ANMELDENโอ้ยจะบ้าตาย! หาเมียภายในสองเดือนเนี่ยนะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆใครจะไปหาทันว้า
Mehr anzeigenสองพ่อลูกยังคงถกเถียงกันอยู่กลางห้องโถงกว้างของบ้าน การหาเมียดี ๆ สักคนแถมเป็นหม้ายตอนอายุย่างเข้าวัยสี่สิบใครว่ามันหากันได้ง่ายๆ ยิ่งสมัยนี้ดูกันแค่หน้าตาอย่างเดียวก็ไม่ได้อีกเพราะคนสวยหล่อมีเกลื่อนไปหมด
ครอบครัวอื่นถ้าอายุปูนนี้แล้วก็คงจะปล่อยผ่าน แต่กับบ้านรัตนโสภาคงไม่ยอมให้หลานชายคนโตของตระกูลอยู่คนเดียวไปจนวันตายเป็นแน่
“เมื่อไหร่คุณพ่อจะเลิกยุ่งกับการหาเมียให้ผมซะที ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่มีวันแต่งงานอีกเป็นอันขาด” อิทธิพัทธ์ขึ้นเสียงกับผู้เป็นพ่อหลายต่อหลายครั้งที่ทะเลาะกับลูกชายเรื่องนี้แต่อรรถก็ยังไม่ละความพยายาม
แค่ทุกวันนี้อิทธิพัทธ์ทำงานอย่างเดียวก็หัวหมุนมากพออยู่แล้ว แล้วยังจะให้เขาหาเหามาใส่หัวอีก ทุกวันนี้อย่าถามหาความสุขเพราะเขาไม่ได้สนใจ วัน ๆ ทำแต่งาน ข้าวก็กินไม่ค่อยตรงเวลา กลับบ้านก็ทำงานต่อจนดึกดื่นค่อยเข้านอนจนติดเป็นนิสัย เขาไม่ใช่วัยรุ่นที่จะต้องมานั่งสรรหาผู้หญิงหรือคู่นอนเหมือนสมัยตอนเป็นหนุ่มเสียเมื่อไหร่เพราะหลังจากแต่งงานกับขวัญตาตอนอายุสามสิบสามเขาก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย
มาถึงตอนนี้เขาก็ไม่เคยคิดจะเอาใครมาแทนที่ภรรยาของเขาอีกหลังจากที่ภรรยาได้เดินออกไปจากชีวิตของเขาเมื่อสามปีก่อน แต่พ่อกับย่าก็ยังจะบังคับให้เขาแต่งงานอีกให้ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาอายุมากแล้วกลัวไม่มีคนคอยดูแลยามแก่เฒ่า
เพราะตอนที่เขาแต่งงานกับขวัญตานั้นเธอเป็นหมันเลยทำให้อรรถยังไม่มีหลานมาวิ่งเล่นในบ้านใหญ่จนถึงทุกวันนี้ ลำพังจะพึ่งพาน้องชายและน้องสาวต่างมารดาทั้งสองคนนั้นก็เห็นจะต้องรออีกหลายปีเพราะยังเรียนไม่จบกันทั้งคู่ ครั้นจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยตามใจลูกชายไปอีกก็เกรงว่าจะเลยวัยที่มีบุตรได้
“แกจะสี่สิบอยู่แล้วนะอิท ถ้าไม่อยากให้พ่อยุ่งเรื่องของแก แกก็รอตอบคำถามคุณย่าเองก็แล้วกัน พ่อก็เบื่อที่จะคุยกับแกแล้วเหมือนกัน ถ้าแกไม่รีบหาเองก็เตรียมตัวรอคุณย่าหาผู้หญิงใส่พานมาให้แกได้เลย” อรรถไม่ได้ขู่แต่บงกชผู้เป็นย่าทำจริงเพราะคนที่อยากให้หลานชายแต่งงานมากที่สุดก็คือคุณย่าของบ้านนี้
