تسجيل الدخولขับรถไม่สุภาพไม่เป็นไร ขับรถกับเด็กมหาลัยโปรดแจ้ง 064-724xxxx เจ๊ข้าวโพด
عرض المزيدบทนำ
Porsche Taycan ขับโฉบเฉี่ยวอย่างคล่องแคล่วบนท้องถนนของกรุงเทพในยามราตรี เสียงเครื่องยนต์ขู่คำรามราวกับกำลังประกาศความยิ่งใหญ่และราคาที่แพงหูฉี่ คนที่ได้ครอบครองรถยนต์หรูคันนี้ต้องเป็นไฮโซระดับเงินร้อยล้านเป็นอย่างต่ำ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของดาราดังระดับตัวท็อปอย่าง ข้าวโพด ธัญญารา เลยสักนิด แค่รถคันเดียวไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงสักเส้น! หลังจากภาพยนตร์ที่เธอได้ร่วมแสดงเป็นนางเอกถูกฉายออกตามสื่อต่าง ๆ กระแสตอบรับก็ดังเปรี้ยงปร้างราวกับฟ้าผ่าเพียงแค่ชั่วข้ามคืน เพราะเคมีพระนางเข้ากันจนแฟนคลับต่างก็จับเป็นคู่จิ้น นั่นก็ตามมาด้วยผลงานโฆษณา รายการโทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งงานโปรโมตต่าง ๆ ที่ทั้งสองต้องทำร่วมกันก็ถูกเชิญเข้ามาอย่างล้นหลาม เรตติ้งดังกระฉูดฉุดไม่อยู่ ข้าวโพดเข้าใกล้ความฝันของเธอทุกขณะ ดวงดาวที่ส่องสว่างเพียงดวงเดียวที่จะอยู่ค้ำฟ้าแห่งวงการบันเทิงต้องเป็นเธอเท่านั้น ทุกฝีก้าวของเธอถูกเติมไปด้วยความสำเร็จที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานกว่าสองปีกว่าจะได้รับมันมาครอบครอง ทว่า... ไม่น่าเชื่อเลย ว่าดวงดาวที่กำลังส่องประกายเพื่อขึ้นไปเป็นจุดสูงสุดนั้น จะถูกฉุดรั้งให้กลับมาเป็นดินได้ในระยะเวลาที่แสนจะรวดเร็ว เพราะคืนนั้น... คืนที่เธอดันไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำว่า มือที่สาม "พี่แดนคะ ข้าวโพดไม่รู้เห็นเรื่องนั้นจริง ๆ นะ ข้าวโพดแค่ไปส่งเขากลับบ้านเอง" "พี่เข้าใจน้องข้าวโพดดีทุกอย่างเลยนะครับ แต่บอกพี่ไปมันก็ไม่มีประโยชน์เท่ากับการที่น้องข้าวโพดต้องออกแถลงการณ์นะครับ" "แถลงการณ์? อะไรกันคะ จะให้ข้าวโพดไปพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องเนี่ยนะ" "มันก็เพื่อตัวน้องข้าวโพดเองไม่ใช่เหรอครับ" ราวกับถูกตบหน้ากลางงานประกาศรับรางวัล ในตอนนี้ไม่มีใครเชื่อเธอเลยสักคน แหล่งข่าวต่าง ๆ ก็เล่นงานโจมตีเธอในด้านเสีย ๆ หาย ๆ ทั้งที่มันไม่ได้เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อให้ข้าวโพดจะแถลงการณ์ต่อหน้าสื่อว่าอย่างไร มีความจริงใจในการปฏิเสธเรื่องนี้มากแค่ไหน สุดท้ายแล้วเธอก็ยังเป็นตัวร้ายในสายตาคนอื่นอยู่เหมือนเดิม หากเธอเป็นคนที่ยอมใครง่าย ๆ ป่านนี้ก็คงจะรีบจัดแถลงการณ์โดยเร็วที่สุด