Share

บทที่ 4 หาพวก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-27 21:23:09

          วันนี้ทั้งวันอี้เหิงไม่มีอารมณ์อยู่ร้านขายของชำ เพราะไม่อยากเจอหน้าสองแม่ลูก แม่สองแม่จะพากันอยู่ในห้อง นอกจากจะไม่ทำอะไรแล้ว ยังนอนนั่งลอยหน้าลอยตาราวกับไม่ทุกข์ร้อนสิ่งใด  สองวันที่ผ่านมาตั้งแต่ซื่ออินวิ่งพรวดพราดออกไปข้างนอก กรีดร้องราวกับถูกผีสิง เธอก็เปลี่ยนไปเลยทันที 

            “อาอิง เอาน้ำชามาให้ฉันหน่อยสิ”

            “จ้ะคุณแม่”  เหม่ยอิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย   เธอเป็นเพียงสะใภ้รอง ผู้ที่เธอเคยถูกหมายมั่นให้เป็นสะใภ้ใหญ่ในคราแรก แต่ชะตากรรมของเธอกลับถูกซื่ออินตัดหน้าไปเสียก่อน เธอเจ็บช้ำน้ำใจนัก อี้เหิงที่เคยรับปากกับพ่อแม่ของเธอเอาไว้ว่าจะให้แต่งงานกับลูกชาย ต้องเปลี่ยนมาแต่งงานกับบุตรคนรองของตระกูลอี้  ผู้ไม่เอาไหน มัวแต่กินเหล้า งานการก็ค้านจะทำ ถ้าไม่ติดว่าตระกูลอี้ร่ำรวย เหม่ยอิงไม่ยอมแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้รอง แต่นั่นแหละก็คือชีวิต ไม่ใช่ทุกเรื่องที่เราจะสมหวัง

            อยู่ไปอยู่มากลับมีลูกชายก่อนซื่ออิน  เหม่ยอิงสะใจยิ่งนัก เป็นที่รักของแม่สามี  เธอพร่ำสอนให้ลูกชายประจบเอาใจผู้เป็นย่าเอาไว้มาก ๆ  ทรัพย์สมบัติของตระกูลอี้จะได้ตกเป็นของ อี้เทียน ผู้เป็นลูกชายของเธอส่วนอี้เมิง สามีผู้ไม่เอาไหน จะไปตายที่ไหนก็ไป กินแต่เหล้า คงได้ตายห่าก่อนวัยอันควรเข้าสักวัน มีเรื่องอะไร นอกจากไม่เคยปกป้องลูกแม่แล้ว เหม่ยอิงยังต้องปกป้องตัวเอง

            “แล้วนี่คุณแม่ ทะเลาะอะไรกับซ้อใหญ่ล่ะค่ะ”  เหม่ยอิงถามด้วยจีบปากจีบคอ เหลือกตามอง

            ถ้าให้เธอนั้นคาดเดาคงไม่พ้น แค่หน้าตาของสองแม่ลูกนั้น ก็คงทำให้อี้เหิงโกรธได้ขนาดนี้

            ถ้าไม่มีซื่ออินปานนี้เธอคงได้สมหวังกับความรักที่มีต่อลูกชายคนโตของอี้เหิงแล้ว  อี้เฉินไปแล้ว

            อีกไม่นานอี้เฉินคงถูกปลดประจำการจากการเป็นทหาร.... เธอคงได้เจอหน้าเขาสักที

            “จะเรื่องอะไร  เดี๋ยวนี้สองแม่ลูกคนนนี้นับวันยิ่งแข็งข้อขึ้นเรื่อย ๆ ฉันประสาทจะรับประทาน ถ้าต้องมานั่งรับมือกับสะใภ้ที่ไม่มีหัวน้อยปลายเท้าวัน ๆ มัวแต่จะจ้องจะผลาญเงินทองอย่างเดียวก็ไม่ไหว” 

