LOGINโจวหมิงเยว่ยอมรับว่าตนเองนั้นอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดยามที่มองมายังเธอและลูกชายนั้น โจวหมิงเยว่ในร่างซื่ออินไม่ยอมเด็ดขาด
ทั้งสองคนจ้องหน้ากันโดยไม่พูดไม่จาแล้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก..... “แม่ เมื่อกี้แม่เก่งที่สุดเลย” ซวนซวนยิ้มร่าออกมาแล้วกอดขามารดาด้วยความดีใจ อี้ซวนไม่ชอบอาม่ามาตั้งแต่จำความได้ อาม่าชอบดุด่าแม่ แม้ว่าแม่ของเขานั้นจะชอบบ่นกับเขาอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม “หือ เก่งเหรอเจ้าตัวเล็ก” ซื่ออินส่ายหน้าลูบศีรษะบุตรชายด้วยความเอ็นดู ถึงอี้ซวนจะเป็นบุตรชายของซื่ออินก็ตาม เมื่อไหร่ที่เจ้าของร่างเขามาทวง โจวหมิงเยว่ค่อยเอาคืนทุกอย่างให้ก็ยังไม่สาย หรือในทางที่เลวร้ายมากกว่า ซื่ออินนั้นตายไปแล้ว เหลือเพียงร่างนี้ แล้วชะตากรรมต่อจากนี้โจวหมิงเยว่ต้องรับต่ออย่างนั้นหรือ ช่างเป็นชะตากรรมที่น่าหดหู่ดีแท้.... “มาเถอะ..... เดี๋ยวแม่ทำของอร่อยให้กิน แล้วเราสองคนค่อยไปต่อสู้กับนางมารตนนั้นต่อ” “ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” เสียงหัวเราะใสแจ๋วดังขึ้น อี้ซวนหัวเราะกับท่าทางของมารดาที่ล้อเลียนผู้เป็นย่า ตั้งแต่จำความได้เด็กน้อยไม่เคยเห็นมารดาผู้นี้ มีอารมณ์ขันและขี้เล่น ในยามปรกติมารดามักจะเศร้า มัวแต่คิดถึงพ่อผู้อยู่แสนไกล และมักต่อว่าให้เขาอยู่เงียบ ๆ สองวันมานี้มารดาเขาดูเป็นคนใหม่ที่เปลี่ยนไป มารดาไม่ด่าเวลาอี้ซวนกอดขา ไม่รำคาญอี้ซวน แค่นั้นอี้ซวนก็สุขใจมิน้อย หัวใจน้อย ๆ พองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โจวหมิงเยว่ยิ้ม ก่อนเท้าเอวมองวัตถุดิบตรงหน้ามีผักกาดขาว และกระดูกหมู พลางคิดว่าแม่สามีของเธอนั้นร้ายกาจทีเดียว นอกจากให้เธอกับลูกอาบน้ำในห้องน้ำเก่า ๆ แล้ว ยังเหลือวัตถุดิบให้ทำอาหารเพียงน้อย “เราจะทำอะไรดีครับ” อี้ซวนถามพร้อมเงยหน้ามองมารดาด้วยความสงสัย วันนี้ นับว่าอาม่าใจดีเหลืออาหารให้แม่ทำ ปกติกว่าอี้ซวนจะได้กินข้าวต้องรอเกือบเที่ยง “ต้มจืดดีไหม” “อือ” โจวหมิงเยว่โชคดีที่เธอโตขึ้นมาคนเดียวด้วยความยากลำบาก กว่าจะเป็นดาราได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องการหุงหาอาหารก็ไม่เรื่องยากมากมายอะไร โจวหมิงเยว่อุ้มอี้ซวนไปนั่งอยู่ห่าง “รออยู่ตรงนี้นะซวนซวน เดี๋ยวร้อน” ว่าจบก็รีบตั้งเตาเตรียมของเอาไว้ หม้อใส่น้ำมาวางรอ ก่อนเริ่มเลาะเนื้อจากกระดูก จากนั้นเธอก็ทิ้งกระดูกหมูลงในหม้อเพื่อทำน้ำซุป พอกำลังจะหยิบผักกาดขาวเท่านั้น มือน้อยป้อม ๆ หยิบตัดหน้าเธอไปก่อน พร้อมกับมีดอีโต้อันใหญ่เท่าใบหน้าของซวนซวน “มา ซวนซวนจะช่วยครับผม” “อย่านะมันอันตราย” โจวหมิงเยว่ถอนหายใจ ก่อนยื่นมือไปแย่งมีดเล่มใหญ่จากเด็กน้อยเอาไว้ทัน เกือบไปแล้ว “แม่....” อี้ซวนมองมารดาด้วยแววตาผิดหวังที่ไม่อาจช่วยมารดาได้ จนโจวหมิงเยว่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ไม่กล้าดุด่าต่อ ร่างกายของซื่ออินซูบผอม มองมือที่เห็นเส้นเลือด ผิวพรรณดูหยาบกร้าน ไม่ไหวแล้ว เธอต้องดูแลร่างกายที่เธออาศัยอยู่ โจวหมิงเยว่ไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัวก่อน ก่อนรีบตัดผักแบ่งครึ่งให้บุตรชาย ก่อนสอนให้เขาเด็ดเป็นชิ้นเล็ก “อะ อี้ซวนทำแบบนี้แล้วกันถ้าอยากช่วยแม่” “คร้าบ.....” เด็กน้อยรับคำด้วยความสุภาพ ก่อนทำตาม เด็ดเป็นชิ้นใหญ่ ชิ้นเล็ก ไม่เท่ากัน อี้ซวนหยิบมารวมกับกองที่หั่นเอาไว้แล้ว “แบบนั้นแหละ” ซื่ออินยิ้มก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะของเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู โจวหมิงเยว่อดคิดไม่ได้ว่า พ่อของเด็กคือใครกันแน่ ภาพสักภาพก็แทบไม่มีเหลือในห้อง ช่างเถอะ....หยุดคิดเรื่องอื่นได้แล้ว โจวหมิงเยว่ อย่างไรเธอก็ควรหาทางรอดในร่างของซื่ออิน อี้ซวนมองแม่ทำอาหารด้วยความสนอกสนใจ ดวงตากลมแป๋วมองตามมือของแม่ทุกอย่าง กลิ่นหอม ๆ เริ่มลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัว ลอยไปยังคนที่ด้านนอกที่ไม่สบอารมณ์กับสะใภ้ใหญ่กับหลานชาย “เสร็จเรียบร้อยแล้ว....” โจวหมิงเยว่เหลียวไปมองยังหม้อดำ คาดว่านั้นคงเป็นหม้อสำหรับหุ้งข้าว พอเปิดฝาหม้อ ข้าวเหลือไม่มากนักสำหรับสองแม่ลูก แต่อย่างน้อยมันก็เพียงพอให้เด็กคนหนึ่งได้อิ่ม “มากินกันเถอะซวนซวน” แบบนี้มันทาสรับใช้ชัด ๆทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี....เธอและสามีมีทุกอย่างที่ต้องการการค้าขายเป็นไปอย่างราบรื่น เด็ก ๆ ดูรักกันดี ส่วนผู้มีพระคุณของเธออีกคนที่อดกล่าวไม่ได้เลยคือป้าหม่าหลงยังคงเป็นคนที่น่ารักกับครอบครัวของเธอเสมอมา แวะมาเยี่ยมตลอด บางครั้งซื่ออินก็พาหลานทั้งสองไปเยี่ยมป้าหม่าหลงบ้าง และไปเยี่ยมอี้เหิงผู้เป็นย่าบ้าง กล่าวถึงแม่สามีของเธอนั้นนับวันความแก่ชราก็ยิ่งกัดกินร่างกายของแม่สามีเธอลงเรื่อย ๆ อี้เหิงยังมีอุปนิสัยชอบนั่งเหม่อลอยออกนอกจากหน้าต่างกอดรูปอี้เมิงและผู้เป็นสามีอยู่แบบนั้น ปากก็พร่ำบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดมาจากตัวของเธอเอง ซื่ออินได้แต่สลดใจ อี้เฉินพยายามหาหมอมารักษาแม่ของเขา แต่กลับไม่ได้ผล อาการที่แม่สามีของอี้เฉินนั้นเป็นล้วนเกิดมาจากใจทั้งนั้น อี้เฉินบอกกับซื่ออินไว้เขาได้แต่เตรียมใจสำหรับอนาคตเอาไว้ถ้าเกิดมารดาเขาต้องล่วงลับไปอีกคน กาลเวลาจะค่อยเยียวยาทุกสิ่ง เป็นสิ่งที่ซื่ออินบอกสามีเอาไว้ เมื่อหลายเดือนก่อนยายของอี้เทียนนั้นมาเยี่ยมหลานซึ่งก็คือมารดาของเหม่ยอิง เหม่ยฮั่วเล่าเรื่องที่เพิ่งไปเยี่ยมบุตรสาวใ