ทว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้นใครร้ายมาก็ร้ายตอบ ไม่จำเป็นจะต้องปั้นหน้าทำตัวเป็นคนดีไปพูดความจริงถ้าหากไม่มีใครสนใจจะรับฟังมากขนาดนั้น "อีกอย่างนะครับ ตอนนี้เมเปิ้ลก็เริ่มออกมาพูดถึงน้องข้าวโพดแล้วด้วย พี่กลัวว่าคนจะคิดว่าน้องข้าวโพดเป็นมือที่สามจริง ๆ นะครับ" "เมเปิ้ล ที่สองตลอดกาลน่ะเหรอคะ" เธอแค่นหัวเราะพลางยกยิ้ม "ไม่รู้ว่าทำไมเมเปิ้ลถึงอยากโจมตีน้องข้าวโพดมากขนาดนั้น ทั้งที่ก็น่าจะรู้ว่าไม่ใช่ความจริง" "ก็เพราะอิจฉาที่ได้เป็นรองข้าวโพดตลอดไงคะ" หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้น "ได้ ถ้าอยากจะให้เล่นบทนางร้ายบ้าง เดี๋ยวจัดให้!" เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับแผ่นกระเบื้องเงาของทางเดินห้องรับรอง ข้าวโพดเดินทอดน่องไปยังห้องข้าง ๆ ที่เธอก็รู้ดีว่าใครอยู่ด้านในนั้น ประตูห้องถูกเปิดออกคนที่อยู่ด้านในหันมามองเธอเป็นสายตาเดียวกัน ทว่าข้าวโพดกลับสนใจเพียงแค่ดาราสาวลำดับที่สองรองจากเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น อีตัวต้นเรื่องที่กุข่าวใหญ่โตว่าเธอคือชู้ของผัวมัน! "อ้าว พี่ข้าวโพดสวัสดีค่ะ" เมเปิ้ลยกมือไหว้รุ่นพี่ ทว่าสายตากลับมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า "เก็บมือไว้ไหว้แม่แกเถอะ" ข้าวโพดปัดมือรุ่นน้องอย่างไม่ไยดี ทำเอาเสียงวี้ดว้ายภายในห้องดังขึ้น "อะไรกันคะพี่ข้าวโพด เมไปทำอะไรให้พี่โกรธเหรอคะ" สายตาอันยียวนนั้นบ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้เกรงกลัวเธอเลยสักนิด “แกให้ข่าวสื่อไปแบบนั้นทำไม?” ข้าวโพดกัดฟันถามออกไป เมเปิ้ลยกยิ้มเล็กน้อยพลางกอดอกก่อนจะกลอกตาไปมา “อืม… ก็พี่ข้าวโพดไปส่งแฟนเมดึก ๆ ดื่น ๆ จะให้เมคิดว่าเป็นคนอื่นได้ยังไงล่ะคะ ถ้าไม่ใช่พี่แล้วจะเป็นใคร…“ ”อีบ้า! คนทำงานด้วยกันก็ต้องมีน้ำใจบ้างสิ แฟนแกขอให้ฉันไปส่งเองด้วยซ้ำ“ ข้าวโพดเท้าเอวก่นด่าฉอด ๆ “แล้วจะแน่ใจได้ยังไงล่ะคะว่าแค่นั้น ตลอดระยะเวลาที่แฟนเมเปลี่ยนก็มีพี่เข้ามาวุ่นวายอยู่คนเดียวนี่นา“ มือเรียวกำเข้าหากันแน่น ความอดทนสลายหายไปชั่วพริบตาที่ข้าวโพดพยายามอดทนมาตลอด เธอสืบเท้าเข้าไปใกล้เมเปิ้ลจนอีกฝ่ายแทบไม่มีทางหนี สายตาแข็งกร้าวด้วยความโกรธจัดแพร่รัศมีความน่ากลัวเสียจนผู้คนภายในห้องต่างขนลุก ”ความคิดต่ำ ๆ ของพวกขี้อิจฉานี่มันสั่งสอนกันไม่ได้จริง ๆ สินะ“ ”ใครอิจฉาพี่? คิดไปเองรึเปล่า“ เมเปิ้ลกระตุกยิ้ม ”แกฉันว่าฉันไม่รู้เหรอว่าที่ผ่านมาแกอิจฉาฉันตลอดเพราะแกมันก็เป็นได้แค่นางรอง ไม่ว่าจะทำอะไรก็เทียบเท่าฉันไม่ได้สักที ไม่มีบุญวาสนาพอที่จะได้เล่นเป็นนางเอกประกบคู่กับแฟนตัวเอง!