Se connecter"ความเมตตาเหรอ? เด็กโง่เอ๋ย... ในโลกของมาเฟีย ไม่มีคำว่าการกุศลฟรีๆ หรอก" เมื่อชีวิตของนักศึกษาไร้ที่พึ่งอย่าง โรส ถูกชักใยด้วยเงาของตระกูลมาเฟียรัสเซียผู้ทรงอิทธิพล เธอกลับเพิ่งค้นพบว่าทุนการศึกษาและรอยยิ้มแสนอบอุ่นในวัยเด็ก แท้จริงแล้วคือแผนการตีตราจอง "ปศุสัตว์ชั้นดี" เพื่อรอวันเก็บเกี่ยว อเล็กซานเดอร์ โซโคลอฟ ผู้นำตระกูลมาเฟียผู้เยือกเย็นและทรงอำนาจ ฉุดเธอกลืนกินลงสู่กรงทองใต้ดิน ตัวตนที่แท้จริงของตระกูลโซโคลอฟคือครึ่งปีศาจ ร่างกายของเธอคือภาชนะเดียวที่หยุดยั้งคำสาป และทุกสัมผัสอันดุดันคือบทลงทัณฑ์ที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เมื่อร่างกายถูกบดขยี้ด้วยพันธะสวาท... เธอจะหนีพ้นอำนาจมืดนี้ได้อย่างไร ในการรุกเร้าอันร้อนแรงของเขาฝังรากลึกอยู่ในทุกอณูความรู้สึกไปเสียแล้ว #แนวมาเฟีย พารานอมอล
Voir plus**คำเตือน**
-นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก
-ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
-เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
-----------
นามปากกาศศิชา เป็นงานแนว PWP เน้นฉากเน้ด วางขายใน M*B หมวดรักผู้ใหญ่ ต้องยืนยันบัตรประชาชนก่อนถึงจะซื้อได้นะคะ
-----------
กลิ่นอายสีน้ำมันและผืนผ้าใบในห้องสตูดิโอเล็กๆ ย่านบรุกลินคืองานอดิเรกของ โรส หญิงสาววัย 22 ปี นักศึกษาปีสุดท้ายคณะบริหาร ผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายและดิ้นรนด้วยตัวเองมาตลอด โดยมี "มูลนิธิโซโคลอฟ" คอยส่งเสียทุนการศึกษาให้ตั้งแต่เธอสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุปริศนาเมื่อสิบกว่าปีก่อน
มูลนิธิแห่งนี้คือองค์กรการกุศลยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลสนับสนุนด้านการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรม และให้ทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้าผู้ยากไร้ ตึกสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิเป็นอาคารกระจกสูงระฟ้าตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางวอลล์สตรีท
เธอเชื่อว่าตนเป็นเด็กสาวผู้โชคดีที่สุดในโลก "มูลนิธิโซโคลอฟ" ช่วยเหลือ โอบอุ้มเธอไว้ด้วยทุนการศึกษาเต็มจำนวน ค่าใช้จ่ายรายเดือน และอพาร์ตเมนต์สะอาดสะอ้านที่ใช้ซุกหัวนอน ท่ามกลางความโดดเดี่ยว เธอกลับไม่เคยรู้สึกว่าขาดสิ่งใดเลย
และผู้ที่เปรียบเสมือนแสงสว่างในชีวิตเธอก็คือ อเล็กซานเดอร์ โซโคลอฟ ผู้นำตระกูลผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะงานยุ่งและทรงอำนาจเพียงใด แต่เขามักจะหาเวลาแวะมาเยี่ยมเยียนหรือส่งคนมาไต่ถามสารทุกข์สุกดิบของเธออยู่เสมอ ทุกครั้งที่เธอจัดนิทรรศการศิลปะเล็กๆ ดอกไม้ช่อใหญ่พร้อมการ์ดอวยพรลายมือหนักแน่นก็จะส่งตรงถึงมือเธอเสมอ
ความห่วงใยที่ละมุนละไมและอบอุ่นจากชายวัยกลางคนผู้ทรงภูมิ ทำให้เด็กสาวไร้เดียงสาอย่างเธอเคารพรัก ยกให้เขาเป็นทั้งผู้มีพระคุณและ "คุณลุง" ผู้แสนดีที่เธอพร้อมจะเชื่อฟังทุกอย่าง