เด็กสองคนโตเร็วขึ้นมา อี้ซวนนั้นโตเร็วมาก ตอนนี้กลายเป็นว่าอี้ซวนนั้นสูงกว่าอี้เทียนผู้เป็นพี่หลายสองถึงสามชุ่น (ประมาณ 6.66-9.99 เซนติเมตร) เด็กสองคนมักแข็งความสูงกันเสมอ ช่วงแรก ๆ ที่อี้เทียนมาอยู่ด้วย อี้ซวนมักจะแพ้เสมอ เจ้าก้อนแป้งของเธอวิ่งมาขอคำแนะนำจากเธอว่าทำยังไงถึงจะสูงเท่าพี่ชาย ซื่ออินก็บอกบุตรชายไปว่ากินผัก และกินอาหารจำพวกบำรุงร่างกายเยอะ หลังจากนั้นอี้ซวนก็กินเก่งขึ้นเรื่อย ๆ จนสูงแซงหน้าพี่ชายไป อี้เทียนนั้นกินน้อยเป็นปกติ เด็กน้อยชอบออกมาช่วยเธอเก็บผัก กับไข่เป็ดทุกเช้า และไม่ค่อยชอบอาหารประเภทเนื้อสักเท่าไหร่ อี้เทียนอันชอบกินปลา ทำให้อี้เฉินซื้อพันธุ์ปลามาเพาะในสระเล็ก การเลี้ยงดูเด็กสองคนเหนื่อยมากทีเดียว เวลาไปโรงเรียนเด็กทั้งสองก็ปกติ ถึงแม้บางครั้งอี้เทียนมักจะมีอาการเหม่อลอยกว่าเด็กวัยเดียวกัน แต่นับว่าดีขึ้นกว่าช่วงแรก ๆ ที่มาอยู่กับเธอและสามี เขาเพิ่งเสียบิดาไป แถมเหม่ยอิงผู้เป็นแม่ยังกลายเป็นคนวิปริตไปอีก เด็กน้อยไม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปก่อนก็ดีเท่าไหร่แล้ว “เย่ ๆ ซวนซวนสูงกว่าเฮียเทียนแล้ว” อี
“เธอมาแล้วอย่างนั้นหรือ” “ค่ะ คุณแม่เรียกหาฉันมีอะไรอย่างนั้นหรือคะ” ซื่ออินเอ่ยปากถามขึ้นทันที เธอไม่คิดว่าอี้เหิงเรียกเธอมาเพียงเพราะคิดถึงหรอกนะ แม่สามีใจร้ายของเธอไม่มีทางคิดถึงเธอได้ “ฉันแค่อยากคุยกับเธอเท่านั้น เธอยังคงโกรธฉันอยู่สินะ ฉันเป็นคนไม่ดีเท่าไหร่นัก ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันได้แต่เฝ้าคิดสาเหตุว่าทั้งหมด มันเป็นเพราะฉัน ฉันมันเป็นแม่สามีที่ไม่ดี เป็นสาเหตุที่ทำให้เหม่ยอิงต้องกลายเป็นบ้า ทำให้อี้เมิงต้องตาย...” ซื่ออินได้แต่ฟังเรื่องราวที่ออกมาจากปากของผู้เป็นแม่สามีอย่างตั้งใจ อี้เหิงตอนนี้นั้นยอมรับเลยว่าน่าเวทนามากขนาดไหน “ความรู้สึกของฉันตรงนี้เหมือนตายทั้งเป็น ซื่ออิน ฉันอยากจะขอโทษเธอ ฉันไม่คาดหรอกนะว่าเธอกับอี้ซวนจะอภัยฉันหรือเปล่า ฉันขอโทษ ฉันเองที่เป็นคนไม่ดี ฉันมัวแต่ห่วงในหน้าตาของตนเอง อยากให้ลูกมีครอบครัวที่ดี อยากให้มีภรรยาที่ดี สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ฉันคิดว่าดี มันไม่ได้ดีอย่างที่คิดเอาไว้ ฉันขอโทษเธอจริง ๆ นะซื่ออิน ขอโทษที่ไม่เคยเห็นความดีของเธอ ฉันร้ายกาจกับเธอมากขนาดนี้ เธอยังไม่เคยสอนอี้ซ
“เฮีย เมื่อไหร่ฉันจะได้ไปอยู่กับเฮียเสียที” อี้เหิงพึมพำเบา ๆ สายตาทั้งสองทอดมองนอกหน้าต่างด้วยอาการเลื่อนลอย เธอคิดถึงสามีผู้ล่วงลับไปเมื่อนานมาแล้ว คิดถึงเรื่องราวครั้นยังใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ความรู้สึกมากมายก่อเกิดขึ้นในใจของเธอ....เธอมีชีวิตอยู่ก็เหมือนตายทั้งเป็น ครอบครัวของซื่ออินและอี้เฉินนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จากสมาชิกในครอบครัวเพียงสามคนเท่านั้น ตอนนี้มี อี้เทียนเข้ามาด้วย และลูกน้องอีกสามคน ซื่ออินนั้นดูแลลูกน้องทั้งสามประหนึ่งในครอบครัว วันนี้ทั้งเจ็ดต่างก็พากันมาทำอาหารที่บ้านหลังใหญ่แสนเงียบเหงาของอี้เหิง ซื่ออินชวนสามีมาทำอาหารที่บ้านแม่สามี ค่ำคืนนี้จึงดูครึกครื้นเป็นพิเศษเนื่องจากเต็มไปด้วยการผู้คน “ทำอะไรอยู่ครับ” อี้เฉินเดินมาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง ฝ่ามือของเขาลูบไล้หน้าท้องของเธอเบา ๆ ไม่รู้พักนี้เขามักพูดอะไรแปลก ๆ อี้เฉินอยากให้ทั้งอี้ซวนและอี้เทียนมีน้องสาวสักคน หรือไม่ก็น้องชาย ซื่ออินยิ้มน้อย ๆ กับคำพูดแสนขบขันของเขา หลังจากสร้างครอบครัวสร้างฐานะ สร้างธุรกิจ สามีของเ