ไปกันใหญ่เลยทีนี้ ไม่ใช่ผักใช่ปลาจะให้หาได้ภายในวันสองวัน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือไม่ก็เป็นปีจะให้เอาใครมาสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ใช่เรื่อง อนาคตจะอยู่กันอย่างไร ดูอย่างเขากับขวัญตายังดูใจกันมาสิบกว่าปีกว่าจะตัดสินใจแต่งงานลงหลักปักฐานกันแต่สุดท้ายก็ยังไปกันไม่รอด
“มันไม่ได้หากันง่าย ๆ นะครับคุณพ่อ คุณย่าจะบีบบังคับผมไปถึงไหน” ใบหน้าแสดงถึงความไม่สบอารมณ์ คิ้วเข้มยิ่งขมวดเข้าหากันจนเกือบจะชิด
กะว่าวันนี้จะเข้ามารอทานข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากับทุกคนที่บ้านใหญ่กลับต้องมานั่งทะเลาะกับพ่อตัวเองก่อนเวลากินข้าวอีก
“คุณย่าแก่มากแล้วนะอิท คงอยากเห็นหน้าเหลนสักคน” คนที่ถูกกล่าวถึงตอนนี้ไปเสวนาอยู่บ้านเพื่อนเพื่อหาหลานสะใภ้มาให้หลานชายคนโตของบ้าน
อิทธิพัทธ์จนใจที่จะอธิบายถึงพูดไปอย่างไรก็คงไม่มีใครเข้าใจเขาอยู่ดี ไม่มีใครรู้หรอกว่าการที่เขาอยู่คนเดียวมาตั้งหลายปีแล้วจะเอาอีกคนมาเป็นภาระมันลำบากและน่ารำคาญสำหรับเขามากแค่ไหน
“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์แล้วครับพ่อ ผมขอตัวกลับบ้านก่อนนะครับ เดี๋ยววันหลังผมจะมาใหม่” อิทธิพัทธ์ยกมือไหว้ผู้เป็นพ่อก่อนจะเดินออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก อรรถได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ จำความได้ก็น่าจะเกือบปีที่เขากับบงกชพยายามหาผู้หญิงมาให้เพื่อแต่งงานกับลูกชายแต่อิทธิพัทธ์ก็ไม่ถูกใจใครสักคน ถึงตอนนี้น่าจะต้องบังคับชอบไม่ชอบก็ต้องยอมแต่ง จะได้จบ ๆ กันไป
อิทธิพัทธ์ขับรถออกมาแววตามีความกังวล ทุกวันนี้ในใจเขามีแต่ขวัญตาเท่านั้นจะหาผู้หญิงคนไหนมาเป็นผู้โชคร้ายคนนั้นล่ะ แต่งกันไปก็คงอยู่กันได้ไม่ยืดหรือไม่ก็ไม่มีความสุข จะให้เขาไปดูแลเอาใจใส่ใครคงจะไม่ได้อย่างแน่นอน แบบนี้ก็สู้ไม่แต่งซะดีกว่า
“ตาอิทยังไม่เข้ามาอีกเหรออรรถ” บงกชเอ่ยถามลูกชาย เพราะวันนี้หลานชายนัดว่าจะมาทานข้าวเย็นที่บ้านด้วย นาน ๆ หลานชายจะมีเวลาปลีกตัวมาสักที ตั้งแต่ออกเรือนไปก็ไม่ค่อยได้กลับมาเยี่ยมบ้านใหญ่เลย
“กลับไปแล้วครับแม่” บงกชมองหน้าลูกชายตาขวางแล้วนั่งลงตรงหัวโต๊ะที่มีอาหารจัดวางอยู่เต็มโต๊ะ
“ไปพูดอะไรไม่เข้าหูหลานฉันอีกล่ะ” บงกชตำหนิลูกชายตัวเอง เพราะหลานชายคนนี้ความจริงแล้วใครก็แตะไม่ค่อยได้แม้แต่พ่อบังเกิดเกล้าเอง หวงยังกับไข่ในหิน ตั้งแต่มารดาของเขาจากไปตั้งแต่เด็กก็มีย่านี่แหละที่คอยดูแลเอาใจใส่เขามาตลอด
“เรื่องเดิมแหละครับ ไม่อยากแต่งงาน” อรรถทำท่าทางเหนื่อยใจ
