LOGINตอนเช้าวันต่อมา วิกตอเรียเดินมาหน้าคอนโดประมาณแปดโมง เธอมองไปยังชายหนุ่มที่ก้าวเดินเข้ามาหาเธอ เขาสวมชุดสูทสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว และสวมเนคไทสีดำ
“สวัสดีครับ ผมโทนี่ ไวท์ เป็นคนขับรถของมิสเตอร์โนเวลครับ วันนี้มิสเตอร์โนเวลให้มารับคุณไปทำงาน และตอนกลับให้คุณขับมาเอง” เขาบอกวิกตอเรียด้วยน้ำเสียงสุภาพอย่างยิ่ง "สวัสดีค่ะ มิสเตอร์ไวท์" วิกตอเรียเอ่ยบอกเช่นนี้ “เรียกผมโทนี่เฉยๆ เถอะครับ” โทนี่บอกด้วยน้ำเสียงสุภาพ แล้วผายมือให้วิกตอเรียเหมือนตนไม่ได้เป็นเลขา แต่ราวกับว่าเป็นคุณนายเสียเอง พอก้าวเดินไปถึงรถต้องตะลึงกับรถประจำตำแหน่งของตนเอง เพราะรถตรงหน้าเป็นรถหรูสองประตู แล้วมันเปิดประทุนได้อีกด้วย “เชิญครับ” โทนี่เอ่ยบอก และเปิดประตูให้วิกตอเรีย เธอจึงก้าวเดินขึ้นไปนั่ง “ขอบคุณค่ะ” วิกตอเรียเอ่ยบอก เขาจึงปิดประตูให้เธอ แล้ววิกตอเรียขาดเบลล์ทันที เมื่อมาถึงบริษัทวิกตอเรียลงจากรถ พนักงานหน้าลิฟต์กดเรียกลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่ยี่สิบเก้า ไม่ช้าลิฟต์ก็เปิดออก แล้วมีพนักงานหน้าห้องผู้บริหาร บางคนก็ยังมาไม่ถึง หรือบางคนก็นั่งจับเข่าคุยกันในเรื่องสัพเพเหระ ตอนนี้แปดโมงครึ่งเอง มองไปที่ประตูใหญ่ เธอสังเกตอีกว่าเมื่อวานมาสัมภาษณ์งานไม่มีโต๊ะหน้าห้องเหมือนเมื่อวาน “อรุณสวัสดิ์ มิสบราวน์ ทำไมใส่ชุดนี้มา” เสียงของเฮนรี่เจ้านายของเธอเอ่ยถามทำให้เธอหลุดจากภวังค์ และก้มมองดูเสื้อผ้าของตัวเองที่สวม คือ ใส่กางเกงสแล็คขายาวสีดำกับเสื้อยืดสีขาว แล้วเอาเสื้อคลุมกันหนาวสีดำใส่ทับ "เออ...คือ...ฉันไม่ค่อยชอบใส่สูท" วิกตอเรียเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะว่าเธอไม่มีเงินซื้อสูทใส่มาทำงาน “มากับผม” เฮนรี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง และจับมือวิกตอเรียก้าวเดินไปที่ลิฟต์ ทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าห้องผู้บริหารหันมามองเธอทันที ทำให้เธอรู้สึกเขินอาย จะดึงมือออกก็ไม่ได้ เพราะเขาจับมือเธอแน่นเหนียวราวกับตีนตุ๊กแก “จะพาฉันไปไหนคะ” วิกตอเรียถามมือเฮนรี่ยังจับอยู่ “มากับผมแล้วคุณจะรู้” เฮนรี่เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วเขาหันมามองมือที่กำลังจับมือเธออยู่ “ผมขอโทษ” เฮนรี่เอ่ยบอกเช่นนี้ และปล่อยมือวิกตอเรียออกทันที ขณะที่ลิฟต์เปิดออก เฮนรี่ก้าวเดินเข้าไปก่อน วิกตอเรียจึงเดินตามหลัง เขาพาเธอมายังลานจอดรถของผู้บริหาร บอดี้การ์ดสองคนก้มหัวให้เขา ขณะที่เขาเดินผ่าน เฮนรี่เดินมาที่รถหรูคันสีดำของประตู