ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน

ข้าคือแม่นมอันดับหนึ่งแห่งตระกูลหลิน

last updateLast Updated : 2026-08-08
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
4Chapters
2views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ทะลุมิติมาเป็นเพียงแม่นมของคุณชายน้อยผู้ถูกกำหนดให้เติบโตเป็นตัวร้าย เจียงสวินจึงตั้งใจเปลี่ยนชะตาเขาด้วยสองมือ ใครกล้ารังแกเด็กน้อยของนางก็เตรียมรับแรงฟาดได้เลย แต่ยิ่งนางปกป้องคุณชายน้อยมากเท่าไร ท่านอาสามผู้เย็นชาก็ยิ่งจับตามองมากขึ้น จนสุดท้าย จากคนที่คอยหนุนหลัง กลับกลายเป็นคนที่อยากให้นางอยู่ข้างกายไปตลอดชีวิต

View More

Chapter 1

1

เสียงสายฝนโปรยกระหน่ำลงบนหลังคากระเบื้อง ดังไปทั่วเรือนหลังอันทรุดโทรมของตระกูลหลิน บรรยากาศชื้นเย็นและเงียบเหงาชวนอึดอัด แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

'เจียงสวิน' ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกเจ็บหนึบที่ท้ายทอย ราวกับเพิ่งถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างแรง นางยกมือขึ้นแตะศีรษะโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงความทรงจำที่ปั่นป่วน เสียงแหลมบาดแก้วหูก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน

"ตื่นแล้วหรือ นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก!"

เจียงสวินยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนเงยหน้ามองสตรีที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า

หญิงผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดบ่าวรับใช้เนื้อผ้าดี สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูแคลน ดวงตาที่จ้องมายังนางราวกับกำลังมองสิ่งสกปรก

และเพียงสบตากัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับสายน้ำหลาก

นางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณเรื่องหนึ่ง กลายเป็น 'แม่นมเจียง' สตรีกำพร้าไร้ที่พึ่ง ผู้ถูกว่าจ้างให้ดูแล 'หลินเสี่ยวอวี๋' คุณชายน้อยวัยเพียงสี่ขวบแห่งตระกูลหลิน

เด็กน้อยผู้แสนอาภัพ ในเนื้อเรื่องเดิม เด็กคนนี้จะเติบโตเป็นตัวร้ายผู้เหี้ยมโหด เลือดเย็น และฆ่าคนโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เพราะตลอดชีวิตในวัยเยาว์ถูกคนในตระกูลรังแก เหยียดหยาม และทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ จนหัวใจดวงน้อยแตกสลาย

ส่วนสตรีที่ยืนเชิดหน้าอยู่ตรงหน้านางก็คือ 'ซุ่ยเซียง' สาวใช้คนสนิทของอนุเตียว ผู้ชอบยักยอกสำรับอาหารของคุณชายน้อยไปกินเองเป็นประจำ

"มองหน้าข้าทำไม" ซุ่ยเซียงแค่นหัวเราะ ก่อนยื่นปลายเท้ามาเตะขอบเตียงเบา ๆ อย่างจงใจหาเรื่อง

"ตื่นแล้วก็รีบไปจัดการคุณชายน้อยของเจ้าเสียที เอาแต่ร้องไห้งอแงอยู่นั่น น่ารำคาญเสียจริง แล้วนี่..." นางยกชามดินเผาเก่า ๆ ขึ้นมา

"ข้าวเย็นของพวกเจ้า อนุเตียวบอกว่าวันนี้วัตถุดิบหมด เหลือแค่เศษข้าวบดกับน้ำซุปผักต้ม จะกินก็กิน ไม่กินก็อด!"

ปึง!

ชามดินเผาถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง เศษข้าวในชามทั้งแข็ง ทั้งแห้ง ปะปนด้วยแกลบ เม็ดทราย และคราบดำสกปรก ส่งกลิ่นเหม็นอับจนแทบไม่น่าแตะต้อง ดูอย่างไรก็เป็นเศษอาหารที่แม้แต่สุนัขยังอาจเมินหน้าหนี

เจียงสวินลุกขึ้นช้า ๆ พลางปัดฝุ่นที่เปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้า ก่อนเงยหน้ามองซุ่ยเซียงด้วยแววตานิ่งสงบ

นิ่ง... นิ่งเสียจนคนถูกมองเริ่มรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง

"เมื่อครู่ เจ้าพูดว่าอะไรนะ" เจียงสวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแรงกดดันอย่างประหลาด

ซุ่ยเซียงเบ้ปากอย่างไม่ใส่ใจ

"ข้าบอกว่าถ้าไม่กินก็อดไง ฟังภาษาคนไม่..."

เพียะ!

ยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค ฝ่ามือของเจียงสวินก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าของซุ่ยเซียงเต็มแรง

เสียงตบดังสนั่นก้องไปทั่วห้อง ร่างของสาวใช้เซถอยไปหลายก้าว ใบหน้าหันไปตามแรงตบ แก้มขาวขึ้นรอยแดงเป็นรูปฝ่ามืออย่างชัดเจน

"อ๊าย!" ซุ่ยเซียงร้องลั่น รีบยกมือกุมแก้ม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"เจ้า... เจ้ากล้าตบข้าหรือ ข้าเป็นคนของอนุเตียวนะ ส่วนเจ้าเป็นแค่แม่นมชั้นต่ำ"

"คนของอนุเตียวแล้วอย่างไร" เจียงสวินก้าวเข้าไปหาอีกหนึ่งก้าว ดวงตาคมปลาบสบเข้ากับอีกฝ่ายโดยไม่หลบแม้แต่น้อย

"หลินเสี่ยวอวี๋คือคุณชายน้อย เป็นสายเลือดแท้ของตระกูลหลิน ต่อให้มารดาจากไปแล้ว ฐานะก็ยังเป็นคุณชายสายหลัก ส่วนอนุเตียว..." นางหัวเราะหยันเบา ๆ

"ก็เป็นเพียงอนุภรรยา มีสิทธิ์อะไรส่งอาหารสุนัขเช่นนี้มาให้คุณชายน้อยกิน"

ซุ่ยเซียงอ้าปากค้าง ในขณะที่เจียงสวินยังไม่หยุด

"แล้วเจ้าเป็นเพียงบ่าวรับใช้คนหนึ่ง มีฐานะต่ำกว่าคุณชายน้อยเสียอีก กล้าดียังไงถึงมาตะคอกใส่แม่นมที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณชาย"

"เจ้า... เจ้าเสียสติไปแล้วหรือแม่นมเจียง แต่ก่อนเจ้ายังก้มหัวให้ข้าอยู่เลย"

"นั่นมันแต่ก่อน" เจียงสวินเหยียดยิ้มเย็น ก่อนใช้นิ้วชี้ไปยังชามอาหารบนโต๊ะ

"ยกชามเน่า ๆ นี่กลับไปบอกนายของเจ้า ถ้ายังอยากให้คนทั้งตระกูลเห็นว่าอนุเตียวยังมีจิตสำนึกความเป็นคนอยู่บ้าง คืนนี้ก็ส่งอาหารดี ๆ มาใหม่" นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"แต่ถ้าไม่ส่งมา ข้าจะถือชามใบนี้เดินไปถึงเรือนใหญ่ แล้วร้องเรียนต่อหน้าท่านโหวด้วยตัวเอง ให้ท่านได้เห็นว่าคุณชายสายหลักของตระกูลถูกปฏิบัติราวกับขอทาน" สีหน้าของซุ่ยเซียงพลันซีดเผือด

นางรู้ดี หากเรื่องนี้ไปถึงหูคนเรือนใหญ่ อนุเตียวไม่มีทางรอดจากการถูกตำหนิ

สาวใช้ได้แต่กัดฟันกรอด ก้มคว้าชามอาหารขึ้นมาอย่างแรง

"ฝากไว้ก่อนเถอะ"