“ เมเปิ้ลได้ยินคำพูดเหยียดหยามที่กระทบจิตใจเข้าอย่างจังก็ถึงกับเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ เธอพลั้งมือผลักข้าวโพดอย่างเต็มแรงจนนางเอกเบอร์หนึ่งล้มลงไปกับพื้นที่เย็นเยือก ก่อนที่ร่างของเมเปิ้ลจะขึ้นคร่อมมาล็อกตัวข้าวโพดเอาไว้ “ก็ถ้าฉันไม่รีบกำจัดคนอย่างแก ความฝันของฉันก็ไม่ถึงเป้าหมายสักที!“ เมเปิ้ลพูดความจริงออกมาในที่สุด ทุกคนภายในห้องรับรู้โดยทั่วกัน ทว่าช่างตลกร้ายเสียจริง ที่คนเหล่านั้นเป็นพวกที่อยู่ข้างเมเปิ้ลทั้งหมด เธอมีเพียงแค่พี่แดนผู้จัดการส่วนตัวเพียงเท่านั้น แต่กระนั้นผู้จัดการที่น่าไว้ใจกลับไม่ให้ความช่วยเหลือเธอจากการโดนทำร้ายเลยสักนิด เขาปล่อยให้เธอถูกเมเปิ้ลข่มเหงทั้งที่เธอไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำก่อน “หึ! ถ้าเรื่องนี้ถึงหูสื่อ แกไม่รอดแน่“ ข้าวโพดกดเสียงต่ำ ”เหรอคะ แต่ใครกันแน่นะที่ต้องหมดอนาคตในวงการ“ เมเปิ้ลกดข้อมือข้าวโพดหนักขึ้น ”เตรียมตัวเป็นดาราตกกระป๋องเพราะเรื่องแย่งผัวชาวบ้านได้เลย“ มือเรียวตบฉาดเข้าทีใบหน้าสวยคมของข้าวโพดอย่างแรง สมองเธอขาวโพลน หูวิ๊งจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นช่างแต่งหน้าของเมเปิ้ลกำลังยกโทรศัพท์มือถึงขึ้นมาถ่ายขณะที่อีกฝ่ายพลิกตัวเธอให้ขึ้นคร่อม ความมึนงงยังไม่หายดีเมเปิ้ลก็กระชากมือของเธอให้ตบไปที่ใบหน้าเพื่อทำให้ตัวเองเหมือนเป็นฝ่ายถูกกระทำ เสียงวี้ดว้ายไม่มีท่าทีจะเบาลง ไม่ต่างจากการกระทำของเมเปิ้ลที่ยังคงยัดเยียดความผิดให้กับเธอโดยการเป็นคนควบคุมแรงทั้งหมดในตอนที่ข้าวโพดไร้สติจากการถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างรุนแรง "โอ๊ย... พี่ข้าวโพด เมยอมแล้วค่ะ อย่าทำเมเลยนะคะ โอ๊ย..." เมเปิ้ลร้องเสียงดังเพื่อให้เสียงของเธอเด่นชัดที่สุดในคลิปวิดีโอที่ช่างแต่งหน้ากำลังถ่ายอยู่ "นี่! เป็นบ้ารึยังไง ปล่อยฉันนะ" ข้าวโพดพยายามเอาตัวเองออกมาจากตรงนั้น ทว่าเมเปิ้ลกลับจับข้อมือของเธอไว้แน่น "พี่ข้าวโพดทำแบบนี้ไม่ถูกนะคะ พี่มาที่หลังแล้วยังจะมาทำร้ายเมอีกเหรอ อึก..." เมเปิ้ลส่งเสียงร้องไห้น่าสงสาร เธอใช้ทักษะการแสดงได้คุ้มค่ามากกว่าตอนที่ต้องถ่ายทำจริง ๆ เสียอีก นังงูพิษตัวนี้ท่าจะฤทธิ์เยอะเกินไปแล้วสินะ แบบนี้แม่ต้องตบสั่งสอนให้หลาบจำว่าของจริงมันเป็นอย่างไร! "ตอแหลนักใช่ไหม