LOGINเมื่อ "เกียรติยศ" กลายเป็น "มลทิน" และ "ความรัก" กลายเป็น "การหักหลัง" รินลดา สารวัตรสาวสายสืบตัวตึงแห่งสืบนครบาล ผู้มีภาพลักษณ์ดุดันภายใต้หมวกแก๊ปและหน้ากากพรางตัว ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อปู่ของเธอซึ่งเป็นอดีตอธิบดีผู้ตงฉิน เสียชีวิตกะทันหันด้วยสภาวะหัวใจล้มเหลวระหว่างถูกดำเนินคดีทุจริตย้อนหลัง ท่ามกลางเสียงตราหน้าจากสังคม รินลดาถูก ดนัย แฟนหนุ่มไฮโซถอนหมั้นอย่างไม่ใยดีเพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ธุรกิจ ทิ้งให้เธอต้องกอบกู้ชื่อเสียงตระกูลเพียงลำพัง
View Moreตอนที่ 1 : บุกทะลวง
บ่ายแก่ถนนใหญ่เขตปริมณฑลขาออกเห็นรถวิ่งไม่หนาตา ที่โกดังร้างย่านชานเมืองมีรถเก๋งวิ่งเข้ามาร่วมสิบคัน ทั้งสองฝ่ายลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือ
ภาพกว้างเหนือโกดังนั้นเห็นโดรนบินเข้ามาลำหนึ่ง
ที่รถปฏิบัติการผู้ชายคนหนึ่งนั่งมองมอนิเตอร์จากภาพที่โดรนกำลังบันทึก
“จับภาพได้แล้วเริ่มบันทึกภาพ เปลี่ยน” ชายคนนั้นวิทยุสื่อสารไปบอกกเพื่อนร่วมงาน
กอหญ้าแห่งหนึ่งนอกโกดัง สารวัตรสาวเอื้อมไปข้างหลังเพื่อขอกล้องส่องทางไกล
หมวดสิงห์ยื่นมือไปหา ส่งนิ้วโป้งกับนิ้วชึ้ไปประกบมือสารวัตรสาวจนเป็นรูปหัวใจ สารวัตรรินลดาเห็นว่าไม่ได้กล้องสักทีเลยหันไปดู ภาพที่เห็นทำให้เธอโมโห
“มันใช่เวลามั้ย? เอากล้องมา” เธอตวาดสิงห์ จนสิงห์ต้องรีบส่งกล้องให้
ภาพจากกล้องส่องทางไกลเห็นคนกำลังเดินเข้าหากันตรงกลางมีโต๊ะเตรียมอยู่ทั้งสองฝ่ายมีกระเป๋าเจมสืบอนด์และอาวุธ
“ทุกคนค่อยๆกระชับพื้นที่แล้วรอสญญาณ” รินลดาสั่งการผ่านวิทยุสื่อสาร
ที่อาคารพานิชย์แห่งหนึ่งแถวคลองปะปา ตึกแถวขนาดห้าคูหาพร้อมลานอดรถกำลังจะขออนุญาติเปิดเป็นร้านอาหารและคาราโอเกะ มีหน่วยงานราชการกำลังตรวจเพื่อที่จะออกใบอนุญาติ
“ในห้องครัวกว้างใหญ่มีห้องเย็นในตัวพร้อมระบบดูดอากาศและสปริงเกอร์ฉีดน้ำอัตโนมัติ ช่างรับเหมาคนเดียวกับที่ทำโรงแรมห้าดาวเลยนะครับ” เจตอธิบายให้คนที่เดินตรวจฟัง
“ดีมาก มีถังดับเพลิงตามจุดต่างๆพร้อมด้วยดีๆ” ข้าราชการคนหนึ่งพุดขึ้นมาพร้อมกับทำเครื่องหมายลงบนเอกสารที่ถืออยู่
“ตรวจมาหลายที่แล้ว ที่นี่สุดท้ายพอดีของเราเชพมาลองเมนู ทางเราเลยจัดอาหารไว้ให้แวะทานกันก่อนกลับนะครับ” เจตชวนคณะผู้ตรวจทานอาหาร
ข้าราชการคนหนึ่หันไปมองหัวหน้าคณะ หัวหน้าคณะพยักหน้ารับ