รถคันนี้ไม่เหมือนคันเมื่อเช้าที่คนขับรถ ขับมาส่งเธอที่ทำงาน แต่รถคันนี้กลับดูหรูหราและเหมือนรถแข่งเสียมากกว่า เฮนรี่เปิดให้วิกตอเรียเข้าไปก่อน แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้ แล้วเขาก็ก้าวเดินไปที่นั่งฝั่งคนขับ หยิบใส่แว่นตากันแดดสีดำหรูหรามาสวมใส่ แล้วออกรถทันที วิกตอเรียมองใบหน้าชวนฝันของเขาทำให้ไม่อยากมองที่อื่นเขากระแทกลงในตัวเธออีกครั้ง เธอใช้มือเรียวโอบกอดคอเขาเอาไว้ เขาจับเรียวขาเธอทั้งสองข้างก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ขณะที่เบื้องล่างยังคงตอกรับเขาอยู่เช่นเดิม“โอ...โอ...โอ้...อืม...อืม...” เธอครางด้วยน้ำเสียงกระเส่าซาบซ่าน ใช้ริมฝีปากงับติ่งหูของเขา เขาก้าวเดินลงนอนขนานกับเธอบนเตียงกว้าง“ซี๊ด...อา...โอ...โอ...แอนน์...” เขากระแทกลงในกายเธอไม่ยั้ง จนเธอปลดปล่อยมาถึงสองครั้ง มือหนาจับเรียวขาของเธอที่ยกขึ้นมาพาดไว้บนไหล่ข้างหนึ่ง และกอดเรียวขาเอาไว้ ทำให้เขากระแทกได้แรงยิ่งขึ้น“อา...คุณ...สวย...มาก...มาก...เลย...ที่รัก” น้ำเสียงกระเส่าที่เอ่ยบอกราวกับหลอกล่อให้เธอวาบหวามยิ่งขึ้น ขณะที่เขากระแทกลงมาในตัวเธอไม่ยั้ง“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อา...” “โอ...โอ...โอ้...อา...” เขาปลดปล่อยน้ำสายธารออกจนหมดสิ้นในกายเธอ วางเรียวขาเธอลง จูบที่ริมฝีปากของเธอแผ่วเบาอย่างอ่อนโยนเนิ่นนานแล้วค่อยๆ ถอนอ่อน จับเรียวขาเธอขึ้นสองข้าพาดบ่าของเขา จับความเป็นชายสอดเข้าไปอีกครั้ง“อืม...อืม...อร๊าย...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...” “อืม...เซ็กซี่...จังที่รัก...โอ้ว...โอ...ซี๊ด...อา...” เขาครางด้วยน้ำเสียงวาบหวาม ริมฝีปากของเขาจู
“อืม..ว่าซิ..ว่ามาเลย"” แอนน์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า เพราะซาริมนั่งคุกเข่ากำลังใช้ลิ้นเลียความเป็นหญิงอย่างหนักหน่วง“คืออย่างนี้ เฮนรี่ไม่รู้เป็นอะไร เวลาที่เขาหงุดหงิดบ่อยมาก และเอาความหงุดหงิดไปลงกลับบอดี้การ์ด หรือเวลาเจอหน้าก็ลากฉันขึ้นเตียง ส่วนตัวฉันประจำเดือนก็คลาดเคลื่อนมาถึงสองอาทิตย์หรือจะเข้าวัยทอง” วิกตอเรียเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“ดีใจด้วยนะ...