“แล้วนังอ้อนั่นมันเป็นใครคะ พี่อิทถึงได้ดูสนิทกับมันนักแถมให้งานมันแค่นิดเดียวอีกต่างหาก” ข้ามดาวขึ้นเสียงกับอิทธิพัทธ์ เมื่อได้ยินคำว่านังต่อมความโกรธของอิทธิพัทธ์ก็พุ่งขึ้นสูงปรี๊ด “เธอเป็นหลานเพื่อนรักของผม ดาวมีอะไรมั้ย และงานอ้อก็ไม่ใช่น้อย ๆ อย่างที่ดาวคิดด้วย” “ว่าแล้วเชียวว่าต้องไม่ได้เข้ามาเพราะความสามารถ” ข้ามดาวทำท่าทางเย้ยหยัน “แล้วดาวล่ะ เข้ามาแบบไหน” ได้ยินคำนี้ข้ามดาวจึงหยุดชะงักมองหน้าอิทธิพัทธ์อย่างไม่สบอารมณ์แล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไป อิทธิพัทธ์ได้แต่ส่ายหน้ากับการกระทำของข้ามดาวนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากเอาคนสนิทหรือคนรู้จักเข้ามาร่วมงานด้วย เมื่อครู่เขาก็โมโหจนเผลอพูดออกไปว่าลดาวัลย์เป็นหลานของเพื่อนรัก อุตส่าห์ไม่ให้รู้ว่าเป็นภรรยาก็ยังพลาดตรงนี้จนได้ อิทธิพัทธ์รู้ดีว่าข้ามดาวแอบมีใจให้เขาพอมีผู้หญิงคนไหนเข้ามาใกล้ชิดกับเขาหน่อยก็จะเกิดอาการอิจฉา วันหยุดสัปดาห์นี้อิทธิพัทธ์ตื่นมาเข้าฟิตเนสแต่เช้าตามปกติ หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเขาก็ปลีกตัวไปทำงานของเขาอย่างเช่นทุกครั้ง บางเวลาเขาแอบส่องผ่านหน้
“ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ คงไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นจะรู้ว่าอ้อเป็นเมียพี่หรอกนะ” พูดจบปารเมศก็เดินออกไปทันที ปล่อยให้อิทธิพัทธ์นั่งสับสนอยู่คนเดียว ปารเมศเดินออกมาเจอกับลดาวัลย์ที่กำลังเดินถือแก้วกาแฟมาพอดี “อ้าวเมศ มีธุระกับอาอิทแต่เช้าเลยเหรอ” ลดาวัลย์เอ่ยทักปารเมศจนเขาแทบปรับสีหน้าไม่ทัน “อือ มีเรื่องคุยกับพี่อิทนิดหน่อย” “อ้อดื่มกาแฟด้วยเหรอ” ปารเมศมองถ้วยกาแฟในมือหญิงสาวก่อนจะเอ่ยถามออกไปเพราะเขารู้ว่าลดาวัลย์ไม่เคยดื่มกาแฟ “อ๋อ เปล่าหรอกเราจะเอาไปให้อาอิทน่ะ” ลดาวัลย์รู้ดีว่าตอนเช้าเขาจะทานข้าวกับเธอก่อนพอมาถึงที่ทำงานเขาก็จะดื่มกาแฟ ซึ่งเธอจะคอยสังเกตเขาอยู่ตลอด “อ้อ งั้นเราไปทำงานก่อนนะ” ปารเมศพูดแค่นั้นก็เดินจากไป ลดาวัลย์เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาโดยไม่ได้ฟังเสียงให้เขาอนุญาต “กาแฟค่ะอาอิท” ลดาวัลย์วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะของเขา “ขอบใจมากจ้ะ” อิทธิพัทธ์พูดออกมาในหัวยังคงคุกรุ่นเรื่องที่น้องชายมาต่อว่าให้เขาอยู่เมื่อสักครู่ เขาจึงก้มหน้าทำงานต่อโดยไม่ได้มองหน้าเธอ
