Mag-log inรถยนต์ตู้คันใหญ่แล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน ดิลกธรรมชัย ในเวลาเกือบค่อนดึก ร่างสูงที่ก้าวลงมาหลังจากที่มีคนเปิดประตูให้เรียบร้อยแล้ว เขาเดินดุ่มเข้าไปในตัวบ้านที่ตอนนี้เงียบสงัด ราวกับว่าทั้งบ้านกำลังตกอยู่ในห้วงนิทรารมย์
ณัฐมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาเกือบห้าทุ่มก่อนจะถอนใจ วันนี้เขาค่อนข้างจะล้ามาก เพราะเดินทางไปไกลในหมู่บ้านที่ค่อนข้างจะกันดาร แต่ที่นั่นก็มีสิ่งที่เขาต้องการ ถ้าเขาอยากจะเติบโตต่อไปในกาลข้างหน้า แม้ว่าอีกสองปีจะถึงเวลาเลือกตั้ง แต่เขาก็อยากจะให้คนรู้จักให้ทั่วๆ และถึงเวลานั้นแล้ว เขาก็แทบจะนอนรอชัยชนะได้เลย
ชายวัยกลางคนที่ยังคงมีสุขภาพและรูปร่างที่แข็งแกร่ง สมบูรณ์ และหล่อเหลา เดินก้าวขึ้นไปยังตัวบ้าน เป็นไปตามคาดที่ทุกคนในบ้านคงจะหลับสนิทแล้ว รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากน้อยๆ เมื่อนึกถึงหญิงสาวสวยสะพรั่งที่อยู่ในฐานะบุตรสาว คงจะไม่ดีถ้าจะไปปลุกเธอขึ้นมาตอนนี้
แม้จะอยากเห็นหน้าเพียงใดก็ตาม เมื่อคิดถึงเพชรน้ำบุษคราวใด ณัฐก็ให้นึกปวดหัวนัก ที่รีบร้อนรับเธอเป็นลูกบุญธรรม เพียงเพราะอยากจะไถ่บาปที่ทำไว้กับใครบางคน แต่แล้วเมื่อเห็นหน้าหวานๆ ของเด็กสาวอายุ 16 ปีเข้า ความคิดที่จะส่งเสียอีกฝ่ายให้จบ แล้วรีบไล่ให้ไปทำงาน เพื่อสร้างชีวิตของตนเอง พ้นๆ ไปจากเขาเสียทีก็หมดไปจากสมอง กลายเป็นว่าเขาอยากจะให้เธอมีส่วนร่วมในชีวิต
เอาเถอะ...ณัฐหรี่ตา ตอนนี้สังคมรับรู้ฐานะระหว่างเธอและเขาแบบนั้น แต่ความเป็นจริงมันก็เป็นไปได้ ถ้า...นัยน์ตาคมกริบหรี่ลง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกถึงความคิดของตนเอง เขาคงต้องรออีกสักนิด รอเวลา...ที่เพชรน้ำบุษจะพร้อมสำหรับเขา ในฐานะ...
หนุ่มใหญ่เดินเร็วๆ ขึ้นไปยังชั้นสอง เขาอยากจะพักผ่อนแล้วเต็มที วันนี้ต้องทั้งปั้นหน้า ทั้งเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ณัฐเดินเข้าห้องส่วนตัวที่ปิดไฟมืด ก่อนจะปิดประตูแล้วควานหาสวิชไฟ แล้วต้องตกใจเมื่อไฟเปิดสว่างขึ้นต้อนรับเขา พร้อมกับร่างนุ่มของใครบางคนที่มาเบียดแนบด้านหลัง เสียงหวานอ้อนๆ นั้นทำให้เขายิ้มกริ่ม เมื่อรู้ว่าเป็นใครที่เตรียมต้อนรับเขาอยู่แบบนี้
“มาช้าจังเลยค่ะ ลุงณัฐขา”
“ทำไมยังไม่นอนอีก หนูแยม”
เขาหมุนตัวมากอดร่างบางอวบอุ่นเข้ากระชับตัว ก่อนจะตาพร่าเมื่อเห็นว่าวรัทยาไม่ได้สวมอะไรเลยนอกจากชุดนอนเนื้อบางเบาที่มองทะลุไปเห็นเนื้อหนังอันอวบตึง เย้ายวน
“คิดถึงผัว...”