อืม...” แอนน์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า ขณะที่เขากำลังขยำอกอวบอิ่มข้างหนึ่ง และใช้ปากอีกข้างจับที่ปลายยอดใช้ลิ้นหยอกล้อ ราวกับเป็นของเล่นหรรษา“ดีใจอะไร” วิกตอเรียเอ่ยถามด้วยความงุนงงอย่างยิ่งว่า ทำไมแอนน์ถึงดีใจกับเธอ ทั้งเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก“ไปซื้อที่ตรวจครรภ์ชะ แล้วคำตอบจะอยู่ในนั้น สองขีดท้องนะจ๊ะ” แอนน์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า แต่วิกตอเรียไม่ได้สนใจน้ำเสียงของเธอ เพราะตอนนี้เธอกำลังเครียดกับร่างกายของตัวเอง“ขอบใจนะ บาย” วิกตอเรียกดวางสาย เธอก้าวเดินมานั่งที่โซฟาตัวยาว หวนนึกถึงประจำเดือนเคลื่อนมาสองถึงสามอาทิตย์ก่อนแต่งงาน หรือว่าเธอจะท้อง จะเป็นไปได้หรือ หรืออาจจะเป็นไปได้เพราะเธอไม่ได้กินยาคุมตั้งแต่หลังแ
“วันนี้ต้องยกให้เธอหนึ่งวัน” แอนน์เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“วิกตอเรียเสร็จยังลูก” โรเบิร์ตเอ่ยถามขึ้นทุกคนจึงหันไปสนใจเขาโดยทันที โรเบิร์ตเป็นบิดาของแอนน์ เขาจะเป็นพ่อจำเป็นพาวิกตอเรียเดินเข้าโบสถ์“เสร็จแล้วค่ะ” วิกตอเรียเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มองเขาที่ก้าวเดินมาหาพวกเธอ“วิกนี่หนูสวยจังเลยลูก” โรเบิร์ตเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงชื่นชม“วันนี้ยกให้วิกนี่หนึ่งวัน” แอนนาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“วันนี้เราสองคนเด่นไม่ได้ค่ะพ่อ” แอนน์เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มเช่นกัน โรเบิร์ตมองพวกเธอทั้งสองก็ดูสวยเช่นกัน เขารู้ว่าทั้งสามเป็นแก๊งนางฟ้าประจำโรงเรียน โดยมีลูกสาวของเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง เพราะเป็นดาวโรงเรียน พอขึ้นมาหาวิทยาลัย เธอยังเป็นดาวคณะ เป็นที่หมายบอกของบรรดาหนุ่มๆ ทั้งหลาย“เธอสองคนไม่ค่อยจะพร้อมเลยนะ” โรเบิร์ตเอ่ยบอก“แหม่ก็ลูกสาวพ่อก็จะแต่งงานอีกสามเดือนต่อจากนี้ มันก็ต้องพร้อมเป็นธรรมดา” แอนนาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“เธอเองแต่งอีกสองเดือนข้างหน้า ทำมาเป็นพูดเข้า” แอนน์แขวะเบาๆ “พร้อมไหม” โรเบิร์ตเอ่ยถามวิกตอเรีย เพราะเขาดูท่าสองคนนี้คงยังคงจะเถียงตามนิสัยไม่ยอมใคร“พร้อมค่ะ” วิกตอเรียเอ่ยบอก โรเบิร์ตใช้แขนแกร่งขึ้นมาให
เธอก้าวเดินเข้าไปในห้องก่อนเขา เพราะเขาต้องคุยงานกับลูกค้าที่ตะวันออกกลางทางโทรศัพท์ เธอเดินสำรวจภายในห้องชั่วครู่ เธอเห็นว่าตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ เธอเปิดประตูออก เพราะอยากว่ามันมีเสื้อผ้าอะไรบ้าง เธอกลับตกใจเมื่อเห็นซีทรูหลากหลายเซ็ต และชุดฮาวายอีกหลายชุด เธอกลับเผยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยหลังจากที่เขาคุยงานเสร็จแล้ว เขาจึงก้าวเดินเข้ามาในห้องพักในเรือ เขากลับเห็นว่าเธอนั่งไขว่ห้างในมือถือแก้วคริสทัลใส่บรั่นดีอยู่ก้นแก้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่านัยน์ตาพร่ามัวอย่างยิ่ง เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้สวมใส่อะไรสักชิ้นบนเรือนร่างอวบอิ่มของเธอ มีเพียงรองเท้าสั้นสูงที่สวมใส่อยู่เช่นนั้น มันทำให้เธอดูเซ็กซี่ชวนให้ลิ้มลองเรือนร่างของเธอยิ่งนัก“ฉันรู้ว่าคุณไม่ดื่มอะไรพวกนี้ แต่ฉันจะดื่มให้คุณแทน” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า และดื่มบรั่นดีจนหมดแก้ว เขารู้สึกได้ว่าเลือดในกายนั้นสูบฉีดกว่าครั้งไหนๆ “ผมขอยอมสยบแทบเท้าของคุณจริงๆ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วก้าวเดินไปหาเธอ เธอใช้เรียวเท้ายันเขาไว้ตรงความเป็นชายพอดี“ระยะอันตราย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับแม่มดร่ายมนตร์สะกดเธอลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาเ
“ลูกชายของ ซารีฟ เอล โอฮาเหม็ด ใช่ไหม” โรเบิร์ตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลง เพราะรู้ว่าตระกูลโอฮาเหม็ดเป็นใคร และมีอิทธิพลไม่ต่างจากเขา“ครับ” ซาริมเอ่ยบอก โรเบิร์ตเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดโทรออก“สวัสดี ซารีฟ กูมีเรื่องจะคุยกับมึงหน่อย....ลูกมึงได้เสียกับลูกกู...ได้...อืม...ตกลงตามนี้...” โรเบิร์ตเอ่ยบอกจบ แล้วกดวางสาย“เดือนหน้าแต่งงานกันเป็นกิจจะลักษณะตามธรรมเนียม แล้วถ้านอกใจลูกกู...มึงตาย” โรเบิร์ตเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ผมสัญญาด้วยชีวิตจะดูแลแอนน์เป็นอย่างดีครับ” ซาริมเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง โรเบิร์ตหันไปหาแอนน์ แล้วใช้มือหนาลูบหัวอย่างอ่อนโยน“แอนน์ พ่อไปก่อนนะ ต้องไปดูงานที่บริษัทต่อ” โรเบิร์ตเอ่ยบอกเธอ เธอยังคงตกใจ และนิ่งไม่ไหวติง ตั้งแต่ที่เขาพูดเรื่องแต่งงาน“แอนน์” โรเบิร์ตเอ่ยบอกอีกครั้ง เพื่อเรียกสติของเธอ“ค่ะ พ่อ” แอนน์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“พ่อไปก่อนนะ” โรเบิร์ตเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ค่ะ” แอนน์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินไปส่งโรเบิร์ตที่หน้าประตู แล้วโรเบิร์ตก้าวเดินออกไป ทันใดนั้นมือหนาของซาริมเข้ามากอดแอนน์จากด้านหลังด้วยความดีใจอย่างยิ่ง“เจ้าสาวของพี่” เขา
