Masukวิมลกับปารเมศนั่งฟังอยู่แบบเงียบ ๆ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอะไร เพราะในบ้านนี้ทุกคนก็ช่วยกันหาคนที่จะมาเป็นหลานสะใภ้คนโตกันทุกคน แต่ปลูกเรือนก็ต้องตามใจผู้อยู่ ถ้าอิทธิพัทธ์ไม่เอาเสียอย่างใครจะไปบังคับได้ อีกอย่างทุกคนกลัวว่าพอมาอยู่แล้วจะอยู่ไม่ทน
“เฮ้อ แม่ก็หาไม่ได้เหมือนกัน วัยเดียวกันเขาก็มีลูกสองลูกสามกันไปหมดแล้ว ที่จริงแม่ก็ไม่อยากบังคับตาอิทหรอกนะแต่แม่ก็อดห่วงหลานรักของแม่ไม่ได้ แก่มาจะอยู่กับใคร อย่างน้อยมันต้องมีลูกมีเมียไว้คุยแก้เหงาบ้าง” บงกชพูดออกมาแววตามีความเป็นห่วงหลานชายมาก
คนเกิดก่อนย่อมรู้ดีว่าในวัยชรามันว้าเหว่แค่ไหนถ้าไม่มีคู่อยู่ข้างกาย บงกชเองก็อยากมีเหลนไว้คุยแก้เหงาบ้าง ตอนนี้ลูกหลานโตกันหมดแล้วเขาก็ไม่ได้มาคุยเล่นด้วยเหมือนแต่ก่อน ต่างคนต่างทำหน้าที่กันไป
อิทธิพัทธ์เลยวัยที่ต้องมาเอาใจสาว ๆ แล้วใครเขาอยากจะมาอยู่ด้วย ถ้าหากจะมีก็คงต้องเป็นวัยใกล้เคียงกัน แล้ววัยสี่สิบยังจะมีสาวโสดที่ไหนหลงเหลืออยู่อีก ถ้ามีก็คงหายากเต็มที ไม่งั้นก็ต้องหาแม่หม้ายลูกติดก็น่าจะพอได้เพราะอิทธิพัทธ์เป็นหนุ่มหล่อรูปร่างสะโอดสะองถึงผิวจะไม่ได้ขาวมากนักแต่ก็ยังถือว่าสุขภาพยังดีกว่าวัยเดียวกันอยู่เยอะ เรื่องหน้าตาไม่ได้ห่วงว่าจะไม่มีใครมาชอบเพราะใบหน้าของเขายังดูอ่อนกว่าวัยมาก ห่วงอย่างเดียวเรื่องที่เอาใจใครไม่เป็นนี่แหละ ร้อยทั้งร้อยถ้าสามีทำแต่งานอย่างอื่นไม่เอาเลยชีวิตคู่ก็อยู่ยาก
“คุณแม่ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ วิเชื่อว่ามันต้องมีทางออกค่ะ เรื่องแบบนี้ว่าไม่ได้นะคะ บทจะมาก็มาแบบไม่ทันตั้งตัวค่ะ” วิมลพูดปลอบใจแม่สามีขณะที่ทุกคนนั่งทานข้าวร่วมกัน
“อืม ฉันก็หวังไว้อย่างนั้น ถ้าไม่มีจริงๆฉันจะใช้ไม้ตายกับตาอิท” ไม่ใช่ว่าไม่มีหนทางเลยแต่คุณย่าบงกชเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายต่างหากล่ะ
“แล้วนี่ตาเมศไม่มีเพื่อนผู้หญิงเลยเหรอลูก ไม่หามาให้พี่เขาหน่อยล่ะ” บงกชบอกหลานชายต่างมารดากับอิทธิพัทธ์ซึ่งอายุห่างกันเกือบยี่สิบปี
“โธ่คุณย่า หายากนะครับ ใคร ๆ เขาก็อยากมีสามีหนุ่มกันทั้งนั้นแหละครับ” ก็จริงอย่างที่ปารเมศว่าเขาพยายามหาช่วยแล้วแต่พอรู้คร่าว ๆ ว่าต้องมาเจอกับมนุษย์หินพันปีก็ไม่มีใครกล้าจริงจังสักคน
