เข้าสู่ระบบ
เสียงเอะอะภายในบ้านหลังหนึ่งแถวลาดพร้าว เด็กสาวอายุเพียง20ปีถูกดึงกระชากพร้อมทั้งเสียงทุบตีจนเธอต้องร้องขอความช่วยเหลือ
"แม่ ช่วยเทียนหน่อย แม่...พ่อปล่อยหนูนะ" "กูเลี้ยงมึงมาตั้งแต่สองขวบ ถึงเวลาที่มึงจะต้องทดแทนบุญคุณกูแล้ว" มือที่ดึงกระชากเด็กสาว พร้อมเสียงที่ตวาดออกไปมันยิ่งทำให้ เทียนหอมน้ำตาร่วงพรู แน่นอนว่าชายคนนี้ไม่ใช่พ่อแท้ ๆ ของเธอ เทียนหอม เป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่สองขวบ แม่ของเธอมีสามีใหม่ และชายคนนี้เขาก็คือพ่อเลี้ยงของเธอนั้นเอง "พี่ ฉันขอละปล่อยลูกไปเถอะ สงสารเทียน นะพี่นะ" เด่นดวงยกมือขึ้นมาทาบที่ยก สองมือพนมไหว้ผู้เป็นสามี ดูเหมือนจะไร้ผล ไม่เพียงทรงพลไม่ปล่อยเขายังหันมาดุด่าผู้เป็นภรรยาอีกต่างหาก "มึงเองก็เหมือนกัน แค่ขายข้าวแกงมันจะไปพอยาไส้อะไร วันนี้กูจะเอาอีเทียนไปให้เสี่ย มึงรู้ไหมว่าอีเทียนค่าตัวมันได้เท่าไหร่ มึงกับกูจะได้ไม่ลำบาก อีดวง!" ไม่น่าเชื่อว่าคำที่หลุดออกมาจากปากคนที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กจะทำให้ เทียนหอม ต้องหลั่งน้ำตาลงมาเป็นสาย แววตาอ้อนวอนผู้เป็นพ่อไม่ได้ช่วยให้คนที่ฉุดกระชากร่างเธออยู่นั้น เบามือลงได้แม้แต่น้อย แม้ว่าเธอจะหันไปหาแม่ผู้ให้กำเนิดหวังว่าแม่ของเธอจะช่วยได้ แต่ดูเหมือนทรงพลพ่อเลี้ยงใจร้ายจะไม่ปรานีสักนิด "พี่พล ฉันกราบละพี่ ปล่อยลูกไปเถอะอย่าทำแบบนี้เลย" "มึงหุบปากไปเลยอีดวง ไม่อย่างนั้นมึงโดนตีนกูแน่" ทั้งกลัวทั้งห่วงคนเป็นลูก แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรได้ หวังจะให้คนอื่นมาช่วยก็คงไม่มี เพราะตนหนีไม่พ้นจากผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่แรก แถมยังมีพยานรักด้วยกันอีกหนึ่งที่เป็นน้องชายของเทียนหอม 'ธูป' "ธูป มาช่วยห้ามพ่อหน่อยสิ" เด่นดวงเธอตะโกนเข้าไปในบ้านที่ลูกชายอยู่ในนั้น แต่เหมือนชายหนุ่มที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นจะไม่สนใจ ไม่เพียงไม่ออกมามอง เขายังตะโกนกลับออกมาอีก รำคาญโว้ย! เพียงแค่นั้นก็รู้แล้วว่า ตนและลูกสาวไร้ที่พึ่งพิง จริงอยู่ว่ามีเพื่อนบ้าน แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเพื่อนบ้านต่างหวังดี แต่สุดท้ายโดนทรงพลไล่ตะเพิดหมด จึงไม่มีใครอยากเข้ามายุ่งและนี่มันไม่ใช่ครั้งแรก เพราะตอนเด็ก การทุบตีร่างกายของเด็กสาวมันมีมาตลอด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถึงแก่ชีวิต แต่คนเป็นแม่แท้ ๆ ก็ไม่คิดที่จะพาลูกหนี "พ่อ...หนูไม่อยากไป หนูไม่อยากเป็นเมียเสี่ย...