เธอยังจำรอยยิ้มสุภาพและแววตาเอ็นดูยามที่เขาพบเธอในวัยเด็กได้ขึ้นใจ... จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง ความอบอุ่นจอมปลอมนั้นก็พังทลายลงในพริบตา
แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายวันนั้นส่องกระทบผืนถนนในย่านบรุกลิน ขณะที่โรสในชุดเดรสสบายๆ กำลังมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย เธอตั้งใจว่าจะแวะส่งหนังสือคืนหอสมุดให้ทันกำหนด เธอยังคงอารมณ์ดีและนึกขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งอย่างเธอได้มีชีวิตที่ดี มีอนาคต และมีคุณลุงขายาวคอยให้ความเมตตาดูแลมาโดยตลอด
ทว่าเมื่อรถลีมูซีนสีดำสนิทคันยาวติดฟิล์มทึบเคลื่อนเข้ามาจอดเทียบฟุตปาธตรงหน้าเธออย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับชายในชุดสูทสากลสองคนก้าวลงมาขวางทางไว้
"คุณโรสครับ เชิญขึ้นรถครับ ท่านต้องการพบคุณทันที" เสียงทุ้มห้วนของบอดี้การ์ดคนหนึ่งเอ่ยขึ้น แม้จะสุภาพแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้มและเต็มไปด้วยความกดดัน
โรสพยักหน้ารับด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้หวาดกลัว เพราะเธอจำหน้าการ์ดกลุ่มนี้ได้ว่าเป็นคนสนิทของคุณลุงที่เคยมาส่งของขวัญและดูแลเธออยู่บ่อยครั้ง เธอยินยอมก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังราคาแพงด้านหลังแต่โดยดี โดยคิดว่าคงเป็นเรื่องสำคัญที่ท่านอยากพบเธอกะทันหัน
แต่บรรยากาศภายในรถกลับเย็นเยียบและแปลกประหลาดจนน่าอึดอัด กระจกทึบแสงทำให้ภายในรถมืดสลัว การ์ดทั้งสองนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ไร้ซึ่งบรรยากาศผ่อนคลายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
"เอ่อ... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ ทำไมวันนี้คุณลุงถึงอยากพบหนูกะทันหันจัง ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ?" โรสเอ่ยถามด้วยความห่วงใย พร้อมส่งยิ้มเจื่อนไปให้การ์ดที่นั่งอยู่ด้านหน้า
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ บอดี้การ์ดหน้ารูปปั้นยังคงมองตรงไปข้างหน้าด้วยใบหน้าตายด้าน
"คือ... ท่านลุงโกรธอะไรรึเปล่าคะ?" โรสถามย้ำด้วยความร้อนใจเมื่อความเงียบเริ่มปกคลุม เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง นึกทบทวนเหตุการณ์ช่วงนี้ในหัวสมองอย่างรวดเร็วเพื่อหาว่าตนเผลอก่อเรื่องอะไรให้คุณลุงไม่พอใจหรือเปล่าหนอ
หรือว่า... จะเป็นเรื่องนั้น?
หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวด้วยความกังวล เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ ดิมิทรี ผู้มีศักดิ์เป็นคนสนิทของคุณลุง เคยเอ่ยปากชักชวนแกมบังคับให้เธอไปอยู่ในความดูแลและจดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของเขา แต่เธอปฏิเสธเพราะเจียมตัว ไม่กล้าอาจเอื้อมไปข้องเกี่ยวกับตระกูลมหาเศรษฐีโดยที่เธอไม่มีคุณค่าอะไรมากพอ
หรือการที่เธอปฏิเสธคำชวนครั้งนั้น จะทำให้ทางผู้ใหญ่รู้สึกผิดหวังและโกรธเคือง จนคุณลุงต้องเรียกตัวเธอมาตักเตือนด้วยตัวเอง?