เสียงหวานตอบแล้วเบียดเนื้อตัวเสียดสีกับเขาอย่างเร่าร้อน ลำแขนเรียวโน้มลำคอของเขาลงมาจุมพิตดูดดื่ม ปลายลิ้นหวานร้อนควานเข้าไปพัวพันกับปลายลิ้นรุ่มร้อน มือใหญ่ของณัฐไม่อยู่เฉย มันเคล้าคลึงไปทั่วร่างหวานนั่น จนเนื้อผ้าบางๆ แทบจะขาดคามือ
“อาบน้ำกันนะคะ ลุงณัฐ แยมรอตั้งนานแล้ว เดี๋ยวแยมจะถูหลังให้”
วรัทยาดึงมือของหนุ่มใหญ่ เข้าไปในห้องน้ำ ที่เธอตระเตรียมอ่างน้ำไว้รอเขาแล้วเรียบร้อย ทันทีที่เข้าไปถึง ณัฐก็เปลื้องเสื้อผ้าจนหมด ร่างของหนุ่มใหญ่ยังคงมีมัดกล้าม และตึงแน่นไปทั้งตัว มันสร้างความร้อนรักให้กับวรัทยาได้ทุกครั้ง ที่เธอและเขามีสัมพันธ์สวาทกัน ร่างแกร่งและร่างนวลกอดรัดกันนัวเนียในอ่างน้ำเย็น มือเรียวไล้ไปทั่วร่างเขาอย่างรู้จุดเร่าร้อน ขณะที่ณัฐกำลังเฟ้นฟอนทรวงสาวด้วยความเมามัน วรัทยาครางเสียงหวาน แอ่นตัวให้เขาดูดดื่มอย่างสำราญ มือเรียวกอบกุมความแข็งร้อนไว้ในมือ ค่อยขยับสร้างความทรมานให้เขาบ้าง
“วันนี้ลุงเหนื่อย”
เสียงห้าวเอ่ยกระซิบที่ใบหูบอบบาง แล้วดูดเม้มอย่างมันเขี้ยว วรัทยาค้อนเขาเล็กน้อยอย่างรู้ทัน ว่าเขาจะให้เธอปรนเปรอเขาแบบไหน แต่ก็ขยับตัวนั่งซ้อนตัก ณัฐจับสะโพกงอนงามค่อยๆ ยกเหนือสะโพกสอบ แล้วค่อยมอบความล้ำลึกให้กับเธอ กี่ครั้งกี่คราวมันก็ยังคงแนบแน่น ตอดรัด สร้างความสุขสมให้เขาได้เสมอ
“ลุงณัฐขา อื้อ...”
เสียงหวานๆ ครางออกมาเป็นชื่อเขาอย่างแสนสุข เมื่อขยับเนื้อตัวเสียดสีกระแทกกระทั้นตามจังหวะรัก ณัฐเองก็สูดปาก เมื่อความเสียดเสียวกำลังพุ่งทะยานขึ้นสูง เขาก้มลงดูดดื่มทรวงสาวไปด้วยเมื่อวรัทยาขยับควบขี่ ยิ่งเพิ่มรสชาติความเร่าร้อนให้เกมรักเกมนี้ให้ดุเด็ดเผ็ดมันยิ่งขึ้น
เสียงร้องครางสองเสียงประสานกันดังลั่น ณัฐอุ้มโอบร่างอวบอิ่มให้ลุกขึ้นยืนเมื่อเขาใกล้ถึงจุดแตกดับ เขายังปรารถนาจะยืดเกมพิศวาสครั้งนี้ให้ยาวนาน ก่อนจะสอดประสานทางด้านหลัง แล้วควบคุมจังหวะรักด้วยตนเอง ร่างอิ่มสั่นสะท้านตามแรงกระแทก แต่ก็แอ่นสะโพกผายสู้เขาอย่างไม่ยอมแพ้ ความสุนทรีในเกมรักทำให้วรัทยาเสพติด และยินยอมพลีร่างให้กับหนุ่มใหญ่ได้เสพสม เชยชม โดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งสิ้น นอกจากความพอใจของตัวเธอเอง
“เยี่ยมจริงๆ อา...”
“ลุงณัฐขา เร็วอีกนิด โอย...”
เสียงครางกระเส่า กระซิบกระซาบ ยังคงดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ห้องน้ำกำลังกลายเป็นสมรภูมิพิศวาส ที่ทำท่าจะไม่จบสิ้นลงเพียงแค่เกมเดียวในคืนนี้...
