Share

บทที่2

last update Tanggal publikasi: 2025-02-22 21:11:24

ร่างของเทียนหอมถูกพาเข้ามาในห้อง ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าคนที่พ่อเธอเรียกว่าเสี่ยคือใคร แต่สิ่งที่เธอเห็นคือชายฉกรรจ์ราวห้าคนยืนอยู่ในห้อง ทุกคนดูน่ากลัว ส่วนตัวเธอนั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟากว้าง ด้วยอาการสั่นเทา

ไม่นานนักเสียงฝีเท้าของคนที่สวมรองเท้าขัดมันก็เดินเข้ามาดัง ตึก ตึก พร้อมเสียงหัวใจของเธอที่เต้นแรงอยู่อย่างนั้น ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มพูดขึ้น

"สวัสดีครับเสี่ย ผมพาลูกสาวมาให้ดู"

เป็นทรงพลที่ยกมือไหว้ชายหนุ่มที่อ่อนกว่าเขาหลายปี มาร์คัส เป็นนักธุรกิจที่ชอบลงทุน และชอบลงทุนกับบ่อยการพนันหลายที ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นเจ้าของโครงการหลายแห่ง

"นายครับ ไอ้ทรงพลที่เสนอลูกสาวมาใช้หนี้ เราจ่ายหนี้บ่อนให้มันหนึ่งล้าน มันบอกว่าลูกสาวมันยังสาว มันเลยขอเพิ่ม...."

สิงห์คนสนิทยังพูดไม่จบ มาร์คัส ก็หย่อนก้นลงนั่งแล้วจ้องมองมาทาง เทียนหอม ที่ก้มหน้าตัวสั่นระริก

"นี่นะเหรอที่ขอเพิ่มล้านหนึ่ง หน้าตาดีแต่ดูซอมซ่อไปหน่อย"

ประโยคของชายหนุ่มทำให้คนที่นั่งก้มหน้าต้องเงยขึ้นมามองเพียงแวบเดียว เป็นจังหวะที่สบตากับ มาร์คัสพอดี จึงทำให้ เทียนหอมงุดหน้าลงอีกรอบ

"ถึงนางเทียนมันจะดูซอมซ่อแต่เชื่อเถอะครับว่ามันไม่เคยมีผัว ผมรับประกัน"

"พ่อ!!"

"มึงเงียบไปเลย!"

มาร์คัส จ้องมองเรือนร่างของเทียนหอมตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาของเขาบ่งบอกได้ถึงความพอใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แม้นว่าการเจอกันจะเป็นครั้งแรกแต่สิงห์ลูกน้องคนสนิทก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

ความเงียบภายในห้องหรูเกิดขึ้นแค่ชั่วครู่ มีเพียงแค่ทรงพลที่เงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มให้เสี่ยที่เขาเรียกอย่างเป็นมิตร ทว่ามาร์คัสก็ไม่ได้สนใจตัวเขาแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าเงินที่จะยอมจ่ายไปในวันนี้มันคุ้มค่า เขาเองก็ไม่รอช้าที่จะสั่งลูกน้อง

"เซ็นเช็คให้มันเพิ่ม แล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว"

เขาหันมาสั่งสิงห์ลูกน้องคนสนิท ไม่นานเกิดรอเช็คใบโปรดพร้อมจำนวนเงินหนึ่งล้านบาทก็อยู่ในมือของทรงพล

"ขอบคุณครับเสี่ย ลูกผมมันว่านอนสอนง่าย อยากให้มันทำอะไรมันทำหมด"

"ไม่ต้องพูดมาก ไสหัวมึงไปได้แล้ว"

ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นมาไหว้สุดหัวจากนั้นก็ยิ้มให้สิ่งที่เห็นตรงหน้า จำนวนเงินไม่น้อยที่เขาจะใช้ต่อลมหายใจในบ่อน ต้องเรียกว่าทุนเสียมากกว่า

"งั้นผมไปนะครับ"

มาร์คัสพยักหน้าอย่างไร้เหยื่อใย สำหรับเขาทรงพลก็แค่เศษสวะเท่านั้น แต่เพราะบ่อนเป็นของเขาครึ่งหนึ่งแม้จะยอมจ่ายแพงเพราะผู้หญิงคนเดียว แต่ก็ยังดีกว่าฆ่ามันทิ้งแต่ไม่ได้อะไรกลับมา

เพียงแค่ผู้ที่เทียนหอมเรียกว่าพ่อลุกขึ้นจากโซฟาตัวกว้าง เธอก็ไม่รอช้าที่จะรั้งแขนพ่อไว้พร้อมกับทำท่าจะลุกตาม ทว่า