โรสขบริมฝีปากแน่นด้วยความกังวลใจ เมื่อบอดี้การ์ดเหลือบตามองเธอผ่านกระจกมองหลังด้วยแววตาสมเพชเวทนาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตัดบทสั้นๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เมื่อคุณไปถึงและพบท่าน... คุณก็จะเข้าใจทุกอย่างเองครับ คุณโรส"
โรสก้มมองโซโลคอฟทั้งสองคนด้วยแววตาเยียบเย็น ไร้ความรู้สึก และเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา รอยยิ้มของโรสไม่ได้มีความเมตตาอยู่เลยแม้แต่น้อย เธอยกมือขึ้นเรียวปลายนิ้ววาดผ่านอากาศเบาๆครืด... โครม!พื้นหินเย็นเยียบของโถงพิธีใต้ดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ก่อนที่แท่นหินสีดำสนิทนับสิบแท่นจะผุดขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดินทีละแท่นอย่างน่าอัศจรรย์ พวกมันเรียงรายรายล้อมแท่นหินเดิมของเธอไว้ตรงกลางราวกับลานประหารหรือแท่นบูชาขนาดยักษ์ ครบถ้วนตามจำนวนชายในตระกูลโซโลคอฟ"แม่บ้านอสูร..." โรสเอ่ยสั่งเสียงหวานสิ้นคำบัญชา พวกแม่บ้านอสูรก็เคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วราวดั่งเงาพายุ แรงมหาศาลของอสูรกายเข้าจู่โจม ลากตัวอเล็กซานเดอร์ ดิมิทรี และชายฉกรรจ์ทุกคนในตระกูลโซโลคอฟที่พยายามตะเกียกตะกายหนี ไปมัดตรึงเข้ากับแท่นหินแต่ละแท่นด้วยโซ่ตรึงหนาหนักจนขยับเขยื้อนไม่ได้จากนั้น พวกเธอก็นำห่วงรัดเหล็กกล้า สวมล็อกเข้าที่แก่นกายที่หดตัวด้วยความกลัวของแต่ละคนอย่างแม่นยำเสียงโวยวาย ร้องขอชีวิต และเสียงสะอื้นไห้ด้วยความตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วโถงพิธี บรรดาชายผู้เคยยิ่งใหญ่และหยิ่งผยอง บัดนี้กลับสั่นเทาด้วยความอ่อนแอและหวาดกลัวอย่
โรสค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ร่างกายของเธอกลับมางดงาม เปล่งปลั่ง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่น่าเชื่อ ราวกับว่าเธอได้กลืนกินและสูบเอาชีวิตของชายฉกรรจ์ทุกคนที่ร่วมสังวาสเพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวยต่ออายุให้ตนเองอย่างสมบูรณ์อเล็กซานเดอร์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาสั่นระริกเมื่อเผชิญหน้ากับโรสที่หันมาสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอตลอดหลายชั่วรุ่นที่ผ่านมา ตระกูลโซโลคอฟใช้สายเลือดพระแม่บริสุทธิ์เพื่อเจือจางเลือดปีศาจที่ไหลเวียนอยู่ในกายของพวกเขา ภาชนะรุ่นแล้วรุ่นเล่าถูกกักขัง ชำเราจนแหลกสลาย หรือหากใครหนีรอดไปได้ ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยความทรมานแสนสาหัสจากภาวะกำหนัดที่กัดกินวิญญาณ“นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”“พวกคุณคิดมาตลอดว่าดูดซับไอบริสุทธิ์จากภาชนะ บรรเทาอาการเลือดปีศาจคลั่ง” แม่บ้านอสูรซึ่งแฝงกายอยู่ในเงามืดของคฤหาสน์มาตลอดหลายร้อยปี พวกนางก้าวออกมาสู่แสงสว่าง“แท้จริงแล้ว ทุกครั้งที่มีการร่วมสังวาส ภาชนะต่างหากที่ดูดกลืนเลือดปีศาจจากร่างกายโซโลคอฟ สะสมปนเปื้อนในสายเลือดของพระแม่บริสุทธิ์รุ่นแล้วรุ่นเล่าอย่างไม่มีวันสิ้นสุดจนกระทั่งมาถึง