ไฟประดับสีต่างๆ ถูกเปิดขึ้นเมื่อย่างเข้าเวลายามพลบค่ำ คนงานที่ถูกให้ทำหน้าที่ช่วยงานพิเศษเป็นพนักงานบริกร และช่วยดูแลความเรียบร้อยของงานสำคัญในวันนี้ ต่างก็เตรียมตัวกันอย่างพรั่งพร้อม บริเวณลานกว้างของไร่ส้มถูกเนรมิตให้เป็นงานเลี้ยง ที่ตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น หรูหรา สมเกียรติกับเจ้าภาพในวันนี้นักหญิงสาวร่างเล็กบาง ที่อยู่ในชุดเดรสสีครีม แขนตุ๊กตา ผ้าชีฟองพลิ้ว กระโปรงสั้นเหนือเข่า รองเท้าแบบสายไพล่ทำจากผ้ากำมะหยี่สีแดงเลือดหมู ผมยาวหยักศกป้ายไปด้านหนึ่ง และถักเป็นเปียคาดไว้ ประดับเรือนผมด้วยที่เสียบผมประดับมุก เข้ากับสร้อยแขนและสร้อยคอที่เป็นมุกเช่นกัน ใบหน้าสวยหวานแต่งอ่อนๆ ด้วยโทนสีน้ำตาลอมชมพู เน้นใบหน้านั้นให้ใสกระจ่าง สวยจับใจคนมองนักเธอกำลังยืนดูการจัดเตรียมงานอยู่ นัยน์ตาหวานสดใสมองไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่บนเวทีอย่างพรั่งพร้อม เธอทราบว่าณัฐมีรสนิยมชอบฟังเปียโน เธอจึงลงทุนจ้างนักเปียโนชื่อดังมาจากกรุงเทพฯ แบบไม่เกี่ยงค่าตัว เพื่องานนี้โดยเฉพาะ เป็นของขวัญให้กับบิดา เธอเตรียมเพลงโปรดของเขา และเพลงร่วมสมัยหลายเพลงให้กับนักเปียโนได้ซักซ้อม เพราะแขกจะได้ไม่เบื่อ ส่วนช่วงดึกนั้นคงจะปล่อ
กันต์ระวีมองดูหน้าของเจ้านายสาว ที่เดินยิ้มออกมาจากร้านอาหาร เมื่อเขาโทรศัพท์บอกว่าเขามาถึงแล้ว เพชรน้ำบุษก็เดินออกมาทันที ด้วยท่าทีที่รื่นเริงนัก“เอ...ทำไมเสร็จเร็วจังครับคุณหนูบุษ”“บุษอิ่มน่ะค่ะ อิ่มอกอิ่มใจ”เพชรน้ำบุษตอบยิ้มๆ ใบหน้านั้นดูสดชื่นนัก นัยน์ตาหวานเป็นประกายระยับ ชายหนุ่มเพียงแค่ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เขาสตาร์ทรถแล้วเคลื่อนขับออกไปทันที เมื่อพ้นจากบริเวณร้านอาหารมาได้สักครู่ เพชรน้ำบุษก็ถามเขาเสียงใส“พี่วีกินอะไรหรือยังคะ? ยายหนูนาเลี้ยงข้าวหรือเปล่า”กันต์ระวีหัวเราะเบาๆ นึกถึงหญิงสาวร่างเพรียว หน้าตาน่ารัก ที่พยายามรั้งเขาไว้กินอาหารเย็นด้วย หากแต่เขาปฏิเสธ โดยอ้างว่าต้องรีบกลับมาทำหน้าที่บอดีการ์ดให้เพชรน้ำบุษ นึกถึงสีหน้าของเธอตอนเขาเอ่ยไปแบบนั้น มันทั้งตัดพ้อ และดูเศร้าหมองจนน่าสงสารนัก‘ค่ะ หนูนาเข้าใจ ก็ยายบุษเป็นหน้าที่ของพี่วีนี่คะ ที่ต้องคุ้มครอง’‘ไม่ใช่หน้าที่อย่างเดียวหรอกครับ น้องบุษเหมือนเป็นคนสำคัญ ที่พี่จะปล่อยให้เป็นอะไรไปไม่ได้’ประโยคนั้นเหมือนจะประกาศความรู้สึกภายในของเขากลายๆ อีกฝ่ายดูนิ่งอึ้งยิ่งนักที่เขาเอ่ยออกมาแบบนั้นลัลนากัดริมฝี
