Share

เพื่อนรัก

last update Last Updated: 2025-12-03 08:26:22

“วันนี้คุณหนูบุษไม่มีผู้คุ้มกันมาด้วยแหะ...แปลกจัง”

เสียงใสๆ ที่เอ่ยล้อเลียน ทำให้เพชรน้ำบุษที่กำลังเลือกเสื้อยืดอยู่ถึงกับหันมาย่นจมูก พลางเอื้อมมือหยิกแก้มเนียนของหญิงสาวหน้าใส ผมยาวระบ่า ใบหน้ารูปไข่มีเครื่องหน้าจิ้มลิ้มน่ารักประดับอยู่ ที่เป็นเพื่อนสนิทของเธออย่างหมั่นไส้ จนอีกฝ่ายต้องปัดป้องแล้วค้อนขวับ เล่นเอาเพชรน้ำบุษหัวเราะกิ๊ก

“ทำร้ายร่างกายเราทำไม เจ็บนะ”

“ก็มาล้อเราทำไมกันล่ะ เราไม่ชอบนักหรอกที่จะไปไหนมาไหนโดยมีใครคอยมาตามยืนคุมอยู่ห่างๆ น่ะ มันเหมือนนักโทษจะตายไป”

เพชรน้ำบุษถอนใจ เมื่อนึกถึงปรกติทุกคราว ที่เวลาเธอไปไหนมาไหน บิดามักจะให้มีบอดีการ์ดคอยตามเธอทุกครั้ง แต่วันนี้เพชรน้ำบุษอยากจะมาเที่ยวกับลัลนาตามประสาผู้หญิงๆ จึงแอบติดสินบน ไอยราบอดีการ์ดหน้าตายร่างสูงใหญ่ประจำตัวเธอ ให้มาส่งเธอแล้วกลับมารับเธอในตอนเย็น ไม่ต้องติดตามเฝ้าแจเหมือนทุกครั้ง อีกฝ่ายลังเลที่จะรับเงิน จนเพชรน้ำบุษต้องยัดใส่เสื้อแจ๊คเก็ตยีนให้ แล้วเอ่ยขอร้องเสียงอ้อนๆ ไอยราถึงยินยอม แต่มีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอกลับมืดค่ำจนเกินไปนัก

“แล้วไปทำอีท่าไหน อีตาบอดีการ์ดช้างยักษ์ของบุษ ถึงยอมให้บุษมากับเราได้สองต่อสองแบบนี้ได้”

ลัลนาแอบเบ้ปาก คิดถึงภาพของบอดีการ์ดประจำตัวของเพื่อนสนิท ไอยรามักจะทำหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึก แต่ก็มองจับจ้องตามเพชรน้ำบุษทุกฝีก้าว มองแล้วก็น่าสงสารเพื่อนรักเสียจริงๆ ถ้าเป็นเธอ เธอก็คงรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษเหมือนกัน

เพชรน้ำบุษดูเป็นคุณหนูที่มีชีวิตน่าอิจฉา มีฐานะทางการเงินที่ร่ำรวย อยากจะได้อะไรก็ได้ มีบิดาเป็นที่ยกย่องและนับหน้าถือตาของคนทั้งอำเภอ แต่บางมุมของเพชรน้ำบุษ ก็ดูไม่ค่อยมีอิสระ และถูกกักกันอย่างไรพิกล แม้แต่เธอ ที่เป็นเพื่อนสนิท ณัฐก็เหมือนจะคอยระแวดระวัง และถึงกับให้คนมาสืบประวัติทางบ้านของลัลนา แล้วยอมให้คบหากับบุตรสาวของเขา

ตอนแรกเมื่อรู้เข้า ลัลนาก็ไม่พอใจ จนแทบจะอยากเลิกคบกับเพชรน้ำบุษอยู่เหมือนกัน แต่อีกใจหนึ่งก็นึกสงสารเพื่อนของเธอนัก เพชรน้ำบุษมีเพื่อนน้อย เพราะเมื่อก่อนเจ้าตัวเรียนในโรงเรียนประจำที่กรุงเทพฯ พึ่งจะย้ายมาเรียนที่เชียงใหม่เมื่อเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา การที่เธอเป็นลูกสาวของณัฐ ดิลกธรรมชัย ทำให้มีคนมากมายอยากจะตีสนิทกับหญิงสาว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้หาความจริงใจจากคนเหล่านั้นได้บางทีก็น้อยเหลือเกิน

ลัลนาสนิทสนมกับเพชรน้ำบุษตั้งแต่สมัยเข้าเรียนเฟรชชี่ จนจบมหาวิทยาลัย ไปมาหาสู่กันไม่ขาด และเวลาเธอเข้าไปในบ้านหลังโอ่อ่า ที่ทำมาจากไม้สัก เลียนแบบศิลปะล้านนาประยุกต์ของเพื่อนทีไร มันเหมือนก้าวเข้าไปในอาณาเขตของปราสาทผีสิง เพราะมันช่างเยือกเย็น และลึกลับ อ้างว้างอย่างไรพิกล แล้วยิ่งเวลาเจอกับณัฐ บิดาของเพื่อนรักแล้วยิ่งไปกันใหญ่ บุรุษวัยกลางคนที่หล่อเหลาคนนั้น ดูเจ้าเล่ห์ ราวกับหมาป่าตัวร้ายที่จับจ้องจะตระครุบเหยื่อ

“ติดสินบนนิดหน่อยน่ะ”

เพชรน้ำบุษหลิ่วตา ก่อนจะก้มลงเลือกเสื้อยืดที่แขวนไว้ต่อ เธอดึงตัวที่ถูกใจออกมาพลางยื่นส่งให้แม่ค้า

“ตาพี่ช้างหน้าตาย รับสินบนด้วยเหรอเนี่ย ท่าทางฝนจะตกใหญ่แหะ”