ชายหนุ่มคนที่สองสอดลึงค์เข้าไปในรูแน่นปั๋งร้อนระอุและฉ่ำเยิ้ม ทันทีที่ส่วนหัวสัมผัสกับความฟิตแน่นที่ตอดรัดอย่างบ้าคลั่ง เขาก็ถึงกับตาเหลือกค้าง หลุดเสียงครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่านสุดขั้ว"อื้อหือ... แน่นฉิบหาย! ร่อง ห ของภาชนะนี่มันสวรรค์ชัดๆ!" เขาครางกระเส่าด้วยความปลื้มปริ่ม น้ำลายไหลย้อยมุมปากด้วยความเคลิบเคลิ้มที่ได้ครอบครองเรือนร่างนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต"อ๊ะ... อ๊าง... ดีจัง... เอาอีก แรงๆ เลยค่ะ..." โรสที่ถูกกระตุ้นด้วยภาวะไข่ตกแอ่นสะโพกรับการกระแทกอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงครางหวานหยาดเยิ้มออกมาไม่ขาดปากชายหนุ่มคนที่สองซอยสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าใส่ไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบกันดัง ป้าบๆๆ ป้าบ! ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความสุขสมขั้นสุด"ซี้ด... โคตรเสียวเลยวะ! ได้เย่อภาชนะของตระกูลเรานี่มันฟินจนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว!" เขาครางอย่างลืมตัว มือหนาบีบขยำสะโพกอิ่มด้วยความหลงใหล ก่อนจะกระแทกกระทั้นเน้นๆ อีกไม่กี่ครั้งก็ฉีดพ่นน้ำกามร้อนจัดทะลักเข้าสู่มดลูกของเธอจนล้นทะลักตามมาติดๆ ด้วยชายคนที่สามและคนที่สี่ที่ก้าวเข้ามาต่อแถว ทุกคนต่างส่งเสียงครางกระเส่าด้วยความปลาบปลื้
ในวินาทีนั้นเอง ร่างกายของเธอก็เข้าสู่ภาวะไข่ตกอย่างสมบูรณ์เต็มร้อย ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของสายเลือดพระแม่บริสุทธิ์ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด เธอกลิ่นอายความเข้มข้นของสายเลือดโซโลคอฟคนอื่นๆ ที่อบอวลอยู่รอบโถงพิธีใต้ดินแห่งนี้ลอยเข้าจมูก โรสจึงเริ่มบิดเร้าคร่ำครวญเรียกร้องขอ"อื้อ... อ๊า... ช่วยด้วย... ร้อน! ร้อนไปหมดแล้ว... เอาเข้ามาอีก... เอา ค ของทุกคนเข้ามาที... ฮือ..."อเล็กซานเดอร์หน้าตึงเครียดด้วยความหัวเสียอย่างที่สุด เขารู้ดีว่าต่อให้เขาจะกระหน่ำเย่อเธอบนแท่นหินอีกสักกี่รอบ ก็ไม่อาจฝืนกฎธรรมชาติและความต้องการอันรุนแรงของสายเลือดพระแม่บริสุทธิ์ในยามไข่ตกเต็มที่เช่นนี้ได้ มีแต่ต้องเติมเต็มด้วยน้ำกามของสายเลือดโซโลคอฟทุกคนเท่านั้นเธอถึงจะสงบลงได้ผู้นำตระกูลขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาวาวโรจน์ เขากัดฟันถอนกายออกอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนแล้วตวัดสายตาสั่งการลูกน้องและคนในตระกูลที่ยืนล้อมรอบอยู่"ไอ้พวกเวรเอ้ย... เข้ามา!" อเล็กซานเดอร์ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจแต่เต็มไปด้วยโทสะ "ในเมื่อร่างกายเธอมันร่านขนาดนี้... เรียงแถวเข้ามาเย็-เธอให้สาสม! ห้ามให้ใครหยุดจนกว่าจะพ้นช่ว