เพชรน้ำบุษก้มลงอ่านเอกสารในมือที่เธอเขียนตระเตรียมแผนงานวันเกิดของบิดาไว้ แผนงานคร่าวๆ ถูกตระเตรียมไว้พร้อมแล้วเรียบร้อย เพื่อวันสำคัญของบิดาของเธอ ซึ่งหญิงสาวตั้งใจจัดให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติของท่าน พ่อเลี้ยงณัฐ มีแต่คนนับหน้าถือตา งานครบรอบวันเกิดของเขา จึงจะจัดแบบเล็กๆ ธรรมดาไม่ได้“เรียบร้อยนะครับ คุณบุษ จะปรับเปลี่ยนอะไรอีกไหมครับ?”“อืม...” นัยน์ตาหวานระยับมองกวาดไล่ตามแผนงานอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างตกลงชอบใจกับสิ่งที่เห็น“ทั้งหมดนี้เพอร์เฟคแล้วล่ะค่ะ นักดนตรีที่จะจ้างมาเล่นเปียโนในงานนี่ จะมาสักกี่โมงคะ เพราะว่าบุษอยากจะให้เขาบรรเลงเพลงวันเกิดให้กับคุณพ่อ”“คงจะสักราวสองทุ่มน่ะครับ เครื่องดนตรีทั้งหมดตั้งในสวนใช่ไหมครับ งานนี้จัดในสวนส้ม เพื่อให้ได้บรรยากาศที่คุณบุษต้องการเราเลยจัดพวกเครื่องตกแต่งทุกอย่างให้เป็นสีส้ม พวกดอกไม้ที่ใช้ในงานก็เป็นโทนขาว แดง เหลืองนะครับ แล้วก็พวกเวทีผมก็ให้เด็กจัดการเข้าไปเคลียร์พื้นที่จัดงานวันนี้ แล้วก็หลังสามทุ่มไปจะเปลี่ยนเป็นเพลงขยับจังหวะขึ้นมานิดหนึ่งแล้วก็จัดเป็นคาราโอเกะ”“ค่ะ เอาตามนี้”เพชรน้ำบุษตอบตกลง ใบหน้างดงามยิ้มให้กับช
“จะกินได้หรือเปล่า?”ประโยคหลังเป็นเสียงห้าวๆ ที่ดังขึ้น พร้อมกับเจ้าตัวที่เดินมาด้วยท่าทางเขยกขาเล็กน้อย ลัทธพลหายไปนานเพราะไปอาบน้ำ แต่งตัวใหม่ เขาส่องกระจกแล้วส่องกระจกอีกว่าตัวเองดูดีหรือยัง ดูไม่เวอร์ไปที่จะลงไปทานอาหารเย็นใช่ไหม หมุนไปหมุนมาอยู่นานกว่าจะทำใจให้มาปรากฏตัวต่อหน้าหญิงสาวที่ทำให้เขาใจเต้นแรงทุกคราที่เจอเธออย่างเพชรน้ำบุษ“ปากนะพี่ไนซ์ กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกินย่ะ”ลัลนาแลบลิ้นให้กับพี่ชาย แล้วยิ้มหวานให้กับกันต์ระวี น้ำเสียงที่ใช้กับชายหนุ่มต่างจากที่ใช้กับพี่ชายแท้ๆ ของตนเองนัก“เชิญนั่งสิคะพี่วี แหม...วันนี้หนูนามีผู้ช่วยอย่างพี่วีมาถึงที่ สงสัยกับข้าวมื้อนี้แม่ช้อยต้องมารำให้แน่ๆ”“หนูนารำก่อนแม่ช้อยก็ได้นะ เห็นปลื้มกับข้าวมื้อนี้จัง”เพื่อนรักเอ่ยกระเซ้า ทำเอาเธอต้องค้อนขวับ“ยายบุษนี่ มีแซวนะ มากินข้าวกันดีกว่า จะได้พิสูจน์ว่าอร่อยจริงๆ ไหม”ตลอดมื้ออาหาร ลัลนาแทบจะยึดกันต์ระวีไว้กับตนเองเพียงคนเดียว เธอชวนเขาคุยและตักอาหารให้อย่างเอาใจ ขณะที่ลัทธพลเองก็เขี่ยข้าวในจานเล่นไปมา ตาก็คอยเหลือบมองดูเพชรน้ำบุษ ที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เพราะเป็นของโปรดของเธอ