คำพูดของลัลนาทำให้หญิงสาวหัวเราะออกมาได้อีกรอบ ก่อนจะจ่ายเงินให้กับแม่ค้าค่าเสื้อยืด แล้วจูงแขนของลัลนาเดินเที่ยวเล่นกันในตลาดนัดแห่งนั้นต่อ อย่างเพลิดเพลิน เพราะมีสินค้ามาขายมากมาย ทั้งของทำมือ เสื้อผ้า เครื่องใช้ และอาหารหลากหลาย

เพชรน้ำบุษซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แล้วชวนลัลนากินผัดหมี่ที่ใส่มาในห่อใบตอง อย่างเอร็ดอร่อย เธอไม่ค่อยได้มาที่แบบนี้มากนัก เพราะปรกติแล้วเวลาจะซื้อเสื้อผ้า หรือมารับประทานอาหารนอกบ้าน เธอมักจะมีวรัทยาติดสอยห้อยตามมาด้วย แล้วอีกฝ่ายก็ชอบที่จะไปเดินช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า เลือกของใช้แบรนเนมแพงๆ และทานอาหารในร้านหรู ส่วนสถานที่อย่างตลาดนัดแบบนี้วรัทยามักจะทำปากเบ้ แล้วบ่นเพชรน้ำบุษราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะก่อเรื่องเลวร้ายทุกครั้งถ้าเกิดว่าหญิงสาวออกปากชวน

“ตอนนี้พึ่งจะบ่ายสามเอง อีตาช้างจะมารับบุษกี่โมงน่ะ”

ลัลนามองนาฬิกาข้อมือ หลังจากที่สองสาวเดินเที่ยวเล่นกันจนเหนื่อย ได้ของกันมาคนละหลายอย่าง เพชรน้ำบุษยักไหล่ วันนี้เธออยากมีเวลาอิสระเป็นของตนเองบ้าง บางทีเธอก็อึดอัดนัก กับการที่บิดามักจะดูห่วงและหวงเธอจนเกินไป

“เราจะโทรศัพท์ไปเรียกพี่ช้างให้มารับน่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่อยากจะโทรเท่าไหร่ อยากไปที่ไหนต่อมากกว่า ยังไม่อยากกลับบ้าน”

“ตายแล้ว!” ลัลนายกมือทาบอก แล้วทำตาโตมองเพื่อนรักอย่างมีจริต ด้วยท่าทางตกใจจนเกินจริง

“ฝนตกใหญ่แล้ว คุณหนูบุษไม่อยากกลับบ้าน จะหนีออกจากบ้านตอนอายุ 24 หรือจ๊ะเพื่อนรัก”

“บ้าน่า หนีที่ไหนกัน แค่ยังไม่อยากกลับน่ะ ไปบ้านหนูนาไหม? ไปทำขนมกินกัน”

เพชรน้ำบุษหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของลัลนา อีกฝ่ายรีบพยักหน้าทันที เพราะเธอเองก็อยากจะรั้งเพชรน้ำบุษไว้ให้อยู่ด้วยกันนานๆ ไว้พูดคุยกันตามประสาเพื่อนรัก แล้วการที่เพชรน้ำบุษจะไปเที่ยวบ้านเธอแบบนี้ล่ะก็ คงจะมีใครบางคนดีใจมากแน่ๆ หญิงสาวแอบลอบยิ้ม

................................................................................................................................................................................

เสียงดังของอุปกรณ์กระทบกันในครัว และเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังลอดมา ปลุกให้ชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับอุตุอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่ตั้งรับลมอยู่ตรงระเบียงบ้าน ค่อยปรือตาขึ้นมา จมูกของเขาสูดเข้าฟุตฟิต เมื่อได้กลิ่นหอมๆ ของขนมอบ ที่ลอยฟุ้งมาจากครัว เล่นเอาตาสว่างขึ้นมาทันที พร้อมกับท้องที่ร้องโครก ราวกับจะตอบรับกลิ่นหอมน่าทานนั้นอย่างตะกละ

“ยายหนูนานึกครึ้มทำอะไรกินนะ หอมเชียว ต้องขอไปชิมสักหน่อย”

ชายหนุ่มเอ่ยพึมพำ แล้วปิดปากหาว ก่อนจะเสยผมที่ตกลงมาปรกตาขึ้นลวกๆ เขาสวมเพียงกางเกงขาสั้นลายพร้อย ไม่สวมเสื้อ อวดแผงอกล่ำสัน และกล้ามเนื้อ อากาศร้อนจนชายหนุ่มต้องถอดเสื้อทิ้ง ความเหนื่อยที่กรำงานมาเกือบทั้งคืนทำให้เขาหลับสนิทหลังจากไปนอนเล่นอ่านหนังสือรับลมที่ระเบียง

“ทำอะไรกินหนูนา หอมฟุ้งไปทั้งบ้านเลย”

เสียงห้าวๆ ดังมาก่อนตัว ทำให้สองสาวที่กำลังเริ่มแต่งหน้าพายบูลเบอรี่หันขวับไปมองพร้อมๆ กัน ก่อนที่อีกหนึ่งสาวจะรีบเมินหน้าหนี เมื่อเห็นสภาพของชายหนุ่มผู้ซึ่งมาบุกรุกในครัวตอนนี้ ฝ่ายชายเองก็ตกใจที่เห็นคนตัวเล็ก หน้าหวาน มายืนอยู่ในห้องครัวของบ้านเขา ถึงกับกระโดดโหยง ลื่นล้มไปเลยทีเดียว

“โอ๊ย! พี่ไนซ์ เจ็บมากไหมน่ะ”

ลัลนารีบวิ่งไปดูสภาพพี่ชายที่ลื่นล้มโครมครามหงายหลังไปเลยทันที เมื่อเห็นหน้าของแขกสำคัญของเธอเข้า ขณะเดียวกันเพชรน้ำบุษเองก็กลั้นขำไว้เต็มที่ เพราะเกรงว่าพี่ชายของเพื่อนสนิทจะอาย ที่มาทำเปิ่นๆ ต่อหน้าเธอแบบนี้

“อูย...”