ได้! เจอของจริงหน่อยเป็นไง" เพี๊ยะ!! "หยุดเดี๋ยวนี้นะข้าวโพด!" เสียงตบดังสนั่นลั่นห้องเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ท่านประธานค่ายรีบกรูเข้ามาระงับสงครามขนาดย่อมเอาไว้ แม้มันจะไม่ทันการอะไรแล้วแต่อย่างน้อยท่านก็ได้เห็นกับเนื้อตาตัวเองว่าใครกำลังทำร้ายใคร และเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกให้ประธานค่ายเข้ามาเจอในตอนที่ข้าวโพดกำลังเป็นตัวร้ายพอดี ช่างเป็นเวลาที่เหมาะเจาะเสียจริงเลยนะ! "คะ คุณลีช่วยเมด้วยนะคะ ฮือ..." "โอ๊ย ปีนี้จะเอารางวัลอะไรดีล่ะ ตอแหลยอดเยี่ยมเลยเป็นไง?" ข้าวโพดชี้หน้าอีกฝ่ายที่ตอนนี้ไปหลบอยู่ด้านหลังท่านประธาน "ข้าวโพด พอได้แล้วนะ" ท่านประธานลอบถอนหายใจ "ข่าวเสียหายของเธอก็เยอะมากอยู่แล้ว จะสร้างปัญหาเพิ่มไปอีกทำไม" ข้าวโพดนิ่งชะงัก ไม่คิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นคนแย่ในสายตาของคนที่ควรจะเห็นค่าเธอมากที่สุด ที่บริษัทบันเทิงนี้เติบโตขึ้นมาแซงหน้าบริษัทอื่น ๆ ได้ก็เพราะเธอที่ทำงานถวายหัว พอถึงยามคับขันเดือดร้อนก็มองผ่านกันไปได้ง่ายดายขนาดนี้เลยเชียว เลิศเลยล่ะ!! "ปัญหาคือมันต่างหากค่ะ ใส่ความเรื่องชู้สาวยังไม่พอ นี่จะเล่นเรื่องทำร้ายร่างกายกันอีกใช่ไหม" "น้องข้าวโพด อย่าเถียงท่านสิคะ" พี่แดนเข้ามาปราม "พี่ก็อีกคน รู้เห็นว่าเรื่องทั้งหมดเป็นยังไงแต่ก็ไม่คิดจะช่วยกันพูด เป็นอะไรกันไปหมดคะ" เธอโวยวายราวกับคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ เดือดดาลจนเลือดแทบจะขึ้นหน้าอยู่แล้วแต่ก็ยังกลายเป็นคนผิดและเป็นที่ไม่น่าพอใจของท่านประธานกับการกระทำที่ดูไร้ความคิดของเธอ "ข้าวโพด ผมไม่อยากให้มีปัญหาไปมากกว่านี้ เอาเป็นว่าเรื่องนี้เราจะรู้กันแค่ตรงนี้ก็พอ" เขาจ้องใบหน้าเธออย่างจริงจัง "แต่คุณก็รู้ว่าทำงานกับผมก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน" "อะไรคะ?" เธอเชิดหน้าถามอย่างไม่เกรงกลัว "ผมขอสั่งพักงานของคุณจนกว่าข่าวลือทั้งหมดจะหายไป" คำสั่งของท่านประธานถือเป็นเด็ดขาด ทุกคนในที่นี้คัดค้านอะไรไม่ได้ แม้แต่ข้าวโพดที่เป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของที่นี่ก็ตาม! "เดี๋ยวนะคะ แต่ว่า..." "มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าหากยังมีข้อสงสัยอยู่อีกผมคงต้องขอยกเลิกสัญญา" WHAT THE FXXX!!!