"ปล่อยสิวะ"

"พ่อหนูกลัว หนูอยากกลับบ้าน"

"อีลูกคนนี้นิ"

ทรงพลทำท่าเหมือนจะง้างมือขึ้นมาตบ จนเทียนหอมต้องเสหลบใบหน้าเรียวไปอีกทาง แต่ก็ต้องชะงักไว้เพราะเกรงใจชายหนุ่มที่เขาเรียกว่าเสี่ย

"ต้องขอโทษด้วยนะครับเสี่ย"

พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที โดยไม่สนใจเทียนหอมสักนิด ทำราวกับว่าหญิงสาวที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่สองขวบไม่ใช่คน แค่กระดาษแผ่นเดียวทำให้เขาทำเรื่องผิดมนุษย์ไร้จิตใต้สำนึก

เทียนหอมนั่งตัวสั่นระริกอยู่อย่างนั้น เธอก้มหน้าตลอดพลางมือก็บีบกันแน่น ส่วนมาร์คัสเขาไม่ได้พูดแต่สิ่งที่เขาทำคือนั่งจ้องเธออยู่อย่างนั้น

"พวกมึงออกไปก่อน"

เสียงเข้มโพล่งเสียงออกมาสั่ง จากนั้นลูกน้องที่อยู่ภายในห้องต่างก็ออกมารออยู่ด้านนอก ตอนนี้ก็เหลือแค่ เทียนหอมกับมาร์คัสเท่านั้น

"เงยหน้าขึ้นมาสิ!"

ชายหนุ่มเอ่ยพูดเสียงเรียบแต่คนที่นั่งก้มหน้าเหมือนจะตื่นกลัวอยู่มาก แม้ว่าสายตาจะแอบเหลือบขึ้นมามองใบหน้าเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะมองมาร์คัสเต็มตาเสียทีเดียว

"เงยหน้าขึ้นสิ!"

คราวนี้น้ำเสียงที่พูดมันเปลี่ยนไป เสียงเข้มดุดันโพล่งขึ้นจนเทียนหอมต้องยอมเงยหน้าขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังยกมือขึ้นมาทาบที่อกพร้อมอาการที่เรียกว่าสั่นเทาเพราะความกลัว จากนั้นก็พูดขึ้น

"หนูกลัวแล้ว หนูไม่อยากขายตัว เงินที่พอหนูเอาไป หนูขอหามาคืนให้ได้ไหมคะ!"

มาร์คัสเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าคำพูดของเด็กสาวดูเหมือนจะง่าย ทว่าเขากับมองเป็นเรื่องน่าขำ

"เธอชื่ออะไร?"

เขาไม่ตอบคำถามของเทียนหอม แต่กลับถามเรื่องส่วนตัวของเธอแทน และแน่นอนว่าคนที่ถูกถามก็ต้องตอบ

"หนูชื่อ เทียนหอม"

"เทียนหอมอย่างนั้นเหรอ ดูเหมือนเธอจะเป็นเด็กที่โชคร้ายมากนะ ที่มีพ่ออย่างไอ้ทรงพล มีอย่างที่ไหนเอาลูกมาใช้หนี้ "

"หนูไม่ใช่ลูกเขา!"

คำตอบที่สวนกลับมาทำเอามาร์คัสที่นั่งอยู่ชะงักไปเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ คิดแค่ว่าสิ่งตรงหน้าคือของชิ้นหนึ่งที่เขาซื้อมาแล้ว และจะทำอะไรกับมันก็ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ5

    หลังจากที่พบกันวันนั้น ยามเช้ามาร์คัสก็ยังไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เพราะอยากทำความคุ้นเคยกับลูกสาวและได้อยู่ใกล้ชิดกับเทียนหอม ชายหนุ่มพยายามจะร้องขอให้เทียนหอมกลับไปกับเขา ขอโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเทียนหอมก็ยังไม่ได้กลับ เธอรับรู้ได้ว่าเขารักเธอจริงแต่อยากใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องพิสูจน์มากกว่า วันเวลาเดินทางไปไม่ได้หยุดนิ่งเทียนหอมเธอยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนมาร์คัสก็เทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพและขอนแก่น ทุกครั้งที่มาก็จะมีของเล่นขนมมาให้ลูกจนเต็มไปหมด คนแถวนั้นที่ไม่เคยเห็นพ่อของลูกของเทียนหอมก็พึ่งได้เห็น และเสียงที่เล่าลือกันไปคือ เขาเป็นคนรวย แถมยังหล่ออีก แต่สำหรับบางคนที่ชอบนินทา แน่นอนว่าคงมองเทียนหอมเป็นเด็กเที่ยวใจแตกพลาดท้องเลยหนีมาอยู่ที่นี่ มาร์คัสใช้เวลาอย่างมากเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้เทียนหอมได้เห็น หากจะนับเวลาตั้งแต่ที่เจอกันอีกครั้งจนวันนี้ก็ผ่านมาจนหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าคนตัวเล็กหน้าสวยก็ยังไม่ตอบตกลงที่จะเข้ากรุงเทพพร้อมตนสักที "คุณน้าครับ หากวันหนึ่งผมพาเทียนหอมกับมิรินไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าเขาที่ต่างประเทศ คุณน้าจะว่าอะไรไหมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเด่นดวงด้วยถอยคำสุภาพน้ำ