“กรี๊ดๆ ๆ”เสียงกรี๊ดอย่างดีใจของลัลนา ทำเอาเพชรน้ำบุษต้องปิดหู ก่อนจะรีบเอื้อมมือปิดปากเพื่อนสนิท เพราะเกรงว่าเสียงของลัลนาจะทำให้คนทั้งโรงแรมแตกตื่น เธอนัดกับเพื่อนรักที่โรงแรมแห่งนี้ ที่เธอติดต่อกับทางภัตราคารไว้เพื่อเตรียมอาหารไปในงานจัดเลี้ยงวันเกิดของบิดาในวันมะรืน หลังจากที่บอกเล่าเรื่องบอดีการ์ดคนใหม่ให้กับเพื่อนสนิทฟัง ลัลนาก็มีอาการกรี๊ดกร๊าดดีใจอย่างลืมตัว“เบาๆ สิยายหนูนา เสียงดังคนตกใจหมด ดูสิบริกรมองใหญ่แล้ว”เพชรน้ำบุษจุ๊ปาก มือยังคงปิดปากเพื่อนรักไว้ ลัลนาพยักหน้าเป็นเชิงว่าตกลงนั่นแหละ เธอถึงปล่อยมือออก ลัลนาจับมือของเพชรน้ำบุษมาเขย่าอย่างดีใจ นัยน์ตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ“จริงๆ น่ะเหรอ ตายแล้ว! พี่วีเป็นการ์ดของบุษแทนอีตาพี่ช้างที่เดี้ยง เราดีใจจริงๆ เลย แบบนี้เราก็โชคสองชั้นได้เจอทั้งบุษทั้งพี่วีสินะ ดีใจมากๆ ตอนแรกเราไม่เห็นพี่วีพาเจ้ายุ่งมาวิ่งที่สวน ก็ใจหายหมดนึกว่าย้ายไปที่อื่นเสียแล้ว นี่แบบว่าได้ไปทำงานกับบุษ เราล่ะสุดแสนจะดีใจที่ได้เจอพี่วีอีก”“เราก็ตกใจเหมือนกันแหละที่รู้ว่าเป็นพี่วีน่ะ”เพชรน้ำบุษตอบยิ้มๆ เห็นอาการดีอกดีใจของเพื่อนสนิทแล้วก็นึกเอ็นดูลั
“พี่วีทำไมถึงมาทำงานกับคุณพ่อได้กันคะ”เพชรน้ำบุษเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างสงสัย เมื่อเธอและเขากำลังรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันในร้านอาหารใกล้ๆ กับที่ทำงานของเธอ ปรกติเธอมักจะทานมื้อกลางวันร่วมกับไอยราทุกวันอย่างไม่ถือตัว และกับกันต์ระวีเองก็เช่นกัน ยิ่งชายหนุ่มเป็นเหมือนคนเคยมีบุญคุณกับเธอด้วยแล้ว เพชรน้ำบุษจึงยิ่งอยากจะให้เขาทำงานกับเธอเพื่อจะได้ตอบแทนเขาบ้าง เพราะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังหางานทำอยู่กันต์ระวีเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ ก่อนที่นัยน์ตาสีนิลดำจะมองจ้องเธอ นัยน์ตานั้นเปล่งประกายระยับ จนคนมองสบด้วยเริ่มแก้มแดง ภาพในคืนนั้นแม้จะบอกใจให้ลืม แต่มันก็วนเวียนกลับมาทุกครั้งให้เธอได้รู้สึกไหวหวั่นยามคิดถึงเขา“มีคนแนะนำมาน่ะครับ พี่ดีใจมากที่รู้ว่าตัวเองได้มาทำงานคุ้มกันน้องบุษ ดีใจมากจริงๆ”คำพูดของเขาและสายตาที่ส่งมาบอกความนัยบางอย่าง มันทำให้เพชรน้ำบุษยิ่งหน้าร้อน หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าเพื่อจะเรียกพลังและสติให้กับตัวเอง บอกย้ำกับหัวใจซ้ำไปมา ว่าเขาเป็นผู้ชายต้องห้ามสำหรับเธอ“มาทำงานที่บ้านบุษ แล้วเจ้ายุ่งล่ะคะ มันอยู่กับใคร”เธอชวนเขาคุยถึงเจ้าหมาตัวน้อย พันธุ์มินิเจอร์ที่เธอแสนจะติดใจใน