ร่างสูงค่อยทรงตัวลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าของเขาแดงเรื่ออย่างอับอาย นัยน์ตาคมแอบลอบมองร่างเล็กบางที่หันมายิ้มให้เขา ลัลนาสำรวจความเรียบร้อยของพี่ชาย แล้วตีแขนของลัทธพลแรงๆ ก่อนจะบ่นอุบ

“โตจนป่านนี้แล้ว ยังจะซุ่มซ่ามอีกนะพี่ไนซ์ อายยายบุษนะเนี่ย มีพี่ชายซุ่มซ่าม”

“ว่าพี่ไนซ์ไม่ได้หรอกหนูนา ความซุ่มซ่ามมันเข้าใครออกใครเสียที่ไหนกัน”

เพชรน้ำบุษเอ่ยยิ้มๆ ยิ่งทำให้ลัทธพลรู้สึกเขินมากกว่าเดิม แล้วนึกอายสภาพของตัวเองด้วยนั่นแหละ เขาลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนจะเกาศรีษะเก้อๆ แล้วรีบเดินแกมวิ่งพรวดพราดหนีเข้าไปในห้องของตัวเองทันที

“ดูเอาเถอะพี่ชายเรา ทำอะไรเพี้ยนๆ อยู่เรื่อย นี่ดีนะที่ว่าเป็นสัตวแพทย์ ถ้าเป็นหมอคนล่ะก็ ใครเค้าจะกล้าให้รักษา เฮ้อ...แอบปลงนะเนี่ย ว่าจะมีพี่สะใภ้กับเขาได้หรือเปล่า ก็พี่ไนซ์เป็นเสียแบบนี้”

คำบ่นของเพื่อนรัก ทำให้เพชรน้ำบุษหัวเราะกิ๊ก แล้วมองตามไปยังทิศทางที่ชายหนุ่มเดินหนีหายไป ฟังที่ลัลนาพูดแล้วก็ค่อนข้างจะเกินจริงอยู่สักหน่อย เพราะลัทธพลพี่ชายของเธอ เป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี แถมยังมีอาชีพที่มั่นคง ลัทธพลเนื้อหอมเอาการอยู่เหมือนกัน เขามีคลินิกรักษาสัตว์เลี้ยงในตัวเมือง ลูกค้าสาวๆ บางคนก็หาข้ออ้างพาสัตว์เลี้ยงของตนมารักษา เพราะอยากจะมาเห็นหน้าหมอไนซ์

“มีได้สิ พี่ไนซ์น่ารักจะตายไป เรากลัวแต่ว่าหนูนาต้องเหนื่อย ที่ต้องทำการคัดเลือกพี่สะใภ้”

“แหม...พูดอย่างกับว่าพี่ชายเราน่ะเสน่ห์แรงมากอย่างนั้นแหละ วันๆ ไปเจอแต่พวกตัวมีเขามีหาง จะมีเวลาไปจีบใครกันล่ะ เมื่อคืนก็ไปฉีดยาป้องกันโรคระบาดในหมู่บ้าน กลับมาเกือบเที่ยงคืนโน่น จะว่าไปเราเริ่มแอบกลัวนะเนี่ยบุษ ว่าพี่ชายเราจะไม่ชอบผู้หญิง ก็ไม่เคยเห็นพี่ไนซ์มีแฟนสักที เราก็ร้อ...รอ รอจะหวงพี่ชายสักหน่อย แต่ก็ไม่ได้หวง เพราะพี่ไนซ์ไม่ยอมจีบสาวสักที”

“หืม?”

เพชรน้ำบุษถึงกับสำลักน้ำเย็นที่เธอกำลังจิบแก้คอแห้งอยู่ แล้วหัวเราะเมื่อได้ยินเพื่อนรักว่าแบบนั้น ลัลนาถอนใจ เธอกอดอก ก่อนจะบ่นเรื่องพี่ชายออกมาอีกยาวเหยียด นึกเป็นห่วงเขาเข้าจริงๆ อย่างที่ปากว่า เพราะปีนี้พี่ชายสุดที่รักของเธอก็อายุปาเข้าไปสามสิบสองปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะมีพี่สะใภ้มาแต่งเข้าบ้านเสียที

“จริงๆ นะ บุษ นี่ถ้าพี่ไนซ์ไม่มีเวลาไปจีบสาวล่ะก็ เราจะหามาให้เองจริงๆ กลัวพี่ไนซ์จะแอ๊บความสาวไว้ภายใน เราไม่อยากได้พี่เขยนะ ยิ่งตอนนี้ตัวยิ่งติดกันกับพี่โยด้วย น่ากลัว ขานั้นยิ่งหน้าสวย ปากแดงอยู่ด้วยสิ”

เธอย่นจมูก เมื่อนึกถึงโยธิน เพื่อนสนิทของพี่ชาย ชายหนุ่มร่างบาง ผิวขาวเนียนจนเธอยังอิจฉา แถมยังหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิง เห็นทีไรลัลนาก็นึกเคืองขัดลูกตาทุกครั้ง เพราะความหวงพี่ชาย

อนิจจา...เธอต้องมาหวงพี่เพราะว่าผู้ชาย แทนที่จะหวงกับผู้หญิงไปเสียแล้วล่ะสิยายหนูนาเอ๊ย...

