ログインความฝันอันสูงสุดของ น่านฟ้า สาวลูกครึ่งก็คือ การสร้างแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง แต่ทุกอย่างต้องพังทลาย เมื่อพ่อของเธอเอาเงินก้อนที่เธอเก็บหอมรอมริบลงไปกับการพนันไม่เว้นแต่บ้านหลังเล็กๆ "ผมช่วยคุณได้นะ" น้ำป่าพูดขึ้นในขณะที่หยิบบุหรี่ออกมาสูบ "คุณรู้เหรอ ว่าฉันอยากให้ช่วยอะไร" น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมามองคนที่ยืนค้ำศีรษะ 'ไม่มีมารยาท' เธอนึกบ่นชายแปลกหน้าในใจ "แน่นอน ว่าฉันรู้" ใบหน้าคมก้มมองสบตากับคนที่มีน้ำตาไหลอาบสองข้างแก้ม ราวกับว่าสวรรค์ประทานพรเธอจะมีโอกาสอีกครั้ง แต่สิ่งที่เธอต้องแลกก็คือ ข้อสัญญา "เฮียชักอยากรู้แล้วว่า ถ้าเฮียทำอะไรมากกว่าที่เคย น่านจะรังเกียจเฮียไหม" "เฮียป่าจะทำอะไรคะ" -------------------------- สิบปีต่อมา "แม่ครับ ลุงคนนั้นมาจีบแม่เหรอครับ"
もっと見るผับโซแอล
บริเวณข้างผับโซแอล
ผัวะ! พลั่ก!!
เสียงซัดหมัดใส่ใบหน้าชายวัยกลางคนจนล้มไปนอนกับพื้นดินที่ขรุขระ กระทั่งมือขาวยกขึ้นเพื่อส่งสัญญาณว่าให้พอ
"ทีนี้มึงนึกออกแล้วใช่ไหมว่าจะหาเงินมาคืนกูได้ยังไง" มือใหญ่ของบอดี้การ์ดกระชากคอเสื้อเชิ้ตขึ้นเรียกสติคนที่โดนซ้อม เพื่อให้ฟังประโยคที่นายตัวเองพูด
"ครับ ครับคุณน้ำป่า ผมจะเอามาคืนให้เร็วที่สุดครับ" พรเทพนักเล่นพนันประจำบ่อน รีบตอบแบบระล่ำระลักด้วยความรีบร้อนเกรงว่าถ้าตอบช้าจะถูกต่อยอีกหากไม่รีบตอบออกไป
"ไม่! ต้องพรุ่งนี้" น้ำป่ายืนพ่นควันสีขาวหลังพูดออกไป
"..." พรเทพได้แต่มองไปที่แผ่นหลังกว้างที่ใส่สูทราคาแพง
"คุณผลัดผมมาสองเดือนแล้วนะ ผมว่าผมใจดีกับคุณที่สุดแล้ว" น้ำป่าหันหลังกลับมาแล้วพูดอย่างใจเย็น
"ครับคุณน้ำป่า พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ผมจะเอามาให้คุณน้ำป่าที่ผับนะครับ" พรเทพถูกปล่อยจากการรั้งที่คอเสื้อหลังให้คำตอบ
"ดี!! น่าจะยอมตั้งนานปล่อยให้ตัวเองเจ็บทำไมก็ไม่รู้" น้ำเสียงที่ฟังแล้วราวกับคนคนนั้นเป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น
"เอาเงินให้คุณลุงไปหาหมอด้วยล่ะ" น้ำป่าหยิบธนบัตรสีเทาสองใบยื่นให้กับอเลสซิโอ มือขวาคนสนิท
"ครับนาย" อเลสซิโอ
เช้าวันต่อมา
โรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ RSA
หญิงสาวผมสีดำขลับตัดสั้นทันสมัย ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ที่ดูแล้วเป็นผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาคนหนึ่งแต่แก้มป่องๆของเธอ ทำให้ใครหลายๆคนชอบมาหยุมแก้มเธอบ่อยๆ
เสียงเครื่องทอผ้าดังต่อเนื่องแบบคงที่ น่านฟ้ายืนดูการขัดประสานระหว่างด้ายเส้นพุ่งและด้ายเส้นยืนจนแน่นเป็นเนื้อผ้าในแบบที่เธอต้องการ ก่อนจะเดินไปหยุดดูเอกสารในส่วนของห้องสำนักงาน