“ซี๊ด...โอ...โอ...อืม...เธอกระแทกความเป็นหญิงลงไปอย่างถี่ยิบทั้งบดและขยี้เขาอย่างหนักหน่วง เอนกายมาจูบริมฝีปากของเขาอย่างดูดดื่ม เขาจึงเด้งเข้าหาเธอโดยทันที“โอ...โอ...โอ้...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...เยส...เยส...โอ...เยส” “โอ...โอ...โอ...”เขาครางด้วยน้ำเสียงกระเส่า ขณะที่เธอตอกลงบนความเป็นชายของเขาไม่ยั้งแรง มือเรียวยันหมอนที่เขาหนุนไว้ทั้งสองข้าง เขาจึงเด้งก้นใส่เธอทันที“โอ...โอ...โอ...โอ...ซี๊ด...โอ...โอ...อืม...โอ...” เธอครางกระเส่า ขณะที่เขาขยำอวบอิ่มที่ล้นเต็มไม้เต็มมือ“โอ...ซี๊ด...เซ็กซี่...จัง...”เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่า มือหนาข้างหนึ่งตีลงบนก้นเปลือยเปล่าของเธอที่กำลังเด้งใส่เขาไม่ยั้งแรง“โอ...โอ...โอ้...โอ๊ะ...อืม...” “โอ...โอ...โอ...โอ้...อา...” เขากระตุกสองทีปลดปล่อยสายธารเข้าไปในกายของเธออีกครั้ง เธอก้มลงจูบริมฝีปากของเขาเนิ่นนาน แล้วค่อยๆ ถอนออก เธอลุกขึ้นพรวดพราด ทำให้สายธารนั้นหลั่งไหลเยิ้มออกมา อีกทั้งเขาเสียวที่เสียวความเป็นชายอย่างยิ่ง“หน่อยแล้วนะ พอก่อนนะคะ” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ อีกทั้งยังกัดริมฝีปากทำให้เธอดูเซ็กซี่ยิ่งขึ้น แต่ไม่วายนำฝ่าเท้าเขี่ยความเป็นชายไป
เขาสองคนทำงานจนกระทั่งเย็น คนพนักงานทยอยออกจากบริษัท เฮนรี่ และวิกตอเรียยังคงนั่งทำงานในห้องกันสองคน เฮนรี่มองคอมพิวเตอร์ มองดูงบดุลของปีนี้ ว่ากำไลขาดทุนมันเท่าไหร่ ส่วนวิกตอเรียนั่งสรุปแผนงานให้กับเขาในวันพรุ่งนี้ “นายค่ะ ใช่ไหมคะ” วิกตอเรียเอ่ยถาม เฮนรี่เดินออกจากเก้าอี้มายืนด้านหลังของเธอ เขา
"มีอะไรหรือเปล่าครับ" เฮนรี่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่เขากลับมองไปยังถนน วิกตอเรียกลับหน้าแดงทันที และหันไปมองด้านหน้าถนน เมื่อถึงห้างสรรพสินค้าในกลางเมือง เธอรู้ว่าห้างแห่งนี้มีแต่ของแบรนด์เนมทั้งนั้น เธอมองเฮนรี่ที่เลี้ยวรถขึ้นไปจอดรถด้านบน โซนจอดรถ VIP เขาจอดรถในซองประจำก็ว่าได้ เพราะเมื
วิกตอเรียก้าวเดินเข้ามาในห้องของคอนโดมีเนียมที่พ่อของเธอซื้อไว้ให้ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ทำให้เธอต้องดิ้นรนเรียนส่งเสียตัวเองเรียน และทำงานไปด้วยตั้งแต่เข้ามหาลัยปีหนึ่ง ก่อนหน้านั้นสามปี แม่ของเธอก็เสียชีวิตไปก่อนที่พ่อของเธอ ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตประหยัดและเรียนให้จบ โดยสอบชิงทุนจนจบก
มาเรียก้าวเดินออกจากลิฟต์ก่อนวิกตอเรีย วิกตอเรียจึงเดินตามเธอไปทันที เธอเดินมาถึงหน้าประตูขนาดใหญ่ลายไม้สีน้ำตาล มาเรียกดกริ่งหน้าห้องทันที “มิสบราวน์มาถึงหน้าห้องแล้วค่ะ” มาเรียเอ่ยบอกเช่นนี้ “เข้ามาได้” เสียงตอบกลับดังออกมาจากลำโพง มาเรียหันมามองเธอ “เชิญค่ะ บอสรอคุณอยู่เชิญค่ะ” มาเรีย







