INICIAR SESIÓNชีวิตที่ต้องพลิกผันไปเพราะมัน คนทรยศคนนั้น จากชายหน่ามรุปงามราวกับเจ้าชาย ต้องกลับกลายเป็นน่าเกลียดราวอสูรร้ายเพียงข้ามคืน ทุกอย่างเกือบต้องพังทลาย เมื่อได้โอกาสที่จะแก้แค้นมัน มีหรือเขาจะปล่อยให้หลุดลอยไป เธอคือกุหลาบงามที่พลัดหลงเข้าไปในเงื้อมมือของอสูรร้าย เธอจะทำอย่างไรในเมื่อหัวใจกลับหลงรักผู้ชายที่เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องมือผลิต ลูก
Ver másเอี๊ยด!
โครม!
เสียงเหล็กปะทะเหล็ก ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เศษกระจกพุ่งกระจาย กระเด็นเข้าหาชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย แอร์แบคทำงานทันที ทว่าร่างของเขากลับพุ่งกระเด็นทะลุกระจกออกไป เพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย ร่างนั้นพุ่งปะทะเข้ากับกระจกหน้ารถอีกคันอย่างจัง
เพล้ง!
สำนึกสุดท้ายบอกเขาก่อนที่สติจะพร่าเลือนดับไป เลือดไหลทะลักอาบเต็มร่าง ใบหน้าส่วนหนึ่งถูกเศษกระจกบาดจนเหวอะหวะ เห็นเนื้อแดงๆ เปิดออกมา
ตูม!
มีเสียงระเบิดดังขึ้น เมื่อน้ำมันไหลจากรถคันที่ประสบอุบัติเหตุไหลนองใต้ท้องรถ เกิดประกายไฟ ทุกอย่างสับสน โกลาหนไปหมด
มืด...มืด...เหลือเกิน...
เจ็บ...ปวด...เจ็บ...
ห่วงมารดา ห่วงคนรัก ห่วงครอบครัว ห่วงกิจการที่ปั้นมากับมือ...
ใจนั้นยังนึกห่วง ยังพะวง สับสนระหว่างความเป็นและความตาย เขาอยากจะตายเพราะอยากให้พ้นความทรมานที่กำลังเกิดกับร่างกาย แต่อีกใจหนึ่งยังไม่อยากดับสิ้น เพราะมีเรื่องราวอีกมากมายเหลือเกิน ที่เขายังต้องสานต่อ เขาต้องมีชีวิต...ใช่...เขาต้องอดทน และต้องมีชีวิตรอดต่อไป
เขาต้องไม่ตาย!
“คุณทีปต์ เราจะแกะผ้าพันแผลให้นะครับ เพื่อจะดูบาดแผลบนใบหน้าของคุณ ผิวหนังส่วนใหญ่...เอ่อ...เสียหาย เพราะทั้งโดนกระจกเฉือนและบาดแผลจากไฟไหม้ แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ บางทีศัลยกรรมอาจจะช่วยได้”
“ครับ”
เขารับคำอย่างงงๆ นางพยาบาลค่อยแกะผ้าพันแผลให้อย่างเบามือ เธอมีสีหน้านิ่งสงบ นัยน์ตาแฝงแววเห็นใจ ขณะที่ยื่นกระจกให้เขา
ทีปต์รับกระจกมา แล้วใช้มันส่องดูใบหน้าของตนเอง ก่อนจะตาเบิกโพลงอย่างตกใจเมื่อเห็นเงาสะท้อนจากกระจกนั่น
นั่นมันอสูรร้าย!
“ไม่! ไม่จริง”
ฝันร้าย...
ฝันร้ายอีกแล้วสินะ...
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เขามองนาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียง มันบอกเวลาตีสี่ ใช่! ตีสี่ ฉิบหายเอ๊ย แล้วแบบนี้เขาจะหลับลงไหม ฝันร้ายกาจช่างตามหลอกหลอน ไม่จบไม่สิ้น นับตั้งแต่เขาประสบอุบัติเหตุคราวนั้น ชายหนุ่มหัวเราะหึ อย่างจะหยันโลก และหยันตัวเอง มือเรียวได้รูป ลูบไล้ใบหน้าซีกซ้าย แผลเป็นขรุขระยังจารึกอยู่ที่นั่น ทีปต์สวมเสื้อคลุม สายตาคมกริบมองไปยังด้านนอกหน้าต่าง พระจันทร์ยังไม่ลับฟ้าดีเสียด้วย แล้วเวลานี้ เขาจะทำอะไรดีนะ ถ้าจะให้นอนมันก็คงหลับไม่ลงอีกตามเคย ชายหนุ่มถอนใจน้อยๆ พลางเดินก้าวยาวๆ ออกจากห้อง เดินตรงไปยังเรือนกระจก ที่ปลูกกุหลาบไว้หลากพันธุ์ บริเวณเดียวในคฤหาสน์แห่งนี้ ที่เขาจะพอนิ่งสงบอยู่ได้ กลิ่นหอมๆ ของมวลดอกไม้ เหมือนจะเยียวยาเขาได้บ้าง
อดีตชายหนุ่มรูปงาม ที่ตอนนี้อัปลักษณ์ราวอสูรร้าย จนต้องหลบเร้นผู้คน มาอยู่ที่นี่ตามลำพัง...
