ณ บ้านเช่าหลังเล็ก
[เวลา 06.00 น.]
ในห้องนอนบนชั้นสองของบ้านไม้เก่า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้เข้ามา ดวงตาคู่สวยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับหาแสงสักครู่
“อือ…ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกแล้วเหรอ“ เธอเอ่ยพึมพำพลางบิดขี้เกียจไปมาอยู่บนเตียง ’ชีวิตเจ้ากรรมตื่นก่อนนาฬิกาทุกวัน’ เอวา ลลิตา ปัญญายิ่งทรัพย์ อายุ 25 ปี พริตตี้สาวสวยตัวท็อปของวงการ ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานอย่างเช่นทุกวันเธอบิดขี้เกียจไปมาบนเตียงก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ร่างบางยืนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ฝักบัวฮัมเพลงอย่างมีความสุข ผิวพรรณขาวนวลพอกด้วยฟองสบู่กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งห้องน้ำขนาดเล็ก
“อ๊ะ! เจ็บหน้าอกจังประจำเดือนจะมาเหรอ” เธอร้องออกมาเสียงหลงขณะที่ลูบไล้ฟองสบู่ที่หน้าอกอวบใบหน้าสวยยู่หน้าลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเจ็บ
“อื้อ! จริง ๆ ด้วยทำแต่งานจนลืมวันที่ประจำเดือนมาเลยเหรอนี่” เธอร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้งเมื่อก้มลงมองเรียวขาขาวที่มีเลือดสีแดงไหลลงมาเป็นทางยาว เอวาถึงแม้ว่าจะตัวเล็กตัวน้อยแต่เธอก็อึดมากรับงานตลอดไม่เคยมีวันหยุดเลยสักวัน ความขยันอยู่คู่กับเธอเหมือนเงาตามตัวมาตั้งแต่อายุ 15 ปี หลังจากแม่จากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 10 ปีก่อนเธอก็ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแบบนี้ตลอดเพื่อช่วยพ่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในบ้านและส่งเสียตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีอย่างที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้
“เฮ้ย! เบื่อจังทำไมต้องมาวันนี้ด้วยนะ” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะรีบล้างตัว มือบางหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดมาเช็ดตัว 20 นาทีผ่านไปร่างบางในชุดเดรสสีขาวยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ต้องเจียดเงินจากค่าตัวมาเก็บหอมรอบริบซื้อเครื่องสำอางไว้แต่งหน้า อาชีพพริตตี้เครื่องสำอางก็เปรียบเหมือนกับอาวุธ โชคยังดีที่เธอมีหุ่นและผิวพรรณที่ดีมาแต่กำเนิดเลยไม่ต้องมานั่งเสียเงินกับเรื่องพวกนี้
“เรียบร้อย! วันนี้ต้องสวย เพราะงานแรกเงินค่าตัวหลักหมื่น สามงานวันนี้ฉันจะไหวไหม” เอวาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำขึ้นมาฉีดเป็นขั้นตอนสุดท้าย เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความภูมิใจ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจากการทำงานหนักสะสม และความรู้สึกหน่วงท้องที่เริ่มทวีคูณขึ้น แต่ใบหน้าสวยหวานกลับถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดไปถึงเงินค่าตัวที่จะได้รับวันนี้ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบยาแก้ปวดประจำเดือนผ้าอนามัยสำรองใส่ไว้ในกระเป๋า เธอก้าวลงจากชั้นสองของบ้าน เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าด! ตามอายุการใช้งาน กลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากในครัวทำให้เธอรู้ว่าพ่อของเธอคงตื่นมาเตรียมตัวออกไปขับรถรับจ้างเหมือนทุกวัน