รถยนต์สีดำเลี้ยวเข้ามาจอดในที่ประจำของบ้านทรงโมเดิร์นขนาดชั้นครึ่งหลังคาไล่เป็นสามระดับภายนอกถูกตกแต่งไว้ด้วยโทนสีเทาขาวดูเรียบง่ายแต่ทันสมัยมีพื้นที่ใช้สอยมากพอที่จะอยู่เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกได้อย่างสบาย ภายในบริเวณบ้านกว้างขวาง
“อ้าว คุณอิทไหนว่าไปทานข้าวบ้านใหญ่คะ” แม่บ้านเอ่ยทักหลังจากเห็นร่างใหญ่ก้าวเข้ามาในบ้าน
“เปลี่ยนใจแล้วครับป้า อารมณ์ไม่ค่อยดีก็เลยกลับมาก่อน ป้ามีอะไรกินบ้างครับ” ชายหนุ่มถามแม่บ้านที่อยู่กับเขามาเกือบสิบปี ตั้งแต่สมัยเขายังอยู่บ้านใหญ่ จนรู้จักนิสัยใจคอเจ้านายเป็นอย่างดี
“ป้าทำข้าวผัดแบบที่คุณอิทชอบไว้น่ะค่ะ เกรงว่ากลับมาดึก ๆ แล้วจะหิว” ป้าน้อยรู้ดีว่าอิทธิพัทธ์ไม่ใช่คนเรื่องมากในเรื่องการกินอยู่ แค่เรื่องมากในการหาภรรยาเท่านั้น
“ยกมาเลยครับป้า” อิทธิพัทธ์กินข้าวยังไม่ทันอิ่มโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ชายหนุ่มมองหน้าจอแล้วลอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะรับสาย
“ครับคุณย่า” ปากก็เคี้ยวข้าวไปด้วยหูก็รอฟังปลายสายว่าจะบ่นอะไรอีกที่หลานชายไม่รอทานข้าวเย็นด้วย
“ย่าให้เวลาอีกสองเดือนนะตาอิท ถ้าหาไม่ได้ย่าจะให้อิทแต่งงานกับหนูริสาข้างบ้านเรานี่แหละ” อิทธิพัทธ์แทบจะสำลักข้าวออกมา เล่นทำแบบนี้หลานชายตัวแสบก็เหวอไปเลยสิ ใคร ๆ ก็รู้ว่าสองแม่ลูกที่อยู่ข้างบ้านรัตนโสภาปากเป็นยังไง ถึงลูกสาวจะอายุย่างเข้าเลขสาม ดีกรีเรียนจบจากต่างประเทศและถึงหน้าตาจะสวยงามมากแค่ไหนเขาก็ไม่มีทางเอาชีวิตไปแลกกับผู้หญิงคนนั้นเป็นอันขาด ใครได้ไปเป็นสามีคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น
“คุณย่าครับ ผมอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่ครับ ผมมีทุกอย่างแล้วยังจะหาความทุกข์มาให้ผมอีกทำไมล่ะครับคุณย่า” เสียงอ้อนวอนที่เอ่ยออกไปนั้นเหมือนจะไม่มีค่าอะไรเลย
“ยังไงก็ไม่ได้ ย่าไม่ยอมจริง ๆ นะอิท ถ้ายังดื้ออยู่แบบนี้อย่าหาว่าย่าไม่เตือน” สีหน้าอิทธิพัทธ์มีความกังวลมากยิ่งขึ้น มือเลื่อนจานข้าวออกจากตรงหน้าไม่กินต่อเอาดื้อ ๆ
“โอ้ยจะบ้าตาย! หาเมียภายในสองเดือนเนี่ยนะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆใครจะไปหาทันว้า” อิทธิพัทธ์สบถออกมากับตัวเองอย่างหัวเสียก่อนจะเดินขึ้นห้องไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด
ทำไมคุณย่าไม่เคยเข้าใจอะไรง่าย ๆ เลย ก็คนบอกว่าไม่แต่ง ๆ ยังจะบังคับ ในความคิดของบงกชเธอจะไม่ยอมให้หลานคนไหนอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตแน่ตราบใดที่ย่าคนนี้ยังมีชีวิตอยู่
สามปีต่อมาที่บ้านสวน ลดาวัลย์ได้ตั้งท้องลูกคนที่สามซึ่งลูกคนนี้เป็นผู้หญิง “ไง มึงไม่คิดจะปิดอู่เลยรึไงวะ มึงชักจะเกินหน้าเกินตาใหญ่แล้วนะอิท” นพรุจเอ่ยถามเพื่อนรักเมื่อเห็นลดาวัลย์เดินท้องโย้ออกมาจากรถ “ที่จริงกูอยากได้อีกสักคนว่ะกำลังดีเลย เมียจ๋า…ถ้าคลอดคนนี้แล้วขออีกคนได้ปะ เป็นหญิงสองชายสองไรงี้” อิทธิพัทธ์เดินไปกอดเมียแล้วทำเสียงอ้อนวันนี้เขาและเธอมาดูงานที่สาขาราชบุรี เลยให้น้อยและพี่เลี้ยงพาลูกแฝดชายทั้งสองไปเล่นที่บ้านบงกช ซึ่งย่าเห่อเหลนมากจนแทบไม่อยากให้กลับมาบ้านพ่อกับแม่ “ไม่ได้ค่ะที่รัก แค่นี้อ้อก็จะไม่ไหวแล้วค่ะ” “แต่ผัวจ๋ายังไหวนี่นา” อิทธิพัทธ์ยังคงอ้อนไม่ยอมหยุดพร้อมกับกอดจูบภรรยาอย่างหลงใหลไม่เคยเบื่อหน่าย ตอนนี้ภรรยารูปร่างอวบขึ้นก็ยิ่งหลงหนักมาก “เดี๋ยวเมียไม่สวยก็จะวิ่งแจ้นไปหาเล็กหาน้อยอีกแหละ”อิทธิพัทธ์รีบส่ายหน้าพรืด “ไม่มีทาง แค่นี้ก็หลงจะตายอยู่แล้วเนี่ยจะให้ไปมีใคร” อิทธิพัทธ์ยังคงปากหวาน ซึ่งความจริงก็เป็นอย่างที่เขาพูดทั้งหมด ทุกวันนี้เขายิ่งรักภรรยาสาวเพิ่มขึ้นทุกวันดูแลตัวเองดียิ่งกว่าตอนเป็นห
คืนนั้นอิทธิพัทธ์นอนกอดภรรยาบนเตียงนุ่ม พอรู้ว่าจะมีลูกมันทำให้รู้สึกเหมือนลูกคือสิ่งที่เข้ามาเติมเต็มทุกอย่างของครอบครัวจนทำให้เกิดความกลัวว่าตัวเองจะอยู่กับลูกได้ไม่นาน “อ้อ” “คะอาอิท” “ต่อไปนี้อ้อเลิกเรียกว่าอาอิทได้มั้ย” “ทำไมละคะ” “เรียกอาแล้วมันดูแก่ยังไงไม่รู้อะ” “เอ๊า ก็เรียกมาตั้งนานแล้วเพิ่งจะรู้สึกเหรอคะ แล้วจะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะ” “เรียกว่า…พี่อิท นะ นะ อ้อน้า” ทั้งท่าทางและสายตาเว้าวอนมันทำให้เธอรู้สึกนึกขัน “อืม เรียกดีมั้ยน้า อ้อเขินจังค่ะมันไม่ค่อยชินเลยอะ” “ยังไงก็ต้องเรียกถ้าอ้อไม่เรียกพี่จะงอนแล้วนะ” พูดจบจากที่นอนกอดภรรยาอยู่ดี ๆ ก็นอนหันหลังให้แล้วก็เอามือสองข้างปิดหน้าตัวเองไว้ “ฮ่า ฮ่า โอ้ยทำไมอ้อมีผัวเด็กขนาดนี้เนี่ย” ลดาวัลย์อดไม่ได้ที่จะขำออกมาเสียงดังเมื่อเห็นท่าทางของสามีไม่คิดว่าคนอายุสี่สิบแล้วเขาจะทำตัวได้น่ารักขนาดนี้ “พี่อิทขา” ลดาวัลย์เรียกเขาเสียงหวานแต่ร่างใหญ่ยังคงนอนนิ่ง “พี่อิทขาหายงอนเมียยังน้า” ยังไม่มีเสียงตอบรับใ