            อี้เหิงพูดขึ้นด้วยความโมโหทุกครั้งที่คิดถึงหน้าสองแม่ลูกนั้น ตัวดีเลยนอกจากไม่ทำอะไร เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก

            เหม่ยอิงเห็นแบบนั้นลอบยิ้ม

            อี้เหิงจิบชาดับกระหายได้สักพักก็นึกถึงหลานรักของตนเอง  เหลียวมองทางซ้ายทางขวาก็ไม่เห็นหลานคนโตของตน  เหม่ยอิงเห็นแบบนั้นก็รีบร้องเรียกบุตรชายวัยสี่ขวบที่เล่นทรายอยู่หลังบ้าน

            “อาเทียน มาหาอาม่าหน่อย” เหม่ยอิงร้องเรียกลูกชาย ไม่นานเด็กตัวน้อยมอมแมมก็รีบวิ่งมาหาผู้เป็นย่าที่อ้าแขนเตรียมรับเอาไว้

            “อาม่า....”

            “อุ้ย...ไปเล่นโคลนที่ไหนมาเนี่ย”   อี้เหิงลูบศีรษะหลานชายรัก พลางปัดเศษทรายออกห่างจากเด็กน้อยที่จดจ้องมองเธอตาแป๋ว ซึ่งต่างจากลูกชายของซื่ออิน รายนั้นมองย่าตาเขม็ง

            ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าอี้เหิงนั้นลำเอียงเพียงใด นอกจากรักหลานชายไม่เท่ากันแล้ว ยังรังแกสะใภ้ใหญ่จนเป็นวิสัย ชาวบ้านแม้จะอยากจะช่วยเหลือซื่ออินเพียงใด แต่ก็ทำได้เพียงเวทนาเท่านั้น เคราะห์ร้ายยังโดนสะใภ้รองที่จ้องจะทำร้ายและกล่าวด่าทอเป็นประจำ พออยากจะช่วยเหลือแบ่งข้าวของให้สองแม่ลูกก็ถูกด่ากลับจากอี้เหิง 

            “คิดถึงอาม่าที่สุด”

            เด็กน้อยในวัยไร้เดียงสาออดอ้อนกอดผู้เป็นย่าก่อนหอมแก้มอย่างที่แม่เคยสอน 

            “งั้นไปอยู่กับย่าที่บ้านใหญ่”

            “ม่ายเอา...อาเทียนไม่ชอบเล่นกับอาซวน อาซวนดื้อ”  ทุกถ้อยคำของมาจากปากเด็กเพียงสี่ขวบเท่านั้น 

            ผู้เป็นมารดายิ้มเยาะ อี้เทียนฉลาดหลักแหลมไม่ต่างจากเธอเลยสักนิด จำทุกคำที่สอนได้เป็นอย่างดี  แบบนั้นแหละใส่ร้ายสองแม่ลูกนั้นเข้าไป

            “มันดื้อ อาม่าก็จะตี เด็กดื้อแบบนั้นไม่มีใครรักหรอก  ไม่เหมือนอาเทียนของอาม่าที่มีแต่คนรัก” 

            อี้เหิงเอ็นดูหลานรักคนนี้นักชอบมาเอาอกเอาใจ ต่างจากเด็กคนนั้นแม้แต่น้ำชาสักจอกยังไม่เคยรินให้  มันน่านักที่เธอจะเกลียดลูกชายจากสะใภ้คนนั้น

            อย่างไรเธอต้องหาทางกำจัดสะใภ้คนนี้ออกไปจากชีวิตของลูกชายเธอให้ได้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ไม่ขอเป็นแม่ใจร้ายยุค 80   บทส่งท้าย ครอบครัวอันแสนสุข 2

    ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี....เธอและสามีมีทุกอย่างที่ต้องการการค้าขายเป็นไปอย่างราบรื่น เด็ก ๆ ดูรักกันดี ส่วนผู้มีพระคุณของเธออีกคนที่อดกล่าวไม่ได้เลยคือป้าหม่าหลงยังคงเป็นคนที่น่ารักกับครอบครัวของเธอเสมอมา แวะมาเยี่ยมตลอด บางครั้งซื่ออินก็พาหลานทั้งสองไปเยี่ยมป้าหม่าหลงบ้าง และไปเยี่ยมอี้เหิงผู้เป็นย่าบ้าง กล่าวถึงแม่สามีของเธอนั้นนับวันความแก่ชราก็ยิ่งกัดกินร่างกายของแม่สามีเธอลงเรื่อย ๆ อี้เหิงยังมีอุปนิสัยชอบนั่งเหม่อลอยออกนอกจากหน้าต่างกอดรูปอี้เมิงและผู้เป็นสามีอยู่แบบนั้น ปากก็พร่ำบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดมาจากตัวของเธอเอง ซื่ออินได้แต่สลดใจ อี้เฉินพยายามหาหมอมารักษาแม่ของเขา แต่กลับไม่ได้ผล อาการที่แม่สามีของอี้เฉินนั้นเป็นล้วนเกิดมาจากใจทั้งนั้น อี้เฉินบอกกับซื่ออินไว้เขาได้แต่เตรียมใจสำหรับอนาคตเอาไว้ถ้าเกิดมารดาเขาต้องล่วงลับไปอีกคน กาลเวลาจะค่อยเยียวยาทุกสิ่ง เป็นสิ่งที่ซื่ออินบอกสามีเอาไว้ เมื่อหลายเดือนก่อนยายของอี้เทียนนั้นมาเยี่ยมหลานซึ่งก็คือมารดาของเหม่ยอิง เหม่ยฮั่วเล่าเรื่องที่เพิ่งไปเยี่ยมบุตรสาวใ

  • ไม่ขอเป็นแม่ใจร้ายยุค 80   บทส่งท้าย ครอบครัวอันแสนสุข 1

    เด็กสองคนโตเร็วขึ้นมา อี้ซวนนั้นโตเร็วมาก ตอนนี้กลายเป็นว่าอี้ซวนนั้นสูงกว่าอี้เทียนผู้เป็นพี่หลายสองถึงสามชุ่น (ประมาณ 6.66-9.99 เซนติเมตร) เด็กสองคนมักแข็งความสูงกันเสมอ ช่วงแรก ๆ ที่อี้เทียนมาอยู่ด้วย อี้ซวนมักจะแพ้เสมอ เจ้าก้อนแป้งของเธอวิ่งมาขอคำแนะนำจากเธอว่าทำยังไงถึงจะสูงเท่าพี่ชาย ซื่ออินก็บอกบุตรชายไปว่ากินผัก และกินอาหารจำพวกบำรุงร่างกายเยอะ หลังจากนั้นอี้ซวนก็กินเก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนสูงแซงหน้าพี่ชายไป อี้เทียนนั้นกินน้อยเป็นปกติ เด็กน้อยชอบออกมาช่วยเธอเก็บผัก กับไข่เป็ดทุกเช้า และไม่ค่อยชอบอาหารประเภทเนื้อสักเท่าไหร่ อี้เทียนอันชอบกินปลา ทำให้อี้เฉินซื้อพันธุ์ปลามาเพาะในสระเล็ก การเลี้ยงดูเด็กสองคนเหนื่อยมากทีเดียว เวลาไปโรงเรียนเด็กทั้งสองก็ปกติ ถึงแม้บางครั้งอี้เทียนมักจะมีอาการเหม่อลอยกว่าเด็กวัยเดียวกัน แต่นับว่าดีขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่กับเธอและสามี เขาเพิ่งเสียบิดาไป แถมเหม่ยอิงผู้เป็นแม่ยังกลายเป็นคนวิปริตไปอีก เด็กน้อยไม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปก่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว “เย่ ๆ ซวนซวนสูงกว่าเฮียเทียนแล้ว” อี