“พ่อเอวาไปก่อนนะ วันนี้เลิกดึกหน่อยนะคะ” เธอตะโกนบอกพลางสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมมือสองที่เธอดูแลรักษาอย่างดี คมเดชทำเพียงปรายตามองลูกสาวเดินออกจากบ้านไปเงียบ ๆ ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ทว่า ครืด! ครืด! ครืด! เสียงมือถือกลางเก่ากลางใหม่ของคมเดชในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น เขาล้วงมันออกมาดูมือไม้สั่นเทาเมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่คมเดชจะตัดสินใจกดรับสาย
”เจ้าหนี้…“
“สะ สวัสดีครับพี่”
“วันนี้มึงมีนัดกับเจ้านายกู อย่าลืม!” เสียงคนในสายเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่แฝงไว้ซึ่งความดุดันน่าเกรงขาม คมเดชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“ครับ ครับ ผมไม่ลืม” ก่อนที่เขาจะตบปากรับคำ กาแฟร้อน ๆ อีกครึ่งแก้วกลายเป็นของแสลงจนเขากินมันต่อไม่ลง คมเดชลุกออกจากเก้าอี้เดินไปหยิบกุญแจรถ แท็กซี่เขียวเหลืองขับออกจากหน้าบ้านไปด้วยความรวดเร็ว
“ห้าหมื่นกูจะไปหาจากที่ไหนได้วะ แม่งเอ๊ย!” ปัก! คมเดชตบพวงมาลัยรถอย่างแรงและสบถออกมาอย่างหัวเสีย วันนี้จะต้องจ่ายดอกเงินกู้ห้าหมื่นบาทเพราะเขาไม่มีจ่ายเลยผัดวันประกันพรุ่งมาร่วมสองเดือนแล้ว ช่วงนี้ขับแท็กซี่ก็ค่อนข้างยากรายได้ลดน้อยลงทุกวัน ไม่เหมือนแต่ก่อนที่มีลูกค้าตลอดรถแทบไม่ได้จอดพัก ดวงตาที่เริ่มเหี่ยวย่นกวาดสายตามองหาลูกค้าเที่ยวแรกแต่ก็ว่างเปล่า
ทางด้านเอวา หลังจากที่ฝ่ารถติดมาถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง เธอก็รีบวิ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมาย
“เอวาทางนี้!” ชมพูเอ่ยเรียกเพื่อนเสียงดัง
“ชมพูมานานแล้วเหรอ รถติดมากเลยอะ”
“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เอานี่ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาฝาก” ชมพูเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเอวา ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่เรียนจนเรียนจบพากันหางานทำสู้ชีวิตพอกัน
“ขอบใจนะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวคืน”
“อืม ไปเถอะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”
“อิจฉาชมพูจังเลยบ้านอยู่ในเมืองมาทำงานง่าย กลับง่ายสะดวกไปหมด เราสิบ้านก็ไกล รถก็ติดแค่คิดก็เหนื่อยแล้วอะ”
“ย้ายออกมาอยู่หอสิ ถูก ๆ แบบอยู่คนเดียวเอาไว้นอนพักหยุดงานค่อยกลับบ้าน เราว่าถ้าคำนวนดี ๆ เวลาในการเดินทางกับค่ารถของเอวาจ่ายค่าเช่าหอได้แล้วนะ” ชมพูเอ่ยขึ้น เพื่อนเดินทางค่อนข้างไกลถ้านั่งรถประจำทางก็หลายต่อ ขึ้นแท็กซี่ก็หลายบาท สู้เก็บรวบรวมค่ารถมาเป็นค่าเช่าจะดีกว่าแถมประหยัดเวลาด้วย
“เราเป็นห่วงพ่อน่ะสิ ถึงความสัมพันธ์ของเรากับพ่อจะไม่ค่อยดี แต่เขาก็เหลือเราแค่คนเดียว” ชมพูเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเพื่อน ทั้งสองเดินมายังห้องแต่งตัวที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้
“มากันแล้วเหรอ มาเร็วตลอดเลยสองคน” เสียงของโมเดลลิ่งคนสนิทเอ่ยทักสองสาวอย่างเป็นกันเอง
“พี่เกดสวัสดีค่ะ” ทั้งสองไม่ลืมที่จะยกมือไหว้อย่างมีมารยาท
“จ้า แต่เอ๊ะ! น้องเอวาวันนี้ทำไมหน้าซีดๆ” พี่เกดเอ่ยขึ้นทำให้ชมพูเองก็ต้องหันไปมองหน้าเพื่อน
“ใช่ เอวาไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าซีดจัง”
“แค่ปวดท้องประจำเดือนนิดหน่อยนะ”
“อ้าว งั้นกินหมูปิ้งสิมียาไหม” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“เราเอายามา”