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จลดาวัลย์เตรียมตัวจะเข้านอนกำลังล้มศีรษะลงเกือบจะถึงหมอน ก๊อก ก๊อก “อ้อ” “คะ” ลดาวัลย์ลุกขึ้นเดินมาเปิดประตูให้เขา “วันนี้ไม่นวดให้อาเหรอ อาเมื่อยไปหมดแล้วเนี่ย” ปากก็บ่นไป ทำท่าทางจับบ่าจับไหล่บิดเอวตัวเองสารพัด ลดาวัลย์ยืนชั่งใจอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจ “ก็ได้ค่ะ” ที่จริงอิทธิพัทธ์ก็รู้สึกสงสารลดาวัลย์อยู่หรอกนะ แต่ถ้าวันนี้เธอไม่มานวดให้เขา อิทธิพัทธ์นอนไม่หลับแน่ เพราะตั้งแต่กลับมาจากบ้านสวนวันนั้นลดาวัลย์ก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมมานวดให้เขาอีกเลย จนเขาต้องมาตามเธอเองถึงห้อง อิทธิพัทธ์เพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้นอีกเป็น 25 องศาเพราะรู้ว่าลดาวัลย์เป็นคนขี้หนาวก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวสีเข้มมาปูทับที่นอนแล้วร่างยักษ์ก็นอนลงไปบนผ้าขนหนู ตอนนี้ลดาวัลย์ไม่ปิดตาแล้วแต่ก็ไม่ยอมมองเขาตรง ๆ “นอนคว่ำหน้ายังคะ” “แป๊บนึง กำลังจะเสร็จละ” ลดาวัลย์เริ่มนวดคอบ่าไหล่และศีรษะให้เขา ลงมาตรงสันหลังและบั้นเอว นวดไปประมาณสามสิบนาทีลดาวัลย์ได้ยินเสียงลมหายใจดังมาสม่ำเสมอเธอจึงก้มหน้า
คนชวนไปทานข้าวถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน ถึงเขาออกไปตอนนี้เขาก็ต้องกลับไปทานข้าวที่บ้านอยู่ดี แถมตอนนี้เขาเริ่มหิวแล้วสิทำให้คิดถึงกับข้าวรสชาติถูกปากที่บ้านมากกว่าที่จะให้ไปกินของแพง ๆ นอกบ้าน อีกอย่างเขาคิดถึงเตียงนอนนุ่ม ๆ ที่มีคนคอยนวดหลังให้จะแย่ วันนี้ขับรถทั้งวันมันรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด “คุณกรมีอะไรอีกมั้ยครับ” “ไม่มีครับคุณอิท” “งั้นผมกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ” อิทธิพัทธ์พูดจบก็เดินออกจากห้องทันที “พักนี้พี่อิทเป็นอะไรของเขานะ ปกติจะทำงานอยู่ออฟฟิศจนมืดค่ำก็ยังไม่ยอมกลับ แต่นี่เข้ามาสิบนาทีก็กลับละ” ข้ามดาวยืนบ่นกับทินกรเพราะทั้งสองร่วมงานกันมานานจึงสนิทสนมกันแต่ทินกรก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาเองก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เจ้านายหนุ่มบอกว่าแต่งงานใหม่เพื่อคุณย่า อิทธิพัทธ์ห้ามเขาบอกเรื่องนี้กับใคร ยกเว้นเขาจะบอกเองซึ่งทางสำนักงานใหญ่ส่วนมากไม่มีใครรู้นอกจากเขากับปารเมศ อิทธิพัทธ์กลับมาถึงบ้านในเวลาหกโมงเย็นนิด ๆ แต่เดินเข้ามาแล้วไม่เจอลดาวัลย์นั่งรออยู่เหมือนทุกวันก็รู้สึกแปลกใจ “อ้อล่ะครับป้าน้อย”