“ถ้าเกิดว่าพี่ไนซ์ไม่เคยมีแฟน แล้วจะเบี่ยงเบนล่ะก็ ป่านนี้เราก็คงจะเป็นทอมไปแล้วล่ะ หนูนา”

เพชรน้ำบุษอมยิ้ม ตัวเธอเองก็ปราศจากภมรใด ๆ มากล้ำกรายเหมือนกัน เพราะมีบิดาที่คอยควบคุมระแวดระวังเธอทุกฝีก้าว จนไม่มีใครกล้ามายุ่งกับคุณหนูแห่ง ดิลกธรรมชัย

“มันเหมือนกันที่ไหนเล่า ของบุษน่ะ พ่อหวงต่างหากล่ะ”

ลัลนาย่นจมูก พลางส่ายหน้าน้อยๆ เมื่อนึกถึงพี่ชายของเธอ ยิ่งนึกก็ยิ่งแอบกลุ้ม ว่าพ่อเจ้าประคุณจะมีแฟนเอาตอนอายุป่านไหนกันนะ แล้วยิ่งกลุ้มไปกันใหญ่ เมื่อเผลอไปนึกถึงโยธิน เพื่อนสนิทของพี่ชายเข้า คนที่เธอปลงใจเชื่อไปแล้วว่า อีกฝ่ายไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาๆ

“เอาน่าของแบบนี้ถ้ามีก็มาเองแหละ เรายังไม่กระตือรือร้นที่จะหาเลย ว่าแต่ตัวพี่ไนซ์เถอะ หนูนาล่ะ”

เมื่อเรื่องวกย้อนมาถึงตนเอง ทำให้ลัลนารีบเปลี่ยนเรื่องไปเลยทันที เพราะตนเองก็พึ่งจะมีประสบการณ์รักร้าวมาหมาดๆ กับเพื่อนชายที่เคยเป็นคนรัก แต่ตอนนี้กลายเป็นเพียงอดีตไปเสียแล้ว

“มาลองชิมกันดูเถอะบุษ ทำกันเยอะแยะแบบนี้บุษแบ่งกลับบ้านด้วยสิ เรากับพี่ไนซ์กินไม่หมดหรอก พ่อกับแม่กลับมาอาทิตย์หน้าโน่น ตอนนี้อยู่กันสองคนเอง”

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเลย คนดีของหนูนาล่ะ หมู่นี้เราไม่ได้ยินหนูนาพูดถึงเขาเลย มีอะไรกันหรือเปล่า?”

คำถามนั้นทำให้เกิดรอยหมองในนัยน์ตาโตใสของเพื่อนสนิท ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสดใสแบบเดิม ลัลนายักไหล่

“เลิกกันแล้ว”

“เอ๋?”

เพชรน้ำบุษถึงกับหันขวับเลยทันที เมื่อได้ยินคำนั้นเข้า ลัลนาถอนใจ ก่อนจะย่นจมูกให้กับเพื่อนรัก ที่ทำหน้าตื่นตกใจ มือเรียวเอื้อมตบไหล่บางเบาๆ แล้วหัวเราะเสียงใส

“ก็คนมันเข้ากันไม่ได้ เข้าใจกันไปคนล่ะทางสองทาง เหมือนพายเรือที่หัวเรือคนหนึ่งท้ายเรือคนหนึ่ง แต่แจวเรือคนล่ะข้าง มันก็เลยวนหาทางออกไม่ได้”

“อืม...เปรียบได้เห็นภาพเลยแหะ”

เพชรน้ำบุษจับมือเพื่อนมาบีบเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“อย่าเครียดนะหนูนา อย่าคิดมาก ไม่มีแฟนก็ช่าง เรามาโสดด้วยกันดีกว่า”

“นั่นสิ แต่เราอยากให้พี่ไนซ์หายโสดนี่นา แก่จนป่านนี้แล้ว เรายังไม่สามสิบ ยังไม่ซีเรียสหรอก”

ลัลนาวกมาเรื่องของพี่ชายอีกจนได้ เพชรน้ำบุษหัวเราะเบาๆ กับความช่างเจ้ากี้เจ้าการและห่วงพี่ชายของเพื่อนรัก

“ไปลองชิมขนมของพวกเรากันดีกว่า เผื่อว่าอร่อย จะได้ลองเปิดร้านกันไปเลยดีไหม? หนูนา”

“คุณพ่อของบุษคงจะยอมหรอก นี่ดีนะวันนี้อีตาพี่ช้างไม่ตามมาคุมที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นเราคงจะมองหน้าอีตาหน้าตายนั่นแล้วพานกินอะไรไม่ลงแน่ๆ”

ลัลนาบ่น ก่อนจะเอาขนมจัดใส่จาน แล้วตะโกนเรียกพี่ชายด้วยเสียงดังลั่นบ้าน

“พี่ไนซ์ พี่ไนซ์สุดที่รักของน้องสาว ถ้าหายอายแล้ว อัญเชิญไปทานขนมร่วมกันที่หลังบ้านด้วยนะคะ”

“ยายหนูนานี่ ไปล้อพี่ไนซ์แบบนั้น เดี๋ยวก็ไม่กล้ามาหรอก”

เพชรน้ำบุษว่า สองสาวหอบอุปกรณ์ในการปิคนิคยามบ่าย คือเสื่อ จานใส่ขนม น้ำอัดลม กระติกน้ำแข็ง และหมอนนุ่มๆ คนละใบ ไปที่ใต้ต้นมะม่วงใบดกหนา ลัลนาจัดแจงปูเสื่อ พลางหัวเราะเบาๆ

“โอย...พี่ชายเราน่ะ ถึงจะขี้อายแต่ก็หน้าด้านเรื่องของกิน เชื่อสิเดี๋ยวก็มา”

“อื้อ! ดูว่าเข้า”

เพชรน้ำบุษส่ายหน้าน้อยๆ แล้วช่วยเพื่อนจัดแจงทำความเรียบร้อยของสถานที่ ขณะที่สองสาวกำลังนั่งลงกันสบายๆ เสียงห้าวๆ ของใครบางคนก็เอ่ยดังทักทายขึ้น ราวกับรู้เวลาว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว

“ไหนๆ มีอะไรให้พี่ชิม พี่มีชมพู่มาแลก ไม่ได้มากินฟรีๆ นะ”

ลัทธพลปรากฏตัวขึ้น ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้นห้าส่วน ในมือของเขามีกระจาดบรรจุชมพู่สีชมพูจัดน่ากินมาด้วย ลัลนามองแล้วก็ค้อนขวับ ก่อนจะรับกระจาดมาจากมือของพี่ชาย พลางบ่นพึมพำ แต่ก็กระเถิบที่ให้ลัทธพลนั่งข้างๆ ด้วยแต่โดยดี