"ไม่ต้องฝาก" เจียงสวินยักคิ้ว พลางโบกมือไล่

"ข้าไม่รับฝาก" ซุ่ยเซียงแทบกระอักเลือดด้วยความโกรธ กระทืบเท้าปึงปัง ก่อนหมุนตัวเดินจากไปอย่างอาฆาต

เมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้ง

เจียงสวินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนกวาดสายตามองไปรอบเรือนอันเก่าโทรม ผนังไม้ผุพัง เครื่องเรือนเก่า ๆ มีอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น ทุกอย่างบ่งบอกชัดว่าคุณชายสายหลักของตระกูลหลินถูกทอดทิ้งเพียงใด แล้วสายตาของนางก็หยุดลงที่ ตู้เสื้อผ้าไม้เก่าใบหนึ่ง

บานประตูเปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อย และภายในนั้นมีปลายเท้าเล็ก ๆ คู่หนึ่งกำลังสั่นระริก

เจียงสวินค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ย่อตัวลงตรงหน้าตู้ ก่อนใช้ปลายนิ้วผลักบานประตูออกช้า ๆ

ภายในตู้แคบ ๆ มีเด็กน้อยวัยสี่ขวบกำลังขดตัวกอดเข่าแน่น ร่างเล็กผอมบางจนเห็นกระดูก เสื้อผ้าซีดเก่าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าเล็กเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ดวงตากลมโตแดงก่ำเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ภาพนั้นทำให้หัวใจของเจียงสวินบีบรัดอย่างบอกไม่ถูก

"คุณชายน้อย" นางเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด

เด็กน้อยสะดุ้งสุดตัว รีบหดตัวเข้าไปชิดมุมตู้ราวกับต้องการซ่อนตัวจากโลกทั้งใบ

"อย่า... อย่าตีเสี่ยวอวี๋" เสียงเล็ก ๆ สั่นเครือ

"เสี่ยวอวี๋ไม่ได้ตั้งใจ เสี่ยวอวี๋จะเชื่อฟัง"

หัวใจของเจียงสวินราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงจนเป็นแผลเหวอะหวะ

เด็กอายุเพียงสี่ขวบ กลับหวาดกลัวผู้คนจนคิดว่าทุกคนจะลงมือทำร้ายตน

ไม่แปลกเลย หากวันหนึ่งเด็กคนนี้จะเติบโตเป็นปีศาจที่พร้อมทำลายทุกคนที่เคยทำร้ายตนเอง

เจียงสวินคลี่ยิ้มอ่อนโยน ก่อนค่อย ๆ ยื่นมือไปตรงหน้าเด็กน้อย

"ออกมาจากตู้เถอะเจ้าค่ะ ข้างในมืดและอึดอัดจะตาย" นางเอียงศีรษะเล็กน้อย ยิ้มหวานละมุน เอาความจริงใจทั้งหมดออกมากล่อมเด็กน้อยให้เชื่อฟัง

"มาหาแม่นมนะ ต่อจากนี้ จะไม่มีใครทำร้ายคุณชายได้อีกแล้ว" เสี่ยวอวี๋เงยหน้าขึ้นมองฝ่ามือที่ยื่นมาตรงหน้า ดวงตาคู่โตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา

เด็กน้อยลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนค่อย ๆ ยื่นมือเล็ก ๆ ที่สั่นเทาออกไปวางบนฝ่ามือของเจียงสวินอย่างแผ่วเบา

"แม่นม" เขากระซิบเสียงค่อย ๆ เบาแสนเบา

"จะไม่ทิ้งเสี่ยวอวี๋ใช่ไหมขอรับ"

เจียงสวินดึงร่างเล็กเข้าสู่อ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ก่อนลูบหลังปลอบโยนเบา ๆ

"ไม่ทิ้งเจ้าค่ะ" นางกอดเด็กน้อยแน่นขึ้นอีกนิด พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับให้คำสัตย์

"ชาตินี้ ใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะมารังแกคุณชายของข้าได้อีกแม้แต่น้อย"