ชีวิตของเขามันช่างบัดซบ!
ชะตากรรมช่างเล่นตลกเสียจริงๆ
คู่หมั้นคนสวย ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี เพราะแผลเป็นบนหน้า ฉีกกระชากหัวใจที่บอบช้ำของทีปต์ได้อย่างไม่เหลือดี และย้อมให้เขากลายเป็นคนเย็นชาหยันโลก ปิดตัวเองอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้มานานนับปีแล้ว และไม่ปรารถนาจะออกไปพบปะ เจอะเจอผู้คนอีก ความอัปลักษณ์ของเขา มันทำให้ทีปต์ รู้เช่นเห็นชาติของผู้คนแวดล้อม และมันยิ่งทำให้เขาเย็นชา ลึกลับ รวมถึงทำท่าจะกลายเป็นเจ้าชายอสูรผู้ไม่สนโลกขึ้นมาเสียจริงๆ
ทั้งหมดทั้งมวลนั่น ต้นเหตุที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ เป็นเพราะมันคนเดียว
ยอดชาย กาญจน์วัฒนา
หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวร้ายๆ เสร็จสิ้นงานศพของหิรัญ ทีปต์ก็ทำบุญบ้านครั้งใหญ่ เหมือนจะขับไล่เสนียดจัญไรให้ไปให้ไกลเสียจากตระกูลทีฆทัศน์ เขาได้บทเรียนมากมาย จากเรื่องของหิรัญ เขาไล่ประภาออกเพราะหล่อนเหมือนงูพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง ประจักษ์ผู้เป็นลุงและรั้งตำแหน่งสำคัญของคฤหาสน์มันทนา เป็นคนบอกกล่าวกับเจ้านายด้วยตนเอง ว่าหลานสาวมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ทีปต์ทำตามคำแนะนำนั้น แม้ว่าจะสงสารประภาที่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนจะก่นด่ามากมายเมื่อเห็นว่าเขาไล่เธอออกจริงๆ คุณอารยาอาการดีขึ้น แม้จะต้องไปทำกายภาพบำบัดบ้าง แต่เธอก็มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส ยาใจที่ทำให้เธอหายในเร็ววัน นั่นก็คือทายาททีฆทัศน์ตัวน้อยๆ ที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง ด้วยวัยหกเดือน เจ้าหนูทีฆาเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน คุณอารยาอยากจะเดินได้พร้อมๆ กับหลานชาย เลยขยันไปทำกายภาพ และดูแลรักษาตัวเองตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัดเรื่องของหิรัญเหมือนฝันร้ายของพวกเขา แต่คนตายไปแล้ว และทีปต์เองก็คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้หิรัญเกิดบาดแผลขึ้นในจิตใจ เขายังรักน้องชายนอกไส้ แม้ว่าหิรัญจะทำร้ายเขาอย่างแสนสาหัสก็ตามที ทีปต์อโหสิกรรม จัด
ยอดชีวามองเพื่อนด้วยสายตาชนิดหนึ่ง ที่ทำให้ช่อชนิดายิ้มแหยพลางเอื้อมมือจะไปบีบมือเธอ แต่เธอชักหนีเสียก่อน แล้วหันมองข้างหน้าต่างรถที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง ท่าทีเย็นชาของเพื่อนสนิททำให้ช่อชนิดาอดรนทนไม่ไหว ต้องคว้าเจ้าหล่อนมากอด หากถูกปัดป้อง แล้วทำหน้าบึ้งใส่“โธ่...เบบี้จ๋า หายโกรธนะ เราจะพาเบบี้ไปดูแลที่กรุงเทพฯ อยู่คนเดียวได้ยังไงกันนั่น”“จะพาเราไปที่ไหน”เสียงหวานเอ่ยขึ้น พร้อมกับสายตาดุๆ ที่ตวัดมองไปยังด้านหลังของคนที่นั่งข้างคนขับ รัตนฤทธิ์หันมายิ้มให้กับเธอ เพราะเห็นหน้าเขานี่แหละ ยอดชีวาถึงได้รู้ว่ามันชักจะไม่ชอบมาพากล และรู้ว่าถูกเล่นตลกก็ตอนที่รถแล่นไกลออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้พาเธอไปที่วัดซึ่งเพื่อนรักบอกไว้แต่แรกว่าจะพาเธอไปทำบุญ“ไปที่บ้าน...”“บ้านใคร” ยอดชีวาเอ่ยขัดก่อนที่เพื่อนรักจะพูดจบ หน้าหวานงอง้ำ แล้วเธอก็ไม่ยอมพูดจาอีกเลย ช่อชนิดาเอื้อมมือไปสะกิดรัตนฤทธิ์ ที่หันมายิ้มแหยส่งให้เธอ หญิงสาวไม่กล้าคุยอะไรอีก เพราะรู้ว่าเพื่อนรักกำลังโกรธจัดมาก เป็นแบบนี้แล้วถึงที่หมาย ยอดชีวาจะอาละวาดหรือเปล่าหนอคุณรับผิดชอบด้วย ยัยเบบี้โกรธฉันมาก...เดี๋ยวผมจะให้กำลังใจ จุ๊บ..
หิรัญรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นเอ่ยชื่นชม เมื่อเห็นพี่ชายของเขา ในสภาพที่มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเดิม เดินตรงเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน ทีปต์ยิ้มตอบเล็กน้อย แต่นัยน์ของเขามันไม่ยิ้มด้วยเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะทรุดลงนั่งตรงกันข้ามกันกับน้องชาย สายตาคมกล้าจ้องเขม็ง มองอาการของหิรัญ ที่ยังคงเอ่ยพร่ำชมเชยถึงความสมบูรณ์แบบของการผ่าตัดศัลยกรรม“ไม่น่าเชื่อเลยครับพี่ทีปต์ หมอที่นั่นเก่งจริงๆ พี่ทีปต์ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดแบบเดิมแล้ว มันยอดมาก ไม่มีแม้แต่รอยสักรอย หมอเก่งมากๆ”“พี่ลบรอยแผลเป็นนั่นไปแล้ว แผลเป็นที่ทำให้ชีวิตของพี่พลิกผันไปมากมาย แผลเป็นที่ทำร้ายพี่ได้อย่างหนักเหลือเกิน นิกซ์” คำพูดนั้นทำให้หิรัญเลิกคิ้วนิดหน่อย แต่ก็ยังยิ้มส่งให้กับทีปต์“ดีแล้วครับ พี่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ผมคิดว่ามันจะสดใสแน่นอน”“พี่ยังเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ นิกซ์ จนกว่าพี่จะจัดการกับแผลเป็นอีกแผลหนึ่งก่อน แผลนี้มันใหญ่มากเสียด้วย และที่สำคัญ พี่ต้องขอความร่วมมือจากนายในการกำจัด”“เอ...ผมตามไม่ทัน พี่ทีปต์หมายความว่าอะไรหรือครับ”“นายยังไงล่ะ นิกซ์ แผลเป็นของทีฆทัศน์ สิ่งที่นายทำ มันเป็นเหมือนแผลร้าย ที่ก
นัยน์ตาสีนิลคมกริบนั่น รูปหน้าเรียวได้ส่วน ริมฝีปากนั่น...มันช่างเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม ถ้าเธอจมูกไม่เพี้ยน เขาก็ยังใช้กลิ่นเดียวกัน ต่างกันแค่คนตรงหน้าเธอ ดูเปิดเผย จริงใจ และอบอุ่นกว่าเขามากนัก เป็นส่วนที่แตกต่างกันมาก แต่เหตุไฉน ใจเธอกลับวนเวียนไปคิดถึงแต่อสูรใจร้ายอย่างทีปต์ มากกว่าคนตรงหน้าเธอ ที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกับพิมพ์กันมา ทั้งที่เขาดูอ่อนโยนและเอาใจเธอนัก ไม่รังเกียจแม้รู้ว่าเธอตั้งครรภ์แบบไม่สามารถบอกได้ว่าพ่อของเด็กในท้องคือใคร “ผมซื้อมาฝาก ไปลองชิมมาแล้วอร่อยมาก เห็นคุณบอกว่าอยากกินขนมไทยๆ” เขายื่นถุงพลาสติกบรรจุขนมหน้าตาน่ากินส่งให้เธอ ยอดชีวายิ้มน้อยๆ แล้วเอื้อมมือรับ ชายหนุ่มชักมือกลับ ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ้ม“อุตส่าห์ซื้อของมาฝาก ใจคอจะไม่ต้อนรับแขกเลยหรือครับ”“เชิญเข้ามาก่อนก็ได้ค่ะ” เธอไขกุญแจให้เขา พลางย่นจมูกอย่างลืมตัว ท่าทีน่ารักนั้นทำให้ธนัยมองเธอตาปรอย เขามองใบหน้าหวานนั่นอย่างชื่นชมเปิดเผย แทบจะช่วยประคองด้วยซ้ำ เมื่อยอดชีวาทำท่าจะสะดุดล้ม เธอต้องปัดมือของเขาที่ทำท่าจะเอื้อมมาจับเธอไว้ แล้วพึมพำบอกว่าไม่เป็นไรหญิงสาวรับแขกของ