“ว้าว ว้าว ผมจะมีหลานแล้ว ไชโย! คุณย่าต้องดีใจมาก ๆ เลยอะพี่อิท ดีใจด้วยนะที่ง้อเมียสำเร็จ ได้กลับมาทีเดียวทั้งสองคนเลย น้ำยาแรงไม่เบาเลยนะเนี่ยพี่ชายเราสตาร์ตปุ๊บติดปั๊บเลยเว้ย” “อย่ามัวแต่พูดมากไปทำงานได้แล้ว เอ้าเอกสารฉันเซ็นเสร็จแล้ว” “หื้ย ดีใจ ๆ” ปารเมศทำท่าทางดีใจจนออกนอกหน้า จนอิทธิพัทธ์อดขำไม่ได้ “ตื่นเต้นยังกะลูกตัวเอง” “ก็หลานคนแรกของผมอะทำไมล่ะ” “เออ ๆ คนแรกก็คนแรกอย่าเพิ่งบอกใครที่บ้านล่ะเดี๋ยวฉันกับเมียไปบอกเอง” “แหม คำก็เมียสองคำก็เมีย ตัวเองก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่เลยเนอะ” อิทธิพัทธ์ทำท่าจะลุกขึ้นไปจัดการน้องชายแต่ปารเมศก็รีบวิ่งออกไปก่อน จากนั้นข่าวเรื่องลดาวัลย์ตั้งท้องก็รู้กันไปทั่วทั้งบริษัท ก็พี่ชายบอกว่าไม่ให้บอกคนที่บ้านเขาก็เลยบอกคนที่บริษัทแทนเพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจ งานนี้เล่นเอาข้ามดาวหน้าเหวอจนพูดไม่ออกแล้วรีบเอาข่าวนี้ปบอกพี่สาวทันทีขวัญตารู้ดีว่าเขาแพ้ลดาวัลย์ตั้งแต่คืนวันที่ไปบ้านอิทธิพัทธ์แล้ว และต่อไปก็คงต้องตั้งใจเป็นแม่ค้าออนไลน์เพื่อเลี้ยงตัวเองต่อไป เธอรู้ดีว่าอิ
พอขึ้นไปบนห้องสิ่งที่สะดุดตาเธอก่อนเลยก็คือรูปถ่ายของเขากับเธอที่ถ่ายร่วมกันในวันแต่งาน ลดาวัลย์กวาดมองไปทั่วห้องสิ่งของหลายอย่างที่เคยเป็นของภรรยาเก่าของเขาที่เธอเคยจัดไว้อย่างเป็นระเบียบตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว อิทธิพัทธ์มองหน้าภรรยาก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ “อาอยากให้อ้อเชื่อใจอาและไม่ต้องมากังวลกับเรื่องนี้อีก” ลดาวัลย์กำลังจะเดินเลยไปเข้าห้องเล็กอีก “จะไปไหน” อิทธิพัทธ์ทำเสียงออดอ้อนกระเง้ากระงอดที่ภรรยาจะเดินเข้าห้องเล็ก “ไปนอนห้องเล็กไงคะ” “ไม่ให้ไป ต่อไปนี้อ้อต้องนอนห้องใหญ่กับอาทุกวัน” อิทธิพัทธ์กอดภรรยาด้านหลังเกยคางไว้ที่บ่าเล็กแล้วดุนหลังให้เธอกลับมาที่เตียงกว้างของเขา “แล้ววันนี้อาอิทไม่ไปทำงานเหรอคะ” “ไม่ไป อาจะอยู่กับเมียกับลูก รอไปพรีเซนต์งานพรุ่งนี้ทีเดียว” พอรู้ว่าจะได้เป็นพ่อคนมันก็รู้สึกเห่อ ความสุขมันเอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจจนแทบอยากจะตะโกนบอกให้โลกรู้ไปเลย “หื้อ เดี๋ยวนี้อาอิทหัดเป็นคนขี้เกียจใหญ่แล้วนะคะ” “ก็อาอยากอยู่กับเมียนี่นา ยังไม่หายคิดถึงเลย อยากไปหา