ที่โต๊ะอาหารขณะที่คณะผู้ตรวจกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย วศินก็เดินเข้ามาสวัสดีทุกคน
“สวัสดีครับทุกคนหวังว่าอาหารจะถูกปากนะครับ ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้วใช่มั้ยครับ ถ้าผมจำไม่ผิด” วศินหันถามกลุ่มผู้ตรวจ
“ใช่ครับคุณวศิน ที่เหลือแค่ทำหนังสือเสนอหัวหน้าก็ได้ใบอนุญาติแล้วครับ”
ผู้ช่วยคนหนึ่งในคณะผู้ตรวจอธิบายขั้นตอน
“ที่ร้านเรายังมีเบเกอร์รี่ที่อร่อยมาก ผมใส่กล่องให้แล้วเอาไปฝากคนที่บ้านนะครับ เดี๋ยวผมให้คนเอาไปไว้ที่รถให้” เจตเดินมาพร้อมถุงกระดาษใส่เบเกอร์รี่หลายใบยื่นให้ลูกน้อง ลูกน้องรับมาแล้วเดินออกนอกร้านไป
ที่โกดังล้างกลุ่มคนทั้งสอฝ่ายตรวจของและเงินเสร็จแล้วก็จับมือกัน
“ทุกคนโปรดอยู่ในวามสงบ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมไว้หมดแล้ว”
เสียงจากโทรโข่งดังขึ้น จากนั้นทั้งสองกลุ่มเริ่มเปิดฉากยิง รถที่จอดอยู่ข้างนอกเริ่มแยกย้าย บางคันก็ขับเข้ามารับคนในโกดัง เจ้าหน้าตำรวจก็สกัดจับรถกับคนที่พยาามหนี
“หยุด วางกระเป๋าลงช้าๆ ชูมือขึ้น แล้วค่อยๆหันมา” สารวัตรรินสั่งคณะเล็งปืนไปที่คนใส่สูทคนหนึ่งที่ถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ คนคนนั้นค่อยๆหันมา เขาสวมแว่นดำ ใส่แมสเหมือนสารวัตรรินที่ใส่แมสเช่นกัน เขาทำตามที่สั่งทุกอย่าง วางกระเป๋า ชูมือแล้วหันมา ทันใดนั้นเอง มีระเบิดควันลอยมาตกตรงกลางระหว่างสองคนนั้น คนใส่สูทจะก้มเก็บกระเป๋า แต่สารวัตรรินยิงสกัดไว้ก่อน คน คนนั้นจะหนีหายเข้าไปในกลุ่มควัน
บนรถคณะผุ้ตรวจ ผู้ช่วยเปิดล่องเบเกอร์รี่ออกมาเห็นขนมเค้กหนึ่งชิ้นและเงินอีกหนึ่งปึก เข้ายื่นให้หัวหน้าผู้ตรวจดู หัวหน้าคณะผุ้ตรวจยิ้มมุมปาก
“นับว่ายังรู้ความ” ผู้หน้าคณะผู้ตรวจเปรย
บนรถของวศิน
“ตรวจเสร็จแล้วก็ต้องรออีกเป็นเดือนกว่าจะได้เปิด” ครรชิตอาคนสนิทของวศินที่เป็นทั้งคนขับรถและบอดี้การ์ดพูดขึ้นมา
“ไม่นานหรอกครับอา ผมให้ค่าขนมไปแล้ว หลังจากวันนี้อาต้องเลิกพกปืนได้แล้วนะครับ”
“เออๆ ก็ได้” ครรชิตดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่
“เจต เอารายชื่อทุกคนเข้าบริษัทหมดหรือยัง จะได้เอาเข้าระบบให้หมด” วศินหันไปถามเจตที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับ
“หมดแล้วพรุ่งนี้จะให้คนไปยื่นประกันสังคม แล้วคืนนี้จะไปงานประมูลมั้ย?”