บทที่ 5เฮียธงเดินผิวปากมากถึงยังรั้วบ้านของตัวเอง ลูกน้องที่กำลังปิ้งย่างของกินต่าง ๆ ก็ถึงกลับหันไปมองเป็นสายตาเดียวกัน เพราะไม่เคยเห็นเขาอารมณ์ดีในยามเย็นแบบนี้มาก่อน ปกติไม่เอ่ยปากด่าบักต้องน้องชาย ก็ตะโกนสั่งงานลูกน้องเสียงดังลั่นจนคนในหมู่บ้านชินชากันไปแล้ว“เป็นหยังน้อ คือมาอารมณ์ดีแท้ลูกพี่กู” ลูกน้องเอ่ยแซว(เป็นอะไรนะ ทำไมอารมณ์ดีจังลูกพี่กู) “เป็นหยัง กูอารมณ์ดีนำผู้อื่นบ่ได้ติ?” เขาเลิกคิ้ว(ทำไม กูอารมณ์ดีเหมือนคนอื่นไม่ได้เหรอ)“มันกะได้ตั๋วเนาะ กะแค่มันบ่แม่นแนวซื่อ ๆ ดอกหัวหน้า”(มันก็ได้อยู่แล้ว ก็แค่มันไม่ปกติเฉย ๆ หัวหน้า)เฮียธงไหวไหล่ไม่ได้ตอบว่าเขาไปเจออะไรมาถึงได้อารมณ์จนชวนแปลกตาขนาดนี้ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ท่อดังของน้องชายตัวดี รอยยิ้มของเขาก็หายวับไปกับตาพร้อมยืนเท้าเอวรอด่าบักต้องอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะสั่งให้มันไปช่วยงานที่นา แต่ก็ไม่วายที่มันจะแอบออกไปแว้นรถกับเพื่อนในเวลาที่แดดลงหัวแทบจนไหม้เกรียม“ไปไสมา”(ไปไหนมา)“เฮ็ดนาตั๋วเนาะ ไสล่ะผู้สาว” ต้องชะเง้อหา“เฮ็ดนาแม่มึงติ กูฮู้เด้อบักสัส“ เฮียธงว่าพลางทิ้งตัวนั่งลงที่แคร่ไม้ไผ่หน
บทที่ 4“ป๊าดด นี่บ่สาวข้าวโพด คืองามแท้ลูกหล่า”(ป๊าดด นี่เหรอข้าวโพด ทำไมสวยจังเลยลูกสาว)เสียงของเหล่าป้า ๆ ที่มาใช้บริการร้านขายของชำในยามเย็นเอ่ยทักถึงความสวยสง่า วันนี้ที่ร้านคึกคักมากเป็นพิเศษเพราะชาวบ้านบางส่วนก็รับรู้ถึงการกลับมาของเธอหญิงสาวที่นั่งเฝ้าหน้าเคาน์เตอร์คิดเงินก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ ทุกคนที่นี่ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายมากไปเกินขอบเขตแต่นั่นก็เพราะพ่อของเธอพูดดักทางเอาไว้เสียก่อนแล้ว“เก่งหลายเนาะ เป็นฮอดดาราดัง นางเอกเด้นินางเอกของข่อย”(เก่งมากเลยนะ เป็นถึงดาราดัง นางเอกนะเนี่ยนางเอกของฉัน)ยายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกันก็พูดขึ้นอย่างภูมิใจ ถึงจะไม่ได้เป็นญาติมิตรกัน ทว่าเพียงแค่อยู่ในหมู่บ้านนี้ก็ถือว่าได้รับอิทธิพลจากความดังของเธอไปด้วยที่เขาว่ากันว่า ความหวังของหมู่บ้าน อย่างไรล่ะ“สุมเจ้ากะใจดีกับลูกข่อยแนเด้อ อย่าไปหาเว้าอีหยังกระทบจิตใจมัน”(พวกเธอก็ใจดีกับลูกฉันหน่อยนะ อย่าไปพูดอะไรกระทบจิตใจมัน)แม่เสริมขึ้น สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะนินทาเธอไปในทางเสียหายหนักไปกว่าเดิม เรื่องใส่สีตีไข่มีให้เห็นอยู่ทั่ว ซึ่งข้าวโพดเองก็ไม่ต้องการให