หลังจากปิดไฟนอนแล้วทั้งสองก็นอนคุยกันเหมือนกับคนที่ไม่เคยคุยกันมานานเป็นปี ไม่รู้ว่าสรรหาเรื่องอะไรมาเล่าให้กันฟังทั้งที่เพิ่งจากกันเพียงไม่กี่วัน อิทธิพัทธ์นอนกอดเธอจากด้านหลัง มือซุกซนเริ่มคืบคลานไต่เข้าชายเสื้อยืดตัวโคร่งของภรรยาช้า ๆ “อ้อจ๋า!” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแหบพร่า มือแกร่งเริ่มบีบคลึงกับอกนุ่มที่เขาแสนจะคิดถึงของหญิงสาวเบา ๆ “คะ อื้อ อาอิทอย่าบีบแรงอ้อเจ็บ” เธอคิดถึงคำจ๊ะจ๋าของสามีเป็นที่สุด และหวงคำนี้กลัวว่าเขาจะเอาไปใช้กับคนอื่น “หือ นี่เบามือแล้วน้า ยังไม่ได้ครึ่งที่อาเคยทำเลยนะอ้อ” “ก็เต้ามันเริ่มตึงแล้วนี่คะ มันเลยเจ็บนิดนึงค่ะ” “อาอยากกินอ้อมาก ขอกินได้มั้ยอาทนไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงออดอ้อนที่เปล่งออกมานั้นสั่นเครือบ่งบอกว่าเขากำลังกระหาย เขาเริ่มหายใจหอบหนักบดเบียดเชิงกรานแกร่งเข้ามาถูไถกับสะโพกของเธอ ลดาวัลย์จึงพลิกกายหันหน้าไปสบตากับเขา นิ้วเรียวของเธอแตะไล้ที่ริมฝีปากสามีแผ่วเบาสร้างความปั่นป่วนในกายเขามากขึ้น “กินเบา ๆ และห้ามกินดุนะรู้เปล่า” ลดาวัลย์บอกกับสามีแววตาเป็นประกาย “จะพยา
“อ้อจ๋า อย่าร้องไห้ได้มั้ย อาเจ็บ” อิทธิพัทธ์บอกกับเธอ จับร่างเธอให้นั่งคร่อมบนตักเขาและหันหน้าเธอมาประจันหน้ากับเขา ทั้งเอานิ้วหัวแม่มือเช็ดและจูบซับน้ำตาให้ ยิ่งเขาทำดีและนุ่มนวลกับเธอเท่าไรลดาวัลย์ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น เหตุผลที่เธอไม่อยากเจอเขาก็เพราะกลัวใจอ่อนแบบนี้ เธอไม่เคยต้านทานการสัมผัสของเขาได้เลย “แล้วที่อาอิททำแบบนี้ไม่คิดว่าอ้อจะเจ็บบ้างเหรอคะ อาอิทเห็นอ้อเป็นอะไร อาอิทกลับไปหาคนของอาอิทเถอะค่ะ เห็นแก่อ้อเถอะนะคะ อ้อไหว้ล่ะค่ะ” หญิงสาวทั้งร้องไห้และพนมมือที่อกเขา อิทธิพัทธ์จึงรวบมือเธอไว้แล้วดึงขึ้นมาจุมพิตแล้วลากไล้มือเล็กไปตามใบหน้าคมเข้มของเขาอย่างรักใคร่ “อาไม่มีใครอ้อ ได้โปรดอย่าไล่อาเลยนะ” น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มไหลออกมา “แล้วที่ไปทานข้าวด้วยกัน กอดกันนั่นมันคืออะไรคะ แล้วยังรอยลิปสติกบนเสื้อนั่นอีก แบบนี้อาอิทยังจะบอกว่าไม่มีอะไรอีกเหรอคะ ฮือ ๆ” ลดาวัลย์ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายเขา เธอรู้สึกหึงหวงเขาไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างเธอไม่กล้าคิดต่อด้วยซ้ำว่าสามีเธอจะไปทำอะไรต่อกับแฟนเก่า ในวันที่ไม่มีเธออยู่ด้วย อิทธิพัทธ์ประคองใบหน้าเธอให้หันมาสบต