ฮึก ฮือ" ทั้งร้องขอ ทั้งอ้อนวอนหากก้มลงกราบได้เธอทำไปแล้ว แต่ติดที่ว่าสองมือของเธอถูกผู้เป็นพ่อเลี้ยงพันธนาการไว้เยี่ยงทาส "มึงอย่าเรื่องมากได้ไหม กูเอารูปมึงไปให้เสี่ยดู เขาชอบมึง มึงอยากให้แม่กับน้องลำบากหรือไง อีเทียน" "พ่อ...ฮือ แต่หนูยังเรียนอยู่นะ" "มึงจะเรียนไปเพื่ออะไร ไปอยู่กับเขามีแต่สุขสบายกูกับแม่มึงก็พลอยสบายไปด้วย" "แต่หนูไม่อยากไป" "แต่มึงต้องไป!!" สุดที่จะยื้อกับความไร้หัวใจกับผู้ที่เธอเรียกว่าพ่อมาตั้งแต่จำความได้ ทรงพลไร้ความรักความเมตตากับเธอเสมอ แม้ในวัยเด็กเธอจะช่วยพ่อแม่ทำมาหากินแต่ก็ยังถูกตีจนเนื้อตัวเขียวช้ำ ส่วนผู้เป็นแม่ แม้ว่าจะรักลูกเพียงใดแต่เธอก็ไม่อาจจะทัดทานความร้ายกาจของสามีได้ลง ที่สุดแล้ว เทียนหอมก็ถูกพามาที่คอนโดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงด้วยรถแท็กซี่ ทว่าระหว่างทางมาเธอถูกทรงพลบังคับตลอด เขาขู่เธอว่าหากเธอไม่ยอมมา คนที่จะเจ็บตัวคนต่อไปก็คือมารดาผู้ให้กำเนิด "ลงมา!!" ทันทีที่รถแท็กซี่จอด ทรงพลก็กระชากแขนลูกสาวให้ลงรถ จากนั้นก็จูงแขนเธอขึ้นไปที่ห้องนัดหมาย "ฮึก ฮือ..ฮือ.." "มึงเงียบเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวคนหาว่ากูทำร้ายร่างกายมึง" เทียนหอม อยากจะสวนไปแทบขาดใจว่า มันเป็นแบบนั้นแต่เธอก็ไม่กล้า ได้แต่สงบนิ่งเม้นปากเรียวลงเข้าหาแน่น จนกระทั่งเดินมาขึ้นลิฟต์ของตัวตึก เธอไม่รู้ชะตาเลยว่าเบื้องหน้าจะเจออะไร เด็กสาวที่สวมเพียงเสื้อยืดกางเกงขายาวเดินตามผู้เป็นพ่อมาถึงห้อง ห้องหนึ่ง ก่อนที่ทรงพลจะหยุดเท้า เทียนหอมเธอก็รั้งแขนพ่อไว้แน่น "พ่อ...อย่าทำแบบนี้เลย หนูไม่อยากขายตัว!" "มึงคิดสิ ที่มึงได้เรียน ที่มึงโตมาป่านนี้ กูกับแม่มึงลำบากขนาดไหน ไหนจะส่งน้องมึงเรียนอีก อีกอย่างกูเป็นหนี้เขา เงินตั้งหนึ่งล้านมึงจะมีปัญญาไหนหาไปใช้ เสี่ยเขาใจดีรับเลี้ยงมึงแถมยังให้มาอีกก้อน มึงใช้สมองโง่ๆมึงคิดสิ หากไม่ยอม มึงจะหาเงินที่ไหนมาใช้ให้กู ให้น้องได้เรียน มึงอย่าเรื่องมาก" มันแทบจะจุกอก หนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ แถมหนี้พวกนั้นเธอรู้ว่าพ่อของเธอติดการพนันจนเป็นหนี้เป็นสินต่างหาก แต่ก็ไม่อาจพูดได้เพราะกลัวว่าคนที่จะเป็นทุกข์คือแม่ เธอสงสารแม่ กลัวว่าแม่จะถูกพ่อทำร้ายมากกว่า คิดแล้วว่า ชีวิตนี้ของเธอคงเกิดมาเพื่อคนอื่น ทุกอย่างที่เธอทำก็เพื่อครอบครัว ครั้งนี้มันอาจมากไปที่พ่อเธอทำกับเธอ แต่เธอก็ไม่อาจขัดได้ ดูเหมือนเป็นคนโง่ที่ถูกคนอื่นกระทำแบบนี้ ถ้าหากการเป็นเด็กเสี่ยมันจะทำให้แม่และน้องสบาย เธอก็จะยอมหลังจากที่พบกันวันนั้น ยามเช้ามาร์คัสก็ยังไม่ได้เดินทางเข้ากรุงเทพ เพราะอยากทำความคุ้นเคยกับลูกสาวและได้อยู่ใกล้ชิดกับเทียนหอม