“อืม” วศินตอบสั้นๆ ขณะมองออกไปนอกรถ
ค่ำคืนที่สวยงามของกรุงเทพมหานคร ตึกต่างๆกับไฟที่สวยงามยามค่ำคืน ที่ตึกหนึ่งกำลังรายงานข่าวการจับกุมแก๊งค์รับซื้อของโจรย่านชานเมืองเมื่อตอนเย็น
ณ โรงแรมหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ค่ำคืนนี้ได้มีการจัดงานประมูลการกุศลของพวกไฮโซ วศินกำลังลงจากรถพร้อมชุดสูทชุดใหม่ เขาเดินไปพร้อมกับเจตผู้ช่วยของเขาเพื่อเข้างาน ขณะนั้นเองเขาเห็นสาวคนหนึ่งลงจากรถพร้อมรองเท้าผ้าใบ เสร็จแล้วเธอโยนรองเท้าผ้าใบเข้าไปในรถ แล้วหยิบส้นสูงมาใส่ รวบผมมัดลวกๆแล้วเติมหน้าเล็กน้อย วศินรู้สึกสนใจแต่ก็เดินต่อไปจนถึงหน้าโรงแรม
ภายในงานเห็นผู้คนมากมายกำลังดื่มไวน์กับแชมเปญอยู่ตามโต๊ะต่างๆ จนกระทั่งไฟหรี่ลง แล้วมีพิธีกรสาวเดินออกมา การประมูลดำเนินไปจนจบ ดนัยไฮโซหนุ่มเป็นดาวเด่นเพราะได้ประมูลไปในราคาสูงสุดในงานและได้ชื่อว่าเป็นผู้บริจาคสูงสุด สุดท้ายก่อนจบงาน วายุเจ้าของงานก็ได้ออกมากล่าวขอบคุณ ขณะนั้นเอง สารวัตรรินได้เดินออกมาขัดจังหวะบนเวที พร้อมโชว์หมายจับให้วายุดู
“คุณวายุนี่คือหมายจับ ขอให้คุณให้ความร่วมมือ ทุกคำที่คุณพูดจะถูกเอาไปใช้ในชั้นศาล” กล่าวจบสารวัตรรินเดินเข้าไปใส่กุญแจมือ พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่อีกสองคนเข้ามาพาตัววายุไป ขณะที่ทุกคนในงานยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเหตุการณ์ครั้งนี้ไว้
เช้าวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ทุกสำนัก ช่องข่าวทุกช่องต่างรายงานเรื่องนี้ พร้อมมีภาพที่รินลดาตอนกำลังจับกุมว่อนไปทั่วอินเตอร์เน็ต
กองสอบสวนกลาง ห้องหัวหน้าทีมสอบสวนกลาง
“หัวหน้าปล่อยมันไปได้ยังไงคะ เรามีหลักฐานชัดตั้งแต่มันออกจากร้านไปจนถึงโกดัง ถึงไปขอหมายจับได้” รินลดาโวยด้วยความโมโห
“ใจเย็นสารวัตร คุณดูนี่” หัวหน้ากองสอบสวนกลางหันโน๊ตบุ๊คไปให้รินดู มันคือภาพจากกล้องวงจรปิด ในร้านกาแฟร้านหนึ่ง วายุนั่งอยู่หน้าเค้าท์เตอร์กำลังคุยกับชายคนหนึ่งอยู่ เวลาบนหน้าจอถูกหยุดบอกเวลาอยู่ที่ 16.30 น.
“นี่มันอะไร มันใช้คอมทำหรือเปล่า” สารวัตรรินเริ่มสงสัย
“ไม่หรอก ทางทนายฝั่งนั้น เขาขอจากทางร้านมา แล้วตอนนั้นก็มีข่าวถ่ายทอดสดช่องหนึ่งอยู่ อาว่าแกโดนวางงานแล้วล่ะ ดีที่เขาบอกจะไม่ฟ้อง อาเลยต้องรีบปล่อยไป” หัวหน้าอธิบายให้รินฟัง แต่พูดเป็นกันเองเพื่อให้รินใจเย็นลง
“บ้าชิบ พวกมันเตรียมการไว้แล้ว” รินลดาหงุดหงิดอย่างมากเมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว
หน้ากองสอบสวนกลาง วายุกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว
“เป็นการสับสนของทางเจ้าหน้าที่น่ะครับ เป็นความเข้าใจผิด ผมมีหลักฐานที่อยู่ชัดเจน ไม่มีอะไรแล้วครับ ที่เหลือคุยกับทนายผมนะครับ” วายุถอยออกมาให้ทนายตอบคำถามนักข่าว
ในจอทีวี วศินกำลังนั่งดูข่าวนั้นอยู่ พร้อมหัวเราะออกมา
“หึ หึ”
จบตอน.