“แหม...ไม่ลงทุนเลยนะพี่ไนซ์ ไอ้ชมพู่นี่ หนูนาก็เป็นคนไปสอยมา ชุบมือเปิบนี่นา”

“อ้าว” ผู้เป็นพี่ชายหันไปยักคิ้วให้น้องสาวคนเดียวอย่างกวนๆ พลางโยกศรีษะทุยสวยนั้นอย่างหมั่นไส้

“พี่เป็นคนปลูกนะไอ้ชมพู่ต้นนี้ใครว่าไม่ลงทุนกันล่ะ”

“ดูเอาเถอะพี่ชายเรา แบบนี้น่าให้กินด้วยไหมเนี่ย ยายบุษ”

ลัลนาหันมาฟ้องเพื่อนรัก ที่กำลังมองภาพสองพี่น้องหยอกล้อกันด้วยสายตาอ่อนโยน เธอไม่เคยมีพี่น้อง เป็นเพียงลูกสาวคนเดียว จึงนึกอิจฉาเพื่อนรักขึ้นมานิดๆ ที่มีพี่ชายแบบนี้ แม้ว่าตัวเธอจะมีวรัทยาที่อยู่บ้านเดียวกัน ซึ่งมีศักดิ์คล้ายพี่สาวเพราะอายุมากกว่าเธอ แต่วรัทยาก็ทำราวกับว่าตนเองเหนือกว่าเพชรน้ำบุษ เธอมักจะรสนิยมไปคนล่ะทางกับหญิงสาว และพูดคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่นัก จนเพชรน้ำบุษคิดว่าถ้ามีพี่สาวแบบวรัทยาขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็ เธอไม่มีเสียดีกว่า

“เอาน่า ทำมาเยอะแยะ แบ่งให้พี่ไนซ์กินด้วยกันดีกว่า”

“เห็นแก่ยายบุษนะเนี่ย”

ลัลนายื่นส่งจานขนมให้กับพี่ชาย พลางมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยนแกมบังคับหน่อยๆ

“ชิมแล้วชมด้วยค่ะ ห้ามตินะคะ ไม่อย่างนั้นอด”

“ดูน้องสาวพี่เอาเถอะ น้องบุษ”

คราวนี้ลัทธพลหันมาฟ้องเพชรน้ำบุษด้วยอีกคน เล่นเอาหญิงสาวต้องหัวเราะอย่างอดไม่ได้กับความน่ารักของสองพี่น้อง

ครอบครัวนี้ช่างอบอุ่นนัก เพชรน้ำบุษคิด ขณะที่พวกเธอสนทนากันด้วยเรื่องเบาๆ แล้วชายหนุ่มก็อาสาเล่นกีตาร์ให้ฟังเพื่อเป็นการตอบแทนเรื่องขนมพาย เธอมองสองพี่น้องที่กระเซ้าเย้าแหย่กันแล้วลอบถอนใจ

ครอบครัว...สำหรับเธอแล้วมันคืออะไรกันนะ ถ้าณัฐไม่ได้ให้ชีวิตใหม่แก่เธอ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเธอจะมีอนาคตแบบไหน แต่บิดาบุญธรรมของเธอ บางมุมแล้ว มันก็ลึกลับ และชวนให้เธอนึกหวาดกลัวกับตัวตนในส่วนนั้นของเขา เพชรน้ำบุษพยายามคิดว่าเธออาจจะคิดเรื่อยเปื่อย เลื่อนเปื้อนไปเอง แต่หญิงสาวก็สัมผัสถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างได้ แม้จะปลอบเตือนตนเองขนาดไหนก็ตามที

“เกือบจะหกโมงแล้ว ตายล่ะ!”

เสียงใสอุทานขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือ เพชรน้ำบุษเพลินกับการมาเที่ยวที่บ้านเพื่อนรักจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว มือเรียวรีบควานหาโทรศัพท์พลางรีบกดออกหาไอยรา บอดีการ์ดส่วนตัวของเธอทันที

“พี่ช้างคะ มารับบุษที่บ้านหนูนาได้แล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูเวลาเลย”

“ผมจะรีบไปภายในสิบห้านาทีครับคุณหนู”

อีกฝ่ายตอบรับเสียงเย็น ลัลนามองดูสีหน้าร้อนรนของเพื่อนสนิทแล้วก็ถอนใจ เธอรู้สึกอึดอัดแทนเพชรน้ำบุษยิ่งนัก ที่ต้องมีคนคอยประกบติดตาม ทำอะไรตามใจตนเองไม่ค่อยได้แบบนี้

“กลับไปจะโดนโบยด้วยแส้ไหมนะ ยายคุณหนูบุษ กลับผิดเวลาแบบนี้”

“บ้า ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกน่า”

เพชรน้ำบุษเครียดก็เครียด ขำกับสีหน้าของเพื่อนสนิทก็ขำ ลัทธพลแอบลอบมองเสี้ยวหน้าหวานน่ารักเหมือนตุ๊กตาของหญิงสาวแล้วแอบลอบถอนใจ เขารู้จักกับเพชรน้ำบุษมากี่ปีแล้วหนอ แล้วกี่ปีกันที่ยังไม่กล้าจนแล้วจนรอด ได้แต่มองอีกฝ่ายอยู่ข้างเดียว

เหตุผลที่เขายังไม่เคยชายตามองผู้หญิงคนไหน มันก็อยู่ใกล้เพียงเอื้อมแค่นี้ แม่น้องสาวตัวดีที่ชอบค่อนแคะ ชอบล้อเลียนว่าเขาหวงความโสดไว้ทำไมนักหนา ความจริงเขาอยากจะสลัดมันทิ้งจนแทบตัวสั่น เพราะหญิงสาวหน้าหวานคนนี้เป็นสาเหตุ แต่ไอ้ความกล้าที่พยายามรวบรวมไว้คราวใด มันก็มีอันต้องแตกกระจายทุกทีเวลาได้เห็นหน้า ได้พูดคุย ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นไข่ในหินของณัฐ บุรุษผู้มีอิทธิพลคับจังหวัดด้วยแล้ว ลัทธพลก็รู้สึกราวกับว่าตนเอง เหมือนเป็นหมาที่ไล่เห่าใฝ่ฝันถึงเครื่องบินที่กำลังบินอยู่บนฟ้า