"เป็นไงวันนี้" อองเดร์ร่างกายสูงใหญ่ ท่วงท่าสุขุมนุ่มนวลเดินเข้ามาหยุดยืนที่ด้านหลังเก้าอี้ตัวที่น่านฟ้านั่ง
"คุณอองเดร์! สวัสดีค่ะมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" น่านฟ้ารีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
"เพิ่งมาถึง แล้วก็ตรงมานี่เลยครับ" อองเดร์พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มทำให้ประโยคที่ออกมาจากปากฟังแล้วถึงกับยิ้มตามไปด้วย
"เออ..คุณรสา..พอดีไม่อยู่ค่ะ"
"คุณก็รู้ ว่าผมมาหาใคร...น่านฟ้า" เขาพูดเว้นระยะ เพื่อให้คนตรงหน้าได้รู้ความในใจ
ครืด ครืด ครืด
เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือ ทำให้น่านฟ้าต้องก้มหน้าเพื่อเป็นขออนุญาตรับสายก่อนจะเดินไปคุยที่หน้าห้อง
"พ่อโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ" น่านฟ้าถามออกไปทันทีที่รับสายเพราะปกติพ่อของเธอแทบจะไม่โทรมาหาหากว่าไม่ใช่เรื่องด่วน
"พ่อโทรมาบอกว่า พ่อจะไปฝรั่งเศสไปหาตากับยายของลูก"
"ทำไมคะ"
"แค่นี้นะ ไม่ต้องห่วงพ่อถ้าหากติดต่อพ่อไม่ได้"
"พ..." ทำไมนะ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้
ตรู๊ด ตรู๊ดดดด.......
พรเทพรีบตัดสายทิ้งพร้อมกับปิดเครื่องแล้วหักซิมการ์ดทิ้งทันที พรเทพโทรหาน่านฟ้าหลังจากที่เขาแอบเอาบัตรเอทีเอ็มที่มีรหัสบัตรแปะเอาไว้อยู่เอาออกมาจากกล่องเก็บเอกสารที่น่านฟ้ามักจะใส่ของที่สำคัญเอาไว้ในนี้ และพรเทพก็รู้จักลูกสาวของตัวเองดีพอ
"พ่อขอโทษนะลูก เอาไว้พ่อจะหามาคืน" พรเทพพูดระหว่างที่ยืนทยอยกดเงินหน้าตู้เอทีเอ็ม
ติ้ง! ติ้ง! ติ้ง! เสียงแจ้งเตือนของข้อความจากธนาคารดังติดๆกัน จนทำให้น่านฟ้าต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง หลังจากที่วางสายจากพ่อได้ไม่ถึงหนึ่งนาที
01/01/40 11.20 บชxxx เงินออก xxx บ.
01/01/40 11.23 บชxxx เงินออก xxx บ.
01/01/40 11.26 บชxxx เงินออก xxx บ.
"พ่อ!"
สิ่งแรกที่น่านฟ้านึกถึงก็คือพ่อของเธอ เมื่อหลายปีก่อนพ่อเธอก็เคยทำแบบนี้ ในตอนนั้นพ่อเธอกดออกไปไม่กี่หมื่นและได้สัญญากับเธอว่าจะเลิกเล่นพนัน แต่ว่าเหล้าพ่อเธอบอกว่าคงเลิกไม่ได้ อันนี้เธอก็เข้าใจ แต่ทำไมวันนี้...มันเกิดขึ้นอีกแล้ว
"เดี๋ยว!! คุณจะไปไหน" อองเดร์ยื่นมือไปรั้งที่แขนขาวพร้อมกับรีบถามออกไป
"ขอโทษค่ะ ที่ไม่ได้อยู่ต้อนรับพอดีที่บ้านมีเรื่องด่วนค่ะ" เธอพูดเร็วจนอองเดร์แทบจะฟังไม่ทัน
"เออ..." อองเดร์ไม่ทันได้พูด น่านฟ้าเธอก็คว้ากระเป๋าสะพายแล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องสำนักงาน สายตาคมได้แต่มองตามแผ่นหลังบางที่ค่อยๆหายออกไปจากห้อง
ภายในรถแท็กซี่น่านฟ้าได้แต่นั่งมองยอดเงินที่มันกำลังถูกถอนออกอย่างต่อเนื่อง เธอเลือกที่จะไม่โทรระงับบัญชีกับธนาคาร เพราะเธอไม่รู้ว่าพ่อมีเรื่องจำเป็นแค่ไหนกัน แต่ทำไมไม่บอกเธอดีๆล่ะ