“งั้นน้องเอวากินอะไรรองท้องก่อนจะได้กินยาเหลือเวลาอีกเยอะกว่างานจะเริ่ม” พี่เกดก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมือและเอ่ยบอกเธอค่อนข้างชอบสองสาวที่เป็นคนง่าย ๆ ไม่งอแง ไม่เรื่องเยอะอย่างคนอื่น ๆ ทั้งสองเลยอยู่ในอาชีพนี้ได้นานจากพริตตี้หางแถวขึ้นมาเป็นตัวท็อปและที่สำคัญทั้งสองไม่เลือกงานรับหมดทุกอย่างจะงานถูกงานแพงไม่เคยเกี่ยงทั้งที่เอวามีค่าตัวสูงถึงหลักแสนบาทงานพันงานหมื่นเธอก็ไม่เคยปฏิเสธเลย เอวานั่งกินหมูปิ้งที่เพื่อนซื้อมาฝากเงียบ ๆ
“รีบกินเถอะ เดี๋ยวพี่ช่วยแต่งหน้ากลบความซีดให้ รับรองออกมาสวยพริ้ง” พี่เกดตบไหล่เอวาเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปเตรียมเครื่องสำอางรอ
เธอฝืนยิ้มขอบคุณพลางเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือ แม้จะรู้สึกพะอืดพะอมจากอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ต้องบังคับตัวเองให้กินเข้าไปเพื่อรองท้องสำหรับยาแก้ปวดที่เตรียมมา
“ใส่ชุดนี้เหรอคะพี่เกด” ชมพูหยิบชุดจากราวหันมาถามโมเดลลิ่ง
“ใช่จ๊ะ! เจ้าของงานเขาขอสีนี้มานะหายากมาก”
“แดงได้ใจจริงๆ ค่ะพี่เกด” ชมพูอุทานพลางลูบเนื้อผ้า ชุดราตรีสั้นสีแดงเพลิง ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินเนื้อดีที่เล่นกับแสงไฟ เสริมความเซ็กซี่ด้วยดีไซน์แหวกหน้าขาและโชว์แผ่นหลังกว้าง
“พี่ถึงบอกไงสีหายากมาก ส่งให้ลูกค้าดูหลายชุด หลายแดงมากจนมาจบที่ชุดนี้สีแดงแจ๊ดนี่” พี่เกดส่ายหัวไปมากับความเรื่องเยอะของเจ้าของงาน เธอหาชุดอยู่ร่วมสองอาทิตย์กว่าจะได้อย่างที่ลูกค้าต้องการ
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“ใช่สิ พี่ละเหนื่อย”
เอวานั่งกินหมูปิ้งฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆ ทันทีที่เอวากินยาเสร็จสองสาวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า
“ชุดรัดมาก อึดอัดจังวันนี้แกว่าฉันท้องป่องไหม” เอวาหันไปให้เพื่อนช่วยดูอาการปวดท้องก็ยังไม่หายแถมเหมือนจะท้องอืดขึ้นมาซะงั้น
“นิดนึงอะ แต่ไม่น่าเกลียดนะแกไหวไหม” ชมพูถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ไหวสิ แค่นี้สบายไปเถอะ“ เธอรู้สึกเหมือนอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปกำลังจะตีกลับขึ้นมาที่ลำคอ แต่เธอก็พยายามกลืนมันลงไปและฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้เพื่อนและพี่เกดต้องเป็นห่วง
เอวาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามแขม่วพุงเพื่อให้ซิปที่รัดตึงดูเรียบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งสองเดินกลับออกมาหาพี่เกดที่เตรียมอุปกรณ์แต่งหน้าไว้พร้อมสแตนด์บาย
“โอ้โห! สวยฟาดมากลูกสาวพี่ สีนี้ขับผิวสุดๆ ไปเลยเอวา” พี่เกดตาโตเมื่อเห็นเอวาในชุดสีแดงเพลิง ก่อนจะจับร่างบางให้นั่งลงบนเก้าอี้
เธอลงมือสะบัดแปรงด้วยความชำนาญ พรางรอยคล้ำใต้ตาและแต่งแต้มใบหน้าของเอวาให้ดูโฉบเฉี่ยว ทรงพลังจนดูไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังกัดฟันสู้กับอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มบีบตัวแรงขึ้นเป็นระยะๆ
“วันนี้แขก VIP เยอะนะ โดยเฉพาะบอสใหญ่เจ้าของงานค่อนข้างเนี้ยบ ดูท่าจะเอาใจยากระหว่างรอก็อ่านรายละเอียดของงานไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่จะออกไปดูด้านนอกว่าเขาจะเริ่มกันหรือยัง“ พี่เกดส่งรายละเอียดของโครงการคอนโดหรูให้สองสาวอ่าน
“โห! เริ่มต้นห้องละร้อยล้าน!!” ชมพูเบิกตากว้างหลังจากเห็นราคาเริ่มต้นของคอนโดหรู
“อยากมีแบบนี้สักห้องจังเราทำงานจนตายก็ไม่รู้จะพอค่าคอนโดนี้ไหม” เอวามองภาพคอนโดในมือยิ้ม ๆ ความฝันอยากมีบ้าน อยากมีรถ มีชีวิตที่ดีที่เธอฝันเอาไว้ตลอด เธออยากหลุดพ้นจากความจนที่คนเขาพูดกันว่า ความจนมันน่ากลัว มันคือเรื่องจริงเพราะเธอสัมผัสความน่ากลัวนั้นมาแล้ว