รอเพียงไม่ถึงสิบห้านาทีไม่ขาดไม่เกิด รถยนต์คันหรูก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านของสองพี่น้อง บอดีการ์ดร่างสูงใหญ่ หน้าตาไม่เคยยิ้มแย้มนักของเพชรน้ำบุษมาไม่ผิดเวลาเลย หญิงสาวโบกมือล่ำลาเพื่อนรักและชายหนุ่มอย่างอาลัย เพราะไม่รู้ว่าอีกนานไหมเธอจะได้มีเวลาอิสระแบบนี้กับเพื่อนสนิทอีก

“เป็นยายบุษนี่ บางทีก็เหนื่อยนะคะพี่ไนซ์”

ลัลนาชวนคุยเมื่อคล้อยหลังเพื่อนสนิท ผู้เป็นพี่ชายมัวแต่มองตามร่างบางเพลิน จนไม่ได้ตอบคำถามของน้องสาว จนลัลนาต้องถามซ้ำอีกรอบ นั่นแหละเขาถึงรู้สึกตัว แล้วทำหน้าเหรอ ขณะที่มองลัลนา

“หืม? อะไรนะยายหนูนา เมื่อกี้ว่าอะไรพี่ไม่ทันฟัง”

“หนูนาบอกว่าเป็นยายบุษนี่เหนื่อย แล้วก็คงจะอึดอัดน่าดูเลยนะคะ สงสัยจังว่ายายบุษจะมีแฟนได้ไหมนะชาตินี้ ก็พ่อเล่นหวงมากขนาดนี้เลยนี่นา”

“นั่นสิ…” ชายหนุ่มอมยิ้ม ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อท้าย คล้ายๆ กับถามตนเอง

“คนที่น้องบุษชอบจะเป็นแบบไหนกันนะ พี่เองก็อยากรู้เหมือนกัน เผื่อว่า...”

“เอ๋?”

ลัลนาถึงกับหูผึ่ง กับถ้อยคำแปลกๆ ที่พี่ชายเผลอพูดออกมา เธอหันขวับมามองจับจ้องใบหน้าคมสันนั้นทันที คนพูดเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่าเผลอพูดอะไรออกไป จึงแกล้งทำเสพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อนเลยทันที

“จริงสิ พี่อยากจะกินขนมจีนน้ำเงี้ยวจัง ทำให้กินหน่อยสิยายหนูนา ไหนๆ วันนี้ก็เข้าครัวเป็นแม่ครัวแล้ว ทำให้พี่ชายกินหน่อยได้ไหมครับ น้องสาวที่น่ารัก”

“เมื่อกี้พี่ไนซ์พูดว่าอะไรนะคะ”

ลัลนายังไม่ยอมปล่อยให้ความสงสัยหลุดลอยไปได้ง่ายๆ ขณะที่สัตว์แพทย์หนุ่มเริ่มหน้าเป็นสีเรื่อ เมื่อดึงความสนใจไปเรื่องอื่นไม่สำเร็จ เขาก็หาทางหนีหน้าน้องสาวเอาดื้อๆ ด้วยการล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออก แล้วคุยกับปลายสายไป เดินหนีลัลนาไปด้วยเสียเลย

“พี่ไนซ์นี่ชักจะแปลกๆ แหะ”

หญิงสาวมองตามหลังพี่ชายพลางขมวดคิ้ว ก่อนที่จะแอบอมยิ้มเมื่อคิดไปไกล จะว่าไปแล้วเพื่อนสนิทของเธอก็ยังโสด แถมยังน่ารักออกจะขนาดนั้นบางที เธออาจจะมีตัวช่วย เพื่อช่วยให้พี่ชายหายโสดแล้วก็เป็นได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไฟริมธาร    บทเพลงที่คุ้นหู

    ไฟประดับสีต่างๆ ถูกเปิดขึ้นเมื่อย่างเข้าเวลายามพลบค่ำ คนงานที่ถูกให้ทำหน้าที่ช่วยงานพิเศษเป็นพนักงานบริกร และช่วยดูแลความเรียบร้อยของงานสำคัญในวันนี้ ต่างก็เตรียมตัวกันอย่างพรั่งพร้อม บริเวณลานกว้างของไร่ส้มถูกเนรมิตให้เป็นงานเลี้ยง ที่ตกแต่งไว้อย่างอบอุ่น หรูหรา สมเกียรติกับเจ้าภาพในวันนี้นักหญิงสาวร่างเล็กบาง ที่อยู่ในชุดเดรสสีครีม แขนตุ๊กตา ผ้าชีฟองพลิ้ว กระโปรงสั้นเหนือเข่า รองเท้าแบบสายไพล่ทำจากผ้ากำมะหยี่สีแดงเลือดหมู ผมยาวหยักศกป้ายไปด้านหนึ่ง และถักเป็นเปียคาดไว้ ประดับเรือนผมด้วยที่เสียบผมประดับมุก เข้ากับสร้อยแขนและสร้อยคอที่เป็นมุกเช่นกัน ใบหน้าสวยหวานแต่งอ่อนๆ ด้วยโทนสีน้ำตาลอมชมพู เน้นใบหน้านั้นให้ใสกระจ่าง สวยจับใจคนมองนักเธอกำลังยืนดูการจัดเตรียมงานอยู่ นัยน์ตาหวานสดใสมองไปยังเปียโนที่ตั้งอยู่บนเวทีอย่างพรั่งพร้อม เธอทราบว่าณัฐมีรสนิยมชอบฟังเปียโน เธอจึงลงทุนจ้างนักเปียโนชื่อดังมาจากกรุงเทพฯ แบบไม่เกี่ยงค่าตัว เพื่องานนี้โดยเฉพาะ เป็นของขวัญให้กับบิดา เธอเตรียมเพลงโปรดของเขา และเพลงร่วมสมัยหลายเพลงให้กับนักเปียโนได้ซักซ้อม เพราะแขกจะได้ไม่เบื่อ ส่วนช่วงดึกนั้นคงจะปล่อ