"จอดข้างหน้านี้ค่ะ"
"ครับ"
น่านฟ้ารีบยื่นแบงก์สีแดงให้กับแท็กซี่ไปหนึ่งใบ แล้วรีบลงจากรถแท็กซี่เดินตรงไปที่หน้าร้านสะดวกซื้อ
"ไม่มี ไปไหนนะ"
ปี๊นนน....เอี๊ยดดด...เสียงบีบแตรยาวแล้วตามมาด้วยเสียงเหยียบเบรค ทำให้คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ศีรษะกระแทกกับเบาะหน้าแต่ก็ไม่แรงมากนักเพราะด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดทำให้รถวิ่งช้า"โอ๊ย!""จะบ้าหรือไงน่ะ อยู่ๆก็หักรถมาขวางแล้วมาเปิดไฟส่องอีก"เสียงของคนขับรถแท็กซี่บ่นทำให้น่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมองทันที ตอนนี้ที่ตรงหน้าเธอมีแสงไฟสว่างวาบจนทำให้เธอต้องหรี่ตามอง ภาพตรงหน้าค่อยๆชัดขึ้นเมื่อแสงสว่างได้ดับลง"เฮียป่า..." น่านฟ้าเธอเอ่ยเรียกชื่อน้ำป่าอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตจดจ้องคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังยืนขวางหน้ารถแท็กซี่ราวกับเป็นมนุษย์จอมพลังก็ไม่ปาน เธอยังคงจ้องมองอย่างไม่กะพริบตาแล้วเสียงของการพยายามที่จะเปิดประตูรถแท็กซี่เขียวเหลืองก็ดังขึ้นพร้อมๆกับชื่อของเธอปึง ปึง เสียงเคาะรถให้เปิดประตู คนขับรถแท็กซี่จึงหันมาถามน่านฟ้าทันที"คุณรู้จักเเขาหรือเปล่า""ค่ะ หนูรู้จัก" คำตอบของน่านฟ้าทำให้คนขับรถแท็กซี่ปลดล็อคประตู"น่านฟ้า...ลงมาครับ" น้ำป่าเปิดประตูพร้อมกับยื่นมือไปรับให้น่านฟ้าลงมาจากรถ"อเลสซิโอจัดการต่อด้วยนะ""ครับนาย" อเลสซิโอจัดการจ่ายค่าโดยสารรวมไปถึงค่าปลอบขวัญ"จะพาน่านไปไหนคะ""ทำไมน
"...เฮียป่า...อันเซล" เธอจำได้ในทันที ผู้หญิงที่มีผมยาวเป็นลอนขนาดนั้น รวมถึงรูปร่างสัดส่วนแบบนั้น ต่อให้เธอเห็นใบหน้าแค่ครึ่งเดียวก็เถอะ'นี่น่ะเหรอนัดดินเนอร์กับลูกค้า' สีหน้าและแววตาของน่านฟ้าแสดงถึงความผิดหวังกับภาพที่เธอเห็น เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเฮียป่าจะโกหกเธอ"อองเดร์คะ ขอน่านเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวนะคะ""ครับน่าน"เสียงที่เรียกชื่อเล็ดลอดออกมาจากปลายสายทำให้อันเซลยกยิ้ม ดวงตาเฉี่ยวฉายแววเจ้าเล่ห์ประกายแวววาวกับแผนการที่ประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกัน น้ำป่าก็เริ่มทำหน้าไม่พอใจ เพราะอันเซลให้เขาเดินมาส่งที่หน้าร้าน แต่พอมาถึงน้องสาวของอันเซลกลับโทรบอกอันเซลว่า นัดกับเพื่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งๆที่เพิ่งลงเครื่องจากเครื่องบินแท้ๆ"ไปกันเถอะป่า" อันเซลหันไปส่งยิ้มหวานให้กับคนที่กำลังทำหน้าขรึมใส่เธออยู่ และนั่นมันทำให้เธอกับหุบยิ้มทันที"อันเซล! ผมบอกว่าไง อย่าเรียกผมแบบนั้นอีก ชื่อนั้นผมให้คนในครอบครัวของผมเรียกเท่านั้น..""ค่ะ! อันเซลลืมไป ขอโทษน้ำป่าด้วยนะคะ""ทำไมคุณต้องดึงผมมายืนตรงนี้กับคุณด้วย...ช่างเถอะกลับได้แล้ว ผมคิดถึงภรรยาของผมแล้ว" น้ำป่าพูดอย่างหัวเสีย แต่ภาพตรงหน