ชายหนุ่มพยายามจะร้องขอให้เทียนหอมกลับไปกับเขา ขอโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าเทียนหอมก็ยังไม่ได้กลับ เธอรับรู้ได้ว่าเขารักเธอจริงแต่อยากใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องพิสูจน์มากกว่า วันเวลาเดินทางไปไม่ได้หยุดนิ่งเทียนหอมเธอยังคงอยู่ที่เดิม ส่วนมาร์คัสก็เทียวไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพและขอนแก่น ทุกครั้งที่มาก็จะมีของเล่นขนมมาให้ลูกจนเต็มไปหมด คนแถวนั้นที่ไม่เคยเห็นพ่อของลูกของเทียนหอมก็พึ่งได้เห็น และเสียงที่เล่าลือกันไปคือ เขาเป็นคนรวย แถมยังหล่ออีก แต่สำหรับบางคนที่ชอบนินทา แน่นอนว่าคงมองเทียนหอมเป็นเด็กเที่ยวใจแตกพลาดท้องเลยหนีมาอยู่ที่นี่ มาร์คัสใช้เวลาอย่างมากเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้เทียนหอมได้เห็น หากจะนับเวลาตั้งแต่ที่เจอกันอีกครั้งจนวันนี้ก็ผ่านมาจนหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าคนตัวเล็กหน้าสวยก็ยังไม่ตอบตกลงที่จะเข้ากรุงเทพพร้อมตนสักที "คุณน้าครับ หากวันหนึ่งผมพาเทียนหอมกับมิรินไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าเขาที่ต่างประเทศ คุณน้าจะว่าอะไรไหมครับ" ชายหนุ่มเอ่ยถามเด่นดวงด้วยถอยคำสุภาพน้ำ
มาร์คัสแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเขาละสายตาจากคนพูดแล้วเพ่งมองที่ใบหน้าของเด็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโต นัยน์ตาประกายผิวขาวปากอมชมพูเล็กน้อยทว่าทุกสัดส่วนบนใบหน้าก็คล้ายเขาเมื่อตอนเด็ก และนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องปล่อยโฮขึ้น "ฮึก เขาเป็นลูกของผมเหรอครับ เทียนหอมทำไมเธอใจร้ายแบบนี้" "แม่คะ" "เทียนเขาควรรู้ ไหนๆเรื่องมันก็นานแล้ว ดีกว่าเทียนจะโกหกลูกว่าพ่อเขาตายนะ" เจ็บยิ่งกว่าถูกมีดกรีดก็ว่าได้ เทียนหอมเล่นโกหกลูกสาวว่าพ่อเสีย จึงทำให้เด็กน้อยไม่เคยถามหาอีก มาร์คัสขยับเท้าเข้ามา สายตาที่มองมิรินมันอ่อนโยนจนหาที่เปรียบไม่ได้ แถมดวงตาคู่คมนั้นยังเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่มันไหล "ผมขอจับเขาได้ไหม" เด่นดวงไม่ได้ใจร้าย ตนรู้ว่าลูกสาวก็ลืมมาร์คัสไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคงมีรักใหม่ไปนานแล้ว แต่นี่ครองโสดเลี้ยงลูกเพียงลำพังเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนตนครั้งยังเด็ก "เทียน แม่ไม่อยากให้มิรินเป็นเหมือนเทียนนะลูก พ่อเขาอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยๆเขาก็มีสายเลือดเดียวกัน" เทียนหอมร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนเด่นดวงวางหลานตัวน้อยลงจากอ้อมแขน จากนั้นก็บอกหลานสาว "มิริน ผู้ชายตรงนี้เขาเป็นปะป๊าของหนู ไปหาเขาสิ" "ปะป๊านะยัยย