  • ไฟริมธาร    กองหนุน

    กันต์ระวีมองดูหน้าของเจ้านายสาว ที่เดินยิ้มออกมาจากร้านอาหาร เมื่อเขาโทรศัพท์บอกว่าเขามาถึงแล้ว เพชรน้ำบุษก็เดินออกมาทันที ด้วยท่าทีที่รื่นเริงนัก“เอ...ทำไมเสร็จเร็วจังครับคุณหนูบุษ”“บุษอิ่มน่ะค่ะ อิ่มอกอิ่มใจ”เพชรน้ำบุษตอบยิ้มๆ ใบหน้านั้นดูสดชื่นนัก นัยน์ตาหวานเป็นประกายระยับ ชายหนุ่มเพียงแค่ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เขาสตาร์ทรถแล้วเคลื่อนขับออกไปทันที เมื่อพ้นจากบริเวณร้านอาหารมาได้สักครู่ เพชรน้ำบุษก็ถามเขาเสียงใส“พี่วีกินอะไรหรือยังคะ? ยายหนูนาเลี้ยงข้าวหรือเปล่า”กันต์ระวีหัวเราะเบาๆ นึกถึงหญิงสาวร่างเพรียว หน้าตาน่ารัก ที่พยายามรั้งเขาไว้กินอาหารเย็นด้วย หากแต่เขาปฏิเสธ โดยอ้างว่าต้องรีบกลับมาทำหน้าที่บอดีการ์ดให้เพชรน้ำบุษ นึกถึงสีหน้าของเธอตอนเขาเอ่ยไปแบบนั้น มันทั้งตัดพ้อ และดูเศร้าหมองจนน่าสงสารนัก‘ค่ะ หนูนาเข้าใจ ก็ยายบุษเป็นหน้าที่ของพี่วีนี่คะ ที่ต้องคุ้มครอง’‘ไม่ใช่หน้าที่อย่างเดียวหรอกครับ น้องบุษเหมือนเป็นคนสำคัญ ที่พี่จะปล่อยให้เป็นอะไรไปไม่ได้’ประโยคนั้นเหมือนจะประกาศความรู้สึกภายในของเขากลายๆ อีกฝ่ายดูนิ่งอึ้งยิ่งนักที่เขาเอ่ยออกมาแบบนั้นลัลนากัดริมฝี

  • ไฟริมธาร    เรื่องเข้าใจผิด

    เพชรน้ำบุษก้มลงอ่านเอกสารในมือที่เธอเขียนตระเตรียมแผนงานวันเกิดของบิดาไว้ แผนงานคร่าวๆ ถูกตระเตรียมไว้พร้อมแล้วเรียบร้อย เพื่อวันสำคัญของบิดาของเธอ ซึ่งหญิงสาวตั้งใจจัดให้ยิ่งใหญ่สมเกียรติของท่าน พ่อเลี้ยงณัฐ มีแต่คนนับหน้าถือตา งานครบรอบวันเกิดของเขา จึงจะจัดแบบเล็กๆ ธรรมดาไม่ได้“เรียบร้อยนะครับ คุณบุษ จะปรับเปลี่ยนอะไรอีกไหมครับ?”“อืม...” นัยน์ตาหวานระยับมองกวาดไล่ตามแผนงานอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างตกลงชอบใจกับสิ่งที่เห็น“ทั้งหมดนี้เพอร์เฟคแล้วล่ะค่ะ นักดนตรีที่จะจ้างมาเล่นเปียโนในงานนี่ จะมาสักกี่โมงคะ เพราะว่าบุษอยากจะให้เขาบรรเลงเพลงวันเกิดให้กับคุณพ่อ”“คงจะสักราวสองทุ่มน่ะครับ เครื่องดนตรีทั้งหมดตั้งในสวนใช่ไหมครับ งานนี้จัดในสวนส้ม เพื่อให้ได้บรรยากาศที่คุณบุษต้องการเราเลยจัดพวกเครื่องตกแต่งทุกอย่างให้เป็นสีส้ม พวกดอกไม้ที่ใช้ในงานก็เป็นโทนขาว แดง เหลืองนะครับ แล้วก็พวกเวทีผมก็ให้เด็กจัดการเข้าไปเคลียร์พื้นที่จัดงานวันนี้ แล้วก็หลังสามทุ่มไปจะเปลี่ยนเป็นเพลงขยับจังหวะขึ้นมานิดหนึ่งแล้วก็จัดเป็นคาราโอเกะ”“ค่ะ เอาตามนี้”เพชรน้ำบุษตอบตกลง ใบหน้างดงามยิ้มให้กับช