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ภายนอกหน้าต่างที่สายฝนยังโปรยปราย ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวรูปแกะสลัก ยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ชายคาเรือน แม้สายฝนจะโปรยลงมาไม่ขาดสาย แต่ดวงตาคมลึกล้ำคู่นั้นกลับเย็นสงบจนยากจะหยั่งถึง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
4 Chapters
1
เสียงสายฝนโปรยกระหน่ำลงบนหลังคากระเบื้อง ดังไปทั่วเรือนหลังอันทรุดโทรมของตระกูลหลิน บรรยากาศชื้นเย็นและเงียบเหงาชวนอึดอัด แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ'เจียงสวิน' ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมความรู้สึกเจ็บหนึบที่ท้ายทอย ราวกับเพิ่งถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างแรง นางยกมือขึ้นแตะศีรษะโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงความทรงจำที่ปั่นป่วน เสียงแหลมบาดแก้วหูก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน"ตื่นแล้วหรือ นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก!"เจียงสวินยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนเงยหน้ามองสตรีที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้าหญิงผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดบ่าวรับใช้เนื้อผ้าดี สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจและดูแคลน ดวงตาที่จ้องมายังนางราวกับกำลังมองสิ่งสกปรกและเพียงสบตากัน ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองราวกับสายน้ำหลากนางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในนิยายจีนโบราณเรื่องหนึ่ง กลายเป็น 'แม่นมเจียง' สตรีกำพร้าไร้ที่พึ่ง ผู้ถูกว่าจ้างให้ดูแล 'หลินเสี่ยวอวี๋' คุณชายน้อยวัยเพียงสี่ขวบแห่งตระกูลหลินเด็กน้อยผู้แสนอาภัพ ในเนื้อเรื่องเดิม เด็กคนนี้จะเติบโตเป็นตัวร้ายผู้เหี้ยมโหด เลือดเย็น และฆ่าคนโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เพราะตลอดชีวิตในวัยเยาว์ถูก
last updateLast Updated : 2026-08-08
Read more
2
เขาคือ 'หลินเฟิงเจี๋ย'ท่านอาเล็กแห่งตระกูลหลิน ผู้เพิ่งเดินทางกลับจากแคว้นเหนือตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายืนเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขา สายตาคมทอดผ่านช่องหน้าต่าง ไปหยุดอยู่ที่สตรีผู้กำลังกอดหลานชายของเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มุมปากของบุรุษผู้ไม่เคยยิ้มให้ผู้ใด ค่อย ๆ ยกขึ้นเพียงเล็กน้อย"แม่นมเจียงอย่างนั้นหรือ" เสียงทุ้มต่ำดังแผ่วท่ามกลางสายฝน"ปากกล้า ใจก็กล้าไม่น้อย" แววตาที่เคยเย็นชาราวน้ำแข็ง พลันฉายประกายความสนใจขึ้นเป็นครั้งแรกเสียงฝนที่เคยกระหน่ำเริ่มซาลง เหลือเพียงละอองฝนพรำบางเบา ทว่าความอบอุ่นภายในห้องพักเล็ก ๆ ของเรือนหลังกลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดเจียงสวินประคองหลินเสี่ยวอวี๋ออกจากตู้เสื้อผ้า ก่อนพาเด็กน้อยมานั่งบนเตียงเก่า ๆ นางหยิบผ้าสะอาดมาชุบน้ำ บรรจงเช็ดคราบน้ำตาและคราบสกปรกบนใบหน้าให้อย่างเบามือเสี่ยวอวี๋ตัวเล็กเสียจนน่าใจหาย แก้มที่ควรจะนุ่มนิ่มอวบอิ่มตามวัยกลับซูบตอบเพราะขาดสารอาหาร ดวงตากลมโตที่หม่นหมองยังคงมองนางอย่างหวาดระแวง ทว่ามือเล็ก ๆ กลับกำสาบเสื้อของเจียงสวินไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงปล่อยมือ นางจะห
