจึงค่อยๆ ดังขึ้นเป็นลำดับที่บ้านพักชายทะเลในช่วงค่ำ เสียงคลื่นกระทบฝั่งซ่าๆ ทว่าภายในห้องนอนมีเสียงของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังดังประสานกันแผ่วๆ ด้วยความรัญจวนใจ
หลังจากนั้นปนัสยาขอร้องเพื่อนๆ เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ เพราะทุกอย่างยังไม่มีอะไรแน่นอน ทว่าเมื่อถึงเวลาเลิกงาน น่านฟ้าก็โทรศัพท์มาหา “เสร็จหรือยัง ผมมารอหน้าบริษัทแล้ว” ปนัสยาหันไปมองเพื่อนที่กำลังเตรียมตัวกลับบ้านก่อนจะยิ้มกับโทรศัพท์พร้อมตอบออกมาเบาๆ “เสร็จแล้วค่ะ กำลังจะลงไป คุณน่านรอปริมเดี๋ยวเดียวนะคะ” น่านฟ้ายิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้ยินปนัสยาแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นเหมือนอย่างที่เขาขอร้องในคืนที่เขาขอหล่อนแต่งงาน “ครับ” แก้มสาวแดงก่ำ แต่ทันทีที่ปิดกระเป๋าถือ หญิงสาวก็สะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อเพื่อนรักทั้งสองโผล่หน้ามาพร้อมรอยยิ้มขบขันปนล้อเลียน “แหมมม...นัดแฟนเอาไว้ก็ไม่บอก” เพียงแค่นั้นปนัสยาก็ขว้างค้อนไปคนละที ก่อนจะเดินนำไปด้วยอาการขัดเขินสุดขีด เขินเสียยิ่งกว่าตอนที่ทั้งสองรู้ว่าหล่อนคบหากับน่านฟ้าอย่างลับๆ แต่เมื่อได้เวลาเปิดตัวจริงๆ กลับรู้สึกหัวใจเต้นโครมคราม ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะหล่อนไม่เคยคิดว่าคนอย่างน่านฟ้าจะมาจริงจังกับผู้หญิงที่เขาจะทิ้งเมื่อไรก็ได้
๒๖เปิดตัวว่าที่ภรรยาน่านฟ้ากลับบ้านมาก่อนปนัสยาสองวัน ชายหนุ่มตรงเข้าบ้านทันทีโดยไม่ได้กลับไปที่คอนโดฯ ก่อนมาถึงเขาโทรศัพท์บอกกับบิดาและมารดาว่ามีเรื่องสำคัญต้องการปรึกษา เมื่อน่านฟ้าเดินทางมาถึง ทั้งสองนั่งรออยู่แล้วที่ห้องนั่งเล่น คุณนันทวันเปิดยิ้มรับลูกชายทันที ส่วนพลอากาศโทวาทิศผู้เป็นบิดาวางหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษลงบนโต๊ะตรงหน้าด้วยท่าทางนิ่งขรึม พร้อมดึงแว่นออกวางบนหนังสือพิมพ์เมื่อลูกชายนั่งลงตรงหน้าพวกท่าน สาวใช้ดูจะรู้งานเพราะรีบเสิร์ฟน้ำและของว่างก่อนจะรีบออกไปอย่างรวดเร็ว “แกมีอะไรจะพูดกับเราอย่างนั้นเรอะ” ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ สบตามารดาแวบหนึ่งก่อนจะหันมาสบตากับบิดาที่นั่งรอฟัง “ผมอยากแต่งงานครับ” ได้ฟังคำนั้นของลูกชาย คนเป็นพ่อเพียงขมวดคิ้ว แต่คนเป็นแม่ถึงกับใจหายวับทันที ไม่รู้เหตุใดจึงนึกถึงปนัสยาขึ้นมา เพราะหากถามว่าผู้หญิงคนไหนที่ลูกชายอยากแต่งงานด้วย คงไม่ใช่จริยาเป็นแน่... “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” พลอากาศโทวาทิศเอ่ยถาม น่านฟ้าไม่ได้สบตามารดา ทว่าเขาจ้องตาพ่อแน่วนิ่งก่อนจะตอบ