  • ไม่ขอเป็นแม่ใจร้ายยุค 80   บทที่ 30 อภัย 3

    “เธอมาแล้วอย่างนั้นหรือ” “ค่ะ คุณแม่เรียกหาฉันมีอะไรอย่างนั้นหรือคะ” ซื่ออินเอ่ยปากถามขึ้นทันที เธอไม่คิดว่าอี้เหิงเรียกเธอมาเพียงเพราะคิดถึงหรอกนะ แม่สามีใจร้ายของเธอไม่มีทางคิดถึงเธอได้ “ฉันแค่อยากคุยกับเธอเท่านั้น เธอยังคงโกรธฉันอยู่สินะ ฉันเป็นคนไม่ดีเท่าไหร่นัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันได้แต่เฝ้าคิดสาเหตุว่าทั้งหมด มันเป็นเพราะฉัน ฉันมันเป็นแม่สามีที่ไม่ดี เป็นสาเหตุที่ทำให้เหม่ยอิงต้องกลายเป็นบ้า ทำให้อี้เมิงต้องตาย...” ซื่ออินได้แต่ฟังเรื่องราวที่ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่สามีอย่างตั้งใจ อี้เหิงตอนนี้นั้นยอมรับเลยว่าน่าเวทนามากขนาดไหน “ความรู้สึกของฉันตรงนี้เหมือนตายทั้งเป็น ซื่ออิน ฉันอยากจะขอโทษเธอ ฉันไม่คาดหรอกนะว่าเธอกับอี้ซวนจะอภัยฉันหรือเปล่า ฉันขอโทษ ฉันเองที่เป็นคนไม่ดี ฉันมัวแต่ห่วงในหน้าตาของตนเอง อยากให้ลูกมีครอบครัวที่ดี อยากให้มีภรรยาที่ดี สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ฉันคิดว่าดี มันไม่ได้ดีอย่างที่คิดเอาไว้ ฉันขอโทษเธอจริง ๆ นะซื่ออิน ขอโทษที่ไม่เคยเห็นความดีของเธอ ฉันร้ายกาจกับเธอมากขนาดนี้ เธอยังไม่เคยสอนอี้ซ

  • ไม่ขอเป็นแม่ใจร้ายยุค 80   บทที่ 30 อภัย 2

    “เฮีย เมื่อไหร่ฉันจะได้ไปอยู่กับเฮียเสียที” อี้เหิงพึมพำเบา ๆ สายตาทั้งสองทอดมองนอกหน้าต่างด้วยอาการเลื่อนลอย เธอคิดถึงสามีผู้ล่วงลับไปเมื่อนานมาแล้ว คิดถึงเรื่องราวครั้นยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ความรู้สึกมากมายก่อเกิดขึ้นในใจของเธอ....เธอมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ครอบครัวของซื่ออินและอี้เฉินนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากสมาชิกในครอบครัวเพียงสามคนเท่านั้น ตอนนี้มี อี้เทียนเข้ามาด้วย และลูกน้องอีกสามคน ซื่ออินนั้นดูแลลูกน้องทั้งสามประหนึ่งในครอบครัว วันนี้ทั้งเจ็ดต่างก็พากันมาทำอาหารที่บ้านหลังใหญ่แสนเงียบเหงาของอี้เหิง ซื่ออินชวนสามีมาทำอาหารที่บ้านแม่สามี ค่ำคืนนี้จึงดูครึกครื้นเป็นพิเศษเนื่องจากเต็มไปด้วยการผู้คน “ทำอะไรอยู่ครับ” อี้เฉินเดินมาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง ฝ่ามือของเขาลูบไล้หน้าท้องของเธอเบา ๆ ไม่รู้พักนี้เขามักพูดอะไรแปลก ๆ อี้เฉินอยากให้ทั้งอี้ซวนและอี้เทียนมีน้องสาวสักคน หรือไม่ก็น้องชาย ซื่ออินยิ้มน้อย ๆ กับคำพูดแสนขบขันของเขา หลังจากสร้างครอบครัวสร้างฐานะ สร้างธุรกิจ สามีของเ