คำบอกเล่าของลูกน้อง ทำให้ชายหนุ่มร่างสูงต้องชะงัก ด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าคนที่ตนเห็นจะเป็นคนเดียวกันกับเด็กที่ตนตามหา "มึงเจอเธอที่ไหน" "ที่โรงแรมนี่ละครับ แต่..." "อะไร!" "นายครับ ผมไปส่งเธอที่บ้าน เห็นเด็กคนหนึ่งวิ่งมากอดเทียนหอม ผมเกรงว่าเธอน่าจะแต่งงานมีสามีไปแล้ว" คำบอกเล่านั่น มันทำให้มาร์คัสแทบจุกจนหายใจไม่ออก คำว่าแต่งงานมีครอบครัวอย่างนั้นนะเหรอ มันเป็นเรื่องที่เขาไม่อยากได้ยินด้วยซ้ำ "พากูไป กูอยากเห็นกับตาตัวเอง ว่าเธอมีครอบครัวจริงหรือเปล่า" "ครับ" สิงห์น้อมรับคำสั้นๆ จากนั้นก็พามาร์คัสไปที่บ้านที่เทียนหอมอาศัยอยู่กับแม่และลูกสาว ระหว่างที่รถแล่นตามถนนมานั้น ในหัวของชายหนุ่มก็ตั้งคำถามกับตัวเองไม่หยุด ตลอดระยะเวลาสามปีที่เขาตามหาทั่วกรุงเทพ แต่คนตัวเล็กแอบมาหลบอยู่ที่ภาคอีสาน แถมลูกน้องตนยังบอกว่ามีลูกเล็ก มันหมายความว่าอย่างไรกัน รถของมาร์คัสจอดอยู่ที่หน้าบ้านโดยที่สิงห์เป็นคนขับ ชายหนุ่มเปิดประตูลงมา แต่ตอนนี้เด่นดวงได้เก็บของที่ขายลงเรียบร้อย แต่บริเวณหน้าบ้านเงียบมาก ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูโดยรอบ แหงนหน้าขึ้นไปมองที่ชั้นสอง พร้อมกับการถอนหายใจ "เธอหนีฉันมา มาอยู
สิงห์ตามมาร์คัส ออกมาข้างนอกห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่ จากนั้นก็กวาดสายตามองหาคนที่ตนคิดว่าเป็นเทียนหอม แต่ก็ไร้เงา ไม่รู้ว่าจำคนผิดไปหรือเปล่า ส่วนเทียนหอมเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ชั่งใจอยู่ว่าจะเอาอย่างไรดี หากอยู่ก็ต้องเจอกับเขาแน่ แต่ถ้าหนีกลับบ้านคงถูกหัวหน้าสายงานด่าแน่นอน "ระหว่างโดนด่า กับเจอผู้ชายคนนั้นเธอจะเอายังไงเทียนหอม" เธอถามตัวเอง แต่ดูเหมือนจะได้ข้อตลกแล้ว หากหนีกลับตอนนี้แม้จะโดนต่อว่าก็ไม่เท่ากับจะเจอเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ เทียนหอมตัดสินใจที่จะออกจากการอบรมกะทันหัน แถมยังส่งข้อความไปบอกเพื่อนอีกว่า มิรินไม่สบายขอกลับก่อน และให้บอกหัวหน้าสายงานด้วย โจอ่านและทำตามที่เพื่อนขอ อีกทั้งเขาก็เชื่อว่ามิรินไม่สบายจริงเลยไม่ได้ซักถามอะไรให้มากความ เทียนหอมเดินออกมาจากโรงแรมเธอมองหารถที่จะกลับบ้าน ทว่า สิงห์ดันเดินมาพอดี ดีหน่อยที่มาร์คัสเขากลับเข้าห้องประชุมไปแล้ว ทันทีที่สิงห์เห็นเทียนหอมยืนอยู่ เขาก็เพ่งมองอยู่สักพักแน่ใจแล้วว่าเธอคือคนที่เจ้านายตามหาก็เรียกทักทันที "เทียนหอม!!" เทียนหอมสะดุ้งเล็กน้อย จากนั้นก็หันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นสิงห์ ใบหน้าของเธอยิ่งเลิกลั