last updateLast Updated : 2026-08-08
Read more
3
"เจ้า... เจ้ากล่าวหาข้า" ใบหน้าของอนุเตียวเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดในทันที"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าของพวกนั้นมาอยู่ในชามได้อย่างไร อาจเป็นเพราะคนครัวทำงานสะเพร่าก็ได้""สะเพร่าหรือ"ปัง!เจียงสวินตบฝ่ามือลงบนโต๊ะจนถ้วยชากระเด้ง บ่าวรับใช้รอบข้างสะดุ้งเฮือกพร้อมกัน"เนื้อบูดหนึ่งอย่าง กรวดทรายอีกหนึ่งอย่าง ทั้งหมดบังเอิญมาอยู่ในชามเดียวกัน แถมยังเป็นชามที่ส่งไปให้เด็กอายุสี่ขวบโดยเฉพาะ ท่านคิดว่าข้าโง่หรือคิดว่าคนทั้งจวนโง่กันแน่""เจ้า!""ซุ่ยเซียงบอกเองว่าเป็นคำสั่งของท่าน" เจียงสวินชี้ไปยังชามตรงหน้า"หากท่านบริสุทธิ์ใจจริง เช่นนั้นก็ง่ายมาก" นางเลื่อนชามไปตรงหน้าอนุเตียว"กินสิเจ้าคะ""อะไรนะ""ข้าบอกให้ท่านกิน" เจียงสวินยิ้มเย็น"ในเมื่อท่านบอกว่านี่คือของบำรุงที่ตั้งใจให้คุณชายน้อย เหตุใดท่านจึงไม่ลองกินให้พวกเราดูสักคำเล่า""เจ้าเป็นเพียงแม่นม กล้าดีอย่างไรมาสั่งข้า""ถ้าไม่กล้ากิน ก็เลิกพูดเสียทีว่าของพวกนี้กินได้"เจียงสวินสวนกลับทันควัน ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว"วันนี้หากเรื่องนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ข้าจะถือชามแกงใบนี้พร้อมลากซุ่ยเซียงไปพบท่านโหว ให้ท่านโหวตัดสินด้วยตั
last updateLast Updated : 2026-08-08
Read more
4
"เด็กคนนี้ก็เป็นเพียงมารหัวขน มารดาของมันตายไปแล้ว มีอาหารให้กินก็นับว่าเป็นเมตตาของตระกูลหลินมากพอแล้ว"ทันทีที่ได้ยินคำว่ามารหัวขน มือเล็กที่กำชายเสื้อเจียงสวินอยู่พลันสั่นขึ้นมาเจียงสวินสัมผัสได้ทันที แววตาของนางเย็นยะเยือกลงในทันที"พูดให้ดีนะเจ้าคะ""ทำไม ข้าพูดผิดตรงไหน" ฮูหยินใหญ่หลินแค่นหัวเราะ ก่อนปรายตามองเสี่ยวอวี๋อย่างรังเกียจเดียดฉันท์“เจ้ามันก็แค่แม่นมชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาตีฝีปากกับข้า”“ถูกก็ว่ากันไปตามถูก ผิดก็ว่ากันไปตามผิดเจ้าค่ะ”“นี่เจ้า!”“ข้าพูดผิดตรงไหนเจ้าคะ”" วันนี้ข้าไม่ได้มาเพราะเรื่องของเจ้าเพียงอย่างเดียว ข้าเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินฝ่ายใน สินเดิมของมารดาเด็กคนนี้ย่อมต้องอยู่ในความดูแลของข้า วันนี้ข้าจะให้คนย้ายหีบสมบัติทั้งหมดไปเก็บไว้ที่เรือนใหญ่ เด็กตัวแค่นี้จะรักษาของมีค่าพวกนั้นไว้ได้อย่างไร"เจียงสวินหรี่ตาลงทันทีที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ เอาเรื่องที่นางบุกเรือนกลางมาเป็นข้ออ้าง แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือสินเดิมของมารดาเสี่ยวอวี๋ คิดจะฉวยโอกาสที่เด็กไร้บิดามารดาคุ้มครอง มาปล้นสมบัติของเด็กอายุสี่ขวบถึงในเรือน"ไม่ได้" คำสั้น ๆ ทำให้ฮูหยินใหญ่หลินชะงัก"เจ้าว่
last updateLast Updated : 2026-08-08
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status