  • ไม่ขอเป็นแม่ใจร้ายยุค 80   บทที่ 30 อภัย 1

    บ้านหลังใหญ่....แม้หญิงชราไม่ได้อาศัยอยู่เพียงลำพัง ลูกน้องคนสนิททั้งสองยังไม่ทิ้งหญิงชราไปไหน อี้เหิงในยามนี้ช่างน่าเวทนานัก....หลังจากสูญเสียลูกชายคนเล็กไปหัวใจคนเป็นแม่แทบสลายแล้ว เรื่องราวทั้งหมดมันยังไม่มากพอเท่ากับเรื่องราวโศกนาฏกรรมทั้งหมดมาจากการกระทำของเธอ.... มาจากความเกลียดชังของเธอ มาจากทิฐิของเธอ อี้เหิงเฝ้าโทษตัวเองมาตลอดว่าทั้งหมดก็เพราะเธอ เหม่ยอิงกลายเป็นคนเสียสติไปแล้ว.... หลังจากเธอไปเยี่ยมสะใภ้รองครั้งล่าสุด เธอปวดใจเหลือเกิน.... เธอนั้นไม่ยอมยึดติดในทรัพย์สินซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของนอกกายทั้งนั้น ถ้าเธอยอมฟังความต้องการของลูกชายทั้งสองสักนิด อี้เมิงก็ไม่ต้องมาตาย เหม่ยอิงก็ไม่ต้องมาเป็นบ้า อี้เทียนก็คงไม่กำพร้า...... อี้เมิงนั้นเป็นเด็กที่เอาแต่ใจมาตั้งแต่ยังเล็ก ทว่าเธอไม่เคยปฏิเสธความต้องการของลูกชายเลยสักนิด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิสัยเบื้องหลังจากชีวิตแต่งงานที่ผู้เป็นแม่หาหญิงสาวมาให้ ลูกชายของเธอนั้นทั้งทุบตีภรรยา เมามาย อี้เหิงรับรู้เพียงลูกชายตนเองนั้นขี้เมาเท่านั้น ก็เพราะว่าหน้ามืดตามัวไม่ยอมฟังใครเลยสักครั้ง ความแค้น

  • ไม่ขอเป็นแม่ใจร้ายยุค 80   บทที่ 29 ท้องฟ้าที่สดใส 3

    อี้เฉินเอื้อมมือไปรั้งใบหน้างดงามของภรรยาของเขาเอาไว้ อี้เฉินฉกริมฝีปากบางก่อนบดขยี้ด้วยความรุนแรง ซื่ออินหอบหายใจเข้าปอด เธอไม่เคยถูกจู่โจมหนักขนาดนี้มาก่อน เธอไม่รู้มาก่อนว่าอี้เฉินมีความต้องการมากน้อยเพียงใด ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วเขานั้นเต็มไปด้วยความต้องการมาโดยตลอด ซื่ออินเองก็ไม่ปฏิเสธความต้องการของตนเองเช่นนั้น มือของเขาสอดใส่เข้าไปในตามเสื้อผ้าของหญิงสาวก่อนเริ่มนวดทรวงอกของซื่ออิน หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัดเมื่อความรู้สึกกำหนัดบางอย่างได้ก่อเกิดขึ้น ร่างกายของหญิงสาวเริ่มสั่นไหว ความรู้สึกเย็นยะเยือกยามลมพัดอ่อนกระทบร่างกาย มารู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าของหญิงสาวนั้นหลุดร่วงออกมาจากร่างกายเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ร่างบางถูกดันให้เอนตัวลงนอนลงบนเตียง ใบหน้าของซื่ออินแดงระเรื่อ สายตาคู่งามไม่กล้ามองจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองอย่างช้า ๆ ก่อนร่างกายกำยำของผู้เป็นสามีจะเปิดเผยต่อสายตาคู่งาม ซื่ออินไม่กล้าสบตาแสนเร่าร้อนของเขา อี้เฉินเหมือนหยั่งรู้จิตใจของเธอได้ทีเดียว เขาก้มลงสูดกลิ่นหอมจากซอกคอระหง ฝ่าม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status