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ4

    มาร์คัสแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเขาละสายตาจากคนพูดแล้วเพ่งมองที่ใบหน้าของเด็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโต นัยน์ตาประกายผิวขาวปากอมชมพูเล็กน้อยทว่าทุกสัดส่วนบนใบหน้าก็คล้ายเขาเมื่อตอนเด็ก และนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องปล่อยโฮขึ้น "ฮึก เขาเป็นลูกของผมเหรอครับ เทียนหอมทำไมเธอใจร้ายแบบนี้" "แม่คะ" "เทียนเขาควรรู้ ไหนๆเรื่องมันก็นานแล้ว ดีกว่าเทียนจะโกหกลูกว่าพ่อเขาตายนะ" เจ็บยิ่งกว่าถูกมีดกรีดก็ว่าได้ เทียนหอมเล่นโกหกลูกสาวว่าพ่อเสีย จึงทำให้เด็กน้อยไม่เคยถามหาอีก มาร์คัสขยับเท้าเข้ามา สายตาที่มองมิรินมันอ่อนโยนจนหาที่เปรียบไม่ได้ แถมดวงตาคู่คมนั้นยังเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่มันไหล "ผมขอจับเขาได้ไหม" เด่นดวงไม่ได้ใจร้าย ตนรู้ว่าลูกสาวก็ลืมมาร์คัสไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีรักใหม่ไปนานแล้ว แต่นี่ครองโสดเลี้ยงลูกเพียงลำพังเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนตนครั้งยังเด็ก "เทียน แม่ไม่อยากให้มิรินเป็นเหมือนเทียนนะลูก พ่อเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยๆเขาก็มีสายเลือดเดียวกัน" เทียนหอมร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนเด่นดวงวางหลานตัวน้อยลงจากอ้อมแขน จากนั้นก็บอกหลานสาว "มิริน ผู้ชายตรงนี้เขาเป็นปะป๊าของหนู ไปหาเขาสิ" "ปะป๊านะยัยย

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ3

    คำบอกเล่าของลูกน้อง ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องชะงัก ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ตนเห็นจะเป็นคนเดียวกันกับเด็กที่ตนตามหา "มึงเจอเธอที่ไหน" "ที่โรงแรมนี่ละครับ แต่..." "อะไร!" "นายครับ ผมไปส่งเธอที่บ้าน เห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งมากอดเทียนหอม ผมเกรงว่าเธอน่าจะแต่งงานมีสามีไปแล้ว" คำบอกเล่านั่น มันทำให้มาร์คัสแทบจุกจนหายใจไม่ออก คำว่าแต่งงานมีครอบครัวอย่างนั้นนะเหรอ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ "พากูไป กูอยากเห็นกับตาตัวเอง ว่าเธอมีครอบครัวจริงหรือเปล่า" "ครับ" สิงห์น้อมรับคำสั้นๆ จากนั้นก็พามาร์คัสไปที่บ้านที่เทียนหอมอาศัยอยู่กับแม่และลูกสาว ระหว่างที่รถแล่นตามถนนมานั้น ในหัวของชายหนุ่มก็ตั้งคำถามกับตัวเองไม่หยุด ตลอดระยะเวลาสามปีที่เขาตามหาทั่วกรุงเทพ แต่คนตัวเล็กแอบมาหลบอยู่ที่ภาคอีสาน แถมลูกน้องตนยังบอกว่ามีลูกเล็ก มันหมายความว่าอย่างไรกัน รถของมาร์คัสจอดอยู่ที่หน้าบ้านโดยที่สิงห์เป็นคนขับ ชายหนุ่มเปิดประตูลงมา แต่ตอนนี้เด่นดวงได้เก็บของที่ขายลงเรียบร้อย แต่บริเวณหน้าบ้านเงียบมาก ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูโดยรอบ แหงนหน้าขึ้นไปมองที่ชั้นสอง พร้อมกับการถอนหายใจ "เธอหนีฉันมา มาอยู