บ้านหลังใหญ่....แม้หญิงชราไม่ได้อาศัยอยู่เพียงลำพัง ลูกน้องคนสนิททั้งสองยังไม่ทิ้งหญิงชราไปไหน อี้เหิงในยามนี้ช่างน่าเวทนานัก....หลังจากสูญเสียลูกชายคนเล็กไปหัวใจคนเป็นแม่แทบสลายแล้ว เรื่องราวทั้งหมดมันยังไม่มากพอเท่ากับเรื่องราวโศกนาฏกรรมทั้งหมดมาจากการกระทำของเธอ.... มาจากความเกลียดชังของเธอ มาจากทิฐิของเธอ อี้เหิงเฝ้าโทษตัวเองมาตลอดว่าทั้งหมดก็เพราะเธอ เหม่ยอิงกลายเป็นคนเสียสติไปแล้ว.... หลังจากเธอไปเยี่ยมสะใภ้รองครั้งล่าสุด เธอปวดใจเหลือเกิน.... เธอนั้นไม่ยอมยึดติดในทรัพย์สินซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของนอกกายทั้งนั้น ถ้าเธอยอมฟังความต้องการของลูกชายทั้งสองสักนิด อี้เมิงก็ไม่ต้องมาตาย เหม่ยอิงก็ไม่ต้องมาเป็นบ้า อี้เทียนก็คงไม่กำพร้า...... อี้เมิงนั้นเป็นเด็กที่เอาแต่ใจมาตั้งแต่ยังเล็ก ทว่าเธอไม่เคยปฏิเสธความต้องการของลูกชายเลยสักนิด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านิสัยเบื้องหลังจากชีวิตแต่งงานที่ผู้เป็นแม่หาหญิงสาวมาให้ ลูกชายของเธอนั้นทั้งทุบตีภรรยา เมามาย อี้เหิงรับรู้เพียงลูกชายตนเองนั้นขี้เมาเท่านั้น ก็เพราะว่าหน้ามืดตามัวไม่ยอมฟังใครเลยสักครั้ง ความแค้น
อี้เฉินเอื้อมมือไปรั้งใบหน้างดงามของภรรยาของเขาเอาไว้ อี้เฉินฉกริมฝีปากบางก่อนบดขยี้ด้วยความรุนแรง ซื่ออินหอบหายใจเข้าปอด เธอไม่เคยถูกจู่โจมหนักขนาดนี้มาก่อน เธอไม่รู้มาก่อนว่าอี้เฉินมีความต้องการมากน้อยเพียงใด ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วเขานั้นเต็มไปด้วยความต้องการมาโดยตลอด ซื่ออินเองก็ไม่ปฏิเสธความต้องการของตนเองเช่นนั้น มือของเขาสอดใส่เข้าไปในตามเสื้อผ้าของหญิงสาวก่อนเริ่มนวดทรวงอกของซื่ออิน หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัดเมื่อความรู้สึกกำหนัดบางอย่างได้ก่อเกิดขึ้น ร่างกายของหญิงสาวเริ่มสั่นไหว ความรู้สึกเย็นยะเยือกยามลมพัดอ่อนกระทบร่างกาย มารู้ตัวอีกทีเสื้อผ้าของหญิงสาวนั้นหลุดร่วงออกมาจากร่างกายเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ร่างบางถูกดันให้เอนตัวลงนอนลงบนเตียง ใบหน้าของซื่ออินแดงระเรื่อ สายตาคู่งามไม่กล้ามองจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองอย่างช้า ๆ ก่อนร่างกายกำยำของผู้เป็นสามีจะเปิดเผยต่อสายตาคู่งาม ซื่ออินไม่กล้าสบตาแสนเร่าร้อนของเขา อี้เฉินเหมือนหยั่งรู้จิตใจของเธอได้ทีเดียว เขาก้มลงสูดกลิ่นหอมจากซอกคอระหง ฝ่าม






![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