3ปีผ่านไป ระยะเวลาพิสูจน์อะไรได้หลายอย่างแม้กระทั่งใจคน "นายครับ อาทิตย์หน้าที่จะถึงเราต้องไปฝึกอบรมพนักงานขายที่ต่างจังหวัดนะครับนาย" เสียงที่โพล่งบอกเป็นเสียงของสิงห์ แน่นอนว่าชายหนุ่มร่างสูงนี้ ยังอยู่กับมาร์คัสไม่ได้จากไปที่ไหน แถมยังช่วยงานผู้เป็นนายได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่องเหมือนเดิม "อืม กูรู้แล้ว ว่าแต่ช่วงหลังมานี้ มึงได้ไปตามสืบข่าวจากเด็กน้ำหวานบ้างหรือเปล่า" "เอ่ออ คือ" สิงห์เงียบเพราะไม่ได้ไปตามสืบมาสักพักใหญ่ เพราะอะไรนะ เหรอ เพราะน้ำหวานเห็นหน้าสิงห์ทีไรก็ไล่ตะเพิดทุกที ก็หลังๆมานี้ไม่ใช่แค่ไปตามสืบ แต่กับก้าวล้ำเขาไปในชีวิตเขาจนทำให้น้ำหวานต้องเลิกกับแฟนเพราะสิงห์เป็นต้นเหตุ "หากมึงว่างก็แอบไปตามหน่อยแล้วกัน กูเชื่อว่าเด็กคนนั้นรู้ว่าเมียกูอยู่ไหนแต่ไม่บอก" "นายครับ แต่ ผ่านมาสามปีแล้ว ป่านนี้เทียนหอมคงมีแฟนใหม่ไปแล้วนะครับนาย" ปัง!! "กูไม่สน จะผัวใหม่กี่คน กูก็ต้องเอาเมียกูกลับมาให้ได้" ไม่เพียงแค่ปากพูด เขายังตบโต๊ะเสียงดังลั่นใส่สิงห์จนสิงห์ต้องก้มหน้าต่ำลง เพราะตกใจ บรรยากาศในห้องทำงานยังคงปกคลุมไปด้วยความเงียบ ตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลย
สิ่งที่มันเจ็บที่สุดก็น่าจะเป็นคำพูดของคนที่บอกว่ารักกัน แต่เขาในตอนนี้กับไม่แคร์ความรู้สึกเธอเลยแม้แต่น้อย วาจาที่พ่นออกมานั้นไม่รู้ว่าเขาคิดหรือเปล่า ทว่ามันดันทำให้อีกฝ่ายน้ำตานองหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ "มาร์คงรักเธอมากสินะ คุณถึงไม่แคร์ความรู้สึกพิมพ์สักนิด" "พิมพ์หากผมไม่แคร์ความรู้สึกคุณ ผมจะแต่งงานกับคุณทำไมกัน แต่คุณบอกเองว่าไม่สบายใจผมก็ไม่ฝืน แล้วจะให้ผมทำยังไง" "คุณรู้ตัวหรือเปล่า ว่าคุณเห็นแก่ตัวมากที่สุด คุณน่าจะสำนึกรู้สึกผิดกับพิมพ์บ้าง แต่นี่คุณกับไม่สนความรู้สึกพิมพ์เลย" เธอทั้งร้องไห้ทั้งยืนปาดน้ำตาอยู่อย่างนั้น ส่วนมาร์คัสไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ ใบหน้าหล่อเสหลบสายตาแฟนสาว จากนั้นก็ค่อย ๆ สาวเท้าลงมาหาเธออย่างใจเย็น สองมือของเขาเอื้อมไปจับมือพิมพ์รดาไว้แน่น จากนั้นก็พูดเสียงเรียบ "ผมขอโทษ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง คุณอยากจะด่าจะว่าจะประจานผมยังไงก็ได้ ผมยอมรับผมลืมเธอไม่ได้จริงๆ แต่เรื่องแต่งงานผมแล้วแต่คุณจะตัดสินใจ ผมขอโทษนะพิมพ์!" "ฮึกฮือ อืออ คุณรักเด็กนั่นขนาดนี้เลยเหรอ พิมพ์ไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณไม่บอกพิมพ์ละคะ เราจะแต่งงานกันแล้วทำไมคุณถึงใจร้ายแบบนี้" "ผมขอโทษ ผมไม