ตอนที่ 5 : คนคุ้นเคยเช้าวันต่อมา ที่กองกำกับการสืบสวนกลางรินลดานั่งมองแฟลชไดรฟ์ไทเทเนียมและกุญแจเซฟที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอเพิ่งลองใช้รอยนิ้วมือของตัวเองสแกนดูแล้วแต่ระบบปฏิเสธการเข้าถึง แฟลชไดรฟ์นี้มีระบบป้องกันขั้นสูง หากสแกนนิ้วผิดเกินกำหนด ข้อมูลข้างในอาจจะถูกลบหรือทำลายทิ้งทันที“รอยนิ้วมือปู่เหรอ... หรือจะเป็นของคนอื่น” รินลดาพึมพำกับตัวเอง“สารวัตรครับ” สิงห์เดินถือแฟ้มเอกสารเข้ามาวางบนโต๊ะ สีหน้าจริงจังกว่าปกติ “ผมไปเช็กกล้องวงจรปิดรอบๆ ร้านอาหารเมื่อคืนมาแล้ว ไอ้พวกที่ยิงใส่โต๊ะสารวัตร มันใช้รถตู้สวมทะเบียนปลอมหนีไปทางเส้นปทุมธานี แต่ที่น่าแปลกคือ วิถีกระสุนจากศูนย์พิสูจน์หลักฐานยืนยันว่า... เป้าหมายหลักคือจุดที่สารวัตรนั่งอยู่ ไม่ใช่คุณดนัย”รินลดาพยักหน้ารับรู้ เธอไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะวศินเตือนเธอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว “สิงห์ นายช่วยไปประสานงานกับฝ่ายทะเบียนราษฎร์และนิติเวชที ฉันอยากได้ข้อมูลลายนิ้วมือแฝงของปู่ฉันทั้งหมดที่มีในฐานข้อมูล”“ได้ครับสารวัตร ว่าแต่... สารวัตรจะเอาไปทำอะไร?”“เปิดของดูต่างหน้านิดหน่อยน่ะ ไปจัดการให้ที เออแล้วมือปืนอีกคนมันยอมเปิดปาก
ตอนที่ 4 : ผู้มาเยือนยามวิกาลค่ำคืนมืดมิด มีเพียงแสงฟจากไฟทางแบบโซล่าเซลล์ บ้านหลังหนึ่งั้งอยู่กลางสวนไม่ได้เปิดไฟ ในบ้านมืดสนิท มีแสงจากไฟฉายหลายอันส่องเป็นเส้นแสงวูบวาบไปมา เพียงพอที่จะมองเห็นจาด้านนอกใต้ถุนเรือนแห่งหนึ่งชายสองคนนั่งกินเบียร์กันอยู๋ ชายคนหนึ่งลุกขึ้นเดินไปฉี่ข้างต้นไม้ริมรั้ว ขณะยืนโงนเงนอยู่นั้นเขาก็เหลือบมองไปเห็นบ้านหลังหนึ่งที่อยู่กลางสวน มีแสงไฟฉายส่องไปมาห้าถึงหกอันดูผิดปรกติจึงเรียกเพื่อนมาดู“ไอ้มั่น ไอ้มั่น มานี่เร็ว กูว่าโจรขึ้นบ้านท่านวัตรว่ะมาดูเร็ว”นายคงชาวสวนอยู่ข้างบ้านท่านนรินวัตร อดีตอธิบดีกรมตำรวจที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปรีบเรียกให้เพื่อนมาดูนายมั่นวิ่งเข้ามาพร้อมกับหยีตาดู“เออว่ะ” เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้งความนาฬิกาบนผนังห้องสืบสวนบอกเวลาตีสอง บรรยากาศเงียบสงัดตัดกับความวุ่นวายเมื่อช่วงหัวค่ำอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองแฟ้มคดี รินลดาในชุดเสื้อยืดสีดำสวมทับด้วยแจ็กเก็ตตัวเก่ง สลัดคราบสาวสังคมทิ้งไปจนหมดสิ้น เธอกำลังนั่งจ้องมอง 'กล่องไม้สลักลายโบราณ' ที่ยึดมาได้จากการจับกุมเมื่อวันก่อน และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่วศิน