  • ไฟริมธาร    จะบีบก็ตาย

    “จะกินได้หรือเปล่า?”ประโยคหลังเป็นเสียงห้าวๆ ที่ดังขึ้น พร้อมกับเจ้าตัวที่เดินมาด้วยท่าทางเขยกขาเล็กน้อย ลัทธพลหายไปนานเพราะไปอาบน้ำ แต่งตัวใหม่ เขาส่องกระจกแล้วส่องกระจกอีกว่าตัวเองดูดีหรือยัง ดูไม่เวอร์ไปที่จะลงไปทานอาหารเย็นใช่ไหม หมุนไปหมุนมาอยู่นานกว่าจะทำใจให้มาปรากฏตัวต่อหน้าหญิงสาวที่ทำให้เขาใจเต้นแรงทุกคราที่เจอเธออย่างเพชรน้ำบุษ“ปากนะพี่ไนซ์ กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกินย่ะ”ลัลนาแลบลิ้นให้กับพี่ชาย แล้วยิ้มหวานให้กับกันต์ระวี น้ำเสียงที่ใช้กับชายหนุ่มต่างจากที่ใช้กับพี่ชายแท้ๆ ของตนเองนัก“เชิญนั่งสิคะพี่วี แหม...วันนี้หนูนามีผู้ช่วยอย่างพี่วีมาถึงที่ สงสัยกับข้าวมื้อนี้แม่ช้อยต้องมารำให้แน่ๆ”“หนูนารำก่อนแม่ช้อยก็ได้นะ เห็นปลื้มกับข้าวมื้อนี้จัง”เพื่อนรักเอ่ยกระเซ้า ทำเอาเธอต้องค้อนขวับ“ยายบุษนี่ มีแซวนะ มากินข้าวกันดีกว่า จะได้พิสูจน์ว่าอร่อยจริงๆ ไหม”ตลอดมื้ออาหาร ลัลนาแทบจะยึดกันต์ระวีไว้กับตนเองเพียงคนเดียว เธอชวนเขาคุยและตักอาหารให้อย่างเอาใจ ขณะที่ลัทธพลเองก็เขี่ยข้าวในจานเล่นไปมา ตาก็คอยเหลือบมองดูเพชรน้ำบุษ ที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เพราะเป็นของโปรดของเธอ

  • ไฟริมธาร    ปาร์ตี้

    “กรี๊ดๆ ๆ”เสียงกรี๊ดอย่างดีใจของลัลนา ทำเอาเพชรน้ำบุษต้องปิดหู ก่อนจะรีบเอื้อมมือปิดปากเพื่อนสนิท เพราะเกรงว่าเสียงของลัลนาจะทำให้คนทั้งโรงแรมแตกตื่น เธอนัดกับเพื่อนรักที่โรงแรมแห่งนี้ ที่เธอติดต่อกับทางภัตราคารไว้เพื่อเตรียมอาหารไปในงานจัดเลี้ยงวันเกิดของบิดาในวันมะรืน หลังจากที่บอกเล่าเรื่องบอดีการ์ดคนใหม่ให้กับเพื่อนสนิทฟัง ลัลนาก็มีอาการกรี๊ดกร๊าดดีใจอย่างลืมตัว“เบาๆ สิยายหนูนา เสียงดังคนตกใจหมด ดูสิบริกรมองใหญ่แล้ว”เพชรน้ำบุษจุ๊ปาก มือยังคงปิดปากเพื่อนรักไว้ ลัลนาพยักหน้าเป็นเชิงว่าตกลงนั่นแหละ เธอถึงปล่อยมือออก ลัลนาจับมือของเพชรน้ำบุษมาเขย่าอย่างดีใจ นัยน์ตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับ“จริงๆ น่ะเหรอ ตายแล้ว! พี่วีเป็นการ์ดของบุษแทนอีตาพี่ช้างที่เดี้ยง เราดีใจจริงๆ เลย แบบนี้เราก็โชคสองชั้นได้เจอทั้งบุษทั้งพี่วีสินะ ดีใจมากๆ ตอนแรกเราไม่เห็นพี่วีพาเจ้ายุ่งมาวิ่งที่สวน ก็ใจหายหมดนึกว่าย้ายไปที่อื่นเสียแล้ว นี่แบบว่าได้ไปทำงานกับบุษ เราล่ะสุดแสนจะดีใจที่ได้เจอพี่วีอีก”“เราก็ตกใจเหมือนกันแหละที่รู้ว่าเป็นพี่วีน่ะ”เพชรน้ำบุษตอบยิ้มๆ เห็นอาการดีอกดีใจของเพื่อนสนิทแล้วก็นึกเอ็นดูลั

  • ไฟริมธาร    เรื่องระหว่างกันที่ยังไม่ลืม

    “พี่วีทำไมถึงมาทำงานกับคุณพ่อได้กันคะ”เพชรน้ำบุษเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างสงสัย เมื่อเธอและเขากำลังรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันในร้านอาหารใกล้ๆ กับที่ทำงานของเธอ ปรกติเธอมักจะทานมื้อกลางวันร่วมกับไอยราทุกวันอย่างไม่ถือตัว และกับกันต์ระวีเองก็เช่นกัน ยิ่งชายหนุ่มเป็นเหมือนคนเคยมีบุญคุณกับเธอด้วยแล้ว เพชรน้ำบุษจึงยิ่งอยากจะให้เขาทำงานกับเธอเพื่อจะได้ตอบแทนเขาบ้าง เพราะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังหางานทำอยู่กันต์ระวีเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ ก่อนที่นัยน์ตาสีนิลดำจะมองจ้องเธอ นัยน์ตานั้นเปล่งประกายระยับ จนคนมองสบด้วยเริ่มแก้มแดง ภาพในคืนนั้นแม้จะบอกใจให้ลืม แต่มันก็วนเวียนกลับมาทุกครั้งให้เธอได้รู้สึกไหวหวั่นยามคิดถึงเขา“มีคนแนะนำมาน่ะครับ พี่ดีใจมากที่รู้ว่าตัวเองได้มาทำงานคุ้มกันน้องบุษ ดีใจมากจริงๆ”คำพูดของเขาและสายตาที่ส่งมาบอกความนัยบางอย่าง มันทำให้เพชรน้ำบุษยิ่งหน้าร้อน หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าเพื่อจะเรียกพลังและสติให้กับตัวเอง บอกย้ำกับหัวใจซ้ำไปมา ว่าเขาเป็นผู้ชายต้องห้ามสำหรับเธอ“มาทำงานที่บ้านบุษ แล้วเจ้ายุ่งล่ะคะ มันอยู่กับใคร”เธอชวนเขาคุยถึงเจ้าหมาตัวน้อย พันธุ์มินิเจอร์ที่เธอแสนจะติดใจใน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status