"นายครับ คนที่จะขายตึกให้นายเขาขอผลัดเป็นวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงครับ" น้ำป่าวางปากกาในมือลงที่โต๊ะ หัวคิ้วขมวดกันเป็นปมอย่างใช้ความคิด ตารางงานวันนี้ของเขารวนก็เพราะลูกค้าคนนี้ นัดแล้วก็เลื่อน เลื่อนแล้วก็นัดใหม่เขารู้ว่าคนนี้ต้องการที่จะอัพราคาตึกให้สูงกว่าที่เป็น เลยทำนิสัยแบบนี้"ไม่เป็นไร เดี๋ยววันนี้เข้าผับก่อนก็แล้วกัน ค่อยไปรับอันเซล""ความจริงนายให้ผมจัดการก็ได้นะครับ""ไม่เป็นไร อย่างน้อยเธอก็เป็นเพื่อนฉัน" น้ำป่าคิดแค่เพียงว่าอย่างน้อยเขาก็ควรทำหน้าที่เพื่อนที่ดีให้กับอันเซล จากบ้านมาไกลถึงประเทศไทยคงจะทำอะไรไม่ค่อยถูก"ครับนาย"ช่วงเวลาเกือบเย็นที่โรงงานผลิตเสื้อผ้าแบรนด์RSA เก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าของโต๊ะทำงานน่านฟ้า มีร่างใหญ่นั่งทำหน้าอ้อนวอนเธออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง"ไหนคุณบอกกับผมว่าเราเป็นเพื่อนกันยังไงครับ" อองเดร์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ้อนสุดๆพร้อมกับกะพริบตาปริบๆใส่คนตัวเล็กที่เอาแต่ปฏิเสธเขา ที่เขาชวนเธอไปดินเนอร์ในมื้อเย็นวันนี้"ไปกันสองคนมันน่าเกลียดค่ะอองเดร์" ประโยคของน่านฟ้าทำเอาอองเดร์ถึงกับยิ้มหน้าบาน แสดงว่าเธอไม่ได้รังเกียจหรือโกรธเขาเลยแม้แต่น้อย ที่อยู่ๆวันนั
"หมายถึงอะไรหรือเปล่า...หรือว่าน่านจะยอมให้เฮียจูบ..." น้ำป่าเว้นระยะกับคำว่าจูบแล้วจ้องมองลงที่แววตาของน่านฟ้าอย่างสื่อความหมาย สิ่งที่น้ำป่าได้รับตอบมาคือการพยักหน้าเบาๆอย่างเขินอายสายตาคมมองใบหน้ากลมที่เริ่มมีสีแดง และแดงขึ้นเรื่อยๆลามไปถึงใบหู ความร้อนวาบผ่านไปทั่วร่างกายจนคนร่างสูงถึงกับความหมดความอดทน น้าป่าไม่รอช้า สองมือใหญ่ยกร่างเล็กขึ้นวางบนโต๊ะอาหารที่พวกเขาสองคนเพิ่งจะเก็บกวาดอย่างเรียบร้อย เขายื่นมือไปแนบแก้มป่องเบาๆ หัวนิ้วมือเกลี่ยแก้มนิ่มลื่นเล่น ก่อนจะเลื่อนไปยังปากนุ่มๆลมหายใจร้อนกระทบมายังใบหน้ากลมทำให้ร่างเล็กยิ่งสั่นสะท้าน ความรู้สึกที่ร้อนวูบวาบเหมือนอย่างครั้งตอนที่ไปอิตาลีไม่มีผิด สายตาคมจ้องมองริมฝีปากที่มีสีชมพูระเรื่อ เขาลูบคลึงอยู่อย่างนั้นราวกับว่าไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เขาแค่อยากรู้ว่าความนุ่มนี้มันจะนุ่มแค่ไหนถ้าหากเขาได้สอดใส่อย่างอื่นเข้าไปร่างเล็กแอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยกับการกระทำของคนตรงหน้า นี่แค่จูบนะทำไมเฮียป่าทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังโดนไฟลุกท่วมตัวไม่มีผิด นี่เธอคิดถูกแล้วใช่ไหม ถึงแม้จะไม่อยากยอมรับแต่ในใจของเธอค่อยๆ มีเงาของคนตรงหน้าเข้