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ2

    สิงห์ตามมาร์คัส ออกมาข้างนอกห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ จากนั้นก็กวาดสายตามองหาคนที่ตนคิดว่าเป็นเทียนหอม แต่ก็ไร้เงา ไม่รู้ว่าจำคนผิดไปหรือเปล่า ส่วนเทียนหอมเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ชั่งใจอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี หากอยู่ก็ต้องเจอกับเขาแน่ แต่ถ้าหนีกลับบ้านคงถูกหัวหน้าสายงานด่าแน่นอน "ระหว่างโดนด่า กับเจอผู้ชายคนนั้นเธอจะเอายังไงเทียนหอม" เธอถามตัวเอง แต่ดูเหมือนจะได้ข้อตลกแล้ว หากหนีกลับตอนนี้แม้จะโดนต่อว่าก็ไม่เท่ากับจะเจอเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ เทียนหอมตัดสินใจที่จะออกจากการอบรมกะทันหัน แถมยังส่งข้อความไปบอกเพื่อนอีกว่า มิรินไม่สบายขอกลับก่อน และให้บอกหัวหน้าสายงานด้วย โจอ่านและทำตามที่เพื่อนขอ อีกทั้งเขาก็เชื่อว่ามิรินไม่สบายจริงเลยไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ เทียนหอมเดินออกมาจากโรงแรมเธอมองหารถที่จะกลับบ้าน ทว่า สิงห์ดันเดินมาพอดี ดีหน่อยที่มาร์คัสเขากลับเข้าห้องประชุมไปแล้ว ทันทีที่สิงห์เห็นเทียนหอมยืนอยู่ เขาก็เพ่งมองอยู่สักพักแน่ใจแล้วว่าเธอคือคนที่เจ้านายตามหาก็เรียกทักทันที "เทียนหอม!!" เทียนหอมสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็หันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นสิงห์ ใบหน้าของเธอยิ่งเลิกลั

  • ไม่ต้องการเศษใจ   พิเศษ1

    3ปีผ่านไป ระยะเวลาพิสูจน์อะไรได้หลายอย่างแม้กระทั่งใจคน "นายครับ อาทิตย์หน้าที่จะถึงเราต้องไปฝึกอบรมพนักงานขายที่ต่างจังหวัดนะครับนาย" เสียงที่โพล่งบอกเป็นเสียงของสิงห์ แน่นอนว่าชายหนุ่มร่างสูงนี้ ยังอยู่กับมาร์คัสไม่ได้จากไปที่ไหน แถมยังช่วยงานผู้เป็นนายได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนเดิม "อืม กูรู้แล้ว ว่าแต่ช่วงหลังมานี้ มึงได้ไปตามสืบข่าวจากเด็กน้ำหวานบ้างหรือเปล่า" "เอ่ออ คือ" สิงห์เงียบเพราะไม่ได้ไปตามสืบมาสักพักใหญ่ เพราะอะไรนะ เหรอ เพราะน้ำหวานเห็นหน้าสิงห์ทีไรก็ไล่ตะเพิดทุกที ก็หลังๆมานี้ไม่ใช่แค่ไปตามสืบ แต่กับก้าวล้ำเขาไปในชีวิตเขาจนทำให้น้ำหวานต้องเลิกกับแฟนเพราะสิงห์เป็นต้นเหตุ "หากมึงว่างก็แอบไปตามหน่อยแล้วกัน กูเชื่อว่าเด็กคนนั้นรู้ว่าเมียกูอยู่ไหนแต่ไม่บอก" "นายครับ แต่ ผ่านมาสามปีแล้ว ป่านนี้เทียนหอมคงมีแฟนใหม่ไปแล้วนะครับนาย" ปัง!! "กูไม่สน จะผัวใหม่กี่คน กูก็ต้องเอาเมียกูกลับมาให้ได้" ไม่เพียงแค่ปากพูด เขายังตบโต๊ะเสียงดังลั่นใส่สิงห์จนสิงห์ต้องก้มหน้าต่ำลง เพราะตกใจ บรรยากาศในห้องทำงานยังคงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลย

  • ไม่ต้องการเศษใจ   บทที่55

    สิ่งที่มันเจ็บที่สุดก็น่าจะเป็นคำพูดของคนที่บอกว่ารักกัน แต่เขาในตอนนี้กับไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลยแม้แต่น้อย วาจาที่พ่นออกมานั้นไม่รู้ว่าเขาคิดหรือเปล่า ทว่ามันดันทำให้อีกฝ่ายน้ำตานองหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ "มาร์คงรักเธอมากสินะ คุณถึงไม่แคร์ความรู้สึกพิมพ์สักนิด" "พิมพ์หากผมไม่แคร์ความรู้สึกคุณ ผมจะแต่งงานกับคุณทำไมกัน แต่คุณบอกเองว่าไม่สบายใจผมก็ไม่ฝืน แล้วจะให้ผมทำยังไง" "คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณเห็นแก่ตัวมากที่สุด คุณน่าจะสำนึกรู้สึกผิดกับพิมพ์บ้าง แต่นี่คุณกับไม่สนความรู้สึกพิมพ์เลย" เธอทั้งร้องไห้ทั้งยืนปาดน้ำตาอยู่อย่างนั้น ส่วนมาร์คัสไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ใบหน้าหล่อเสหลบสายตาแฟนสาว จากนั้นก็ค่อย ๆ สาวเท้าลงมาหาเธออย่างใจเย็น สองมือของเขาเอื้อมไปจับมือพิมพ์รดาไว้แน่น จากนั้นก็พูดเสียงเรียบ "ผมขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง คุณอยากจะด่าจะว่าจะประจานผมยังไงก็ได้ ผมยอมรับผมลืมเธอไม่ได้จริงๆ แต่เรื่องแต่งงานผมแล้วแต่คุณจะตัดสินใจ ผมขอโทษนะพิมพ์!" "ฮึกฮือ อืออ คุณรักเด็กนั่นขนาดนี้เลยเหรอ พิมพ์ไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณไม่บอกพิมพ์ละคะ เราจะแต่งงานกันแล้วทำไมคุณถึงใจร้ายแบบนี้" "ผมขอโทษ ผมไม

  • ไม่ต้องการเศษใจ   บทที่7

    บ้านหรูใจกลางกรุง"ครับพิมพ์ เดี๋ยวผมจะรีบไปรับ"มาร์คัสยกมือถือขึ้นมาแนบที่หู ประโยคสนทนาที่แสนสั้น เมื่อบอกปลายสายไปแล้วก็รีบกดวาง จากนั้นเขาก็เก็บมือถือลงกระเป๋าเสื้อสูทตามเดิมส่วนคนที่โทรเข้ามา เธอคือ พิมพ์รดา เป็นคู่หมั้นของเขา ชายหนุ่มกับแฟนสาวคบหาดูใจกันมาถึงหนึ่งปีด้วยคำแนะนำของผู้เป็นพ่อ

  • ไม่ต้องการเศษใจ   บทที่6

     เด่นดวงนั่งรอลูกสาวตั้งแต่เมื่อคืนจนกระทั่งรุ่งเช้า แต่ก็ไร้เงาของเทียนหอม แม้ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนเธอจะขอให้คนอื่นช่วยตามตัวลูกสาวแต่เชื่อไหมว่าไม่มีใครอยากยุ่ง บางคนแนะนำให้เธอไปแจ้งความแต่เธอก็ไม่ทำ กลัวว่าเรื่องมันจะไปกันใหญ่ ส่วนทรงพลตั้งแต่พาตัวเทียนหอมไปเมื่อคืนเขาเองก็ยังไม่กลับ "ธูป...แ

  • ไม่ต้องการเศษใจ   บทที่5

    ร่างเล็กนอนสั่นระริกอยู่ใต้ร่างของมาเฟียหนุ่ม ที่ใคร ๆ ก็ต่างรู้จักในวงการนักธุรกิจอสังหาฯ มาร์คัส ไร้ความอ่อนโยนอย่างน่าแปลก ดูเหมือนคนที่หิวโหย ทำเหมือนคนที่นอนร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงหน้าจะไม่มีจิตวิญญาณ ที่เขาต้องเห็นใจเมตตาแม้แต่น้อย แก่นกายที่แข็งขืนของชายหนุ่มพยายามแหวกทางรักที่มันคับแคบไปให้ได

  • ไม่ต้องการเศษใจ   บทที่4

    เนื้อหาต่อไปนี้มีความรุนแรง ขัดขืน ฝืนใจ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน  ชายหนุ่มร่างสูงโอบรัดเรือนร่างของเทียนหอมเอาไว้แน่น ไม่เพียงเท่านั้น เขายังซุกใบหน้าอันหล่อเหลาลงที่ต้นคอของเทียนหอมอีกต่างหาก ริมฝีปากหยักทำหน้าที่กดจูบประพรมความร้อนไปทุกส่วนของต้นคอขาวๆ ส่วนคนที่ถูกกระทำเหมือนจะผลักอกเขาให้ถอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status