บทที่ 3"บักต้อง ลุกมาซอยงานกูแนกะดาย โคตรแม่มึงนอนแดกบ้านแดกเมืองแท้บักสัส"(ไอ้ต้อง ตื่นมาช่วยงานกูหน่อย โคตรแม่มึงนอนแดกบ้านแดกเมืองจังไอ้สัส)ไม้ยาวถูกยกขึ้นเคาะกระจกห้องนอนชั้นสอง เสียงก่นด่าของ เฮียธง ดังสนั่นไปทั่วบริเวณลานกว้างที่เอาไว้ใช้สำหรับการจอดรถสไลด์หลายคัน ในช่วงสายของวันลูกน้องยังคงเดินขวักไขว่ไปมาเพื่อรอรับงานที่เจ้านายจะมอบให้"เออ ๆ ลุกแล้ว ๆ จ่มหลายคักเฒ่าสิตายอยู่แล้ว" (เออ ๆ ตื่นแล้ว ๆ บ่นมากแก่จะตายอยู่แล้ว)ต้อง น้องชายเพียงคนเดียวเถียงกลับมาแม้ว่าเจ้าตัวคงยังอยู่ด้านบนบ้าน ธง ชาติชัย หรือที่ชาวบ้านจันทร์สว่างเรียกกันว่า เฮียธง เจ้าของโรงสีข้าวขนาดใหญ่และเจ้าของกิจการรถสไลด์ที่ใหญ่ที่สุดประจำจังหวัด เป็นที่รู้จักกันดีเพราะความใจดีและฐานะร่ำรวยของเขา แต่แม้ว่าเขาจะขยันมากมายขนาดไหนสิ่งนั้นก็ไม่ได้ถ่ายทอดไปยังน้องชายที่วัน ๆ เอาแต่ขี่รถแว้นไปแว้นมาให้ชาวบ้านด่าพ่อล่อแม่จนสะเทือนมาถึงเขาทว่าเขาก็เลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะเรื่องแบบนี้ต่อให้สอนกันให้ตายคนสมองน้อยอย่างต้องก็ไม่มีทางรับฟังสิ่งที่เฮียธงทำได้เพื่อเป็นการดัดนิสัยน้องชายก็คือการเลี้ยงด้วยลำแข้ง คำสั่ง
บทที่ 2ช่วงเวลาสิบโมงของเมืองหลวงก็ยังคงสถิติรถติดยาวเหยียดเป็นหางว่าว ข้าวโพดที่นั่งอยู่ด้านหลังพวงมาลัยรถซูเปอร์คาร์คันหรูได้แต่ถอนหายใจออกมาเป็นระยะ แม้จะอยู่ที่นี่มานานแต่ก็เป็นสถานการณ์ที่เธอไม่คุ้นชินกับมันเสียทีถ้าหากออกจากตรงนี้ไปได้ ถนนคงโปร่งโล่งเหยียบคันเร่งมุ่งเข้าสู่ที่หมายของเธอได้ตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้แววตาคมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู เธอไม่อยากให้ถึงดึกมากนัก เพราะพื้นที่ชนบทมักจะมืดเร็วกว่าในตัวเมืองเสมอ เธอเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะตอนนี้ไม่มีบอดี้การ์ดตามประกบเหมือนเมื่อก่อน จะคิดจะทำอะไรก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีมาก ๆ จะว่าไป... มันก็เหมือนได้ย้อนกลับมาในวันแรกที่เธอได้เดินทางเข้ามายังกรุงเทพเพื่อตามล่าความฝัน ในตอนนั้นเธอก็ไม่มีอะไรเลยสักนิดนอกจากความหวังเล็กน้อยที่ไม่รู้ว่าจะได้เป็นจริงเมื่อไหร่ทว่าตอนนี้เธอมีทุกอย่างที่เพียบพร้อมทั้งชื่อเสียงและเงินทอง แต่มันก็คงยังไม่มากพอที่จะทำให้คนหมู่มากได้เชื่อมั่นในตัวของเธอ ตอนนี้เธอก็เป็นเพียงแค่นางร้ายที่ไปแย่งแฟนคนอื่น แม้มันจะไม่ใช่เรื่องจริงแต่ก็ไม่มีโอกาสได้พูดและต่อให้พูดไปก็ไม่มีใครอยากเชื่อเธออีกต่อไป