“จริงแกถ้ามีสักห้องนะ ฉันจะนอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลย” ชมพูสมทบพลางหัวเราะเบาๆ เพื่อคลายความเครียด แต่เอวาทำได้เพียงยิ้มบางๆ มือหนึ่งยังคงลูบหน้าท้องที่ปั่นป่วน สายตากวาดมองรูปภาพส่วนกลางของคอนโดหรูที่มีทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้าและเลานจ์ระดับพรีเมียม ห้องนอนสุดหรูดูสวยหรูสมราคามากเหลือเกิน
“แต่ก็นั่นแหละคนระดับเรา แค่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านให้ครบทุกเดือน ไม่โดนไล่ออกก็บุญแล้ว” เอวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความขมขื่นแล่นขึ้นมาจุกที่อกชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะรีบปัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นพี่เกดกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางตื่นเต้น
“พร้อมกันไหม น้องเอวาไหวแน่นะ“
”ไหวค่ะ สบายมาก“
“จ๊ะ งั้นไปเถอะชั่วโมงนึงแป๊บเดียวเสร็จแล้วจะได้ไปหาที่พักเตรียมตัวไปงานที่สองกันต่อ” สองสาวเดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยท่าทีสง่า จนมาถึงหน้างาน
“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย มีแต่นักธุรกิจ ดาราคนดังทั้งนั้นเลย“ ชมพูเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนรอคิวอยู่ข้างเวที โดยบนเวทีมีพิธีกำลังกล่าวเปิดงาน
[พิธีกร] ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญเจ้าของโครงการผู้สร้างสรรค์นิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาส ขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการขอเสียงปรบมือให้กับ คุณอาเธอร์ คิมสันยัง ครับ!
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานกิจกรรมร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งไทย อิตาลีในชุดสูทสีดำถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต เนี้ยบไปทุกระเบียบนิ้วเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่ทรงอำนาจ ใบหน้าคมคายดูเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดูดุดันจนคนมองแทบไม่กล้าสบตา เขากวาดสายตามองไปรอบงานเพียงครู่เดียว ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางในชุดแดงเพลิงที่ยืนสแตนด์บายอยู่ข้างเวที กระทั่งการกล่าวเปิดงานก็จบลงเป็นหน้าที่ของสองสาวที่จะต้องขึ้นไปมอบดอกไม้และถ่ายภาพร่วมกันก่อนจะลงไปยังบริเวณจัดงานด้านล่างเวที
ร่างบางของสองสาวไปยืนขนาบข้างชายหนุ่มเจ้าของงาน
“คุณอาเธอร์ยิ้มหน่อยนะครับ” เสียงตากล้องตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งงานจนตาพร่ามัว เอวาพยายามเหยียดแผ่นหลังให้ตรงที่สุดท่ามกลางความรู้สึกรัดตึงของชุดราตรีสีแดงที่เริ่มบีบรัดช่วงหน้าท้องที่กำลังประท้วงอย่างหนัก เธอฉีกยิ้มหวานที่ฝึกฝนมาอย่างดี ส่งสายตาให้กล้องแต่ละตัวอย่างเป็นมืออาชีพ
แต่แล้วจังหวะหนึ่งที่ อาเธอร์ หันมาสบตากับเธอเพื่อร่วมเฟรมถ่ายรูป แววตาคมกริบสีสนิมของเขากลับดูนิ่งลึกจนน่าขนลุก เขาไม่ได้ยิ้มตอบพริตตี้สาวเหมือนที่แขกคนอื่นทำ แต่กลับปรายตาไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มจนคมเข้ม ไปจนถึงปลายนิ้วมือของเอวาที่จิกเกร็งอยู่ข้างลำตัว เอวายืนนิ่งราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเธอรีบหลบสายตาดุดันคู่นั้นหันไปมองกล้อง เท้าเรียวถอยห่างเขาเล็กน้อยในใจได้แต่คิดว่า ‘คนอะไรหน้าตาก็ดีแต่สายตาน่ากลัวมาก’
المراجعات