ตอนที่ 3 : ดินเนอร์บรรยากาศบนรูฟท็อปของร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งที่เคยอบอวลไปด้วยเสียงเปียโนคลาสสิกและแสงเทียนสุดโรแมนติก บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "คุณริน... ผมว่าคุณรีบตัดสินใจไปหน่อยนะครับ ไม่เปิดโอกาสให้ผมเลย" ดนัยพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบ แต่แววตาขุ่นมัวบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาขยับคอเสื้อสูทราคาแพงด้วยความหงุดหงิดรินลดาไม่ได้สนใจคำท้วงติงนั้น เธอเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามดนัยเตรียมลุกออกไป ท่วงท่าสง่างามแต่วางอำนาจอยู่ในที "ฉันมาที่นี่เพราะผู้ใหญ่ขอร้อง และฉันกำลังจะกลับ..."เพล้ง!!คำพูดของรินลดาถูกกลืนหายไปพร้อมกับเสียงกระจกบานใหญ่ของห้องอาหารที่แตกกระจาย!แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งทาบลงบนอกเสื้อของดนัย ตอนที่รินลุกจากเก้าอี้แล้วเบี่ยงตัวออกกระสุนนัดแรกจะเจาะทะลุเบาะเก้าอี้ตรงจุดที่รินเพิ่งนั่งอยู่เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน!"กรี๊ดดด!!" เสียงผู้คนในร้านอาหารกรีดร้องระงม ความโกลาหลปะทุขึ้นทันที ลูกค้าโต๊ะอื่นพากันหมอบลงใต้โต๊ะและวิ่งหนีตายกันอลหม่านดนัยร้องเสียงหลง ทรุดตัวลงไปคู้คุดอยู่ใต้โต๊ะอาหารด้วยความขี้ขลาด สภาพไฮโซหนุ่มผู้สง่างามหายวับไป
ตอนที่ 2 : คลื่นใต้น้ำสองเดือนก่อน ที่ศาลปกครอง นักข่าวรายงานที่หน้าศาล “จากคดีติดสินบนอดีตอธิบดีกรมตำรวจ ศาลตัดสินให้จำเลยมีความผิด ให้จำคุกสิบปีไม่รอลงอาญาและให้อายัดทรัพย์สินไว้ก่อนจนกว่าจะแยกที่มาของรายทรัพย์ที่จะยึดเข้าหลวงได้ แต่ระหว่างพิจารณาคดี อดีตอธิบดีเกิดหัวใจเต้นผิดปกติ และหยุดเต้นกระทันหันทีมกู้ภัยไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้”ช่วงเย็นที่วัดในงานรดน้ำศพ สารวัตรรินยืนร้องไห้คอนรับแขกที่มางาน ด้านนอกศาลามีนักข่าวมากมาย“สืบเนื่องจากคดีการเมืองที่ใช้เวลาร่วมสิบปีในการพิจารณาคดี แล้วศาลตัดสินว่าผิดจริง ในนั้นมีหลักฐานว่าอดีตตอธิบดีกรมตำรวจ รับสินบนวิ่งเต้นเรื่องคดี วันนี้ระหว่างพิจารณาคดี อดีตอธิบดีท่านนรินวัตรเกิดหัวใจวาย เสียชีวิตที่ห้องพิจารณาคดีโดยทีมกู้ภัยไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้”ภาพนักข่าวยืนรายงานขณะที่ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมารดน้ำศพในศาลาสารวัตรรินได้รับข้อความ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วพูดกับป้าของเธอ“คุณป้าคะ บ้านคุณปู่ถูกโจรปล้นค่ะ หนูจะไปดูที่เกิดเหตุนะคะ” พูดเสร็จเธอเอาขันน้อยใส่มือป้าเธอแล้วรีบออกไปปัจจุบัน กองกำกับการสืบสวน ห้องเก็บของกลาง รินลดาหน้านิ่วคิ้วข